บทที่ 3
การต่อสู้
“ไอ้โง่เอ้ย! รีบหนีไปสิวะ”
“วิล! หลบเร็ว”
กลาดิโอกับสเตลล่าได้แต่ะโบอกวิลให้เขารีบหลบเ้าหมูโปรคุสที่กำลังวิ่งตรงไปหาเขาแต่เขากลับยื่นนิ่งค่อยให้มันวิ่งมาหา ทุกคนที่มองอยู่ต่างก็คิดว่าวิลต้องโดนเ้าหมูโปรคุสพุ่งชนตายแน่ๆ แต่ก่อนที่มันจะพุ่งชนโดนตัวเขานั้นเองจู่ๆเ้าหมูโปรคุสกลับหายตัวไปทุกคนต่างใกับสิ่งที่เกิดขึ้นจนมีเสียงร้องด้วยความเ็ปของเ้าหมูโปรคุส ทำให้ทุกคนใอีกครั้งจนสังเกตเห็นว่ามีหลุมขนาดใหญ่อยู่หน้าวิลทุกคนต่างรีบวิ่งเข้าไปดูหลุมนั้นใกล้ๆสิ่งที่เห็นภายในหลุมคือหมูที่โดนหินแหลมนับสิบโดยมีอันใหญ่สุดเสียบทะลุร่างมันร้องโอดครวญแล้วเสียงมันก็ค่อยๆร้องเบาลงจนเงียบและตายไป
“ไม่..ไหว...แล้ว”
วิลสลบล้มลงเมื่อเขาพูดจบสเตลล่าจึงรีบวิ่งเข้าไปดูอาการของเขา แล้วสักพักวิลก็ลืมตาตื่นขึ้นเขาตื่นมามองเห็นมุมมองเดิมกับคราวก่อนและกำลังจะใช้มือจับสิ่งที่บังสายตาเขาเหมือนเดิม
“อ๊ะ! ครั้งนี้ถ้าจับอีกจะโดนไม่ใช่น้อยนะ”
“ทะ..โทษทีมันยังมึนๆอยู่จนแยกอะไรไม่ค่อยออกนะ งั้นช่วยขยับออกไปทีสิผมจะลุกนั่ง”
วิลรีบหยุดมือก่อนที่เขาจะเผลอจับหน้าอกของสเตลล่าอีกครั้งพร้อมขอโทษเธอเขาขยับออกมานั่งและมองเห็นอีกสามคนช่วยกันชำแหละซากศพของเ้าหมูโปรคุสที่ดูเหมือนว่ามันถูกดันขึ้นมาจากหลุมจนพื้นดินกลับมาสภาพเดิมนั้นทำให้เขารู้ในทันทีว่ามันคงเกิดจากการใช้เวท’ปรับสภาพให้พื้นดินกลับมาเป็ปกติ เขาเห็นการซำแหละซากศพของสัตว์เวท’ครั้งแรกต่อหน้าต่อตา ทำเอาเขาต้องรีบเบือนหน้าหนีเลยทีเดียว
“เฮ้ยจะหลบหน้าทำไมวะ ที่งานมันหยาบขนาดนี้เพราะเ้านั้นละ คราวหลังคิดจะทำอะไรก็ช่วยบอกกันก่อนได้รึเปล่า!”
“อะ...ครับขอโทษที พอดีรีบทำไปหน่อย”
“ช่างมันเถอะเมื่อกี้คิดว่าจะแย่ซะแล้ว ขอบคุณที่ช่วยนะ”
กลาดิโอพูดเตือนการกระทำของวิลและขอบคุณเขาวิลที่เผลอกลับไปมองการซำแหละ มันทำให้เขารู้สึกหน้ามืดขึ้นมาทันที สเตลล่าจึงขยับเข้ามาพยุงเขาไว้แล้วพูดเตือนด้วยความเป็ห่วง
“เ้าพักอีกนิดเถอะถึงขนาดใช้เวท’เกินตัวอีกแล้วดูสิดวงดาวในแหวนเ้าดับไปอีกดวงแล้ว”
“ฮ่าฮ่า ฮ่า ก็มันจำเป็นี่นา เธอว่าเธอกำลังจะแย่ แต่พลังเวทที่จะใช้เวท’ “สร้างหิน” ให้เกิดโพรงใต้ดินและมีเสาหินข้างล่างให้เหมือนหลุมกับดักขนาดใหญ่มันใช้พลังเวท’เยอะกว่าที่คิดนะแต่ถ้าเพื่อช่วยชีวิตคนแล้วแค่นี้คงไม่เท่าไรหรอก”
“เหรอแต่ถึงยังไงพวกเราคงหาทางจัดการมันได้เองแหละ อย่าดูถูกนักผจญภัยอย่างพวกเราสิ”
“งั้นหมายความว่าผมไม่จำเป็ต้องช่วยงั้นเหรอ!?”
“ก็น่ะแต่ก็ขอบคุณน่ะที่ช่วยชีวิตข้าไว้”
สเตลล่ารีบพูดขอบคุณวิลเมื่อเห็นว่าเขาทำท่าหง่อยๆเพราะทำเื่เสี่ยงตายโดยไร้ประโยชน์วิลหันมามองหน้าสเตลล่าที่กำลังยิ้มขณะขอบคุณเขา ทำให้ต่างคนต่างยิ้มตอบกันตอนนั้นเองวิลเหมือนจะคิดอะไรออก
“เมื่อกี้เหมือนผมใช้เวท’ไปสองสามครั้งก่อนที่จะรู้สึกปวดหัวหรือผมคิดไปเองรึเปล่าว่าผมใช้เวท’ได้มากขึ้น”
“อ๋อถ้าใช้เวท’เยอะๆแล้วเกิดอาการปวดหัวจนบางทีถึงกับสลบมันคืออาการของ “พลังเวท’เหือดแห้ง”แต่ที่เ้าเริ่มไม่มีอาการปวดหัว นั้นหมายความว่าพลังเวทเ้าเพิ่มขึ้นปกติแล้วพลังเวท’แรกเริ่มจะแสดงออกเมื่อตอนสามขวบถึงจะมีพลังเวท’มากยังไง่นั้นก็ไม่สามารถมีพลังเวท’เกินเด็กห้าขวบหรอก การที่เราจะเพิ่มพลังเวท’ได้ต้องทำการฝึกใช้พลังเวท’ไปเรื่อยๆตามอายุ แต่ของเ้าเป็การฝืนเพิ่มพลังเวท’ถึงจะทำให้พลังเวท’เพิ่มในเวลาอันสั้นก็เถอะ โดยการใช้พลังเวท’จนเหือดแห้งแล้วพักหรือรักษาอย่างเร่งด่วนซึ่งไม่แนะนำให้ทำอีกเพราะข้อเสียมันเยอะกว่า อย่างพลังเวท’เหือดแห้งจนตายหรือสลบระหว่างอยู่ต่อหน้าศัตรู”
“งั้นเองเหรอเป็ข้อมูลที่น่าสนใจดีนะ”
“เฮ้ใกล้มืดแล้วเตรียมตัวย้ายที่หาจุดพักแรมกันได้แล้ว ขืนอยู่แถวนี้นานๆพวกสัตว์เวท’ตัวอื่นมันจะตามกลิ่นเืมากันเยอะแน่ๆ”
กลาดิโอร้องบอกทุกคนจึงพากันเดินตามเขาอย่างไม่ลังเล วิลเองก็เช่นกันเขาเดินรั้งท้ายเพราะว่ามัวแต่หันกับไปมองซากศพที่เหลือเยอะเกือบครึ่งหนึ่งของตัวมัน
“เอาล่ะกินให้เต็มที่”
กลาดิโอบอกกับทุกคนที่พากันนั่งรอบกองไฟที่มีเนื้อย่างน่าอร่อยอยู่ในมือวิลมองดูทุกคนด้วยความประหม่ากลาดิโอที่ทำตัวผ่อนคลายกว่าเพื่อนเพราะดูเหมือนเขาจะดื่มเหล้าจากขวดที่อยู่ในมือและกินเนื้อจากมืออีกข้างคุสโตสที่กินกินเหล้ากับกลาดิโอแต่ก็ไม่ถึงกับแสดงออกอย่างสนุกสนานเท่ากลาดิโอคงเพราะเขายังใส่ชุดเกราะเต็มตัวอยู่ตลอดเวลาเพียงแต่ตอนนี้เขาถอดหมวกเหล็กออกคงเพื่อกินดื่มซิลวาสาวสวยหูยาวก็ค่อยๆกินเนื้อกับจิบเหล้าอย่างพอประมาณสมกับเป็สาวงามส่วนสเตลล่านั้นกินเพียงเนื้อแต่ไม่แตะเหล้าเหมือนคนอื่น เพราะดูเหมือนว่าเธอจะเป็คนที่อายุน้อยที่สุดในกลุ่มเธอหัดมองวิลที่ถือเนื้อย่างไว้แต่ยังไม่กินซักที
“เ้าไม่กินเหรอ?ไม่ชอบหรือไม่อร่อย?”
“ถึงจะไม่เคยกินเนื้อหมูยักมาก่อนแต่ก็ไม่ใช่คนเลือกกินหรอกนะพอดีสงสัยอะไรหลายๆอย่างนะ อย่างเช่น เรากินอย่างเฮฮาปาร์ตี้แบบนี้มันจะดีเหรอ?ไหนว่าเราอยู่ในป่าแห่งความมืดกลางดงสัตว์ร้ายอย่างสัตว์เวท’งี้?”
“ถ้าเื่นั้นไม่ต้องเป็ห่วงรอบๆนี้เราได้วางคริสตัลขับไล่สัตว์เวท’ไว้หมดแล้ว”
“หือ! มันเป็ยังไงเหรอคริสตัลเวท’ขับไล่สัตว์เวท’เนี้ย?”
“เคยบอกแล้วใช่มั้ย?ว่าเราใช้เวท’ตามธาตุ ซึ่งรวมทั้งหมดมี 6 ธาตุได้แก่ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ ธาตุแสงและธาตุมืด แล้วป่าแห่งความมืดก็เป็ธาตุมืดสมชื่อมันทำให้สัตว์เวท’ส่วนใหญ่ในป่านี้มีธาตุมืดเป็หลัก จึงต้องใช้คริสตัลธาตุแสงที่เป็ธาตุตรงกันข้ามมาวางไว้เพื่อขับไล่สัตว์เวท’ไม่ให้เข้ามาใกล้ เพราะพวกมันต่างไม่ชอบโดยสัญชาตญาณ”
“สะดวกดีจังแฮะแบบนี้ก็สบายเลยสิ”
“ไม่ถึงกับเรียกว่าสบายนะหากเจอสัตว์ตัวใหญ่หรือตัวที่มีพลังเวท’มากกว่าคริสตัลขับไล่สัตว์เวท’ อาจใช้ไม่ได้ผลจึงยังต้องมีการผลัดกันเฝ้ายามเผื่อไว้อีกอย่างคือคริสตัลขับไล่สัตว์เวท’นั้นราคาแพงมากเพราะว่าเป็คริสตัลเวท’ที่เป็ธาตุตรงกันข้ามเลยหาจากพื้นที่แถวนี้ไม่ได้ มันต้องนำเข้ามาจากเขาวงกตอื่น”
“เข้าใจแล้วว่าแต่ที่นี่มีพระจันทร์สองดวงเลยงั้นเหรอ?”
วิลถามสเตลล่าพร้อมกับชี้ขึ้นไปบนฟ้าอันมืดสนิทที่มีดวงดาวระยิบระยับเต็มท้องฟ้า แต่กลับมีพระจันทร์ถึงสองดวงดวงแรกมีสีเหลืองนวลกลมโตส่วนอีกดวงมีสีฟ้าขาวสว่างใสและดวงใหญ่กว่าจนรู้สึกว่ามันลอยอยู่ใกล้มาก
“ก็มีสองดวงนะแปลกตรงไหน?”
“แปลกสิปกติมันต้องมีดวงเดียวไม่ใช่สิ แอ๊ะ หรือว่าที่นี่เขามีพระจันทร์สองดวงงั้นเหรอ?”
“อืมงั้นหมายความว่าแดนต้องสาบมีพระจันทร์ดวงเดียว!แปลกจัง”
“ไม่ล่ะฝั่งนี้ต่างหากที่แปลก มีพระจันทร์สีฟ้าเพิ่มมาแถมดวงใหญ่กว่าอีกดวงด้วย”
“แบบนี้ทางนั้นก็อดเห็นพระจันทร์สวยๆคู่กันสิเพราะข้าคิดว่าพระจันทร์เป็คู่ดีกว่าพระจันทร์ดวงเดียวนะถ้าให้นั่งมองพระจันทร์แค่ดวงเดียวคงเหงาแย่”
“แต่ผมเคยได้ยินว่าถึงจะมองพระจันทร์ดวงเดียวกันแต่หากต้องนั่งมองคนเดียวจะเหงากว่านะ”
“พูดแบบนี้การที่เรานั่งมองพระจันทร์ด้วยกันคงไม่มีทางเหงาและมีความสุขมากสินะ”
สเตลล่าชายตามามองวิลพร้อมพูดแหย่วิลเมื่อเห็นว่าวิลมีอาการกระอักกระอ่วมและหน้าแดงเธอก็หัวเราะออกมาเบาๆอย่างสนุกสนานวิลที่ได้แต่มองดูสเตลล่าที่หัวเราะอย่างมีความสุขก็ได้แต่แงนมองพระจันทร์เพื่อซ่อนหน้าที่แดงมันยิ่งทำให้สเตลล่ารู้สึกสนุกมากขึ้นที่ได้แกล้งวิล
“พอๆรีบแยกย้ายไปนอนกันได้แล้ว”
คุสโตสที่ยืนอยู่หลังทั้งคู่พูดขึ้นมาสเตลล่ากับวิลที่หันไม่มองก็รู้สึกได้ในทันที่ว่าคงต้องจบการสนทนาไว้แค่นี้แล้วรีบไปนอนตามที่คุสโตสว่าวิลจึงบอกลาและหาที่จะนอน โดยต่างคนต่างปูผ้านอนรอบกองไปดูเหมือนว่าเวณเฝ้ายามกะแรกจะเป็คุสโตสนั้นเองส่วนวิลนั้นทุกคนตกลงว่ายังไม่ต้องให้ช่วยเฝ้ายามเพราะวิลนั้นยังไม่น่าไว้ใจพอที่จะฝากฝังให้ทำอะไรสำคัญๆได้แม้จะนอนกลางดินกลางป่า แต่วิลที่ผ่านเื่เสี่ยงตายมาทังวันมันทำให้เขาหลับสนิทเป็ตายทันที
“แฮ่กแฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก”
เสียงหอบหายใจที่เหมือนจะหายใจแทบไม่ทันเพราะต้องวิ่งอย่างรวดเร็วแบบไม่หยุดพักดังไปทั่วโสดประสาท
“แฮ่ก....ทุกคน...ไปไหนหมด?”
“ช่วยด้วย!”
วิละโออกมาแต่แทบไม่มีเสียงเพราะความเหนื่อยหอบขณะวิ่งเขาหันไปมองสิ่งที่กำลังไล่ตามเขามา มันเป็สัตว์ขนาดใหญ่สีดำทะมึนมีดวงตาสีแดงฉานในปากมันมีเขี้ยวใหญ่ยาวสีขาวเรียงรายกันจนล้นปากวิลเริ่มรู้ตัวเองว่าเขาไม่สามารถวิ่งหนีได้อีกต่อไป เพราะเขากำลังจะหมดแรงเขาคว้าไม้คทาเวท’ขึ้นมาชี้ไปทางสัตว์ร้ายตัวนั้นแต่จังหวะนั้นเองด้วยคมเขี้ยวใหญ่อันนับไม่ถ้วนของเ้าสัตว์ตัวนั้นมันได้กัดเข้าที่แขนของเขาและฉีกกระชากแขนจนขาดเหมือนเศษกระดาษอย่างง่ายดายแรงเหวียงที่โดนกัดกระชากทำให้ตัวของวิลปลิวกระเด็นไปไกลแล้วตกลงพื้นกลิ้งไถลอีกหลายตลบเ้าสัตว์ร้ายค่อยๆเขี้ยวกินแขนของวิลอย่างช้าๆเมื่อเห็นว่าวิลนอนสลบนิ่งไม่ขยับมันเดินไปหาเขาอย่างใจเย็น พอถึงตัวเขามันก็อ้าปากกว้างพร้อมกัดกินเขาไปทั้งตัวทันใดนั้นเอง
“บอลเพลิง! บอลเพลิง! บอลเพลิง! บอลเพลิง! บอลเพลิง!”
วิลใช้แขนอีกข้างถือไม้คทาเวท’ชี้เข้าไปในปากอันใหญ่โตและยิงเวท’รัวๆใส่ในปากของเ้าสัตว์ร้ายเกิดะเิต่อเนื่องภายในปากของมันจนหัวมันะเิกระจุยจนร่างของมันยืนนิ่งและล้มลงไปกับพื้นวิลตะเกียกตะกายด้วยร่างกายที่บอบซ้ำขึ้นมานั่งพิงศพเ้าสัตว์ร้าย เขาใช้เศษผ้ามามัดห้ามเืแขนที่ขาดโดยใช้มือที่เหลลือกับปากัดผ้าเพื่อดึงให้แน่นเขาต้องกัดฟันอดทนกับความเ็ปจนน้ำตาไหลออกมา เขารู้สึกหมดแรงจนแทบสลบแต่เขารู้สึกหนาวในกระดูกสันหลังขึ้นมาทันทีเมื่อเขามองเห็นสิ่งที่อยู่รอบๆตัวเขา
“บ้าจริงไม่นะ!”
มีแววตาแดงฉานนับสิบๆคู่จองมองมาที่วิลมันคือฝูงสัตว์ร้ายตัวเดิมที่เขาพึ่งฆ่ามันลงได้แค่เพียงตัวเดียวทุกตัวต่างพากันพร้อมกระโจนเข้าใส่วิลพวกมันรุมฉีกกระชากกัดกินเขาอย่างไม่มีความปราณี
“อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!”
“เฮ้ย!”
“อ้าวเฮ้ย ตื่นสิเว้ย”
วิลที่ร้องครวญครางกำลังโดนกลาดิโอปลุกและตบเรียกสติเพราะเขาร้องละเมอจนเหมือนคนเสียสติ
“โอ้ยโอ้ย โอ้ย เจ็บๆ เกิดอะไรขึ้น?”
“ก็เ้าร้องละเมอเหมือนคนบ้าเลยนะสิฝันบ้าอะไรเ้าถึงร้องโวยวายจนจะเป็จะตายขนาดนั้นเนี้ย?”
“เออคือ มันเป็ฝันที่น่ากลัวมากๆจนไม่อยากจะพูดถึงมันเลยล่ะ”
“ยังไงก็ช่างเ้าเถอะเตรียมตัวออกเดินทางได้แล้ว เ้าบอกเองว่าจะเป็เบ๊ให้พวกข้าไม่ใช่เหรอรีบๆทำงานได้แล้ว ไปเก็บของใส่กระเป๋าเวท’ซะเราจะรีบกินอาหารเช้าแล้วจะออกเดินทางทันที”
กลาดิโอพูดเสร็จก็เดินไปรวมกับเพื่อนของเขาวิลที่พึ่งตื่นก็ได้แต่รีบทำตามที่กลาดิโอบอกเพราะเขาเป็คนพูดเองว่าขอทำงานจิปาถะทุกอย่างเพื่อแลกกับการเดินทางไปพร้อมกับกลุ่มของกลาดิโอ
“โทษ’ทีนะ ถ้าเป็เื่การออกเดินทางท่านพี่จะจริงจังอยู่เสมอนะ ปกติพวกเราจะแบ่งหน้าที่กัน อย่างข้าจะเป็คนเก็บของท่านพี่กับคุสโตสจะเป็คนหาอาหาร และซิลวาจะเป็คนทำอาหารวันนี้ข้าจะช่วยเ้าเก็บของก่อนละกัน มันก็เก็บไม่ยากหรอกนะเพราะยังไงเราก็มีกระเป๋าเวท’ที่ใส่ได้ทุกอย่างอยู่แล้วแต่มันยังจำกัดเื่น้ำหนักกับจำนวนที่ใส่ของได้จึงต้องจัดการให้เป็ระเบียบไว้ก่อน”
สเตลล่ารีบเข้ามาช่วยและแนะนำเื่ต่างๆที่จำเป็กับวิลเขารู้สึกได้ทันทีว่าเธอเป็มิตรกับเขามากกว่าคนอื่นๆนั้นทำให้เขาเริ่มมั่นใจมากขึ้นสำหรับการที่เขาต้องเดินทางเพื่อเอาตัวรอดจนกว่าเขาจะได้กลับเข้าเมืองเพื่อที่จะทำตามเป้าหมายหลักคือการที่เขาต้องตามหาพ่อแม่ที่แท้จริงของเขา
พอฟ้าเริ่มสางหลังจากที่ทุกคนกินอาหารกันเสร็จแล้วพวกเขาจึงเริ่มออกเดินทาง นำโดยกลาดิโอกับคุสโตสพวกเขาทั้งสองเดินนำหน้าตามมาด้วยสเตลล่า วิล และซิลวาที่อยู่ท้ายแถวกลาดิโอกับคุสโตสคอยเดินเปิดทางจัดการกับสิ่งกีดขว้างอย่างพวกหญ้าที่สูงหรือกิ่งไม้ที่ขว้างทางพร้อมทั้งมองและฟังเสียงที่ผิดปกติอยู่ตลอดเวลาวิลนั้นเพื่อที่จะไม่เป็ภาระสำหรับทุกคนในกลุ่มเขาจึงคอยสังเกตจากการเดินของทุกคนแต่คงเพราะว่าเดิมทีแล้วเขาไม่เคยเดินทางผจญภัยในป่าแบบนี้มาก่อนมันจึงทำให้เขาแลดูเหนื่อยกว่าคนอื่นมากจนเขาแทบจะหายใจไม่ทันแต่กลับมีคนหนึ่งที่คอยหันมามองดูเขาบ่อยๆด้วยความเป็ห่วง
“ท่านพี่พวกเราพักกันก่อนสักหน่อยดีมั้ย?”
“หือนี้เ้าเป็ห่วงเ้าเบ๊ขนาดนั้นเลยเหรอ?”
“เปล่านะ! พะ...พอดีวันนี้อากาศร้อนกับทางไม่ค่อยดีข้าเลยเหนื่อยกว่าปกตินะ”
กลาดิโอหรี่ตามองสเตลล่าที่พยายามทำท่าทางว่าตัวเองเหนื่อยๆเขามองข้ามหลังเธอเพื่อมองดูวิลที่มีอาการไหล่ตกคอตกหายใจถี่
“งั้นเ้ากับเ้าเบ๊พักแถวนี้กันก่อนละกันข้า คุสโตสกับซิลวาจะแยกกันออกไปสำรวจแถวนี้”
“ชิ!”
“เอาน่าคุสโตสยังไงเราก็ต้องทำการสำรวจอยู่แล้ว”
ซิลวาเข้าไปตบไหล่ที่มีเกราะคุมอยู่ของคุสโตสเพราะเขาเดาะลิ้นอย่างไม่พอใจที่พวกเขาต้องมาหยุดพักเพราะวิลทั้งที่ปกติพวกเขาไม่จำเป็ต้องรีบหยุดพักให้เสียเวลาแล้วทั้งสามคนก็เดินแยกย้ายไปกันคนละทาง ทิ้งให้สเตลล่ากับวิลนั่งพักกันอยู่ใต้ร่มไม้
“เ้าไหวหรือเปล่า?ดื่มน้ำหน่อยมั้ย”
สเตลล่ายื่นถุงน้ำให้วิลเขารีบรับมาดื่มในทันทีสเตลล่านั่งเอามือเท้าคางมองวิลที่กำลังกินน้ำด้วยความหิวกระหายเธอทำสีหน้าเหนื่อยหน่ายปนเป็ห่วง
“ฮ้า....ขอบคุณมากที่เป็ห่วงผมและยอมให้หยุดพักนะ”
“ที่จริงแล้วหากเ้าเหนื่อยก็บอกได้นะ”
“แต่ว่ายังไงผมก็เป็คนที่ขอร่วมเดินทางมาเองถ้าต้องเป็ตัวถ่วงอยู่แบบนี้คงถูกทุกคนทิ้งแน่ๆ”
วิลคิดถึงฝันเมื่อคืนขณะที่ร่วมเดินทางกันมันทำให้เขาเริ่มตะหนักว่ายังไงเขาก็แค่คนแปลกหน้าสำหรับคนอื่นในกลุ่มหากเกิดอะไรขึ้นก็คงไม่แปลกหากเขาจะโดนปล่อยทิ้งไว้คนเดียวเหมือนอย่างในฝันเขาจึงพยายามเดินตามทุกคนแม้จะไม่ชิน จนเขาเหนื่อยมาก
“เฮ้อเ้าก็คิดมากเกินไปแล้ว ถึงพวกข้าจะเป็นักผจญภัยที่ทำงานเพื่อเงินก็เถอะแต่พวกข้านั้นก็ยอมให้เ้าเข้ากลุ่มร่วมเดินทางมาด้วยกันแล้วมันคงไม่แปลกหากจะนับว่าเ้าเป็เพื่อนเป็พรรคพวกเดียวดันแล้วซึ่งแปลว่าพวกข้าจะไม่ทิ้งเ้าอย่างแน่นอน”
“งะ...งั้นเหรอ”
“อืมดูอย่างพี่ชายข้าสิ เขาเห็นสภาพเ้าแล้วยังไม่บ่นสักคำ แถมยังให้เ้าได้พักด้วยถึงจะดูขี้เล่นแบบนั้นแต่พอถึงเวลาจริงจังก็ทำต้องจริงจังสมกับเป็หัวหน้ากลุ่มเลยนะ”
“สำหรับคนแปลกหน้าแล้วจู่ๆโดนนับว่าเป็เพื่อนมันก็เขินหน่อยๆนะ ผมจะพยายามปรับตัวให้ทันละกันจะได้ไม่ต้องมีปัญหาเพราะผม โดยเฉพาะคุสโตสที่เหมือนจะไม่ชอบหน้าผมสักเท่าไร”
“คุสโตสออกจะเป็คนดีนะเขาคงไม่คิดกับเ้าแบบนั้นหรอก”
วิลได้แต่หัวเราะแห้งๆกับคำตอบของสเตลล่าทำให้เขาพอจะรู้แล้วว่าทำไมสเตลล่าถึงกล้าทำดีกับเขาโดยไม่สนสายตาที่คุสโตสมองดูวิลแบบไม่เป็มิตรเท่าไรวิลเริ่มเข้าใจเลยว่าสเตลล่าที่ดุเหมือนจะฉลาดและใจดีก็ยังมีด้านที่ซื่อบื้ออย่างเด็กสาวปกติทั่วไปเหมือนกัน
“วี้ดดดดดดดดดดดด”
เกิดเสียงแหลมดังยาวมาจากในป่าสเตลล่ารีบมองหาต้นเสียงทันที วิลได้แต่นั่งงงกับเสียงที่ดังมาและท่าทางของสเตลล่า
“ตามข้ามาเร็วๆแต่เงียบๆนะ”
สเตลล่าบอกวิลแล้วเธอก็วิ่งออกไปโดยเธอพยายามวิ่งหลบต้นไม้กิ่งไม้เพื่อทำให้เกิดเสียงน้อยที่สุด วิลที่วิ่งตามมาติดๆก็ได้แต่ทำตามเธอเขาสังเกตเห็นท่าทางการวิ่งของเธอทำให้รู้ว่าเธอคำนึงถึงสิ่งที่ทำให้เกิดเสียงทุกก้าวย่างเขาจึงตามรอยเท้าเธอจนเหมือนรอยเท้าของคนคนเดียวมันทำให้เขาเข้าใจจุดประสงห์ในการวิ่งของเธอทันทีเพราะมันทำให้เกิดเสียงน้อยมาก พวกเขาวิ่งมาได้สักห้านาทีสเตลล่าลดความเร็วลงพร้อมกับก้มต่ำหลบอยู่หลังพุ่มไม้วิลที่พยายามวิ่งตามเป็หมาหอบแดดแต่ก็ยังพยายามจะเก็บอาการไว้ไม่ให้เกิดเสียงหายใจแรงๆจนเกินไปก็รีบหยุดวิ่งตามเธอถึงแม้จะไม่เข้าใจการกระทำของเธอก็เถอะเธอรีบหันซ้ายหันขวาเพื่อมองหาอะไรบางอย่าง ตอนนั้นเองได้มีเสียงผิวปากดังมาจากบนต้นไม้เยื้องไปจากจุดที่สเตลล่ากับวิลหลบอยู่โดยคนที่ผิวปากก็คือซิลวานั้นเอง พอเธอเห็นว่าสเตลล่ากับวิลมองเห็นเธอแล้วเธอก็ทำมือเป็ท่าต่างๆ แล้วสเตลล่าก็พยักหน้าเหมือนจะเข้าใจในท่าทางนั้น
“เดี๋ยวๆนั้นคืออะไร? อย่าทำเป็เข้าใจกันแค่สองคนสิ”
“ชู่!.....เบาๆหน่อย เมื่อกี้เป็สัญญาณมือของพวกข้านะที่ซิลวาบอกมาคือ มีฝูงหมาป่า “ดาร์ควูลฟ์” ห้าตัวที่พวกข้าตามหาอยู่ด้านนูนแล้วพี่ข้ากับคุสโตสกำลังเข้ามาสมทบจากด้านตรงข้ามกับพวกเรา”
“งะ..งั้นเหรอแล้วพวกเราต้องทำยังไงถึงจะจัดการกับพวกมันได้ล่ะ?”
“ระหว่างที่พี่ข้ากำลังมาข้าจะอธิบายวิธีการต่อสู้ของกลุ่มนักผจญภัย “ดาบเหล็กสีชาด” ให้เ้าฟัง”
“คุสโตสคือผู้พิทักษ์ที่คอยยั่วยุศัตรูแล้วรับการโจมตีทุกอย่างไว้ส่วนพี่ข้าที่เป็นักดาบจะใช้จังหวะนั้นโจมตีกลับไปข้ากับซิลวาจะคอยสนับสนุนจากแนวหลัง ซิลวาเป็พรานจะโจมตีระยะไกลด้วยธนูอาจจะหลอกล่อหรือจัดการศัตรูได้ด้วย ข้าที่เป็นักเวท’จะใช้เวท’สนับสนุนการโจมตีหรือเพิ่มพลังให้กับทุกคนก็ได้เพราะงั้นเ้าที่พึ่งเดินทางมากับพวกข้า ก็คอยดูอยู่ห่างๆไปก่อนหากไม่รู้แนวการโจมตีของพวกข้า เ้าอาจจะโดนลูกหลงในการต่อสู้เอาได้”