เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นภรรยาชาวสวนผู้กล้าหาญ (จบแล้ว)

    เล่มที่ 3 บทที่ 83 หวาดกลัว

            หลิวจือโม่ฟังหลี่ชิงหลิงแล้วก็พาเด็กชายทั้งสามไปทำความสะอาดเนื้อตัว

            เมื่อพวกเขาเห็นหมีที่ถูกหลี่ชิงหลิงยิงจนพรุนก็อ้าปากค้าง โหดเหี้ยมจริงๆ

            อย่างไรก็ตาม หมีสมควรตายแล้ว

            หากไม่ใช่มันตายก็เป็นพวกเขาที่ต้องตาย

            "พี่ใหญ่ ทำ… ทำยังไงดี?” หลุมลึกขนาดนี้จะเอาขึ้นมาอย่างไร?

            หลิวจือโม่พยายามทำให้จิตใจมั่นคงจึงพูด "ฝังเถอะ!" หมีตัวใหญ่มาก พวกเขาคงไม่สามารถยกมันขึ้นมาได้ คงทำได้แต่ฝังมันโดยตรง

            หมีเลือดออกมาก กลิ่นก็คาวคลุ้ง หากไม่รีบฝังละก็ คงจะดึงดูดสัตว์ร้ายตัวอื่นๆ มา

            หากดึงดูดมาจริงๆ พวกเขาคงไม่สามารถจัดการได้แล้ว

            เมื่อเห็นสีหน้าที่จริงจังของหลิวจือโม่ หลิวจือเยี่ยนและคนอื่นๆ ก็ตอบรับ แล้วเตรียมฝังหมี

            แต่เมื่อหลี่ชิงเฟิงเห็นลูกศรบนร่างของหมีก็อดไม่ได้ “พี่จือโม่ ไม่เอาลูกศรของพี่แล้วหรือ นี่เป็นลูกธนูทั้งหมดที่พี่เขามีเลย" หากเจอสัตว์ร้ายอื่นๆ อีกคงต้องนั่งรอตายจริงๆ แน่

            มือของหลิวจือโม่หยุดชะงัก มองลูกธนูบนร่างหมีแล้วขมวดคิ้ว บอกให้เด็กทั้งสามหยุด

            “ข้าจะลงไปเอาลูกธนูกลับมา” การอยู่ในภูเขาลึกและป่าทึบนั้นมีธนูจะปลอดภัยกว่า

            หากอนาคตมีสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันอีก หลี่ชิงหลิงจะสามารถใช้ธนูต่อสู้ได้ หากมีมันคงไม่ถึงขั้นไร้พลัง

            เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ หลิวจือโม่ก็ยิ่งมุ่งมั่นที่จะลงไปดึงลูกศรออกมา

            “พี่ใหญ่จะลงไปจริงๆ หรือ” ดวงตาของหลิวจือเยี่ยนเต็มไปด้วยความกังวล

            หลิวจือโม่ตอบรับและขอให้หลิวจือเยี่ยนกลับไปที่ถ้ำเพื่อเอาเชือกมา

            เขาต้องการที่จะผูกเชือกหย่อนตัวเองลงไป มิฉะนั้นลงไปมือเปล่าแล้วจะกลับขึ้นมาไม่ได้

            หลิวจือเยี่ยนไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากวิ่งกลับถ้ำเพื่อไปเอาเชือกอย่างเชื่อฟัง เมื่อหลี่ชิงหลิงเห็นก็ถามว่าเอาเชือกไปทำอะไร?

            เขาพูดด้วยสีหน้าเศร้าๆ ว่าหลิวจือโม่ต้องการลงไปในกับดัก และดึงลูกธนูทั้งหมดออกจากร่างของหมี

            เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่ชิงหลิงก็ขมวดคิ้ว ถอนหายใจและขอให้หลิวจือโหรวดูแลน้องสาว ส่วนตัวนางเองลุกขึ้นเดินออกไป

            หลิวจือเยี่ยนเดินตามหลังไปติดๆ

            ทันทีที่เห็นเด็กสาวลงมา หลิวจือโม่ก็ถามว่ามาทำไม? ไม่ใช่ว่าต้องดูแลน้องสาวหรือ?

            "ข้าขอให้โหรวโหรวช่วยดูให้” หลี่ชิงหลิงอธิบาย ก่อนจะหันไปมองหมีที่ถูกยิงตาย นางยิงลูกธนูไปเยอะมากจนเลือดย้อมกับดักให้แดงฉาน

            กลิ่นเลือดแรงขนาดนี้ ถ้ายังมัวชักช้าคงดึงดูดสัตว์ร้ายตัวอื่นมาแน่

            เด็กสาวผูกเชือกรอบเอวอย่างเด็ดขาด และขอให้หลิวจือเยี่ยนผูกปลายอีกด้านหนึ่งไว้กับต้นไม้ใกล้ๆ

            เมื่อเห็นท่าทางของนาง หลิวจือโม่ก็รู้ว่านางต้องการลงไป เขาจึงห้ามและบอกว่าจะลงไปเอง

            หลังจากถูกหลิวจือโม่จ้อง หลิวจือเยี่ยนก็ก้มหัว ในใจตนอยากให้หลี่ชิงหลิงเกลี้ยกล่อมพี่ใหญ่ ใครจะไปรู้ว่าหลังได้ยินจะนางจะออกโรงเสียเอง

            เขารู้สึกผิดมาก

            "ข้าลงไปเอง เรื่องแค่นี้เจ้าไม่ต้องทำหรอก เจ้าไปพักผ่อนเถอะ" หลิวจือโม่พูดและกำลังจะปลดเชือกที่มัดตัวของหลี่ชิงหลิง แต่หลี่ชิงหลิงกลับขยับตัวหลบ

            นางยิ้มและบอกว่าตนเองตัวเบา ลงไปได้ง่าย

            สิ้นเสียงก็ค่อยๆ ร่อนตัวลงไปตามขอบกับดัก

            หากหมีไม่มีลูกธนูบนร่างกาย นางคงกระโดดลงมาตรงๆ ได้

            แต่ลูกธนูเยอะขนาดนี้ นางกลัวว่ากระโดดลงไปแล้วจะบาดเจ็บเข้า

            นางจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากลงมาอย่างช้าๆ

            หลิวจือโม่เหลือบมองหลิวจือเยี่ยน "คัดตัวอักษรตัวใหญ่ห้าสิบตัว" พูดจบก็ไม่สนใจเขา สายตาจ้องลูกธนูบนร่างหมีแทน

            หลิวจือเยี่ยนไม่กล้าคัดค้านจึงได้แต่พยักหน้าอย่างขมขื่น

            ถ้าเขารู้ว่าหลี่ชิงหลิงจะลงไปเอง เขาคงไม่โง่บอกนาง

            ทีนี้ถูกพี่ใหญ่ลงโทษเลย

            เขาเศร้าจริงๆ!

            หลี่ชิงหลิงดึงลูกธนูด้านล่างออกมาอย่างระมัดระวัง กลัวว่าหากดึงเร็วเกินไป เลือดของหมีจะพุ่งกระฉูดมาโดนตัว

            ถ้านางมีลูกธนูมากกว่านี้ คงไม่ต้องลำบากมาดึงแบบนี้

            น่าเสียดายที่นางมีลูกธนูไม่มากนัก จึงต้องทำสิ่งที่บั่นทอนจิตใจเช่นนี้

            หลังดึงลูกธนูทั้งหมดออกจากร่างของหมีสำเร็จ นางมองหมีแล้วเงยหน้าขึ้นบอกให้หลิวจือโม่ส่งมีดมา

            หากเป็นแต่ก่อน หมีตัวนี้คงสามารถขายได้เงินจำนวนมาก แต่ตอนนี้นางทำได้เพียงตัดอุ้งเท้าของหมีออกแล้วฝังมันไว้ที่นี่

            หลิวจือโม่รีบวิ่งกลับไปที่ถ้ำอย่างรวดเร็ว กลับมาพร้อมมีดแล้วโยนลงไปให้หลี่ชิงหลิงโดยตรง เขารู้ว่าหลี่ชิงหลิงต้องการจะตัดเท้าหมี

            อุ้งเท้าหมีเป็นของดี บำรุงร่างกายได้ดีมาก

            หลังจากที่หลี่ชิงหลิงได้รับมีดก็ตัดอุ้งเท้าของหมีทั้งสี่ออกอย่างเรียบร้อย ทำให้ร่างกายเปื้อนเลือดของหมีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

            แต่ตอนนี้นางไม่มีเวลาไปสนใจแล้ว นางถืออุ้งเท้ามันและขอให้พวกหลิวจือโม่ดึงตนขึ้นไป

            ทันทีที่เด็กสาวออกจากกับดักก็รีบขอให้พวกหลิวจือโม่ฝังกับดักอย่างรวดเร็ว

            กลิ่นเลือดแรงขึ้นเรื่อยๆ จนนางรู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่ง!

            นางวิ่งกลับไปที่ถ้ำ หลังจากวางอุ้งตีนหมีแล้วก็แทบรอไม่ไหวที่จะวิ่งลงไปร่วมทีมถมดิน

            เมื่อเห็นสีหน้าร้อนรนของหลี่ชิงหลิง พวกหลิวจือโม่ก็รู้สึกร้อนรนไปด้วย

            ทุกคนเริ่มถมดินอย่างเต็มกำลัง ใช้เวลาไม่นานนักก็ถมกับดักจนเต็ม

            หลี่ชิงหลิงทำให้ดินหนาขึ้นอีก กลัวว่าสัตว์ป่าจะได้กลิ่นเลือดและขุดร่างของหมีออกมา

            หลังจากทำทั้งหมดนี้เสร็จ ร่างกายที่ตึงเครียดของนางก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย

            นางเช็ดเหงื่อเย็นๆ จากหน้าผาก บอกพวกหลิวจือโม่ให้กลับไปที่ถ้ำ

            ต้องกันไว้ก่อน ไม่อยู่ตรงนี้จะดีกว่า

            ท่าทางระแวดระวังของนางทำให้พวกหลิวจือโม่ไม่กล้าผ่อนคลาย พวกเขาเก็บข้าวของและวิ่งกลับไปที่ถ้ำ

            ทันทีที่หลี่ชิงหลิงกลับมาที่ถ้ำก็เปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปื้อนเลือดแล้วแช่ไว้ในถังและซักจนสะอาด

            หลังจากตากผ้าเสร็จจึงทรุดตัวลงบนเตียง

            เด็กสาวเหนื่อยมาก นอนนิ่งเป็นอัมพาตบนเตียง หลังจากนั้นไม่นานนักก็ผล็อยหลับไป

            เมื่อเห็นนางเหนื่อยขนาดนี้ หลิวจือโม่ก็ทุกข์ใจมาก เขาบอกเด็กๆ ว่าอย่าพูดคุยเสียงดัง เดี๋ยวจะรบกวนจนนางตื่น

            เด็กๆ พยักหน้าอย่างเชื่อฟัง ทำอะไรก็ระมัดระวัง ไม่กล้าส่งเสียงดัง

            แต่หลี่ชิงหลิงหลับได้ไม่นานก็ได้ยินเสียงคำรามของอาหวงและตื่นขึ้น

            นางลุกขึ้นอย่างระมัดระวัง "อย่าส่งเสียง" นางพูดด้วยสีหน้าจริงจังและวิ่งไปที่ปากถ้ำอย่างแผ่วเบา

            เด็กสาวมองออกไปอย่างระมัดระวัง เห็นเสือดาวซึ่งกำลังสบตากับอาหวง

            บ้าจริง กลิ่นเลือดของหมีดึงดูดสัตว์ร้ายตัวอื่นจริงๆ หลี่ชิงหลิงสาปแช่งในใจและก้มมองโดยไม่กล้ากะพริบตา

            หลิวจือโม่หยิบคันธนูและลูกธนูของนางมาให้ ตาก็จับจ้องสถานการณ์ด้านล่าง

            เขาไม่กล้าแม้แต่จะหายใจเสียงดังเพราะกลัวเสือดาวจะได้ยิน

            หมีจบลงแล้ว กลายเป็นเสือดาวต่อ เขาตกใจจนเลิกตกใจแล้ว

            อาหวงคำรามใส่เสือดาวอีกครั้ง เมื่อเสือดาวกำลังจะพุ่งเข้าใส่ จู่ๆ อาไป๋ก็วิ่งเข้ามา

            ทันทีที่มันยืนอยู่ข้างอาหวง เสือดาวก็เหมือนจะรู้ว่ามันสู้เสือสองตัวไม่ไหว มันหันหลังกลับและวิ่งหนีไป

            ความเร็วนั้นเร็วมาก มันหายไปในพริบตา อาไป๋ขยับอุ้งเท้าไล่ตามไป

            อาหวงคำรามอีกสองครั้ง แต่ไม่ไล่ตาม มันปีนขึ้นมาทางถ้ำ เมื่อเห็นหลี่ชิงหลิงก็รีบวิ่งมาอ้อนอย่างตื่นเต้น

            หลี่ชิงหลิงลูบหัวใหญ่ของมันและกล่าวขอบคุณ

            ถ้าไม่ใช่เพราะอาหวง เสือดาวคงไม่จากไปง่ายๆ หากมันปีนขึ้นมาบนถ้ำจริง ๆ นางไม่มีความมั่นใจว่าจะสามารถยิงสังหารมัน

            อาหวงถูกหลี่ชิงหลิงลูบจนส่งเสียงสองครั้ง ท่าทางดูสบายมาก

            "อาไป๋ไล่ตามไปจะไม่เป็นไรใช่ไหม" หลี่ชิงหลิงถามอาหวงอย่างเป็นห่วง แม้ว่านางจะไม่ได้อยู่กับอาไป๋นานนัก แต่มันเป็นภรรยาของอาหวง ดังนั้นนางจึงแอบเป็นห่วงเช่นกัน

            อาหวงส่งเสียงอีกครั้ง และอยู่ข้างๆ นางต่อไปโดยไม่กังวลมากนัก

            มันตัดสินใจที่จะอยู่ปกป้องที่นี่ กลัวว่าจะมีใครรู้จักที่ทางโผล่มารบกวนพวกหลี่ชิงหลิง

            เมื่อเห็นท่าทางกล้าหาญของอาหวง หลี่ชิงหลิงก็ไม่พูดอะไร นางลูบหัวมันแล้วหัวเราะ “วันนี้ลำบากอาหวงแล้วนะ ไว้คราวหน้าจะตอบแทนเจ้าด้วยของอร่อย" ถ้าไม่มีอาหวงและอาไป๋ นางคงฆ่าหมีไม่ได้ง่ายๆ

            เพื่อเห็นแก่ฮีโร่ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสองนี้ นางจะทำอาหารอร่อยๆ ให้พวกมันกินด้วยตัวเอง

            ทันทีที่อาหวงได้ยินว่ามีของอร่อย ดวงตาที่มีความสุขก็แทบหรี่ปิด มันยืดหัวไปดุนหลี่ชิงหลิง ขอให้นางไปทำเดี๋ยวนี้

            มันวิ่งมานานแล้วจึงหิวมาก อีกทั้งยังโหยอยากกินอาหารฝีมือหลี่ชิงหลิงด้วย

            "เจ้าเสือตะกละ จะไปทำให้เดี๋ยวนี้ รออยู่ตรงนี้อย่างเชื่อฟังนะ" หลี่ชิงหลิงเข้าใจว่าอาหวงหมายถึงอะไรจึงหัวเราะพลางแตะจมูกมัน

            หลังอาไป๋มาถึงก็เลียนแบบตามอาหวงไปอย่างผิดๆ ไปด้วย ตราบใดที่มีเนื้อสุก มันก็จะไม่กินเนื้อดิบ

            เสือสองตัวนี้มักจะไปล่าไก่และกระต่ายป่ากลับมาขอให้นางทำอาหารให้

            หากมีเสือจอมตะกละสองตัวนี้ พวกนางก็คงไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีเนื้อกิน

            โชคดีที่นางตัดสินใจมาที่ภูเขาซง มิฉะนั้นต่อให้อยากกินอาหารดีๆ สักมื้อก็คงไม่มีด้วยซ้ำ

            เสียแต่นางกลัวมากว่าวันหนึ่งน้ำภูเขาซงจะหมดไป หากถึงตอนนั้นคงแย่จริงๆ แน่

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นภรรยาชาวสวนผู้กล้าหาญ (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371