“ถ้าหากว่าเราสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้โดยที่ไม่ทำให้ใครเจ็บปวดได้ก็คงดี”
มินามิวิ่งห้อมาได้ไกลแล้วนับตั้งแต่ตอนที่อาโออิไล่เธอออกมา เด็กสาวไต่ไปตามระเบียงทางเดินที่ถูกระเบิด เหลือเพียงทางเดินคดเคี้ยวง่อนแง่นให้เธอก้าวไปได้อย่างเชื่องช้าพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่มองลงไปยังพื้นเบื้องล่างที่อยู่ห่างลงไปหลายสิบเมตรเธอไม่อยากนึกสภาพตัวเองตอนที่ตกลงไปข้างล่างเลยอาโออิจะรู้สึกอย่างไรถ้าเธอตายเพราะพลัดตกจากปราสาทไม่ได้ตายเพราะน้ำมือของใครบางคนอย่างที่เขากังวล
แต่บางทีเป็นอย่างหลังอาจจะดีเสียกว่า นี่ก็ผ่านมานานมากแล้วนับตั้งแต่ตอนที่เธอแยกจากอาโออิมาเด็กหนุ่มไม่ได้ตามเธอมาเลย อันที่จริงเด็กสาวรู้สึกว่าในรัศมีรอบตัวเธอหลายร้อยเมตรนี่ไม่มีใครอยู่เลยสักคนแม้จะได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นอยู่รอบตัว แต่มันก็ไกลจากตัวเธอมากที่ใกล้ที่สุดคงเป็นอีกฟากของปราสาท สถานที่ที่เธอเพิ่งจากมา
อากาศรอบข้างเย็นลงเรื่อยๆมินามิหนาวจนตัวสั่นขณะที่พยายามวิ่งไปให้ถึงหอคอยตามที่อาโออิบอกเธอไม่เข้าใจว่าทำไมอาโออิถึงอยากให้เธอไปที่นั่นเด็กสาวไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับหอคอยทางทิศตะวันตกอยู่เลยทุกครั้งที่นึกถึงสถานที่แห่งนั้นเธอจะปวดหัวจนแทบคิดอะไรไม่ออกครั้งหรือสองครั้งที่เด็กสาวสลบเพราะเห็นภาพอะไรบางอย่าง หอคอยที่ถูกทิ้งร้าง สวนหลังปราสาทและเสียงใสไพเราะของใครบางคนที่เธอไม่เคยเห็นหน้า
มินามิไม่รู้ว่าเจ้าของเสียงนั้นเป็นใครเธอไม่เคยเห็นหน้าเด็กคนนั้น ได้ยินแต่เสียงในความทรงจำที่แสนเลือนราง เป็นเสียงที่แสนเศร้าสร้อยแต่ทว่าคุ้นหูและมันก็ทำให้เธอรู้สึกโหยหาทุกครั้งที่ได้ยิน
ตู้ม!
เสียงระเบิดดังขึ้นอยู่ในปราสาทพื้นดินรอบข้างสั่นสะเทือน เด็กสาวเซวูบพยายามเกาะขอบกำแพงที่เต็มไปด้วยตะไคร่น้ำสีน้ำเงินเข้มที่แพร่พันธุ์ปกคลุมไปทั่วทั้งปราสาทเสียงระเบิดหยุดลงก่อนจะตามมาด้วยเสียงของเศษซากปรักหักพังที่ตกลงกระแทกพื้นตามแรงปะทะมินามิกรีดร้องเสียงดังลั่นขณะที่พยายามเอาตัวแนบกำแพงโสโครกแน่นเมื่อผนังอิฐสีหม่นจากห้องพักบนปราสาทด้านบนถล่มลงมาตรงจุดที่เธอยืนอยู่ก้อนอิฐกระแทกเข้ากับบันไดวนตรงหน้าที่เป็นทางลงสู่พื้นด้านล่างก่อนจะหอบเอาทั้งบันไดและเศษซากปราสาทที่อยู่ใกล้ๆหล่นกระแทกพื้นลงไปเสียงดังลั่นพื้นทางเดินที่มินามิยืนอยู่สั่นไหว ก่อนที่เด็กสาวจะรู้สึกตัวว่าเกิดอะไรขึ้นรอยแยกตรงทางเดินก็เริ่มแผ่ขยายตัวออกกว้างจากจุดที่ถูกกำแพงถล่มใส่ไล่มายังที่ที่เด็กสาวยืนอยู่
นัยน์ตาสีม่วงเข้มของเด็กสาวเบิกกว้างมือที่ยึดเกาะกำแพงอยู่นั้นเย็นเฉียบ
“ไม่นะ...”
มินามิพึมพำขาทั้งสองข้างไร้เรี่ยวแรงเมื่อเห็นรอยแยกของทางเดินกำลังพุ่งตรงมาหาเธอ
“ไม่!”
เด็กสาวกรีดร้องเสียงดังลั่นกระโดดลงจากทางเดินอย่างไม่คิดชีวิต ไม่สนแล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของเธอบ้างหลังจากที่ตัดสินใจกระโดดลงจากทางเดินที่สูงเหนือพื้นด้านล่างไปหลายสิบเมตรความกลัวทำให้สมองของเธอหยุดสั่งการภาพสุดท้ายที่เห็นคือเธอกำลังพุ่งลงสู่พื้นด้านล่างด้วยความเร็วสูงและที่พื้นดินด้านล่างนั้นก็มีแต่เศษซากปรักหักพังที่กองอยู่เต็มพื้น
ไม่มีทางรอด...
ตู้ม!
แผ่นหลังของร่างบางปะทะเข้ากับพื้นน้ำอันเย็นเฉียบมินามิลืมตาขึ้น แต่แล้วนัยน์ตาของเธอก็แสบพร่าเมื่อปะทะเข้ากับน้ำทะเลเค็มจัดเด็กสาวสำลักน้ำ เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของตัวเองระหว่างที่เธอกำลังตกลงมาจากระเบียงทางเดินด้านบนปราสาทเธอก็จมอยู่ในน้ำแทนที่จะเป็นกองซากปรักหักพัง เด็กสาวพยายามจะว่ายน้ำแต่ดูเหมือนผืนน้ำที่ห่อหุ้มตัวเธอไว้จะถูกสูบหายไปราวกับมีเครื่องระบายน้ำเครื่องใหญ่ติดตั้งอยู่ใกล้ๆความรู้สึกสุดท้ายคือปลายเท้าของเด็กสาวสัมผัสกับพื้นวินาทีต่อมาเธอก็นั่งหอบอยู่บนพื้น เนื้อตัวเปียกโชกไปด้วยน้ำทะเล
มินามิไอเสียงแหบแห้งเธอกลืนน้ำทะเลเข้าไปอึกใหญ่ ทั้งคอและจมูกแสบพร่าไปด้วยความเค็มเด็กสาวตัวหนาวสั่นเพราะอากาศรอบข้างที่เย็นจัดประกอบกับความชื้นของเสื้อผ้าไม่กี่วินาทีต่อจากนั้นเด็กสาวก็รู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองถูกดึงดูดด้วยเครื่องดูดฝุ่นขนาดใหญ่ความชื้นบนร่างกายเธอหายวับไปราวกับเธอไม่เคยตกลงไปในบ่อน้ำมาก่อนเด็กสาวเงยหน้าขึ้นมาที่มาของพลังประหลาดและเห็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งยืนถือไม้เท้ารูปร่างแปลกตายืนอยู่ตรงหน้าเธอ
“ใครน่ะ!?”
ทั้งคู่พูดขึ้นมาพร้อมกันก่อนที่อีกฝ่ายที่ถือไม้เท้าจะเดินเข้ามาใกล้นัยน์ตาสีมรกตว่างเปล่าคู่นั้นไหววูบก่อนที่มันจะกลับมามีประกายชีวิตอีกครั้งยามสบกับนัยน์ตาสีม่วงใสของเด็กสาวที่นั่งอยู่บนพื้น
“เธอ?”
ฮิวาตาริโทวะ ทวนคำด้วยน้ำเสียงที่ประหลาดใจ
“นายเป็นใคร?”มินามิถามเด็กหนุ่ม ใบหน้าบึ้งตึงและระแวดระวัง
“ผมเป็นผู้พิทักษ์ของเอิร์ธวอเทอร์”โทวะบอก และชี้ไปที่สัญลักษณ์รูปหยดน้ำตรงหน้าอก “คุณคงเป็นพี่สาวของมินาโยะ”
“พี่สาวของใครนะ!?”
มินามิทวนคำซ้ำอีกครั้งอย่างมึนงง
โทวะดูจะประหลาดใจไม่ใช่น้อยที่คนตรงหน้าเขาไม่รู้จักมินาโยะแต่พอพิจารณาสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วเด็กหนุ่มก็เอ่ยเสียงแผ่ว
“ช่างมันเถอะว่าแต่คุณมาทำอะไรที่ตรงนี้ เห็นคนอื่นๆบ้างหรือเปล่า?”
“ฉันไม่เห็นใครทั้งนั้นแหละ!” มินามิบอกด้วยน้ำเสียงขุ่นมัวเห็นได้ชัดว่าเด็กสาวยังไม่ไว้ใจเด็กหนุ่มแปลกหน้าที่เพิ่งจะช่วยชีวิตเธอไว้
“คุณไม่น่ามาอยู่ที่นี่คนเดียวคนอื่นๆรอบตัวคุณหายไปไหน?” โทวะถามอีก
มินามิไม่ตอบคำถาม
โทวะเดินเข้ามาใกล้ท่าทางของเด็กหนุ่มดูเก้ๆกังๆ เขาเดินไม่เต็มเท้าเหมือนคนที่ได้รับบาดเจ็บจากอะไรบางอย่าง มินามิสังเกตเห็นว่ามือข้างที่กำไม้เท้ารูปทรงแปลกตานั่นไม่เหมือนกับมือของมนุษย์แน่นอนว่ามันมีนิ้วครบห้านิ้วแต่ช่องว่างระหว่างนิ้วกลับแทนที่ด้วยพังผืดเหมือนนิ้วของสัตว์น้ำ แถมฝ่ามือนั่นยังแนบติดกับไม้เท้าราวกับจะกลืนกินเป็นเนื้อเดียวกัน
“ผมชื่อฮิวาตาริ โทวะเป็นพวกเดียวกับคุณ ถ้าคนที่อยู่ด้วยกันกับคุณคือพี่มาซารุและผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธฟลาวเวอร์”
เด็กหนุ่มพยายามแนะนำตัวเองด้วยท่าทีสุภาพแม้เขาจะเข้าใจดีว่านี่ไม่ใช่เวลาจะมานั่งทำความรู้จักกับเด็กสาวแปลกหน้านี่เลยเขาต้องรีบตามหามินาโยะ แต่เขาไม่รู้ว่าเธออยู่ที่ไหนและแทนที่เขาจะตามหาเธอพบเขากลับเจอคนที่เขาไม่คาดคิดว่าจะเจอเข้าให้อดีตพี่สาวของมินาโยะที่ทุกคนพูดถึง
เขาไม่เคยเจอเด็กสาวตรงหน้านี่มาก่อนไม่ว่าจะที่โลกนั้นหรือโลกนี้ก็ตาม แต่เค้าโครงของใบหน้า สีตา และความงดงามของเธอที่เหมือนกับมินาโยะอย่างไม่ผิดเพี้ยนนั้นทำให้เขามั่นใจได้ในทันทีเลยว่าผู้หญิงแปลกหน้าที่อยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้คือพี่สาวของมินาโยะไม่ผิดแน่แม้ในโลกใบนี้พวกเธอจะไม่เกี่ยวข้องกันทางพันธุกรรมแต่สายเลือดแห่งเอิร์ธมูนที่ยังคงไหลเวียนอยู่ในตัวของทั้งคู่นั้นไม่ได้เลือนหายไปตามยุคสมัย
มินามิดูจะยังไม่ไว้วางใจเด็กหนุ่มแปลกหน้านี่เท่าไหร่นักแต่ในเมื่อเขารู้จักกับมาซารุและอาโออิ แถมยังเป็นคนที่ช่วยชีวิตเธอไว้ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่เธอต้องสร้างกำแพงขึ้นมากั้นขวาง
“ฉันเพิ่งแยกกับอาโออิมาได้สักพักเธอเห็นเขาบ้างรึเปล่า?” มินามิถาม
โทวะส่ายหน้า“ผมไม่เห็นใครเลยระหว่างที่มาที่นี่ ก่อนหน้านั้นผมอยู่กับเพื่อนก่อนจะแยกกันผมเจอเข้ากับพวกนักรบอเวจีก่อนจะผ่านพวกนั้นมาได้แล้วถึงได้มาเจอคุณ”
“นักรบอเวจี! ใคร?”
“พิงค์น่ะ ผมว่าคุณคงไม่รู้จักหรอก”โทวะบอก “แล้วนี่คุณกำลังจะไปไหน ผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธฟลาวเวอร์สั่งให้คุณทำอะไรรึเปล่า?”
“อาโออิบอกให้ฉันอยู่ใกล้หอคอยเข้าไว้”มินามิบอกพลางเงยหน้าขึ้นมองยอดหอคอยทางทิศตะวันตกที่ถูกห้อมล้อมด้วยป่าสีดำทมิฬไม่ไกลออกไป
โทวะนึกเงียบไปราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่างก่อนที่เด็กหนุ่มจะเดินเข้าไปช่วยพยุงเด็กสาวให้ลุกขึ้น
“พอเดินไหวรึเปล่า?” โทวะถาม
“ฉันไม่เป็นไร”มินามิปฏิเสธเสียงแผ่ว
“ผมจะพาคุณไปที่นั่นบางทีเธออาจจะอยู่ที่นั่นด้วย”
“เด็กผู้หญิงที่เธอพูดถึงเมื่อกี้น่ะเหรอ?”
“ใช่”โทวะตอบรับ ก่อนจะออกเดินนำเธอมุ่งหน้าไปยังหอคอยที่ตั้งเด่นอยู่ตรงหน้า
มินามิเดินตามเด็กหนุ่มไปเฝ้ามองแผ่นหลังกว้างของคนที่กำลังเดินนำเธออยู่ แล้วจู่ๆเด็กสาวก็เอ่ยถาม
“เธอเป็นอะไรกับเด็กคนนั้น?”
“ผมเป็นเพื่อนของเธอ”โทวะตอบ โดยที่ไม่หันมามองเด็กสาว “ถ้าเป็นไปได้ผมก็อยากให้คุณกับเธอได้เจอกันผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างระหว่างที่อยู่เอิร์ธมูน แต่ว่า... ตอนนี้เธอทรมานเพราะเรื่องของคุณมากถ้าได้พบกันอีกครั้ง ผมหวังว่าทุกอย่างคงจะดีขึ้น”
“เธอบอกว่าฉันเป็นพี่สาวของเด็กคนนั้นอย่างงั้นเหรอ?”มินามิถามกลับ
“ผมเดาว่าคุณคงจำเธอไม่ได้ด้วยเหตุผลเดียวกับที่เธอจำคุณไม่ได้”โทวะบอก “แต่เห็นหน้าแล้วคุณคงจะรู้เอง”
มินามิไม่เข้าใจความหมายที่เด็กหนุ่มเขาพูดเหมือนเขารู้อะไรบางอย่างทั้งที่มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเธอโดยตรงแต่ทำไมเธอถึงไม่รู้อะไรเลยอาโออิไม่เคยบอกอะไรกับเธอ มาซารุก็ด้วยแต่ทั้งที่เป็นอย่างนั้นกลับมีคนมากมายที่รู้เรื่องของเธอเด็กสาวรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนนอก และเธอก็เกลียดการถูกทิ้งไว้ข้างหลังเอามากๆ
“เล่าเรื่องของเด็กคนนั้นให้ฉันฟังหน่อยสิ”
มินามิบอกกับโทวะขณะที่เดินตามหลังเขาผ่านลานกว้างด้านหน้าปราสาทความสนใจต่อเด็กสาวอีกคนที่อยู่ในคำพูดของเด็กหนุ่มทำให้เธอไม่ทันได้สังเกตเห็นความคุ้นเคยของสถานที่ที่เธอกำลังเดินผ่าน
“เธอเป็นเด็กผู้หญิงที่หน้าตาคล้ายกับคุณมาก”โทวะว่า สีหน้าระแวดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา “เธอใจดี อ่อนโยนแต่บางครั้งก็ทำตัวน่ารำคาญ แต่ผมคิดว่านั่นเป็นเสน่ห์ของเธอ”
น้ำเสียงที่เอ่ยถึง‘เพื่อน’ ตามที่เด็กหนุ่มกล่าวอ้างนั้นดูจะไม่ใช่เสียงที่อัดแน่นไปด้วยความรู้สึกที่คำนึงถึงคนที่เป็นได้แค่‘เพื่อน’ เพียงเท่านั้นเลยมินามิรู้ว่ามันเป็นการเสียมารยาท แต่ก็อดที่จะถามออกไปไม่ได้
“เธอชอบเด็กคนนั้นเหรอ?”
ใบหน้าเลือนรางของเด็กสาวตัวน้อยในชุดกระโปรงยาวสีขาวลอยผ่านเข้ามาในความทรงจำ
โทวะไม่ตอบคำถามนั้น
“ผมไม่อยากให้มันพังลงไป”เขาว่า “ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมพยายามรักษามันไว้ ผมไม่อยากให้มันพังทลายเพราะความลังเลใจของผม”
เขาไม่เคยบอกเรื่องนี้กับมาโมรุ
คำสารภาพในห้องพักผู้ป่วยนั้นมีคำโกหกเก็บซ่อนอยู่แต่มันคงจะดีกว่าที่จะให้มาโมรุหรือใครรู้และเขาเลือกที่จะปล่อยให้มันเป็นอย่างนั้น เด็กหนุ่มพยายามบอกกับตัวเองว่ามันเปล่าประโยชน์ที่จะกลับไปคิดถึงเรื่องราวเก่าๆเขาทำมันลงไปแล้ว ทำร้ายเธอคนนั้นด้วยมือคู่นี้ นั่นคือความผิดที่ไม่อาจให้อภัยได้มีความรู้สึกมากมายเก็บซ่อนอยู่ในนั้นและเขาหวังว่าสักวันความรู้สึกนั้นจะเบาบางลงไป
“ผมไม่รู้ว่าคุณจะเข้าใจมันไหม?ความสัมพันธ์ที่รู้ตั้งแต่เริ่มแล้วว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ก็ยังทำให้... เธอเจ็บปวด”
โทวะหันมามองเธอ
เด็กหนุ่มจ้องลึกเข้ามาในนัยน์ตาสีม่วงใสคู่นั้นกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วเขาเคยเห็นมันสะท้อนอยู่บนใบหน้าของมินาโยะทุกครั้งที่ที่นัยน์ตาของเธอเปลี่ยนสี บุคลิกของเธอก็จะเปลี่ยนไปแต่แบบไหนคือตัวตนที่แท้จริงของเธอกันแน่นะ?นัยน์ตาสีฟ้าสดใสร่าเริงที่เคยเห็นอยู่เป็นประจำก็ดูสวยดีอยู่หรอกแต่บางครั้งเวลาที่ตาของเธอเปลี่ยนสีเขาก็คิดว่าสีม่วงนั้นก็ดูเข้ากับเธอดีเหมือนกันหรือแม้แต่ตอนที่เธอถูกครอบงำด้วยนัยน์ตาสีแดงสดเหมือนกับมาโมรุเขาก็ยังรู้สึกว่ามันช่างเป็นนัยน์ตาที่ส่องประกายเหลือเกิน
“นี่”มินามิเรียกโทวะ “แล้วเด็กคนนั้นชอบเธอหรือเปล่า?”
นัยน์ตาของมินามิไม่ได้สะท้อนภาพของโทวะแต่กลับมีประตูไม้บานใหญ่ปรากฏขึ้นอยู่ตรงหน้าแทนที่เด็กหนุ่ม
“ไม่รู้สิ...แต่บางทีเธออาจจะรู้ตัวแล้วก็ได้ว่าผมไม่ใช่คนที่เธอรัก”
“ทำไมล่ะ?”
มินามิเห็นตัวเองในอดีตอันแสนห่างไกลกำลังยืนอยู่หน้าประตูบานใหญ่ซึ่งมันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับบทสนทนาหรือสภาพแวดล้อมที่เธอกำลังอยู่ในตอนนี้เลย
น้ำเสียงของเด็กหนุ่มฟังแล้วเหมือนห่างไกลออกไป
“ของที่รับฝากไว้สักวันเขาก็ต้องมาเอามันคืนกลับไป..”
จะช่วยอยู่ดูแลให้จนกว่าเวลานั้นจะมาถึง...
มินามิเพิ่งรู้สึกตัวว่าเธอมองไม่เห็นภาพตรงหน้าอีกต่อไปมีม่านหมอกสีขาวขุ่นลอยขึ้นมาบดบังระหว่างเธอกับเด็กหนุ่มตรงหน้าไว้เธอมองไม่เห็นทางข้างหน้า เสียงที่ดังก้องอยู่ในหัวแวบผ่านเข้ามา
มีภาพบางอย่างแจ่มชัดขึ้นมาในความทรงจำไม่ใช่ภาพของลานหินกว้างด้านหน้าปราสาทที่เธอกำลังเดินผ่าน ไม่ใช่ภาพใบหน้าของเด็กหนุ่มที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าเธอแต่มันเป็นภาพของประตูไม้บานใหญ่สีน้ำตาลหม่นบนยอดหอคอยสูง มีตัวเธอกำลังยืนอยู่หน้าประตูบานนั้นฝ่ามือและใบหน้าแนบไปกับบานประตูใหญ่ น้ำตาไหลอาบแก้มความรู้สึกที่บีบรัดหัวใจก่อตัวขึ้นมาอย่างรุนแรงมินามิกระซิบใส่ประตูด้วยความรู้สึกที่ปวดร้าว เป็นคำพูดซ้ำๆที่ราวกับจะอ้อนวอนให้คนเบื้องหลังประตูนั้นได้ยิน
‘ขอโทษ... พี่ขอโทษ...’
‘ออกไปจากที่นี่เถอะค่ะแล้วหนูสัญญาว่าจะไม่ออกไปไหนอีก’
‘พี่ขอโทษ... เบริลน่า...พี่ไม่ได้ต้องการให้มันเป็นแบบนี้’
‘หนูไม่อยากจะเห็นหน้าใครอีกแล้ว... ช่วยออกไปที’
‘พี่ขอโทษ...’
“ฉัน...ขอโทษ...”
“เป็นอะไรรึเปล่า?”โทวะเอ่ยถาม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นต่อหน้าเขานั้นกลับเป็นภาพเหตุการณ์ที่เขาแสนคุ้นเคยร่างของเด็กสาวตรงหน้าเขาแข็งทื่อนัยน์ตาสีม่วงใสของเธอเบิกโพลงกว้างและไร้ประกายชีวิต จู่ๆเรือนผมสีน้ำตาลทองของเธอก็โบกสะบัดทั้งที่บรรยากาศรอบข้างไร้ซึ่งกระแสลมพัดผ่านวูบหนึ่งที่โทวะรู้สึกเหมือนตัวเองเห็นภาพหลอนของมินาโยะ ใบหน้าของเด็กสาวตรงหน้าเขาดูว่างเปล่าพิกลฝ่ามือข้างหนึ่งของเธอยกขึ้นเอื้อมมาหาเขา แต่นัยน์ตาคู่นั้นกลับมองเลยเขาไป
โทวะสะดุ้งสุดตัวเด็กหนุ่มหันหลังกลับ
ใบหน้าของไวโอเลตเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาได้เห็นก่อนที่ภาพทั้งหมดจะดับวูบลงไป
ผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธวอเทอร์หมดลมหายใจเสียก่อนที่เขาจะทันได้รู้สึกตัว