“เต้นสิ ยืนบื้ออยู่ทำไม หรือว่าเธอไม่ชอบเพลงนี้ เข้ากับเธอดีออก แล้วก็เข้ากับ...”
คำพูดสุดท้ายถูกยั้งไว้เมื่อพรบุหลันเคลื่อนไหวร่างกาย ผ้าห่มถูกปลดออกจากร่างจนร่วงหล่นไปอยู่แทบพื้น ส่งให้เรือนร่างขาวนวลผุดผาดอยู่กึ่งกลางห้อง ทรวดทรงองค์เอวสวยงามไร้ที่ติ ไม่มีไฝฝ้าเลยสักเม็ดเพราะเขาสำรวจมาแล้วจากระยะใกล้ มีเพียงความนวลเนียนจนร่างกายของเขาร่ำร้องเช่นในขณะนี้
เขาสะกดความแข็งขืนกึ่งกลางกายไว้ได้เพราะนั่งไขว่ห้าง และเธอก็ไม่เห็นเพราะดวงตาคู่สวยหลับสนิท แต่ร่างกายเปล่าเปลือยนั้นยักย้ายส่ายสะโพกโยกไหวไปตามท่วงทำนอง หากจะเทียบกับนักเต้นมืออาชีพหรือแค่มือสมัครเล่น สิ่งที่เธอทำอยู่นี้อาจเรียกได้ว่า ‘เต้นแร้งเต้นกา’ เสียมากกว่า ทว่าเขากลับมองข้ามไปทุกอย่างเพียงเพราะเรือนร่างของเธองดงามอย่างที่สุด
พรบุหลันโลดแล่นไปตามท่วงทำนอง ซึ่งเธอไม่มีทางเห็นว่าความน่าเกลียดนั้นมากมายแค่ไหน และก็ไม่เห็นด้วยว่าเขามองเธอด้วยความสมเพชหรือรังเกียจ เพราะเธอไม่มองเลย เธอปิดกั้นโลกภายนอกได้เพียงหลับตา ใช้แค่หูฟังท่วงทำนองเท่านั้น ด้วยสิ่งที่ทำอยู่นี้น่าละอายที่สุด
ใครเล่าจะอยากรับรู้ว่าตัวเองทำเื่ทุเรศแบบไหนไปบ้าง ใครจะอยากแก้ผ้าเต้นยั่วเย้าผู้ชาย แต่เธอต้องหักความอายเ่าั้ไป เพราะไม่อยากถ่วงเวลาให้เขาพ่นคำผรุสวาทด่าว่าแม่ออกมาอีก เธอคงเป็ลูกที่เลวมากที่พาตัวเองมาเป็ปลาติดเหยื่อให้เขาใช้เป็ตัวแทนด่าว่าแม่อย่างร้ายกาจแบบนี้
แม้หยาดน้ำตาจะไหลอาบลงมาเป็สาย แต่เธอก็พยายามสลัดไล่ความคิดทั้งหมด และจินตนาการว่าตัวเธอเป็นักร้องสาวสวยคนนั้น พยายามเลียนท่าทางที่คิดได้ในหัว คิดถึงตอนที่เพื่อนๆ ซ้อมเต้นกันอย่างสนุกสนานและชวนให้เธอเต้นด้วย แม้ว่าเธอจะเขินอายมากก็ตาม แต่คำยั่วยุกับแรงเชียร์ของเพื่อนๆ ก็ทำให้เธอกล้าจนได้ ทว่าก็เพียงนิดเดียวเท่านั้น
ท่วงทำนองเพลงยั่วเย้าดูราวจะยาวออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ทั้งจังหวะยักย้ายส่ายสะโพกใน่ของจังหวะละตินก็ดูจะนานมากขึ้น ทำให้เธอต้องส่ายสะโพกที่พยายามคิดว่ามีเสื้อผ้าปกปิดอยู่ แม้จะเป็เนื้อผ้าที่บางเบาจนรู้สึกว่าไม่ได้ใส่อะไรเลยก็ตาม
เธอจะเต้นไปจนกว่าจะจบเพลง เพื่อให้การชดใช้หนี้สินตามที่เขาเรียกร้องจบลงสักที หวังเพียงเขาจะทำตามคำพูด ส่วนเธอก็จะทำตามที่รับปากเอาไว้ เต้นให้ดีที่สุด แม้จะรู้สึกราวกับว่ากำลังเหยียบอยู่บนกองไฟก็ตาม
ใบหน้าสวยหลับตาพริ้ม แต่ข้างแก้มมีหยาดน้ำตาไหลออกมาไม่หยุด จนหยาดน้ำตานั้นไหลลู่ลงสู่เนินเนื้อบอบบางที่กวัดแกว่งคล้อยไปมาตามความอวบอิ่มและอูมเด่นอย่างเป็ธรรมชาติ ก่อนจะเหือดหายลงไปตามร่องที่แนบชิด ทำให้อารัญต้องกลืนน้ำลายลงคอ เพราะเขาอยากฝังใบหน้าลงไปในร่องนั้น และเมื่อมองต่ำลงมากว่านั้น ่เอวที่บิดส่ายตามท่วงทำนองสั่นระทึกก็ส่งผลให้หัวใจของเขาเต้นตึกตักระรัว เร่งเร้าตามจังหวะเร่าร้อนไม่ต่างกัน
ดวงตาคมเข้มจ้องมองสะดือวงสวยที่สะอาดหมดจดจนน่าส่งลิ้นลงคลุกเคล้าชอนลึกเมื่ออยู่ในตำแหน่งกึ่งกลางร่างกาย แต่นั่นเป็เพราะเขากำลังสะกดจิตตัวเองไม่ให้มองต่ำลงไปกว่านั้น เพราะแพรไหมดกดำที่แค่มองก็รู้ว่าคงจะนุ่มมือและนุ่มลิ้นที่สุดคือสิ่งที่เขายังไม่อยากจะมองสำรวจในเวลานี้ แค่ที่ผ่านมาตอนจับเธอแก้ผ้าเขาก็แทบจะละสายตาจากจุดนั้นไม่ได้ แต่นี่...
เมื่อเธอส่ายสะโพกโยกไหวอยู่ตรงหน้า ดอกไม้กลีบบอบบางที่เขาอยากจะซุกหน้าลงไปดอมดมความหอมก็คล้ายจะเผยอกลีบดอก ส่งกลิ่นหอมหวนและกวักมือเรียกเขาให้เข้าไปใกล้
อารัญบดเบียดกรามแกร่งจนเห็นขึ้นเป็สัน กอบกำฝ่ามือของตัวเองไว้แน่น เพราะเหงื่อไหลออกมาที่ฝ่ามือและตามร่างกายอย่างมากล้น ทั้งๆ ที่ภายในห้องนี้เย็นฉ่ำไปด้วยเครื่องปรับอากาศ และความฉ่ำเย็นก็ส่งผลให้เรือนร่างขาวนวลอมชมพูที่โลดแล่นโบกสะบัดไปตามเสียงเพลงสั่นสะท้านไปด้วยเช่นกัน
ยิ่งเห็นเธอสะท้านไหวเสียจนปุ่มปมแห่งความหนาวกระจายไปทั้งร่าง ร่างกายของเขาก็คล้ายจะแข็งขืนจนไม่ฟังคำสั่ง เพราะอยากจะพาความอบอุ่นส่งผ่านไปยังเรือนร่างนั้น ให้ความรุ่มร้อนจากกายของเขาส่งผ่านให้เธอคลายหนาว ให้ความเหน็บหนาวที่เธอมีมาดับความร้อนรุ่มของเขาให้จางจง แต่ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งจะทนไม่ไหว และไม่อาจห้ามสายตาได้เลย
ดอกไม้กลีบบอบบางซุกซ่อนตัวอยู่ในกลุ่มแพรไหม ทว่าก็ยังมองเห็นได้อย่างรางเลือน และในความไม่ชัดเจนนั้นกลับยิ่งสร้างส่วนเว้าส่วนโค้งในจินตนาการของเขาให้โลดแล่น หากได้ัั ได้ดอมดม ได้ชอนชิมความหอมหวานของหยาดน้ำหวานภายในของดอกไม้ ร่างกายของเขาคงจะตื่นตัวอย่างฉุดไม่อยู่ เช่นขณะนี้ที่เขายั้งใจไว้ไม่ได้อีกแล้ว
“ว้าย!”
พรบุหลันหวีดร้องด้วยความใเมื่อท่อนแขนถูกฉุดกระชากจนร่างถลาเข้าไปหาใครบางคน และเมื่อดวงตาของเธอเปิดออกก็ได้เห็นความคมเข้มของเขาลอยเด่นอยู่เบื้องหน้า ดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่มีแววบางอย่างครุกรุ่นอยู่ในนั้นทำให้เธอต้องปิดเปลือกตาลงอีกครั้งราวกับถูกมนตร์สะกด ปลดปล่อยร่างกายที่สั่นสะท้านด้วยความเหน็บหนาวจากลมตกกระทบให้รองรับความอบอุ่นที่เขามอบให้
กลีบปากบอบบางถูกด้วยความอุ่นวาบจัดจ้าน บดเบียดความร้อนรุ่มลงมาครั้งแล้วครั้งเล่าจนเธอมึนงงสับสน ด้วยลมหายใจกลิ่นมินต์ของเขากำลังสอดประสานกับลมหายใจของเธอ พรบุหลันปล่อยหัวใจให้ล่องลอยจนไม่รู้ตัวเลยว่าถูกโอบอุ้มจากกึ่งกลางห้องขึ้นมานอนอยู่บนเตียงั้แ่เมื่อไร รู้ตัวอีกครั้งก็ตอนที่แผ่นหลังเปลือยเปล่าัักับความนุ่มของที่นอน และนั่นก็ทำให้สติที่กระเจิดกระเจิงไปกับสิ่งที่ไม่เคยได้ััหวนกลับมา
ดวงตาสวยหวานเบิกกว้างเมื่อสิ่งที่เห็นนั้นทำให้ร่างหนาวสะท้านกลับกลายเป็สลับร้อนสลับหนาวไม่หยุด เมื่อหน้าเขากับเธออยู่ใกล้กันจนชิด และริมฝีปากกับปลายลิ้นที่ส่งผ่านเข้ามาในอุ้งปากนี้ก็เป็ของเขา และที่สำคัญที่สุดก็คือ ทั่วทั้งเรือนร่างกำลังถูกกดทับด้วยความรุ่มร้อนจนเธอต้องบิดกายให้พ้น
“อื๊อ...”
หญิงสาวพยายามหันหน้าหนี กำปั้นน้อยๆ ทุบไปที่แผงอกกว้างเพื่อให้เขารู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่ ความเกลียดชังที่เขามีต่อเธอจะต้องไม่จบลงด้วยสิ่งนี้ เพราะนั่นจะเป็สิ่งที่ทำให้หัวใจของเธอชุ่มชื้นอยู่บนไฟที่เร่าร้อน ความอ่อนหวานที่เขาส่งผ่านเข้ามากำลังฆ่าเธอให้ตายทั้งเป็
“ดิ้นทำไมล่ะ ฉันรู้ว่าเธอก็้าฉัน เฉยๆ เถอะน่า แล้วมันจะดีเอง ฉันจะพาเธอไป์ กี่ครั้งก็ได้ที่เธอ้า รับประกันความมันที่ไอ้ครูบ้านนอกนั่นไม่มีทางพาเธอไปได้แน่”
เสียงกระซิบแหบพร่าจากปากของเขายามซุกไซ้ไปตามซอกคอยิ่งทำให้พรบุหลันสั่นไปทั้งร่าง มโนหวามที่เธอสร้างไว้ในหัวใจแตกกระจายไม่หลงเหลือ เพราะนี่คือความสะใจที่เขาได้ทำกับเธอแบบนี้
“ไม่นะ... คุณอารัญ คุณปล่อยฉันนะ อย่า... คุณอารัญ ปล่อยฉันนะ... ปล่อยฉัน...”
กำปั้นน้อยๆ ที่ไม่ได้ระคายผิวเนื้อของเขาถูกรวบด้วยมือเพียงข้างเดียวก่อนจะยึดไว้เหนือศีรษะ ส่งผลให้ทรวงอกอวบอิ่มเสียดสีใกล้ชิดกับแผงอกกว้างของเขามากขึ้น และเนื้อเปล่าเปลือยที่เสียดสีกับเสื้อสูทเนื้อดีก็ทำให้พรบุหลันสะท้านจนต้องสลัดไล่ความคิดของตัวเองให้หมด ก่อนจะถูกฉุดกระชากลงมาด้วยคำพูดของเขาที่สั่นพร่าอยู่เหนือริมฝีปากของเธอ
“ปล่อยแน่ แต่ข้างในนะ”
คำตอบของเขามาพร้อมใบหน้าที่ค้อมลงมาประจันกัน จนริมฝีปากของเขาที่ขยับไปมาเสียดสีอยู่กับกลีบปากบอบบางของเธอ พรบุหลันอยากจะกรีดร้องด้วยความตื่นตัวปนตื่นเต้นจนระงับไว้ไม่ได้ และเมื่อริมฝีปากร้อนรุ่มของเขากดแแ่ลงมาอีกครั้ง เธอก็พร้อมแล้วที่จะลืมคืนลืมวัน
ปลายลิ้นร้อนชอนลึกแทรกซึมเข้าไปดูดดื่มความหวานของลิ้นน้อยๆ ที่ดิ้นหนี ริมฝีปากอ่อนนุ่มไร้ทิศทางตามแรงบดเบียด และจังหวะลมหายใจที่แบ่งห้องไม่ถูกเพราะไม่รู้ว่าควรจะจัดการกับตัวเองอย่างไร สิ่งที่พรบุหลันเป็ยิ่งทำให้เขาสั่นสะท้านมากขึ้น เธอทำให้เขาตื่นเต้นและแข็งขึงจนหยุดไม่ได้ เธอทำราวกับว่านี่คือ ‘จูบแรก’ และเขาก็เป็ ‘ลิ้นแรก’ ที่ได้เข้ามาชอนชิมความหวานนี้ ทั้งๆ ที่เธอควรจะจัดเจน
แต่สิ่งที่คิดอาจไม่เป็อย่างที่เห็นและััก็ได้ เพราะเขารู้แล้วว่าเธอเรียนรู้ความใสซื่อไร้เดียงสานี้มาจากใคร ไม่อย่างนั้นดวงตาคู่สวยคงไม่มองเขาอย่างอ่อนหวานั้แ่ครั้งแรกที่ได้พบ ทั้งๆ ที่เธอมีภากรอยู่แล้วทั้งคน เธอยังกล้าทอดสะพานให้เขาไปปักเบ็ด และเมื่อเขาลงเหยื่อ เธอก็พร้อมจะฮุบทันที
นี่ไม่เรียกว่าไร้เดียงสาหรอก ต้องเรียกว่า ‘จัดเจน’ ในความอ่อนเดียงสามากกว่า เพราะนี่คือกลเม็ดเด็ดพรายของยุทธวิธีสนตะพายควายสักตัว และเขาจะสอนเธอเองว่าไม่มีใครที่จะโง่เง่าซ้ำซ้อน เพราะเขาจะใช้ความจัดเจนกว่าปราบเธอให้อยู่หมัด จะทำให้เธอล่องลอยขึ้นสู่ขอบ์แล้วกระชากเธอลงมาพบกับความอัปยศอดสูด้วยตัวของเธอเอง
“อื๊อ...อย่า...อื๊อ...คุณ...อื๊อ...”
เสียงครางแว่วหวานในท่วงทำนองร้องห้ามของพรบุหลันดังออกมาจากปากอวบอิ่มทันทีที่เขาละริมฝีปากออก อารัญแค่นยิ้มเพราะเสียงครางนั้น เพราะััได้ถึงมารยาที่พรบุหลันมีอยู่ทุกอณูเนื้อ แม้แต่เสียงครวญครางยามได้รับความสุขสมก็ยังแฝงไว้ด้วยมารยาแทรกเข้ามาจนได้
อีกทั้งเรือนร่างที่บิดเร้าด้วยความทรมานก็ยิ่งกระตุ้นให้เขาหลงเข้าไปกลืนกินเธอ ดวงตาคู่คมมองสำรวจความสวยงามอาบยาพิษของพรบุหลันอย่างแสนเสียดาย เพราะแค่ดอกบัวคู่แนบชิดที่ส่งเกสรสีชมพูสดชูช่อรอปลายลิ้น ก็แทบทำให้เขาหลงมัวเมาเข้าไปดูดดื่มละเลงปลายลิ้นอย่างหยุดไม่ได้
แต่หากเขาไม่ห้ามใจห้ามกายตัวเองไว้ จุดสิ้นสุดคงไม่อยู่แค่เกสรดอกบัวแน่ แต่จะไปสิ้นสุดที่เกสรดอกไม้งดงามเบื้องล่าง ซึ่งวันหนึ่งเขาอาจไปถึง แต่ไม่ใช่วันนี้ พรบุหลันต้องได้รับบทเรียนเจ็บแสบเข้าไปถึงจิติญญา ว่าเรือนร่างหอมหวานปานน้ำผึ้งอาบยาพิษของเธอนี้ใช้ไม่ได้กับผู้ชายทุกคน โดยเฉพาะเขา คนที่เธอต้องใช้หนี้จนกว่าเขาจะพอใจ
“หึ! เป็ยังไง ได้ผัวจนตัวสั่น”
เสียงทุ้มปนความสาแก่ใจที่ดังอยู่เหนือใบหน้าทำให้พรบุหลันต้องเปิดเปลือกตาที่หลับพริ้มขึ้นมองเขาอย่างตื่นตะลึง ดวงตากะพริบถี่ทบทวนถึงสิ่งที่เกิดขึ้น และเธอก็ได้คำตอบเป็ความร้อนที่พวยพุ่งขึ้นสู่ใบหน้าก่อนจะกระจายวาบไปทั้งเรือนร่าง เมื่อระลึกได้ว่าเธอทำอะไรลงไปบ้าง
“ปะ...ปล่อยฉันนะ ออกไปจากตัวฉัน”
“ทีเมื่อกี้ไม่เห็นร้องแบบนี้ มีแต่ร่ำร้อง”
“คุณอารัญ! ปล่อยฉันนะ! คุณมันบ้า! บ้า!”
“ใช่! ฉันมันบ้า แล้วเธอล่ะ เรียกว่าอะไร ‘ร่าน’ ดีมั้ย เหมาะกับเธอดี”
“บ้า! ออกไป! ออกไป! ปล่อยฉันนะ! ฮือ...”
พรบุหลันดิ้นรน พยายามจะทุบกำปั้นใส่เขา ให้เขาเอาร่างกายสูงใหญ่และหนักอึ้งออกไปจากร่างของเธอ แต่อารัญกลับไม่สะท้านะเื และยังยึดข้อมือของเธอให้ยิ่งเจ็บ จนพรบุหลันสติแตก จากดิ้นรนจึงกลายมาเป็สั่นสะอื้นเพราะไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรดีแล้ว แต่นั่นกลับทำให้เขาเคลื่อนย้ายร่างสูงใหญ่ออกไปจากตัวเธอ
แม้ร่างกายจะสั่นไปด้วยแรงสะอื้น และน้ำตากลบภาพรอบด้านจนรางเลือน แต่พรบุหลันก็รีบถลาตัวขึ้นนั่ง ขยับร่างไปจนชิดหัวเตียงเพื่อให้ห่างจากเขามากที่สุด และไม่ลืมหยิบหมอนขึ้นมาบดบังร่างกายที่เปล่าเปลือย เพราะผ้าห่มถูกทิ้งไว้ที่พื้นกลางห้อง
เธออยากจะซุกกายให้จมหายไปในที่นอน หรือทำยังไงก็ได้ให้ร่างกายหายไปจากรัศมีสายตาของเขา แต่ก็ทำไม่ได้ ทั้งเสียงหัวเราะราวพบเจอสิ่งขำขันของเขายิ่งทำให้เธอต้องสั่นไปด้วยแรงสะอื้นมากขึ้น ก่อนที่จะตื่นตัวอีกครั้งเพราะคำพูดของเขา
“ก็น่าอร่อยนะ แต่กินแล้วคงแสลง เปลี่ยนใจไม่กินดีกว่า”
คำพูดและสายตาของเขาที่ทำทีเป็หลุบมองเรือนร่างของเธอทั้งๆ ที่มีหมอนปิดอยู่ ทำให้พรบุหลันกัดปากจนเจ็บ แต่เมื่ออารัญหันหลังกลับและเดินไปที่ประตูกลับทำให้ประสาทััของเธอตื่นตัว
“คุณอารัญ! ไหนคุณบอกว่าจะปล่อยฉันไป คุณ!”
“อ๋อ...ใช่สิ ลืมไปเลย ไปสิ เธอไปได้แล้ว”
อารัญมองใบหน้าที่แสดงความหวังอย่างสมเพช ก่อนจะพูดประโยคต่อมาที่ทำให้พรบุหลันอ้าปากค้างมองเขาอย่างตื่นตะลึงเพราะคาดไม่ถึง และนั่นละที่เขา้า
“ออกไปได้ แต่เธอจะกล้าออกไปหรือเปล่าล่ะ เพราะคลิปเด็ดๆ ของเธอคงพร้อมสำหรับปล่อยให้ฟรีดาวน์โหลดแล้ว”
#อารัญคนเลวววววว
ยังมีเลวกว่านี้อีกม้ายยยยยย