เช้านี้โจวจินเยว่ถูกหวงไท่จื่อเรียกตัวเข้าวังแต่เช้าด้วยมีเื่ด่วนต้องปรึกษาหารือ เขาจึงกำชับมิให้นางกำนัลเข้ามารบกวนคนที่ยังนอนหลับสนิทบนเตียงจนกว่าจะตื่น
ฟ่านหนิงเหอตื่นมาตอนสายก็ไม่พบโจวจินเยว่ เขารู้สึกเจ็บไปหมดทั้งตัว แต่ความเย็นในร่างกายที่เคยทำให้เขาหนาวจนถึงกระดูกกลับทุเลาลง เขาจึงไม่อยากจะนอนต่อ เพราะอีกไม่นานก็ถึงเวลาที่นางกำนัลต้องมาปลุกเขาเพื่อทานข้าวและยา เวลาหลังตื่นนอนของเขาจึงหมดไปกับการชำระร่างกายและการแต่งตัว แต่ปัญหาที่ใหญ่หลวงที่สุดตอนนี้คือร่องรอยบนร่างกายที่โจวจินเยว่ทิ้งเอาไว้ โดยเฉพาะตรงลำคอขาวเนียน เขาต้องหาชุดที่สามารถปกปิดมันไว้ให้มิดชิดที่สุด
เมื่อจัดการธุระส่วนตัวเสร็จจึงมาเดินออกกำลังอยู่ในสวนหน้าตำหนักหลังจากต้องนอนอยู่บนเตียงหลายวันได้ออกจากห้องเดินเล่นรู้สึกสดชื่นขึ้นไม่น้อย เขาหลับตาลงสูดอากาศเข้าเต็มปอด ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมา แล้วต้องจมอยู่กับความคิดของตัวเองด้วยไม่รู้ว่าต่อไปเขาต้องทำเช่นไรเมื่อเื่กลับกลายเป็เช่นนี้
เดิมทีเขาเป็คนมีไหวพริบฉลาดรู้จักแก้ปัญหา แต่มาอยู่ที่นี่เขากลับรู้สึกว่าตัวเองช่างโง่งมเสียจริง ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันอยู่เหนือการควบคุมของเขาทั้งหมด เขาเหมือนเด็กที่เพิ่งเริ่มหัดเดินเมื่อข้ามภพมาอยู่ที่นี่ ทุกอย่างมันกลับตาลปัตรไปหมด
จากเดิมที่เขามีหน้าที่คอยปกป้องผู้คนอื่น เขากลับต้องได้รับการปกป้องจากโจวจินเยว่ ทั้งที่ตัวเองมีหน้าที่เป็ทหารองครักษ์ ทุกอย่างมันช่างย้อนแย้งไปหมด เขาถึงกับกุมขมับตัวเอง ทั้งการที่ต้องมารายงานตัวเป็ทหารองครักษ์แทนพี่ชายฝาแฝด ทั้งการที่ต้องมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็เ้านายของตนเองล้วนอยู่เหนือการควบคุมของเขาโดยสิ้นเชิง และสิ่งที่ทำให้เขาคิดไม่ตกมากที่สุดคือ เขามาอยู่ในร่างนี้ด้วยเหตุผลอะไรกันแน่
เมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้งกลับพบว่ามีหญิงงามในชุดสีชมพูกำลังเยื้องย่างอย่างสง่างามอ่อนช้อยตรงมายังตำหนักฉินอ๋อง ด้านหลังคือสาวใช้สองนางสวมอาภรณ์สีม่วงประจำจวนอัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายเดินตามหลังอย่างนอบน้อม นางกำนัลประจำตำหนักฉินอ๋องสองนางกำลังทำความเคารพสตรีนางนั้น แล้วหันมองมาทางเขาที่กำลังยืนอยู่ในสวน
เช่นนี้เรียกฉากเปิดตัวนางเอกหรือเปล่าเนี่ย!
ฟ่านหนิงเหอคิดในใจเมื่อมองร่างหญิงงามชดช้อยใส่ชุดสีชมพูพลิ้วไหวั้แ่เดินเข้ามาในตำหนักเหมือนเทพธิดาที่ล่องลอยหาได้ใช้เท้าเดินมาไม่ นางดูงดงามและอ่อนหวาน สายตาของนางทอดมองมาทางเขาจะแย้มยิ้มก็ไม่ยิ้ม จะบึ้งตึงก็ไม่เชิง สายตานั้นกลับทำให้เขาเสียวสันหลังวาบขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุ
"คุณชายเ้าคะ คุณหนูไป๋ลี่หรูบุตรีของเสนาบดีซ้ายอยากทำความรู้จักเชิญคุณชายที่ห้องรับรองแขกเ้าค่ะ"
นางกำนัลเดินมาแจ้งแก่เขาที่บัดนี้ยืนนิ่งอยู่ในสวน และต้องเดินตามหลังนางกำนัลไปด้วยความสงสัยว่าคุณหนูคนงามมีอะไรจะพูดกับเขาในเมื่อไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
ฟ่านหนิงเหอพยักหน้าแล้วก้าวเท้าเข้าไปในห้องที่แสนเงียบสงบ เมื่อพบคุณหนูไป๋ลี่หรูในห้องรับรองเขาจึงก้มศีรษะลงเป็การทักทาย
"ได้ยินว่าเป็องครักษ์ที่ดูแลฉินอ๋อง แถมปกป้องฉินอ๋องจากคนร้ายข้าเลยอยากมาขอบใจเ้าเสียหน่อย"
ฟ่านหนิงเหอมองคุณหนูไป๋ลี่หรูผู้นี้ด้วยความสงสัย นางจะมาขอบคุณเขาทำไมในเมื่อหน้าที่ของคนที่ต้องขอบคุณเขาน่าจะเป็คนที่เขาช่วยไว้มากกว่า
"อ๋อ..ข้าลืมแนะนำตัว ข้าคือไป๋ลี่หรูบุตรีเสนาบดีฝ่ายซ้ายเป็คู่หมายของฉินอ๋อง โจวจินเยว่ ั้แ่เยาว์วัย"
สตรีโฉมงามกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแล้วส่งยิ้มให้ เขาก้มหน้าต่ำลงตามมารยาท ริมฝีปากขบเม้มไว้เพื่อข่มกลั้นอารมณ์ รู้สึกความเย็นสายหนึ่งเล่นเข้าสู่หัวใจ ทำให้รู้สึกเจ็บแปร๊บที่หน้าอก
"ยินดีเป็อย่างยิ่งที่ได้รู้จักคุณหนู...เป็หน้าที่ของข้าอยู่แล้วที่ต้องดูแลท่านอ๋องหาได้ต้องขอบคุณอันใดไม่"
ฟ่านหนิงเหอพูดและยังคงรักษาสีหน้าเปื้อนยิ้มเอาไว้
"ดีแล้วที่เ้ารู้หน้าที่...เช่นนั้นข้าก็เบาใจ"
นางส่งยิ้มให้อีกครั้งแต่คราวนี้สายตากลับไม่ยิ้มตาม กลับมองใบหน้าเข้านิ่งจนเขาต้องหลบสายตา ปิดเปลือกตาลงขบคิดถึงเื่ราวที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับฉินอ๋อง เขาทะลุมิติมาที่นี่คงก็เป็เื่ที่เหลือเชื่ออยู่แล้ว กลับไปผูกพันกับท่านอ๋องจนทำให้เื่ราวผิดเพี้ยนไปเป็แน่ โจวจินเยว่มีคู่หมายอยู่แล้ว ซึ่งบัดนี้ยืนอยู่ตรงหน้าเขา นั่นแสดงว่าเขามาอยู่ผิดที่ผิดเวลาจริง ๆ เขาถึงกับถอนหายใจออกมา
ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับโจวจินเยว่ก็คงเป็แค่การช่วยเขาถอนพิษ โจวจินเยว่คงไม่รู้สึกอะไรกับเขา การกระทำทุกอย่างก็แค่อยากช่วยชีวิตเขาตอบแทนที่เขาช่วยให้รอดพ้นจากคมกระบี่ นี่ใจเขาหวังอะไรจากเื่นี้กันแน่
เหมือน์เมตตาเทวดาลงมาโปรดเมื่อ โจวเหิงเยว่ เดินเข้ามาในตำหนักพร้อมด้วยฮุ่ยิสหายของเขา
"คารวะจิ้นอ๋องเพคะ" คุณหนูไป๋ลี่หรูยอบกายลงทำความเคารพผู้สูงศักดิ์
ฟ่านหนิงเหอก้มลงทำความเคารพผู้มาใหม่เช่นเดียวกัน
"วันนี้เ้ามาถึงนี่เชียวหรือคุณหนูไป๋ ฉินอ๋องไปเข้าเฝ้าไท่จื่อข้าเกรงว่าเ้าจะมาเสียเที่ยวเสียแล้ว"
โจวเหิงเยว่เอ่ยทักหญิงงามที่ยืนส่งยิ้มอ่อนหวานมาให้
"กระหม่อมเพิ่งทราบเพคะว่าฉินอ๋องไม่อยู่ แต่บังเอิญเจอองครักษ์ที่ดูแลฉินอ๋องเลยอยากทำความรู้จักสักหน่อยเพคะ"
ไป๋ลี่หรูเหลือบสายตามามองฟ่านหนิงเหออีกครั้ง ก่อนจะหันกลับไปทางจิ้นอ๋อง
"ถ้าเช่นนั้นกระหม่อมทูลลาเพคะจิ้นอ๋อง" ไป๋ลี่หรูยอบกายลงคำนับอย่างอ่อนช้อยแล้วเดินออกจากตำหนักไป
ฟ่านหนิงเหอถึงกับพ่นลมหายใจยาวออกมาอย่างโล่งอก เขารู้สึกกดดันอย่างบอกไม่ถูกเมื่อต้องเผชิญหน้ากับว่าที่พระชายาของฉินอ๋องผู้นี้
"หนิงเทียน เ้าเป็อย่างไรบ้าง ข้าได้ข่าวว่าเ้าได้รับาเ็" ฮุ่ยิจับเขาหมุนไปรอบ ๆ เพื่อหาาแ จนรู้สึกเวียนหัว
"ข้าไม่เป็ไร"
"เ้าแน่ใจหรือไม่ ใบหน้าเ้ายังซีดอยู่เลย"
"ข้าไม่เป็อะไรแล้วจริง ๆ เ้าไม่ต้องห่วงหรอก"
"เฺฮ้ย! ค่อยโล่งอกหน่อยที่เ้าไม่เป็อะไร ข้าได้ยินว่าเ้าาเ็เลยรีบมาดู ข้าเป็ห่วงเ้าแทบแย่"
"ข้าหายดีแล้ว เ้าดูสิแผลแค่นี้เอง" ฟ่านหนิงเหอยกาแที่มือให้ฮุ่ยิดู
"อีกสองวันก็จะครบกำหนดที่องครักษ์ใหม่อย่างพวกเราได้กลับบ้าน พรุ่งนี้จะได้กลับไปเยี่ยมครอบครัวเ้าเตรียมตัวแล้วหรือไม่"
"ข้าก็แค่ขึ้นรถม้ากลับบ้านไม่เห็นต้องเตรียมตัวสิ่งใด" ฟ่านหนิงเหอจ้องใบหน้าฮุ่ยิอย่างสงสัย
"ก็ข้าจะไปกับเ้าด้วย ได้หรือไม่ ข้าอยากไปเยี่ยมหนิงเหอ ก็เ้าบอกว่าน้องเ้าาเ็กระดูกร้าว นอนรักษาตัวอยู่ ข้าก็อยากไป..เ้าจะว่าอย่างไร
ถ้าข้าจะตามเ้ากลับไปด้วย..นะ หนิงเทียน ข้าอยากพบหนิงเหอจริง ๆ"
ใจจริงฟ่านหนิงเหอก็กลัวว่าความลับจะแตกถ้าฮุ่ยิไปเจอคนที่นอนอยู่ที่จวนเป็ฟ่านหนิงเทียนไม่ใช่น้องชายฝาแฝด และะถ้าจะปฏิเสธฮุ่ยิเขาก็ไม่รู้จะหาเหตุผลใดมารองรับให้สมเหตุสมผลกับการแค่ขอไปเที่ยวบ้านของสหายผู้นี้ ทั้งที่ตนเองเคยเอ่ยปากอยากให้เขาไปหนักหนา
"อืม" ฟ่านหนิงเหอตอบกลับได้แค่นั้น ทั้งที่ใจจริงอยากตอบว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเ้านี่แหละฮุ่ยิ..ข้านี่แหละคือฟ่านหนิงเหอ
"พวกเ้าสองคนไม่คิดจะชวนข้าไปด้วยหรอกหรือ" โจวเหิงเยว่ที่มองสหายทั้งสองคุยกันเป็เื่เป็ราว นัดแนะกันไปเที่ยวจึงอยากขัดคอขึ้นมาเสียเฉย ๆ
"เอ่อ..มิบังอาจพ่ะย่ะค่ะ แต่ถ้าท่านอ๋องไม่มีราชกิจใดก็ไปกับพวกกระหม่อมได้พ่ะย่ะค่ะ"
ฮุ้ยิกล่าว แต่สีหน้าเหย ๆ เพราะไม่บังอาจไปเที่ยวเล่นกับผู้สูงศักดิ์ อีกทั้งยังเป็เ้านายของเขาอีกด้วย
"ดูจากหน้าเ้าแล้วข้าไม่ไปก็ได้ เชิญพวกเ้าตามสบาย"
โจวเหิงเยว่มองดูสหายสนิททั้งสองคุยกันถึงกับยิ้มออกมา ถ้าเขาไม่ติดภารกิจคงอยากตามทั้งสองคนไปเที่ยวเล่นบ้าง เกิดเป็ผู้สูงศักดิ์บางครั้งก็หาใช่เื่ดีเสมอไป