“ใช่ ผมกับเฉินเป็นเพื่อนกัน”
“ทำไมเขาไม่บอกฉันแต่แรกว่าจะไม่มา”
“ผมบอกเขาเองว่าไม่ต้องมาผมไม่อยากให้น้ำใสถูกแบ่งความรักไป เผื่อคุณสนใจเฉินจะทำยังไง”
“อย่ามาดูถูกฉันนะ ฉันไม่ได้มีนิสัยแบบนั้นฉันรักลูกกว่าอะไรทั้งหมด” กัญญาภัคแยกเขี้ยวมองตาขวาง “คุณต้องการขัดขวางงานฉันใช่ไหม”
“เปล่า ผมไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นแต่ผมแค่ไม่อยากให้คุณไปกินข้าวกับผู้ชาย”
“เหตุผลค่ะ”
“ผมไม่อยากให้น้ำใสมีพ่อใหม่เร็วๆนี้”
กัญญาภัคสูดลมหายใจเข้าลึก เขาขัดขวางเรื่องงานของเธอ“ฉันไม่ได้โฟกัสเรื่องแฟนจนลืมลูกหรอกค่ะ ถึงฉันจะมีพ่อใหม่ให้น้ำใสแต่คงต้องดูอย่างถี่ถ้วนก่อน ตอนนี้ฉันขอลูกคืนค่ะในเมื่อคุณเฉินไม่มาฉันก็จะเลี้ยงลูกเอง คุณกลับไปได้แล้ว”
หากแต่คณินไม่คืนกลับเดินเข้าบ้านหน้าตาเฉย
“คุณคณิน”
“ผมมาตามที่คุณขอให้มาแล้วคุณเป็นคนเรียกผมมาเอง แล้วจู่ๆ จะมาไล่กลับ ผมไม่กลับหรอกนะ”
กัญญาภัคเม้มปากแน่น มองคนหน้ามึนที่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้“ฉันไม่น่าจุดธูปเรียกคุณมาเลย รู้แบบนี้ฉันไม่โทร.หาคุณตั้งแต่แรกก็ดี”
คณินไม่ตอบ เขาไหวไหล่ ถอดรองเท้าหนังและเปลี่ยนใส่รองเท้าใส่เล่นเดินเข้าบ้านจับลูกวางใส่ในคอกที่ปูผ้ารองรับไว้หนานุ่มตุ๊กตาหมีรายล้อมบอกให้รู้ว่าเป็นพื้นที่ของนางฟ้าตัวน้อย คณินถอดเสื้อสูทออกแล้วพับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นนั่งมองลูกที่นอนคว่ำ พยายามจะคลานมาหาเขา
“มาพาพ่อสิครับ” คณินเรียกลูกดวงตาเป็นประกาย อยากเห็นพัฒนาการของลูกในทุกวัน
“แกยังคลานไม่ได้ค่ะ”
“ผมว่าลูกผมเก่ง แกต้องทำได้สิ”
“น้ำใสเพิ่งพลิกตัวได้ไม่นานแต่เมื่อวานพลิกหลายตลบ กลิ้งไปกลิ้งมาไปเล่นกับตุ๊กตาแล้วฟัดกันจนล้มคว่ำไปข้างเลยคุณคอยดูสิคะ”
เมื่อได้ฟังแม่ของลูกเล่าเรื่องของน้ำใสให้ฟังเขาก็ค่อยหายโกรธกัญญาภัคเองก็ลืมไปว่าไม่พอใจเขาอยู่ พอเห็นหน้าหล่อๆ มองมาอย่างพิจารณาเลยพูดเบาๆ
“สรุปที่คุณขัดขวางคุณเฉินมันเหตุผลอะไรกันแน่คะ เอาจริงๆ ไม่ล้อเล่น ฉันซีเรียส”
“ผมไม่อยากให้น้ำใสมีพ่อใหม่”
กัญญาภัคแอบผิดหวังเล็กน้อยเขาห่วงลูกไม่ได้หวงเธอ แล้วเธอทำไมต้องรู้สึกแบบนั้นด้วย“ถ้าเขากับคุณเป็นเพื่อนกัน ฉันก็ไม่อยากทำธุรกิจด้วยพวกคุณกำลังร่วมมือกันปั่นหัวฉันหรือเปล่า คุณรู้เรื่องธุรกิจของฉันมาตลอด”
“ผมไม่ได้ก้าวก่ายงานของคุณผมรู้เพราะบังเอิญวันนี้เจอเฉินที่โรงแรมเดอะสกาย ผมเลยบอกเขาว่าไม่ต้องไปหรอกคุณต้องเลี้ยงลูก เท่าที่ผมรู้ แค่ไปกินข้าวฉันเฉยๆ ไม่ใช่เหรอ”
“คุณควรให้เกียรติฉันนี่มันงานของฉัน”
“งานของคุณ แต่ผมว่าคุณจะใช้ความสวยเพื่อทำอย่างอื่นด้วยหรือเปล่า”เขาวกกลับมาเรื่องนี้ทำให้กัญญาภัคเจ็บจี๊ดเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบก้อนเนื้อหัวใจเขาดูถูกเธอ
“คุณคิดว่าฉันง่ายใช่ไหมฉันเคยนอนกับคุณง่ายๆ คุณเลยคิดว่าฉันกับคุณเฉินจะทำอะไรแบบนั้นใช่ไหม”
“ก็คุณแต่งตัวสวยทำไม แถมโทร.มาหาผม ให้ผมมาเลี้ยงลูกคุณดูกระตือรือร้นเกินเหตุ”
“แต่นั่นมันก็เรื่องงานฉันทุ่มเทกับงานนี้มาก โรงแรมฉันกำลังฟื้นตัว คุณจะไม่ให้ฉันกระตือรือร้นได้ยังไง”
“ผมเข้าใจ แต่ต่อไปปรึกษาผมได้ขอความช่วยเหลือจากผมก็ได้ อย่าไปกับผู้ชายคนอื่น”
“ฉันจะขอความช่วยเหลือจากคุณได้ยังไงกันคะเราไม่ได้เป็นอะไรกัน”
“ทำไมเราจะไม่ได้เป็นอะไรกันคุณเป็นเมียผม”
“อย่าพูดเหลวไหลเลยค่ะ เราแค่พลาด”
“แต่ผมชอบคุณจริงๆ นะ”
“คุณเอาเข็มจิราไปไว้ไหนคะฉันจำได้คุณยังออกงานกับเข็มจิราอยู่เลย”
คณินคิดไว้อยู่เหมือนกันว่าการออกงานครั้งนั้นอาจสร้างปัญหาตามมาถ้ากัญญาภัครู้แต่เขาก็อธิบายได้ “คุณพูดมาก็ดี ผมจะได้อธิบายให้คุณฟังเข็มเขากรีดข้อมือตัวเองผมเลยไปหาเขาที่โรงพยาบาลเขาบอกว่าเป็นซึมเศร้าที่ผมขอเลิกกับเขาเขาทำงานไม่ได้มาระยะหนึ่งเลยกลัวว่ากระแสตกเลยให้ผมออกงานกับเขาผมยอมไปกับเขางานหนึ่ง งานเดียวเท่านั้น หลังจากนั้นผมก็ไม่เคยไปไหนกับเขาอีกไม่เคยพบกันอีกเลยตั้งแต่สัญญากับคุณ”
“เข็มป่วยหรือคะ” กัญญาภัคครางเธอไม่รู้เลย เพราะในกลุ่มไลน์เพื่อนๆที่มีเข็มจิราอยู่ด้วยก็ไม่เห็นมีข่าวเรื่องนี้ แสดงว่าเข็มจิราปิดไม่ให้ใครรู้
“เขาป่วย แต่เขาไม่ได้เป็นซึมเศร้าผมถามจากหมอแล้ว เข็มเป็นไมเกรน เขาหลอกผม”
กัญญาภัคนิ่งงันไปเข็มจิราพยายามเรียกร้องความสนใจจากคณินก็ไม่แปลกเพราะคณินตอบโจทย์ได้ครบหมดทุกอย่างเธอไม่อยากคุยเรื่องนี้อีกหันไปดูลูกที่คลานเล่นไปมาสักพักก็หมุนกลิ้งเป็นลูกบอลน้อย
“น้ำใสลูก”
“แง้” เสียงร้องของน้ำใสดังขึ้นดึงความสนใจของทั้งพ่อและแม่ น้ำใสพลิกตัวจนหัวหมุนแล้วมองหาพ่อแม่ มือน้อยกำแน่นแล้วทุบกับเบาะนอนนุ่มๆราวกับถูกขัดใจ
สองคนพ่อแม่ประสานสายตากันโดยเฉพาะคณินไม่เคยเห็นอารมณ์นี้ของลูก เขาปราดไปหา อุ้มออกมาจากเบาะที่อยู่ในคอกกั้น“น้ำใสเป็นอะไรครับ โกรธใคร”
กัญญาภัคเดินมาเปิดแพมเพิร์สลูกออกดูแล้วบอกคนที่เป็นพ่อของลูก “ได้เวลาเปลี่ยนเพิร์สแล้วค่ะ แกไม่สบายตัวเลยร้อง”
“โอเค เข้าใจแล้วผมตกใจคิดว่าแกเป็นอะไร”
“ส่วนใหญ่น้ำใสจะร้องเวลาอากาศร้อนแล้วก็ไม่สบายตัว อย่างเพิร์สเต็มนี่แหละค่ะ”
“งั้นคุณก็เปลี่ยนบ่อยๆผมจะสั่งมาให้อีก”
กัญญาภัคมองคนไม่รู้จริงแล้วไม่พูดอะไรเธอเปลี่ยนให้ลูกตามเวลาอยู่แล้วไม่ได้ละเลยการเปลี่ยนทุกชั่วโมงอย่างที่เขาพูดไม่ได้ช่วยอะไรเลยมือบางอุ้มลูกมาจากเขาแล้วจัดการเปลี่ยนแพมเพิร์สให้
“ผมช่วย”คณินไม่พูดเปล่าแต่ยังช่วยจับแม่หนูน้อยที่ร้องไห้จ้าให้อยู่นิ่งขณะที่กัญญาภัครีบถอดอันเก่าออกแล้วเช็ดทำความสะอาดก้นลูกก่อนจะสวมอันใหม่แทน
“ไม่ร้องไห้นะครับคนเก่งของพ่อน้ำใสคนดี”