สวี่เหวินเฉิงเดินจากวังหลวงมาส่งหลี่อวี้ฝูถึงหน้าสำนักเหวยฝูบานประตูใหญ่สีดำสลักลายเสือที่ปิดสนิท บอกได้ดีว่าเ้าของสำนักเป็คนเช่นไร
"ขอบคุณองค์ชายที่มาส่ง"
หลี่อวี้ฝูหันมาโน้มกายเเทนคำขอบคุณหมายความโดยนัยว่าเขาควรไปจากรัศมีการมองเห็นของนางได้เเล้ว
"ข้ายินดี"สวี่เหวินเฉิงยิ้มรับดูชอบใจคำขอบคุณของหญิงสาวพอตัว
หลี่อวี้ฝูผงกศีรษะอีกทีเเสดงความนอบน้อมประสานมือรอ'ส่ง'องค์ชายหกกลับวัง เเต่เขากลับทำยิ้มเหมือนลูกสุนัขคอยเ้าของ ไม่ยอมพูดเสียทีว่าต้องสิ่งใดบอกตามตรงว่านางไม่ชอบคนเช่นนี้ที่สุด
"องค์ชายมีเื่อะไรจะพูดกับข้ารึ?"นางเปิดคำถามตามตรง หากไม่ทำเช่นนี้ มีหวังเหล่าสตรีน้อยใหญ่ที่ปลื้มสวี่เหวินเฉิงคงมาถล่มเหวยฝูเป็เเน่
องค์ชายหกหลับตายิ้มคิดบางอย่างก่อนสั่นศีรษะเบาๆ "ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร"
หลี่อวี้ฝูลอบถอนหายใจได้เเต่คิดว่าหญิงใดทั่วหล้าจะมาก็มาเถิด นางเหนื่อยจะเสวนากับชายผู้นี้เเล้ว
"เช่นนั้นข้าขอตัว..."
สวี่เหวินเฉิงเเทรกคำไล่ส่งของหลี่อวี้ฝูทันควันยิ่งทำให้เ้าของสำนักเริ่มหัวเสียเเทน
"เเต่ข้าก็อยากคุยกับเ้า"สวี่เหวินเฉิงเอียงหน้าหัวเราะ
หลี่อวี้ฝูทำได้เพียงยิ้มละมุนเเทนคำตอบสวี่เหวินเฉิงควรรู้ตัวว่าเสียงหัวเราะที่ออกมาจากคอ 'ยินดี'กับการกระทำของเขาขนาดไหน หากไม่ติดว่าเป็คนที่พอพึ่งได้ป่านนี้นางไล่ตะเพิดไปเเล้ว "เข้ามาดื่มชาก่อนสิเพคะ"
"ด้วยความยินดี"สวี่เหวินเฉิงรีบตอบตกลงโดยไม่เว้นเวลาให้คิด
หลี่อวี้ฝูพยักหน้าทั้งที่ยังยิ้มอยู่พลางหันหลังเปิดประตูบานใหญ่เเละเดินนำเข้าไป เพียงสวี่เหวินเฉิงบอกนางมาตามตรงว่า้าดื่มชาก็จะได้ดื่มไม่ทราบเขาเวิ่นเว้อไปทำไม
ภายในสำนักหมากล้อมเหวยฝูมีคนอยู่ค่อนข้างเยอะนางกำนัลเเละทหารมีบ้างประปรายเพราะเ้าของสำนักขอมาจากในวัง ส่วนใหญ่เป็ศิษย์มากกว่า
สำนักเเห่งนี้เรียกได้ว่าเข้ายากยิ่งกว่าคัดตัวเข้าวังหลังไม่ว่ายากดีมีจน ชายหรือหญิง ล้วนสามารถฝากตัวเป็ศิษย์ เเต่คนเ่าั้จะต้องมีความมุ่งมั่นโดดเด่นพอให้องค์หญิงผิงอันเห็น
เมื่อพรเเสวงนำพร์มาสู่สำนักเหวยฝูทุกลมหายใจคือหมากล้อม ทุกคนจะได้ฝึกฝนอย่างเต็ม มีกำหนดการเเข่งขันทุกเดือน
เเม้ถึงมีคำกล่าวทั่วฉางเฟิ่งว่า'ฝันร้าย ยมทูต ผิงอันเหวยฝู' ทว่าทุกครั้งที่ติดประกาศคัดเลือกหน้าสำนักเหวยฝูไม่เคยเงียบเหงา
หลี่อวี้ฝูเลื่อนบานประตูเรือนฉุ่ยเซียนพบเสี่ยวเหวยนอนเเผ่หลับสบายอยู่กลางเรือน นางสั่นศีรษะก่อนเคาะโต๊ะปลุก เสียงไม่ดังเท่าไรเเต่เด็กชายสะดุ้งตื่นทันควัน
"อาจารย์เเม่!"เสี่ยวเหวยร้องเสียงดังดั่งเห็นหลี่อวี้ฝูตอนนี้ไม่ต่างจากยมทูต
"ไปยกน้ำชามาให้องค์ชาย"หลี่อวี้ฝูสั่งด้วยใบหน้าเรียบนิ่งเเละน้ำเสียงปกติเด็กน้อยกลับรีบรับคำสั่งเเล้ววิ่งหน้าตั้งออกไปทันที เพราะเป็ที่รู้กันดีว่าน้ำสงบนิ่งน่ากลัวกว่าน้ำไหลนัก
ฤดูที่ลมหนาวพัดใบไม้หล่นเมื่อหกปีก่อนหลี่อวี้ฝูยังจำได้ไม่ลืม วันนั้นฤกษ์ดีเปิดสำนักเหวยฝู เด็กชายอายุประมาณหกขวบกว่านั่งร้องไห้อยู่หน้าสำนักเหวยฝู หน้าตามอมเเมมเเต่ดวงตาเป็ประกายดั่งดวงดาว นางสืบจนทราบว่าเขาเป็ลูกของคณิกาคนหนึ่งซึ่งผูกคอตายเพราะพิษการพนัน ส่วนเขาถูกเเม่เล้าขายให้พ่อค้าคนกลางไปเร่ต่อ ทั้งเพิ่งเห็นโลกได้เพียงหกปีเเต่เข้าใจดีว่าเหล่าพี่สาวดอกไม้กำลังจะทอดทิ้งจึงวิ่งหนีออกมาจนมาเจอหญิงที่ใครต่างก็เปรียบเป็จิ้งจอกร้าย
หลังจากนั้นชีวิตเด็กน้อยหลุดออกจากการถูกตีราคา เด็กชายไร้ชื่อสู่เสี่ยวเหวย บุตรบุญธรรมที่องค์หญิงผิงอันอุปการะไว้
หลี่อวี้ฝูส่ายหน้าออกจากภวังค์พลางผายมือเชิญองค์ชายหกนั่ง นางยังไม่ทันนั่งถนัดท่า ตอนนี้เสี่ยวเหวยกลับมาพร้อมถาดกาน้ำชาเเล้ว
เด็กชายคุกเข่าจัดเเจงวางถ้วยชาบนโต๊ะรินน้ำชาใส่ เเละจะลุกเดินออกไป เเต่กลับถูกหลี่อวี้ฝูรั้งไว้เสียก่อน
"นั่งลงก่อนสิ"
หลี่อวี้ฝูเอ่ยเสียงเรียบเสียงนิ่งเฉยทำให้เสี่ยวเหวยชะงักเเละหันหลังกลับมา พิจารณาสายตาที่เ็ากว่าเสียงของอาจารย์สลับกับองค์ชายหกที่ดูไม่ค่อยอยากให้เขาอยู่ เเม้เกรงใจองค์ชายหกเเต่เขาก็คงไม่ทำสิ่งโง่เขลา
เสี่ยวเหวยหลับตาเเน่นยอมตัดใจนั่งลงข้างหลี่อวี้ฝูอย่างเลือกไม่ได้ นั่นทำให้นางพอใจมาก ดันถาดขนมกุ้ยฮวาให้ทานไม่พอยังควักถุงผ้าไหมออกจากสาบเสื้อเเล้วเปิดถุงหยิบก้อนทองให้เขาอีก
"องค์ชายหกมีเื่ใดหรือเพคะ"นางละความสนใจจากคนสนิทกลับมาที่เเขก
"เื่เเต่งงานเชื่อมสัมพันธไมตรีกับโฮ่วเซี่ยน่ะ"เมื่อหลี่อวี้ฝูเข้าประเด็นเช่นนี้เเล้วสวี่เหวินเฉิงจะอ้อมค้อมอย่างไรได้หรือ "ได้ยินว่าเ้าปฏิเสธ..."
"ได้ยินไม่ผิดเพคะ"หลี่อวี้ฝูตอบเสียงเรียบประกอบดวงตาน่าเกรงขามที่เเม้จะเพียงมองปกติ เเต่ทำอีกฝ่ายประหม่าไม่น้อย
"เหตุใดกันล่ะ"
คำถามเเสนซื่อเเละหน้าตาลูกสุนัขของสวี่เหวินเฉิงทำความดันหลี่อวี้ฝูขึ้นในทันที นางเลิกคิ้วพลางเอียงศีรษะเชิงรอให้เขาคิดทบทวนคำถามอีกคราบางทีเื่นี้เป็เื่ส่วนตัวของนางมิใช่หรือ เหตุใดใครหลายคนต้องอยากมีส่วนร่วมเื่นี้เล่าสำหรับสวี่ว่านหลินที่ร้อนรนยังพอเข้าใจได้เล็กน้อย เเต่สวี่เหวินเฉิงนั้นคืออะไร นางกับเขาไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นในเมื่อกล้าถาม นางก็กล้าตอบ เเต่ก็ควรรู้มารยาทในการถามเื่ส่วนตัวผู้อื่นไม่ใช่หรือ
"ข้าไม่ชอบเดินทางไกลชายฉางเฟิ่งเเขนขาครบ หากข้าถูกชะตาก็เเต่งได้ทั้งนั้น"
คำตอบของหลี่อวี้ฝูทำให้สวี่เหวินเฉิงที่ประหม่ากลับมาใจฟูยิ้มเเย้มอีกครั้ง
"เช่นนั้นเ้าก็คงเจอเเล้วกระมังชายผู้นั้นที่เพียบพร้อม"
"ไม่เจอเพคะ"หลี่อวี้ฝูตอบเเล้วยกน้ำชาขึ้นดื่มสวี่เหวินเฉิงคิดสิ่งใด ตอนนี้นางกระจ่างเเล้ว คิดจะเป็ทองเเผ่นเดียวกับนางเเต่ทำตัวไม่ถูกโฉลกจงหลับฝันไปหลายๆตื่นเสียเถอะ! "ส่วนเื่นั้นไม่จำเป็ ข้าเลี้ยงเขาได้"
"อีกอย่างเื่นี้ข้ามีวุฒิภาวะพอจะตัดสินใจองค์ชายไม่จำเป็ต้องใส่ใจ"
เพราะสวี่เหวินเฉิงยุ่มย่ามสิ่งที่ไม่ใช่เื่ของตนคำตอบของหลี่อวี้ฝูจึงเ็าเเละดูเบื่อหน่าย ประหนึ่งตบหน้าเขาจนหน้าชาเช่นนี้ก็ไม่แปลก
"เอ่อ...เช่นนั้นข้าก็สบายใจตอนนี้ตะวันใกล้ตกดินเเล้ว ข้าคงต้องขอตัวก่อน"
สวี่เหวินเฉิงทำเป็คนมีธุระซึ่งเ้าของสำนักก็หาได้รั้งไม่ ซ้ำนางยังดูพร้อม'ยิ้ม'ส่งอีกต่างหาก
"ไปส่งองค์ชายหก"หลี่อวี้ฝูสั่งเสียงเรียบปรายตามองเด็กชายที่กำลังหยิบขนมชิ้นเเรกเข้าปาก
เขาได้เเต่หลับตาพยักหน้ารับคำสั่งพร้อมวางขนมลงบนถาดด้วยความเสียดาย หากรู้ว่านายเเม่จะทำเช่นนี้ เขาจะรีบหยิบทานตั้งเเต่เเรก
"ไม่เป็ไร"เเต่เมื่อเสี่ยวเหวยลุกขึ้นสวี่เหวินเฉิงรีบปรามทันควัน พลางมองหญิงสาวหน้าตายด้วยความน้อยใจ เหตุใดนางใจร้ายขนาดนี้นะ
"ทานต่อเถอะเสี่ยวเหวย"องค์ชายกล่าวเพียงเท่านี้ เเล้วเดินหน้าเศร้าออกไป
"เอ่อ...ขอรับ"เสี่ยวเหวยรับคำไล่หลังองค์ชายด้วยความฉงนไม่เเน่ใจว่าเป็ความเมตตาที่ให้เขาได้ทานขนม หรือเพราะคนที่ไปส่งเป็เขากันเเน่
เเต่นั่นไม่ใช่สาระสำคัญเื่ประลองหมากล้อมวันพรุ่งนี้สำคัญกว่านัก หากหลี่อวี้ฝูรู้เกรงสำนักเเตกเหลือเกิน
"อาจารย์เเม่ข้ามีเื่จะเเจ้ง..."เขาอึกอัก ไม่กล้าสบตาหญิงตรงหน้า
"เื่หลี่ฮวาหลินหลอกข้าว่าป่วยหรือเื่ที่นางหนีไปกับคนรัก"หลี่อวี้ฝูรินชาดื่ม ท่าทางไม่ทุกข์ร้อนที่ศิษย์คนเก่งหนีออกไปสักนิด
"ท่านรู้!?"เสี่ยวเหวยตาเบิกกว้างใ พอรู้อยู่ว่าสตรีผู้นี้มีอำนาจเเต่ไม่คิดว่าจะรู้เื่เร็วขนาดนี้ เเม้เเต่เขาที่อยู่เฝ้าสำนักมาตลอดก็เพิ่งทราบเอง
หลี่อวี้ฝูกอดอกหลวมๆหลี่ฮวาหลินถือเป็สมบัติล้ำค่าของฉางเฟิ่งที่นางปั้นมากับมือ จากเด็กที่ไม่รู้จักเเม้วิธีวางหมากกลายเป็ผู้เจนสนามในเวลาเพียงสองปีกว่า เเต่หากนางเลือกหักหาญน้ำใจเช่นนี้ หลี่อวี้ฝูที่เป็เพียงผู้ชี้เเนะจะทำอย่างไรได้นอกจากขอให้โชคดีกับชีวิตหวนกลับมาเหยียบฉางเฟิ่งเเละวงการหมากล้อมไม่ได้อีกเลย"ข่าวเเว่วมาว่าผู้เฒ่าเหลียงจะส่งเหลียงป๋อลงเเข่งด้วย"
นางเปลี่ยนเื่สนทนาเพราะไม่จำเป็ต้องพูดถึงเด็กคนนั้น สมบัติล้ำค่าของเหวยฝูไม่ได้มีเพียงคนเดียว
"เหลียงป๋อคนที่เขาเรียกว่าสิงโตน่ะหรือขอรับ!"เสี่ยวเหวยไม่อาจห้ามตระหนก
เหลียงป๋อจากสำนักเหลียงคุนก่อนจะเข้าวงการหมากล้อม เป็นักเลงหัวไม้ตัวใหญ่ต่อยตีไปทั่ว เเต่ถึงกระนั้นผู้เฒ่าเหลียงก็ถ่ายทอดวิชาได้ดียิ่งจนเป็นักหมากล้อมฝีมือฉกาจที่มีดวงตาเเข็งกร้าว นับเป็คู่ต่อสู้ที่ไม่มีผู้ใดอยากวัดฝีมือเเล้วใครเล่าจะเอาชนะเขาได้ นี่เป็เื่ใหญ่เเห่งปีของสำนักเหวย...
"ข้าจะประลองกับเขาเอง"คำพูดของหลี่อวี้ฝูขัดความคิดของเสี่ยวเหวยชะงัดนัก
"ตะ...เเต่วันพรุ่งมีนัดดูตัวกับคุณชายจ้าวมิใช่หรือขอรับ"
"ไร้สาระ"หลี่อวี้ฝูวางถ้วยชาเเรงเล็กน้อยพอมองได้ว่านางไม่พอใจที่ได้ยินชื่อนี้เท่าไหร่นัก
จ้าวซานผู้นั้นนางเคยยอมไปดูตัวกับเขาครั้งหนึ่งเเล้ว เพราะเห็นเเก่จ้าวหลิน นางกำนัลาุโประจำพระสนมหยางซูเฟยที่เป็คนเเนะนำให้ด้วยตัวเองเเต่สุดท้ายนางก็ไปรอเก้อ คนจากสกุลจ้าวให้เหตุผลเฉไฉไปทั่ว นางรู้ทีหลังว่าจ้าวซานที่หายไปนั่งเฝ้านักร้องที่หอเหมยกุ้ยโหลวจนเป็ขี้ปากชาวบ้านหลายเดือนไร้คำขอโทษเเต่ส่งเทียบเชิญนางไปดูตัวอีกรอบ คิดว่าหลี่อวี้ฝูผู้นี้เป็สตรีประเภทไหนกัน
หากทั้งโลกเหลือจ้าวซานคนเดียวสตรียี่สิบหนาวจะยอมปาดคอทิ้งเสียตอนนั้นเลย
"ยกออกไปทานสิ"
เสี่ยวเหวยพยักหน้ารู้ดีว่าตอนนี้หลี่อวี้ฝูอยากอยู่คนเดียว เขายกถาดขนมออกไป พลางเหลือบมองฝ่ายหญิงเล็กน้อยสายตาของนางดูว่างเปล่าทว่าว้าวุ่นใจบางอย่าง เเม้ไม่ทราบว่าเป็เื่ใด เเต่เขาก็รู้ว่าอาจารย์เเม่ของเขาจะจัดการได้
หลังจากเสี่ยวเหวยออกไปจากเรือนฉุ่ยเซียนหลี่อวี้ฝูนั่งตัวตรงประสานมือบนโต๊ะ ขบคิดปัญหาโลกเเตกด้วยสีหน้าประหลาด ตากระพริบถี่เป็ระยะสลับกับตานิ่งค้างนานสองนาน เเต่คิ้วไม่ขมวดบอกความอลหม่านในใจเเม้เเต่น้อย
เเม้สวี่เหวินคุนพระราชบิดาบุญธรรมไม่ได้บังคับให้นางเเต่งงานกับองค์ชายต่างเเคว้นอย่างเด็ดขาด เเต่ในอีกหนึ่งเดือนจะมีงานฉลองวันประสูติฮ่องเต้เเห่งต้าจิ้งหากทางโฮ่วเซี่ยทราบว่าองค์หญิงผิงอันยังไม่มีเรือน นางก็ต้องเเต่งอย่างเลี่ยงไม่ได้
เเต่งงานเชื่อมสัมพันธไมตรีคือฝันร้ายของหลี่อวี้ฝูเเคว้นโฮ่วเซี่ยไม่ด้อยไปกว่าต้าจิ้ง พูดเื่คุณภาพความคิดประชากร โฮ่วเซี่ยอาจจะดีกว่าเสียด้วยซ้ำองค์ชายที่ถูกมั่นหมายนั้น ได้ยินมาว่าเป็บัณฑิตหลวงคุมกรมบัณฑิต เข้าข่ายเป็ชายในฝันของหญิงสาวเเต่โฮ่วเซี่ยไกลจากฉางเฟิ่งนับหมื่นลี้ ไม่ว่าองค์ชายผู้นั้นจะวิเศษเเค่ไหน นางก็เเต่งกับเขาไม่ได้
ฉางเฟิ่งกว้างใหญ่ก็จริงเเต่นางเชื่อว่าฟ้าไม่ใจร้ายขนาดนั้น ต้องมีใครสักคนเป็เเสงสว่างให้นางได้เเน่