สยบฟ้าเหนือราชัน

    ตอนที่ 43 เคล็ดวิชาระบำกิ่งไผ่

    ตอนที่ 43 เคล็ดวิชาระบำกิ่งไผ่

      “หน่ะ...นี่มันเป็นไปได้จริงๆเหรอสามารถฝึกฝนกายาปรานได้ในทันที แถมทำได้ระหว่างการต่อสู้แบบนี้”

      “ศิษย์น้องหวู่เฉินเดิมฉลาดหลักแหลม บางที...นี่อาจจะไม่แปลกนัก”

       “เสี่ยวไป๋บอกแล้วใช่มั้ยว่าหวู่เฉินเกอเกอ ยอดเยี่ยมที่สุด ฮิฮิ”

    ทุกคนในลานกว้างเต็มไปด้วยความแปลกใจถึงจะเหตุการน์จะน่าตกใจมากแค่ไหนฝั่งสำนักไผ่เขียวต่างดีใจจนออกนอกหน้ากลับกันถังเการุ่ย และถังห่าวสองพี่น้องสีหน้ามืดครึ้ม ทำหน้าเหมือนอมอุจจาระไว้

      “เป็นไปไม่ได้! ข้าไม่เชื่อ...”

      “ดีดีมาก เจียงหวู่เฉินเจ้าเล่ห์นักนะ ที่จริงเจ้าแอบฝึกกายาปรานมาตั้งนานแล้วกับเล่นละคร กะเรียกร้องความสนใจสินะ”

      “สร้างกายาปรานได้แล้วยังไง? ข้าจะแสดงให้ดูถึงความแตกต่าง!”

    ถังห่าวโคจรปรานอย่างบ้าคลั่งกายาปรานอยู่ในสภาวะเข้มแข็งถึงขีดสุดมันพุ่งโจมตีใส่เจียงหวู่เฉิน ฝ่ามือใช้ออกประกายทอแสงสีม่วง

       เด็กหนุ่มไม่ยีระกับการโจมตีของอีกฝ่ายมือซ้ายไผล่หลังอกยืดตรง พอถังห่าวซัดฝ่ามือมาข้างหน้ามันก็ซัดฝ่ามือขวาเข้าต้านแสงสีเขียวอ่อนเรืองรอง ต้นไผ่ในบริเวณสั่นไหวร่างทั้งสองยืนประจันกันระลอกลมปราณแกร่งกระจายออกเป็นคลื่น

      กายาปรานแกร่งสีม่วงของถังห่าวค่อยๆปรากฏรอยร้าวเล็กๆขึ้นก่อนจะลามไปทั่ว “ไม่...เป็นไปไม่ได้!”

      เปรี้ยง

    ถังห่าวกระเด็นดุจว่าวสายขาดไถลไปกับพื้นจนเกิดรอยแตกเป็นทางยาวมันกระอักเลือดออกมา ถังเการุ่ยรีบไปประคองน้องชาย สายตาเคียดแค้นไม่อยากเชื่อสายตา

      “พวกท่านดูใครกันแน่ที่ไร้ประโยชน์ กลับโดนเกอเกอข้า ทุบตีด้วยมือเดียว ฮิฮิ” เสี่ยวไป๋น้อยอารมณ์ดีถึงที่สุดกระโดดดีใจเหมือนเด็กๆพวกศิษย์พี่ต่างดีใจเข้ามาชื่นชม

      “ทำดีมากศิษย์น้อง”

      “หวู่เฉินศิษย์พี่หญิงรู้แต่แรกว่าเจ้านั้นไม่ใช่คนธรรมดา”

     จู้กานสงตบไหล่ชื่นชม ส่วนศิษย์พี่หญิงยิ้มงามส่งสายตาหวานเยิ้มสื่อความหมายมาที่เด็กหนุ่ม

      ถังห่าวนั้นนอนกระอักเลือดแต่ไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ “เจียง...อึก...หวู่เฉินข้า...ยังไม่แพ้”

      “ยังไม่แพ้อันใดเจ้านอนพงาบๆเหมือนสุนัขใกล้ตายเช่นนี้”ถังเการุ่ยได้ยินคำเสี่ยวไป๋จึงไม่พอใจ

       “เจ้าจะรู้อะไรห่าวเอ๋อแค่ประมาทไปเล็กน้อย อีกอย่างมันยังไม่ได้ใช้วิชาของตระกูลถังเลยพวกเรานั้นถนัดการใช้อาวุธลับถ้าห่าวเอ๋อเอาจริงเจ้าไร้ค่านี้จะยังยืนอยู่ได้งั้นเหรอ”

      “หวู่เฉินเกอเกอก็ยังไม่ได้ใช้วิชายุทธ์ของสำนักเราเหมือนกันอีกอย่างต่อให้เจ้าใช้วิชาหมาลอบกัดอะไรนั้น เกอเกอข้าก็ไม่แพ้!”

     ถังเว่ยที่เงียบอยู่ได้ยินคำเสี่ยวไป๋ก็แสดงสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อยถังเการุ่ยยิ่งโกรธา นางเร่งลมปรานขึ้น ตบไปที่พื้นจนเศษหินลอยขึ้น ก่อนจะตวัดฝ่ามือตบออกด้วยกระบวนท่าอาวุธลับของตระกูลถัง

      “งั้นเจ้าลองชมวิชาของตระกูลถังเรา!” เศษหินเล็กแต่แหลมคมอาบด้วยลมปราณสีม่วงแสดงออกด้วยวิชายุทธ์ของสกุลถังย่อมไม่ใช่การโจมตีทั่วไปเศษหินพุ่งด้วยความเร็วดุจมีดแหวกอากาศมาที่ร่างเด็กหญิง

      การโจมตีนี้ใช้ออกกะทันหันรวดเร็วทำให้ผู้อยู่บริเวณนั้นตอบโต้มาช่วยเด็กหญิงไม่ทัน ในขณะที่เศษหินพุ่งเข้ามาใกล้เสี่ยวไป๋กลับไม่มีแววตื่นตระหนก

      เสี่ยวไป๋หยิบกระบองเล็กๆเหมือนกิ่งไผ่ในมือปาดเป็นวง ไอปรานสีเขียวแผ่กระจาย พลังชี่ธาตุไม้ในหุบเขาล้วนสั่นไหวรอบตัวนางการโจมตีของถังเการุ่ยที่เป็นถึงผู้บำเพ็ญกายขั้นปลายนั้นรุนแรงมาก

     แต่เมื่อพุ่งมาชนม่านไผ่ของเด็กหญิงกลับไม่สามารถทะลวงผ่านได้ เศษหินกับหมุนเป็นวงตามการควงกิ่งไผ่ของเด็กหญิงทุกคนต่างอึ้งเสี่ยวไป๋เด็กหญิงน้อยวัย13 กลับรับการโจมตีของผู้บำเพ็ญกายขั้นปลายของตระกูลถังได้!

      “ที่เสี่ยวไป๋ถือ มิใช่กระบอกกิ่งไผ่หยกเขียวอาวุธประจำตัวของปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งสำนักนี่ ทำไมเสี่ยวไป๋ถึงมีมันได้!”

      เด็กหญิงควงกิ่งไผ่อย่างคล่องแคล่วก่อนจะตวัดฟาดไปทางถังเการุ่ยส่งเศษหินที่แฝงลมปรานสีม่วงของสกุลถัง ผสานเข้ากับลมปราณสำนักไผ่เขียวพุ่งควงสว่านรุนแรงกว่าขามาอย่างเทียบไม่ติด

      ถังเการุ่ยจะตอบโต้ทันได้อย่างไรนางไม่คิดด้วยซ้ำว่าเสี่ยวไป๋จะรับมือกับการโจมตีของนางได้เมื่อเห็นการโจมตีของตัวเองถูกตีโต้ขึ้นมา ยามกะทันหันไม่สามารถสกัดหยุดยั้ง ทำได้แต่หงายหลังหลบการโจมตีไป

     เศษหินพุ่งเฉียดศีรษะนางฉีกปลายผมของนางไปหลายเส้นเศษหินพุ่งไปทะลวงป่าไผ่ข้างหลังตัดต้นไผ่ยักษ์จนขาดวิ่นทะลุยาวหายไปกว่าครึ่งลี้กว่าจะหยุดลง

     ถังเการุ่ยเมื่อหลบการโจมตีได้ก็ดีดตัวขึ้นด้วยความโกรธแต่กลับพบว่าเด็กหญิงน้อยที่อยู่ห่างออกไปตอนนี้นางพุ่งเข้าใกล้ประชิดตัวทันทีเด็กหญิงถือกิ่งไผ่วาดออกด้วยท่วงท่างดงามฟาดมาที่หญิงสาว

      “ทิวไผ่ล่องลม!”การโจมตีนั้นฟาดเป็นระลอกคลื่นดูนุ่มนวลไร้ความรุนแรง แต่ถ้าเป็นผู้มีฝีมือจะมองออกว่ากระบวนท่านี้น่ากลัวแค่ไหนเด็กหญิงโหมโจมตีใส่หญิงสาวอย่างรวดเร็วต่อเนื่อง ถังเการุ่ยได้แต่ใช้ท่วงท่าเท้าพิสดารหลบลี้การโหมโจมตี

     “เด็กหญิงนี่กลับเลื่อนขึ้นเป็นผู้บำเพ็ญกายขั้นกลางแล้วกลับรวดเร็วถึงเพียงนี้?”

     “หน่ะนี่มัน เคล็ดวิชาระบำกิ่งไผ่เป็นเคล็ดวิชาที่ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งใช้เมื่อ500ปีก่อนนี้เด็กหญิงนี่สามารถฝึกฝนจนสำเร็จได้?”

      “เสี่ยวไป๋พึ่งสำเร็จได้แค่ขั้นที่1ยังไม่สามารถดึงพลังของมันออกมาได้”

      เคล็ดวิชาระบำกิ่งไผ่นั้นเป็นวิชาระดับใด? ภายใน500ปีนอกจากปรมาจารย์หญิงผู้ก่อตั้งสำนักแล้วมีแต่เสี่ยวไป๋คนเดียวที่ฝึกฝนจนสำเร็จ แม้จะสำเร็จแค่ขั้นเดียวแต่นางพึ่งอายุเท่าไหร่กันเชียว?วิชานี้แม้แต่ซูเทียนเจ้าสำนักคนปัจจุบันยังฝึกไม่สำเร็จเด็กหญิงน้อยที่มัวแต่เล่น วันๆมัวแต่ติดสอยห้อยตามพี่ชายไปวันๆ กับทำได้ถึงขนาดนี้แล้ว?

      ถังเการุ่ยสีหน้าดูไม่ได้ ยามโกรธที่โดนเด็กหญิงตัวน้อยรุกไล่จึงใช้กระบวนท่าตีโต้เปลี่ยนจากรับเป็นรุก

      “มีดดาวตก”

     ทันใดนั้นมีมีดบินเล็กๆอาบด้วยลมปราณสีม่วงหลายเล่มบินทะลวงออกจากแขนเสื้อหญิงสาวพุ่งเข้าหาร่างเสี่ยวไป๋ คมมีดนี้มีพลังทะลวงรุนแรงเป็นอย่างมากถ้าเปลี่ยนมาเป็นเจียงหวู่เฉินมันไม่แน่ใจเลยว่าจะรับได้

      คมมีดใกล้ถึงตัวเด็กหญิง นางกับหมุนตัววาดกิ่งไผ่ในมือเป็นวังวนสีเขียวหลังจากม่านลมปรานปะทะเข้ากับคมมีดกว่า5เล่ม เสี่ยวไป๋ก็ต้องซอยเท้าถอยหลังมือยังคงหมุนควงกิ่งไผ่เป็นม่านต้านทานการโจมตีของหญิงสาวไว้

      ........

    ห่างออกไปไม่ไกลมีชายวัยกลางคนสองคนยืนมองการประลองอยู่หนึ่งคือซูเฉินอาจารย์ของเจียงหวู่เฉินอีกหนึ่งเป็นเป็นชายใส่ชุดสีขาวมีหนวดเคลายาวเล็กน้อยที่หลังสะพายด้วยกระบี่

      “โห่เด็กหญิงคนนี้ของสำนักท่าน ไม่เลวเลย ต่อให้อยู่ในสำนักชั้นเอก ก็ยังถือว่าเป็นอัจฉริยะด้วยพลังผู้บำเพ็ญกายขั้นกลางกลับสามารถรับการโจมตีของผู้บำเพ็ญกายขั้นปลายได้”

       “ท่านทูตกล่าวเกินไปเด็กหญิงแค่ใช้จังหว่ะที่คู่ต่อสู้ประมาท รุกไล่จนตั้งตัวไม่ติดอีกฝ่ายยังไม่สามารถใช้พลังที่แท้จริง อีกทั้งวิชาที่นางใช้นั้นชนะทางอีกฝ่ายถ้าสู้ยืดเยื้อต่อไปย่อมต้องพ่ายแพ้”

      “ท่านซูเฉินกล่าวถูกต้องแต่เพียงนี้เด็กหญิงน้อยนี่ก็สมควรเรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะแล้ว”

    ซูเฉินยิ้มอย่างภูมิใจไม่กล่าวอะไรอีกพวกมันทั้งคู่จับจ้องไปที่การต่อสู้ที่ลานกว้าง

    .............

    เสี่ยวไป๋ถอยยาวไปไกลในขณะที่คมมีดทั้ง5กำลังอ่อนกำลังลงจนถูกหยุดไว้ในที่สุด คมมีดทั้ง5หล่นลงบนพื้น ในความเงียบเสียงมีดกระทบพื้นย่อมดังก้องกังวาน

        ความจริงเด็กหญิงต้องการปัดการโจมตีย้อมกลับไปหาหญิงสาวแต่เด็กหญิงพึ่งฝึกได้แค่ขั้น1เลยทำได้แค่หยุดยั้งไว้ที่การโจมตีแรกนางตีโต้ได้เพียงเพราะการโจมตีรุนแรงน้อยกว่าครั้งนี้มาก

    “นี่น่ะเหรอวิชายุทธ์สกุลถัง ก็ไม่เห็นเท่าไหร่!”

      “ฝนมีดทะลวงฟ้า!”

    ถังเการุ่ยโกรธจัดโคจรปรานแกร่งแสงสีม่วงเรืองรอง ในขณะที่เสี่ยวไป๋กำลังยิ้มกริ่มคมมีดกว่า20-30เล่ม พุ่งทะลวงมาทุกทิศทาง คมมีดแต่ละเล่มรุนแรงกว่ารอบที่แล้ว5ส่วนรวดเร็วกว่าเดิม5ส่วน

     เสี่ยวไป๋หน้าเสียการโจมตีนี้นางไม่มั่นใจว่าจะรับได้โดยไม่บาดเจ็บแน่นางยกกิ่งไผ่เตรียมรับมือ เจียงหวู่เฉินเห็นดังนั้นเตรียมพุ่งตัวไปช่วยน้องสาวแต่ระยะไกลเกินไม่สามารถไปได้ทัน

      ทันใดนั้นร่างของซูตันหยินทะยานออกดุจหงส์กวาดกระบี่ในมือกวาดเป็นระลอกคลื่นสีเขียว ใบไผ่นับไม่ท้วนรอบด้านหมุนวนเป็นคมมีดพุ่งต่อต้านจนกระบวนท่าสังหารของถังเการุ่ยหมดสิ้นไป

      “เการุ่ยอย่ามัวแต่รังแกเด็กหญิง อย่างเจ้าควรมาเจอกับข้าแทนดีกว่ามั้ย” ซูตันหยินบัดนี้ถือกระบี่บาง ยืนตระง่านข้างหน้าเสี่ยวไป๋ชายคลุมสีเขียวของนางต่างพลิ้วไหว ใบไผ่นับไม่ถ้วนปลิวว่อนรอบกาย รับกับดวงหน้างามช่างเป็นภาพที่วิจิตงดงามยิ่งนัก

    คล้ายกับเรื่องสยบฟ้าเหนือราชัน ที่คุณอ่าน