ในดวงดาวที่แสนงดงามนามว่า [Peace] จะเรียกว่าเป็โลกอันแสนสงบก็ไม่ผิดนัก ในสถานที่ที่ถูกเรียกว่าอาณาเขตศักดิ์สิทธิ์ ตำแหน่งของใจกลางได้ถูกปกคลุมด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ถูกเรียกว่า [ต้นไม้โลก] ตามตำนานได้กล่าวว่าต้นไม้โลกเป็เทพที่คอยปกป้องสมดุลและความสงบสุขตามชื่อของโลกใบนี้
โลกที่แสนสงบสุขใบนี้เต็มไปด้วยเผ่าพันธุ์ที่แตกต่างและหลากหลาย เมื่อเวลาผ่านไป 9 เผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุดก็ได้ก่อตั้งเมืิองของตัวเองขึ้นมาและแบ่งดินแดนออกเป็9ส่วน มนุษย์ เอลฟ์ คนแคระ ดรูอิท แมลง ั์ สัตว์ป่า มัจฉา วิหค โดยมีั์เป็เผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุด
แต่เมื่ออำนาจเป็สิ่งที่แสนจะหอมหวานที่ไม่ว่าใครก็้าจะ ความสงบสุขที่เคยมีจึงกลายเป็เพียงอดีตเท่านั้น
ในปีนั้นเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างั์ที่ควรจะมีสมาชิกน้อยกว่าเผ่าอื่น เกิดสิ่งผิดปกติขึ้นเหมือนว่ากฏความสมดุลอ่อนกำลังลง ทำให้เผ่าั์สามารถขยายเผ่าพันธุ์ได้เร็วกว่าเดิมมาก
10ปีต่อมา มีการก่อาขนาดใหญ่ขึ้นโดยเผ่าั์ าระลอกแรกจบลงด้วยการที่เผ่าแมลงและสัตว์ป่าเสียหายหนักจนต้องยอมแพ้และสวามิภักดิ์
อีก6เผ่า ้าหารือเพื่อเตรียมรับมือกับอีก3เผ่าพันธุ์ โดยเรียกรวมๆว่า [ ผู้รุกราน ] ผลของการประชุมคือเผ่ามัจฉาและวิหคไม่เข้าร่วม โดนเหตุผลคือดินแดนของพวกเขาไม่ได้อยู่บนพื้นดิน จึงไม่มีความจำเป็ที่ต้องมาเสี่ยงทำา และเลือกที่จะกลับไปที่ดินแดนของตัวเอง
อีก4เผ่าพันธุ์ที่เหลือสุดท้ายด้วยความจำเป็จึงต้องรวมตัวกันในนามของ [ กองกำลังต่อต้าน ] เพื่อช่วยเหลือและร่วมมือกันต่อสู้กับผู้ที่แข็งแกร่งกว่า
ผู้แข็งแกร่งเลือกที่จะรุกรานผู้อ่อนแอาน้อยใหญ่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง และฝ่ายกองกำลังต่อต้านต้องถอยร่นไปทุกที
ในยุคที่ไฟของาลุกลามไปทั่วทุกทิศ เสียงร่ำไห้ของเด็กน้อยและความอดยากกระจายไปทุกแห่งหน เืหลากเผ่าพันธุ์นองไปทั่วทุกทิศ าเพื่อความอยู่รอดที่ยากจะจบลง หากอยากรอดก็ต้องจับอาวุธขึ้นมาสู้เพื่อปกป้องตัวเอง ในานี้ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่อยู่รอด เพียงเพราะความกระหายอำนาจของใครบางคน เพียงเพราะผู้นั้นมีอำนาจพอที่จะก่อา ดินแดนที่เคยสวยงาม อณาจักรที่เคยอยู่อย่างสงบสุข ที่ๆเคยมีเสียงหัวเราะของครอบครัว วันนี้มีเพียงเสียงแห่งความสุญเสียและโกรธแค้นเท่านั้น เมื่อไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไปเหล่าผู้มีความสามารถจึงต้องเข้าร่วมในโศกนาฏกรรมนองเืครั้งนี้ จนเกิดเป็าใหญ่ที่ถูกขนานนามในภายหลังว่า “มหาาดินแดนโลหิต”