ตอนที่ 13 ใกล้เข้าไปอีกนิด
แต่ทว่าก็ได้มีเสียง ๆ หนึ่งดังขึ้นมาเรียกปานรุ้งเสียก่อน ด้วยเหตุนี้ หญิงสาวจึงรีบเปลี่ยนจากชุดนอนเป็ชุดอยู่บ้าน ก่อนจะมองออกไปบริเวณนอกหน้าต่างจึงได้เห็นว่าเป็คุณป้าที่มาซื้อพวงมาลัยเธอก่อนหน้านี้นี่เองที่ยืนเรียกเธออยู่หน้าบ้าน
‘โธ่ ป้านี่เอง’ ปานรุ้งถอนหายใจอย่างโล่งอก
“หนูรุ้ง ๆ หนูทอนเกินมาลูก” ทันทีที่ลงมาถึง หญิงสูงวัยก็รีบยื่นเงินทอนที่เกินไปคืนหญิงสาว “ป้ารีบกลับเอามาคืนให้ก่อนน่ะ กลัวลืม”
ในขณะเดียวกันที่หลังบ้านนั้นเอง ชายคนดังกล่าวก็รีบถอยหนีออกมาเพื่อไปที่รั้วบ้านที่ตนเพิ่งจะข้ามมา จนในจังหวะที่กำลังจะก้าวขาออกไปต่อนั้น ขาของเขาก็ถูกใครบางคนขัดเข้าเสียก่อนจนเสียหลักล้มลง และในจังหวะที่ยังไม่ทันตั้งตัวนั้นเอง ก็ได้มีใครคนหนึ่งออกแรงกระชากตัวพร้อมกับยกตัวเขาขึ้นมาด้วยเรี่ยวแรงมหาศาล
“แกเป็ใคร มาทำอะไรบ้านคุณรุ้ง” เสียงกระโชกนั้นดังมาจากชายร่างสูงใหญ่ หน้าโหด ซีกหนึ่งของใบหน้านั้นมีรอยแผลเป็ขนาดใหญ่อยู่
“เฮ้ย ปล่อยสิเว้ย” ชายคนดังกล่าวดิ้นไปมา สองมือพยายามดึงมือใหญ่โตนั่นออกจากการเกาะกุม
“แกคงเป็คนของเสี่ยเฉลิมศักดิ์สินะ ใช่ไหม ตอบมา”
ปานรุ้งที่มองคุณป้ามาลีขึ้นรถกระบะกลับไปอยู่นั้นก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงอะไรดังแว่วมาจากข้างหลัง จนทันทีที่ปิดประตูรั้ว มือบางก็จัดการหยิบไม้กวาดที่วางไว้ริมรั้วมาด้วย
ชายที่ถูกจับตัวอยู่ไม่ยอมพูดอะไร นอกจากบอกให้คนตรงหน้าปล่อย
“เสี่ยบ้าเสี่ยบออะไร พอดีฉันเป็แฟนคลับคุณปานรุ้งเขา ก็เลยอยากมาหาน่ะ” ชายชุดดำรีบแก้ตัวทันควัน
“ใครเชื่อแกก็กินหญ้าแล้วเหอะ” ดวงตาคมดุมองชายตัวเล็กตรงหน้าั้แ่หัวจรดเท้า
“เฮ้ย คุณรุ้งมา”
ด้วยความใ ทำให้ชายร่างั์เผลอปล่อยมือจากชายร่างเล็กตรงหน้า เป็เหตุให้เขาหนีไปได้ในที่สุด โดยเมื่อเห็นดังนั้น ชายตัวใหญ่ก็ได้รีบตามไปติด ๆ
ในขณะที่ปานรุ้งที่วิ่งมายังหลังบ้านพอดีนั้นก็เห็นแต่เพียงความว่างเปล่า โดยหลังจากสำรวจไปรอบ ๆ ก็ไม่เจออะไรเลย นอกจากสิ่ง ๆ หนึ่งที่ทำให้เธอประหลาดใจและทำให้เธอลืมเื่เสียงดังประหลาดเมื่อครู่ไปได้
“เอ๊ะ นี่เราเผลอลืมเปิดประตูหลังบ้านไว้หรือนี่”
ในขณะที่ข้างนอกนั้น ชายร่างั์กำลังวิ่งตามชายชุดดำร่างผอมไปติด ๆ แต่ก็ยังช้าไป เมื่อจู่ ๆ ก็ได้มีรถตู้สีดำคันใหญ่ขับมาจอดดักชายคนนั้นไว้ตรงหน้าปากซอย ก่อนที่เขาจะรีบะโขึ้นรถคันดังกล่าว แล้วแล่นออกไปอย่างรวดเร็ว
“เย็นไว้ไอ้เสือใหญ่”
พลันในตอนนั้นเอง ก็ได้มีชายอีกคนโผล่มาข้าง ๆ พร้อมกับมือถือในมือ
“ไอ้หมอนั่นต้องเป็คนของเสี่ยเฉลิมศักดิ์แน่ ๆ ฉันจำรถตู้มันได้” ชายชื่อเสือว่าไปพลางหอบแฮ่กไป
“เป็ไม่เป็ เดี๋ยวก็ได้รู้ล่ะ” ชายร่างเล็กกว่าว่าขึ้นก่อนจะกดส่งรูปทะเบียนรถยนต์คันนั้นไปให้เ้านายตนที่กำลังรออัพเดทข่าวสารอยู่ที่ไร่ครูสะอาด “เฮ้อ มันเอาจริงว่ะ ไม่น่าเชื่อ”
“นั่นน่ะสิ ก็ว่าทำไมคุณเจษถึงให้เรามาคอยเฝ้าคุณรุ้ง”
“แล้วมันบอกอะไรแกบ้างไหม”
“ยังไม่ทันบอก ฉันเผลอตกหลุมพรางมันจนมันหลุดมือน่ะ เลยยังไม่ทันได้คุยอะไรดี”
“ไม่รู้เนอะว่าคุณเจษจะจัดการขั้นเด็ดขาดยังไง เล่นมาแบบนี้บ่อย ๆ คุณรุ้งแย่แน่”
“นั่นน่ะสิ” ชายร่างั์ยืนครุ่นคิด
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ทันทีที่หยดน้ำหยดสุดท้ายหยดลงในถ้วยสีใสพร้อมกับคำให้พรจากพระสงฆ์ที่จบลง ทั้งรินนรี คุณนายสร้อยระย้าและฤดีนั้นต่างก็ช่วยกันจัดแจงเก็บข้าวของ โดยทั้งนี้เอง เรวัตรที่ยืนรับพรอยู่ห่าง ๆ ก็ได้เข้ามาสมทบด้วย
“เดี๋ยวผมช่วยครับ” เขาจัดการเอ่ยขึ้นก่อนจะอาสาช่วยถือของเข้าไปในบ้านด้วย
“อืม ขอบใจนะ นายเรย์” คุณนายที่ถือถาดอยู่ในมือกล่าวขึ้น ก่อนจะมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างพินิจ “วางของไว้ตรงเก้าอี้หน้าบ้านนั่นแหละ เดี๋ยวที่เหลือให้ป้าแจ๋ว เจนจัดการ”
ทันใดนั้น บุคคลที่ถูกเอ่ยถึงคนหนึ่งก็เดินหน้าแป้นแล้นเข้ามา ก่อนจะกล่าวด้วยเสียงเจื้อยแจ้วกับเขา
“พี่เรย์จะมาช่วยเจนก็ได้นะคะ เจนยินดีค่ะ โอ๊ย ป้า” หญิงสาวคราวหลานถึงกับซี๊ดปากเมื่อถูกผู้เป็ป้าหยิกที่แขนเป็การเตือนเบาะ ๆ
“เบา ๆ หน่อยหล่อน”
เขาจัดการช่วยยกข้าวของที่เหลือไปวางไว้บนเก้าอี้ม้านั่งไม้ที่ตั้งอยู่หน้าบ้าน และในจังหวะที่หันหลังนั้นเอง ร่างสูงใหญ่ของเขาก็ได้ไปชนเข้ากับร่างเล็กที่เดินตามหลังเขามาด้วยและแรงพอที่จะทำให้แก้วกรวดน้ำในมือของรินนรีร่วงหลุดมือ แต่ทว่าด้วยความไวของทั้งคู่ ทำให้ต่างคนต่างคว้าแก้วได้ทันจนมือทั้งคู่เผลอัักันอย่างไม่ทันตั้งตัว
คุณหนูของบ้านชะงักไปด้วยความใ ก่อนจะรีบเงยหน้าขึ้นมาเพื่อขอให้เขาปล่อยมือที่จับเธอได้แล้ว แต่ทว่าในวินาทีที่ตาประสานตาอย่างใกล้ชิดที่สุดกว่าที่เคยใกล้มาก็ทำเอากลีบปากนิ่มเอื้อนเอ่ยอะไรไม่ออก เพราะมัวแต่ตะลึง ไม่เข้าใจว่าอาการที่เป็อยู่คืออะไรกันแน่ ถึงพูดอะไรออกไปไม่คล่องปากอย่างเคย ส่วนเรวัตรเองก็เช่นกัน เขาคาดไม่ถึงว่าตนจะได้มาใกล้หญิงสาวที่ตนแอบสนใจใกล้มากขนาดนี้
แล้วในตอนนั้นเอง เสียงกระแอมที่ค่อนข้างดังก็แว่วมาจากด้านข้างของทั้งคู่ โดยประมุขของบ้านนั่นเอง และนั่นก็ทำให้ทั้งคู่ได้สติแทบจะทันที
“ขอโทษ ที่ชนคุณหนูครับ คุณหนูไม่เป็อะไรนะครับ” จู่ ๆ เขาก็รู้สึกเหมือนลิ้นพันกัน
“ฉันไม่เป็ไร” รินนรีหันหน้าหนีจากคนตรงหน้าในทันที ก่อนจะกุมแก้วในมือไว้แน่น ทำตัวไม่ถูก
เมื่อขึ้นไปบนห้อง หญิงสาวก็รีบไปล้างหน้าล้างตาที่ห้องน้ำเพื่อสงบสติอารมณ์ มือขวากุมที่อกข้างซ้ายแน่น
‘หยุดเต้นแรงเสียทีได้ไหม’
ในขณะที่เรวัตรเองก็ได้แต่แอบมองตามไป ด้วยความรู้สึกหลากหลาย
่เวลาบ่ายแก แดดร่มลมตก ลมอ่อนพัดโชยมากระทบกระดิ่งที่แขวนไว้รวมกับต้นไม้เดฟที่แขวนไว้บริเวณหลังบ้าน ตรงมุมกับที่หญิงสาวชอบมานั่งอ่านหนังสือหรือทำงานเงียบ ๆ โดยในตอนนี้ นิ้วเรียวค่อย ๆ พลิกมุมกระดาษของหนังสือนิยายเล่มโปรดเพื่อเปลี่ยนไปยังหน้าถัดไป จนกระทั่งเมื่อเวลาผ่านไปสักพัก ดวงตาหวานก็เหลือบไปเห็นชายหนุ่มที่กำลังรดน้ำต้นไม้อย่างขยันขันแข็งด้วยความเพลินอย่างไม่รู้ตัว ก่อนจะเห็นเขาเดินไปที่พุ่มดอกมะลิ จับ ๆ ดึง ๆ ดอกไม้ออกมา
รินนรีวางหนังสือลงบนโต๊ะแทบจะทันทีเมื่อเห็นแบบนั้น
‘กล้าดียังไงมาทำแบบนั้นกับดอกไม้โปรดของฉันกัน’
ส่วนเรวัตรเองก็กำลังสาละวนอยู่กับกอมะลิกอนั้นจนไม่รู้ตัวเลยว่าพายุลูกย่อม ๆ กำลังก่อตัวเข้ามาจากด้านหลัง
“นั่นนายทำอะไรกับดอกไม้ของฉันน่ะ”
เสียงแหลมเล็ก พร้อมกับท่าทางเหวี่ยงวีนเต็มที่นั่นไม่ต้องเดาว่าใครเขาก็รู้ได้
เรวัตรถือดอกมะลิดอกหนึ่งไว้ในมือ เป็ดอกมะลิช้ำ ๆ เหี่ยว ๆ ก่อนจะมองหน้าเ้านายสาวตัวน้อย พลางเอ่ยขึ้นยิ้ม ๆ
“พอดีผมได้ยินว่าคุณหนูจะเอาดอกมะลิไปใส่บาตรพระ ผมก็เลยคิดว่าจะมาดูความเรียบร้อยของต้นมะลิน่ะครับ แล้วเมื่อกี้พอดีเห็นมีบางดอกมันเหี่ยวแล้ว ก็เลยเด็ดออกน่ะครับ” ว่าจบ เขาก็แบมือออก เผยให้เห็นดอกมะลิเหี่ยว ๆ ช้ำ ๆ อย่างที่ว่า
“กว่าจะวันพระก็อีกหลายวัน” เมื่อเห็นแบบนั้น หญิงสาวก็โล่งอก
“ต้นไม้ใบหญ้าในสวนนี้ไม่ว่าอันไหนผมก็ต้องดูแลให้ดีครับ มันเป็หน้าที่คนสวน”
“อืม ก็ดี ฉันตั้งใจจะเอาไปถวายพระ เดี๋ยวได้บาปมาแทน นี่นายดูแลเป็จริง ๆ ใช่ไหม”
“ครับ ก็อาศัยดูจากในอินเทอร์เน็ตด้วยน่ะครับ ดอกไม้คุณหนูจะได้สวย ๆ”
“หึ อย่าดีแต่ปากเลย ทำออกมาให้ดูดีก่อนเถอะ” หญิงสาวว่าขึ้นด้วยความรู้สึกหมั่นไส้กับท่าทางที่ดูสุขุมของคนสวนคนใหม่ตรงหน้า ก่อนที่เธอจะเดินออกไปจากตรงนั้นเพื่อไปอ่านนิยายต่อ โดยมีเสียงทุ้มนุ่มไล่ตามหลังมา
“ผมดีใจนะครับที่คุณหนูยอมพูดกับผมบ้าง”
ทันทีที่ได้ยินแบบนั้น รินนรีก็หันขวับมาหาเขาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นพร้อมกับมองอย่างเหยียด ๆ
“นายเป็ใคร ฉันเป็ใคร ทำไมฉันถึงต้องลดตัวไปคุยกับนายด้วย ฮึ นายเรย์”
“แต่ตอนนี้คุณหนูก็คุยกับผมอยู่นี่ครับ”
ใบหน้าหวานงอง้ำขึ้นมาทันที
“ถ้านายดูแลกอมะลิได้ไม่งามถูกใจฉันล่ะก็ ฉันจะบอกแม่ให้ไล่นายออก เข้าใจไหม” ทันทีที่กล่าวจบ ร่างเล็กก็รีบเดินออกไปจากตรงนั้น
‘ทำไมเราถึงพูดออกไปแบบนั้นเนี่ย’
แต่แทนที่จะรู้สึกโกรธ คนร่างใหญ่ที่ถูเหวี่ยงเมื่อครู่กลับยกยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะพึมพำขึ้นมาเบา ๆ
“ทำไมรู้สึกน่าเอ็นดูเฉย”
เมื่อถึงเวลาเที่ยง พวกคนงานต่างก็มากินข้าวด้วยกันหลังครัว ทั้งนี้เจนจะเป็คนคอยเสิร์ฟน้ำเสิร์ฟอาหารป้อนเรวัตรอยู่ตลอดไม่ขาดปาก จนป้าแจ๋วอดแขวะไม่ได้
“หนอย น้อย ๆ หน่อย เป็สาวเป็นางนะยะ”
“ก็แหม ป้า พี่เรย์เขาน่ารักออก พูดจาสุภาพ ไม่เหมือนชาวบ้านคนอื่น ๆ เลย” ว่าจบ มือบางก็หยิบน้ำส้มที่ตนถ่ายไว้เรียบร้อยขึ้นมา “ฉันก็เลยอยากบริการพี่เขาเป็พิเศษยังไงล่ะจ๊ะ อ่ะนี่จ้ะ น้ำส้มหวาน ๆ ได้ความหวานจากคนให้ล้วน ๆ เลยจ้ะ”
“ยัง ๆ เดี๋ยวเหอะ”
“รับไปสิจ๊ะ พี่”
ทั้งป้าแจ๋วกับลุงยงค์ได้แต่ส่ายหน้า ส่วนเรวัตรได้แต่กล่าวขอบคุณเพราะทำอะไรไม่ถูก
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ส่วนปานรุ้งนั้นก็ได้นัดเจอกับเพื่อนชายสาวประเภทสองคนสนิทมากินข้าวเที่ยงด้วยกันที่ร้านอาหารเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง พร้อมกับไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบไปด้วย โดยเพื่อนของเธอคนนี้มีชื่อว่าทิว ประกอบธุรกิจเปิดร้านขายเครื่องสำอางในเมืองใหญ่และเป็ช่างแต่งหน้า โดยเหล่าบรรดาพริตตี้ก็เป็หนึ่งในกลุ่มที่มาใช้บริการเธอบ่อย ๆ
แต่ก่อน ปานรุ้ง้าหารายได้ไปรักษาแม่ของเธอที่เป็โรคติดต่อร้ายแรง รายได้จากการเย็บผ้าม่าน รับซ่อมผ้าที่เธอถนัด ร้อยดอกไม้ไม่พอค่ารักษา ส่วนพ่อของเธอเป็ที่เป็คนนำโรคนี้มาให้แม่ก็ได้เสียชีวิตไปก่อน จนวันหนึ่งเธอก็ได้ไปปรับทุกข์กับทิวที่เป็เพื่อนสนิทตอนเรียน ปวส. จนไปเห็นสาว ๆ ที่เป็พริตตี้มาใช้บริการแต่งหน้าจากทิว
“งานพริตตี้เงินดีมากไหม”
“ดีสิ ขยัน ๆ ประหยัด ๆ หน่อย รวยเละ”
“งั้นฉันจะทำ” หลังจากลองชั่งใจอยู่ครู่ใหญ่ เธอก็ได้เอ่ยขึ้น
“นี่ เธอแน่ใจนะว่าจะทำ” ทิวเอ่ยถามขึ้นด้วยความใ
“ถึงจุดนี้แล้ว ฉันทำได้ทุกอย่างล่ะ ทิว แต่ที่แน่ๆ ฉันจะไม่ทำถึงขั้นขายศักดิ์ศรีหรือเรือนร่างเด็ดขาด เพราะสิ่งที่ฉัน้าคือเงินจำนวนหนึ่งเพื่อมารักษาแม่เท่านั้น”
ส่วนทิวเองนั้นก็ได้แต่เห็นใจ ประกอบกับพริตตี้ที่เข้ามาแต่งหน้านั้นค่อนข้างเชื่อถือได้ในระดับหนึ่ง เขาจึงแนะนำปานรุ้งไป พริตตี้สาวคนนั้นให้นามบัตรติดต่อกับต้นสังกัดเอง และนับั้แ่นั้น หญิงสาวจึงได้เข้าวงการพริตตี้ และรายได้จากการประกอบอาชีพนี้ก็มากพอที่จะช่วยเป็ค่ารักษาพยาบาลรวมถึงจ้างคนดูแลอีกด้วย
“เป็ไงบ้าง ่นี้ งานหนักมากไหม”
“ก็หนักแหละ” เธอว่าขึ้น มือก็คอยคนนมเย็นในแก้วไปมา “แต่ฉันต้องทำ ก็อย่างที่แกรู้ เื่แม่ฉัน”
“อืม ก็ถ้าแม่ของแกดีขึ้นเมื่อไหร่ ก็จะได้เลิกทำเสียที อาชีพพวกนี้ พวกวงการสีเทา ไม่เหมาะกับเธอหรอก รุ้ง” เพื่อนชายสาวเอ่ยเตือนเหมือนทุกครั้ง
“ก็ถ้าแม่ฉันดีขึ้นเมื่อไหร่ ฉันก็จะเลิกเมื่อนั้นนั่นแหละ”
หลังจากกินข้าวเสร็จ ทิวากรก็ขับรถมาส่งหญิงสาวถึงที่บ้าน ก่อนจะพูดคุยอะไรกันอีกเล็กน้อย และด้วยความรู้สึกอ้างว้างที่ก่อตัวในใจมานาน ก่อนที่ชายหนุ่มจะขึ้นรถ หญิงสาวก็โผกอดเขาแน่น พลางกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือขึ้นมาเล็กน้อย
“ฉันคิดถึงแกมากเลย”
“ฉันก็ไม่ได้อยู่ไหนไกล ว่าง ๆ ก็มาหาฉันที่ร้านบ้างสิยะ”
แล้วในตอนนั้นเอง ตัวของทิวก็โดนกระชากออก ก่อนจะโดนชกเข้าเต็ม ๆ และกว่าจะได้สติ เพื่อนของเธอก็โดนชกไปเสียหลายที
“เจษ หยุดเดี๋ยวนี้นะ”
ในบ้านของปานรุ้ง หญิงสาวกำลังทำแผลให้กับทิว ส่วนเจษฎาที่ได้เข้าใจเื่ทั้งหมดแล้วก็ได้เอ่ยขอโทษที่เข้าใจผิด
“ไม่เป็ไร โอ๊ย เบา ๆ สิ ยัยรุ้ง แต่อย่าทำแบบนี้อีกนะ เจ็บมากอ่ะ” ทิวากรพูดไป มือก็กุมแก้มที่ช้ำไปด้วย
“น่าจะแจ้งตำรวจจับเสียให้เข็ดเลย ทิว ข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่น” ปานรุ้งหันมามองคนลงมือตาเขียว ขณะที่ทำแผลให้เพื่อนสนิทไปด้วย
จนเมื่อทำแผลให้เพื่อนเสร็จ หญิงสาวก็ได้รั้งแขนเสื้อของเจษฎาที่ยืนมองอยู่
“มานี่”
“เดี๋ยว ๆ ฉันอธิบายได้”
แต่หญิงสาวไม่ฟังอีร้าค่าอีรมใด ๆ เธอจัดการดึงเขาออกมาคุยที่หน้าบ้านได้ในที่สุด
“นี่นายทำบ้าอะไร เป็บ้าอะไร เพื่อนฉันไม่ใช่ที่รองรับอารมณ์อันธพาลของนายนะ”
“ฉันก็ขอโทษแล้วไง” เขาพูดออกไปด้วยความรู้สึกผิดจริง ๆ ที่อารมณ์ร้อนแบบนั้น แต่ทว่าคำตอบที่เขาตอบมาก็หาได้ทำให้หญิงสาวตรงหน้าคลายโกรธลงแต่อย่างใดไม่
“ตอบฉันมา ว่านายเป็บ้าอะไร ถึงไปต่อยเขาแบบนั้น ขอเหตุผลที่ฟังขึ้นด้วย”
แต่เขาไม่ตอบคำถามของเธอ ก่อนจะเอ่ยขอตัว
“ฉันกลับบ้านก่อนล่ะ วันนี้งานที่ไร่เข้าทั้งวันเลย”
“ทำร้ายคนอื่นแล้วยังจะชิ่ง ทุเรศ” ยิ่งเมื่อเห็นท่าทางที่ดูไม่ยี่หระนั่นก็ยิ่งทำให้เธอโกรธขึ้งขึ้นไปอีก
โดยระหว่างนั้น เมื่อออกมาจากรั้วบ้าน ร่างใหญ่ก็มองซ้ายขวา ก่อนจะขึ้นรถไปแล้วโทรออก
“พวกนายผลัดเวรมาดูบ้านของคุณปานรุ้งให้ดี เจอคนน่าสงสัยเมื่อไหร่ ให้ลงมือได้เลย” หลังจากคุยธุระจบ เขาก็วางมือถือข้างที่นั่งก่อนจะนึกทบทวนในสิ่งที่ตนทำลงไปเมื่อครู่
นี่ถ้าไม่ใช่เพราะเขาได้รับรายงานจากลูกน้องคนสนิทเมื่อเช้าเกี่ยวกับชายชุดดำของเสี่ยนั่นบุกมาที่บ้านเธอ เขาก็คงไม่ต้องรีบเคลียร์งานมาจนต้องมาเจอภาพที่ปานรุ้งกับนายทิวากรนั่นกอดกันจนเผลอทำร้ายด้วยความเข้าใจผิดแบบนี้หรอก
‘เอาเถอะ ไหน ๆ เธอก็มองเราแย่อยู่แล้วนี่’ ดวงตาคมทอดมองร่างเล็กที่เดินเข้าไปในบ้านจนกระทั่งปิดประตูลงอยู่สักพักจนแน่ใจว่าไม่มีอะไรแล้ว ก็ได้ขับรถออกไป
จนเมื่อปานรุ้งเข้ามาในบ้านนั้นเอง ทิวากรก็ได้เอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเนิบช้าเพราะยังเจ็บระบมอยู่
“นั่นแฟนเธอหรือ”
“ไม่ใช่นะ ทิว เขาเป็เพื่อนสมัยม.ต้นของฉันน่ะ” เ้าบ้านสาวรีบแย้งโดยพลัน
“อ๋อ ถึงว่าสิ ไม่รู้จัก” เหตุเพราะเขามารู้จักกับปานรุ้งตอนเรียนปวช. ทำให้ไม่เคยพบชายคนดังกล่าว “แล้วนี่ไม่ใช่แฟนจริงดิ ต่อยหนักชิบ ยังกับว่าหึงที่ฉันกับเธอกอดกันแน่ะ”
“ไม่ใช่ล่ะ ตานั่นมันบ้าดีเดือดมาแต่ไหนแต่ไรแล้วต่างหาก”
“หูยนี่ แล้วหมอนั่นมาหาเธอบ่อยไหม แล้วทำอะไรไม่ดีกับเธอหรือเปล่า”
เื่ไม่ดีงั้นหรือ
พลันภาพที่เขาจูบเธอก็ผุดขึ้นมาเอาดื้อ ๆ โดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว และเมื่อเห็นแบบนั้น ปานรุ้งก็สะบัดหน้าไล่ภาพเ่าั้ออกไปจากหัวในทันที
“นี่ๆ เธอได้ยินที่ฉันถามไหม แล้วทำไมหน้าแดง” เมื่อเห็นว่าจู่ ๆ เพื่อนสนิทสาวก็เงียบไป ก็อดแปลกใจไม่ได้
“อ๋อ ร้อนน่ะ บ่าย ๆ อากาศชอบร้อน หน้าฉันก็แดงแบบนี้ล่ะ”
“แต่จะว่าไป เขาก็หล่อคมเข้มดีนะ หุ่นล่ำ ๆ แบบหนุ่มชาวสวนสุขภาพดี นี่ถ้าไม่มัวเจ็บอยู่นะ ฉันคงไม่ลืมทิ้งนามบัตรให้เขาแน่” ทิวยิ้มหวาน ก่อนจะทำหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บ
“แถมพ่วงโปรโมชั่นหมัดหนักเป็ของแถมด้วยอีก ระวังเถอะ บริโภคของแสลงแบบตานั่นจะไม่ดีต่อท้องไส้หล่อนเอา”
หลังจากคุยอะไรอีกเล็กน้อย รุ้งก็ได้มาส่งทิวที่หน้าบ้าน ก่อนจะแยกกลับออกไป โดยการกระทำทั้งหมดนั้นอยู่ในสายตาของเจษฎา จนกระทั่งรถของทิวากรขับออกไปจากบริเวณบ้านของเธอ
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------