ก๊อกๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเป็สัญญาณขออนุญาตเสียงทุ้มตอบรับและประตูถูกเปิดออกผู้ช่วยของเขาถือซองเอกสารบางอย่างเข้ามาในเวลาที่ใกล้จะต้องออกไปคุยธุระกับคู่ค้าที่นัดไว้เป็นัดที่เขาไม่อยากไปเท่าไหร่เพราะเป็สถานที่บันเทิง เสียงดังและวุ่นวายแต่ปฏิเสธไม่ได้
“ประวัติของคนที่คุณเจิงให้ผมไปสืบมาครับ”พลยื่นเอกสารให้ “แต่วันนี้ผมไปตามดูที่ร้านเดิมไม่เจอเขาครับน่าแปลกที่เด็กในร้านก็ไม่รู้ว่าเ้าตัวหายไปไหน ติดต่อไม่ได้เลยครับ”
“อือ”เสียงเรียบตอบกลับเพียงเท่านั้น
เมื่อวาน่ดึกเขาไปธุระแถวตึกเช่าระหว่างยืนรอให้พลวนรถมารับฝนดันตกโดนเสื้อของเขาชื้นไปด้วยน้ำฝนจนได้เจอเด็กคนหนึ่งในร้านขายของเขายื่นผ้าเช็ดหน้าสีน้ำเงินมาให้และเขารีบจากมาทั้งที่ยังไม่ได้คืนน่าแปลกที่กลิ่นจากผ้าเช็ดหน้าทำให้เขาหลับสนิทในคืนนั้นตอนแรกตั้งใจจะให้แม่บ้านซักแล้วนำไปคืน แต่เขากลับได้กลิ่นหอมสะอาด พอลองดมใกล้ ๆก็รู้สึกผ่อนคลายจนวางไม่ลงหยิบไปวางใกล้หมอนและหลับในเวลาที่ผิดปกติเอามาก ๆแถมเมื่อเช้าเขาตื่นสาย
พอมาถึงบริษัทจึงให้พลทำงานด่วนหาข้อมูลของเด็กคนนั้น
“นราวิชญ์นิว”
“ข้อมูลมีไม่เยอะครับเื่อื่น ๆ ก็ไม่ได้มีอะไรเป็พิเศษ อยู่กับป้าสองคน พ่อแม่เสียไปั้แ่อายุสิบสองผมลองตามไปที่บ้านบ้านกลับปิดเงียบ” พลอธิบายเพิ่ม
“ช่างเถอะไม่ต้องหาข้อมูลเพิ่มแล้วถ้าตามไม่เจอไว้ผ่านไปฉันค่อยเอาของไปคืน” ฉานเอ่ยตัดบทเขาให้พลหาโดยไม่ได้บอกว่าหาทำไม
เมื่อพลทำหน้าที่เสร็จเขาก็แจ้งตารางงานให้ทราบและเตรียมตัวออกไปทำงานกับเ้านายต่อเขาไม่ลืมรับเอกสารที่ต้องไปคุยกับคุณสมจิตรจากเลขาหน้าห้องมาถือไว้งานของเขาแตกต่างจากเลขาหน้าห้องเล็กน้อยคือตามเ้านายไปทุกที่โดยคนจัดตารางงานดูแลเอกสารเป็หลักคือ ณภัทร
“พี่พลพรุ่งนี้มีประชุมเช้าอย่าลืมเตือนคุณเจิงนะพี่”
ณภัทรรีบบอกพลอีกรอบคนฟังพยักหน้าเข้าใจแล้วเดินตามเ้านายไปโดยเร็ว
คลับหรูแห่งหนึ่งเป็สถานที่ต้อนรับแขกพิเศษมากมายที่กระเป๋าหนักเท่านั้นภายนอกอาจจะเป็แค่คลับนั่งดื่มนั่งฟังเพลงแต่เื้ัเป็ที่รู้กันดีว่าพนักงานในร้านบางคนรับบริการด้วยแม้จะไม่ได้ถูกกฎหมายร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ก็เลี่ยงความผิดด้วยการซิกแซ็กผ่านช่องโหว่ของกฎหมายได้อยู่ดี
“คุณสมจิตร”พลเอ่ยชื่อคนที่เ้านายมาพบกับพนักงาน และเดินตามไปยังห้องส่วนตัวด้านในมีสมจิตรเ้าของบริษัทที่เป็คู่ค้ากันมานานและยังมีนักธุรกิจอีกสองท่านคุ้นหน้ากันดี
การพูดคุยเริ่มทันทีเพราะเจิงฉาน ไม่ชื่นชอบที่แบบนี้สักเท่าไหร่เป็เพราะสมจิตรคือลูกชายเพื่อนเก่าของป๋าเขาที่มีบุญคุณกันมาทำให้ปฏิเสธไม่ได้
“เป็อันตกลงสินค้าล็อตแรกผมจะส่งให้คุณเจิงภายในอาทิตย์หน้านะครับ”
“ครับถ้าเสร็จแล้วผมขอกลับ” เขาเลือกที่จะกล่าวด้วยท่าทีสุภาพให้มากที่สุด
“เดี๋ยวก่อนสิผมมีของขวัญให้คุณด้วยรอก่อน น้องไปบอกคนที่เตรียมว่าให้เข้ามาเลย”สมจิตรรั้งไว้นั้นทำให้ฉานรู้สึกเริ่มหงุดหงิด
พลมองเห็นสีหน้าของเ้านายแล้วรู้ทันทีว่าเริ่มไม่พอใจเขากำลังจะเดินเข้าไปหาเ้านายแต่มือใหญ่ยกขึ้นเล็กน้อยเป็การห้ามไว้ตัวเองยอมนั่งลงตามเดิม รอดูเสียหน่อยก็ได้ว่าเตรียมอะไรไว้
เพียงไม่นานประตูเปิดออกอีกครั้งสิ่งแรกที่ทำให้ฉานรู้สึกได้คือกลิ่นที่เขาตามหากลิ่นเดียวกับผ้าเช็ดหน้าสีน้ำเงินในกระเป๋ากางเกงเขาตั้งใจพกมาเผื่อว่าผ่านร้านนั้นจะได้เอาไปคืน
“ว้าวนี้เหรอเด็กที่คุณสากุลเตรียมไว้ให้ถ้ารู้ว่าน่ารักขนาดนี้ผมเก็บไว้สนุกเองดีกว่า”คำพูดของสมจิตรช่างดูไม่ให้เกียรติคนที่ยืนตรงหน้าเลย
ไม่ว่าอาชีพไหนก็ไม่ควรได้รับการดูถูกเหมือนคำพูดของสมจิตรจะไปทำให้อัลฟ่าอย่างฉานไม่พอใจเอามาก ๆทุกคนจึงััได้จากแววตาที่แข็งกร้าวยกเว้นโอเมก้าเพียงคนเดียวในห้องนี้ที่แทบยืนไม่อยู่เพราะรับรู้ถึงออร่าความไม่พอใจมันน่ากลัวมากราวกับคนคนนั้นจะฆ่าคนได้
“เด็กนี้ของผมใช่ไหม”เสียงเรียบนิ่งถามขึ้นโดยไม่มองหน้าใครนอกจากโอเมก้าตัวน้อย
“คะครับผมเตรียมไว้ให้พิเศษหาแบบบริสุทธิ์ไว้ให้คุณเจิงโดยเฉพาะ” คนตอบเสียงสั่นหน่อยๆ แต่ทำใจดีสู้หมาป่า
“งั้นผมขอตัว”
มือใหญ่คว้าข้อมือเล็กกว่าให้เดินตามออกไปจากห้องสกปรกนี้เขาไม่อยากอยู่แม้อีกแค่วินาทีเดียวร่างบางปลิวไปตามแรงดึงในใจเตรียมไว้แล้วว่าต้องเจอกับอะไรบ้างแต่ไม่คิดว่าจะเป็คน ๆ นี้ เขาจำได้ว่าคือลูกค้าคนเมื่อวานที่เขาให้ผ้าเช็ดหน้าไป
“เดี๋ยวครับคุณลูกค้าคุณพาเด็กเราออกไปไม่ได้นะครับต้องใช้บริการของโรงแรมเราเท่านั้นครับ”การ์ดหน้าคลับรีบเข้ามาบังไว้
“ไปเรียกเ้านายของนายมาฉันไม่คุยกับผู้จัดการร้าน” พลรีบเข้ามายืนขวางบังเ้านายของตัวเองอีกที
เขารีบบอกการ์ดให้ไปตามคนที่ใหญ่ที่สุดของที่นี้่มาคุยแทนและเป็เวลาเดียวกับที่สากุลเดินทักทายลูกค้าพอดี เขาเลยเข้ามาทัก
“ผมเองครับเกิดอะไรไม่สะดวกขึ้น”
“เ้านายผมคุณเจิงฉาน้าพาเด็กของคุณไปที่อื่น” พลแจ้ง
“คุณเจงฉาน...โอ้ววว ได้เลยครับไม่มีปัญหาขอแค่พาเด็กของผมมาส่งให้วันพรุ่งนี้ด้วยนะครับพวกมึงหลบเลยๆ” น้ำเสียงร้อนรนของสากุลทำเอาลูกน้องหน้าเสียไปด้วยไม่รู้ว่าคนตรงหน้าพิเศษอย่างไร
เจิงฉาน นักธุรกิจหมื่นล้าน ฉายามาเฟียนักธรุกิจ ที่ไม่ได้เป็แค่ฉายาเพราะต้นตระกูลเป็มาเฟียจริงๆทำธุรกิจสีเทามาั้แ่สมัยทวดแต่เพิ่งมาผันเปลี่ยนเอาตอนรุ่นพ่อและขาวสะอาดในรุ่นลูกไม่มีนักธุรกิจคนไหนไม่รู้จักชื่อ เจิง ฉานเพราะถ้าทำให้โกรธหรือเล่นสกปรกเตรียมลากิจการตัวเองได้เลยถ้าไม่ล้มละลายก็ขาดทุนย่อยยับ
“ไปคอนโด”
สำหรับฉานบ้านเป็สถานที่สำหรับครอบครัวเขาไม่เคยพาใครไปมาก่อนจึงเลือกพาคนข้าง ๆ ไปที่คอนโดแทนเขาเป็คนห่วงความเป็ส่วนตัวเอามากแต่เขาไม่้าไปนอนโรงแรมเพราะไม่ชอบนอนในที่ไม่คุ้นเคยปกติเป็คนหลับยากอยู่แล้วยิ่งแปลกที่เขาคงไม่ได้นอนทั้งคืน คอนโดเป็ทางเลือกที่ดีที่สุด
“คุณจำผมได้ไหม”นิวถามอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ เพราะออร่าความโกรธของเขายังไม่ลดลง
“อือ”
ฉานขานรับในลำคอเขาล้วงเข้าไปในกางเกงตั้งใจจะหยิบผ้าเช็ดหน้าคืนเ้าของแต่กลับชะงักแล้วดึงมืออกมา
“ทำไมมาทำงานนี้”
“เื่มันยาวครับ”
“ฉันมีเวลาฟัง”ทั้งคืน ฉานต่อประโยคในหัว
ก่อนที่นิวจะได้เล่าอะไรรถก็มาจอดที่หน้าคอนโดสูงทั้งเขาและอัลฟ่าต่างก็ลงมาจากรถเพียงลำพังร่างสูงเดินนำหน้าไปยังลิฟต์เขาแตะสมาร์ทวอทช์กับหน้าจอสี่เหลี่ยมเพื่อเปิดประตูลิฟต์ภายในเงียบสงบแต่ไม่รู้สึกกดดันเมื่อนิวรู้สึกได้ว่าอัลฟ่าอารมณ์เริ่มปกติแล้ว
ภายในห้องคอนโดที่กว้างกินทั้งชั้นใหญ่กว่าบ้านของนิวหลายเท่าร่างสูงส่งสายตาให้นิวเดินตามขึ้นไปชั้นสองของเพนท์เฮ้าส์ คนเดินตามก็ไม่กล้าขัดเมื่อเข้ามาในห้องนอนสิ่งแรกที่ได้รับคือชุดคลุมอาบน้ำกับผ้าเช็ดตัว
“อาบน้ำ”
“ครับ”
นิวหายเข้าไปในห้องน้ำแอบสำรวจไปทั่วจากความกว้างของมัน ข้าวของแปลกตาไม่เคยเห็นเป็ภาษาอังกฤษทั้งหมดคนรู้ภาษาต่างประเทศนิดหน่อยอย่างเขาหวังว่าตัวเองจะไม่หยิบของมาใช้ผิดประเภท
ตัดมาที่อัลฟ่าเ้าของเพนท์เฮ้าส์เลือกที่จะใช้ห้องน้ำชั้นแรกแทนเขาไม่แน่ใจว่าตัวเองเกรงใจอีกฝ่ายไปเพื่ออะไรในเมื่อเด็กคนนั้นทำอาชีพบริการบนเตียงกับคนอื่นปฏิบัติต่อคนทำอาชีพนี้อย่างไรเขาไม่รู้หรอกเพียงแค่เขารู้สึกว่าควรให้เกียรติคนทุกอาชีพก็เท่านั้นหากอาชีพที่ทำไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใคร
ฉานใช้เวลาไม่นานเขากลับขึ้นมาบนห้องและเจอร่างบางนั่งอยู่ที่ปลายเตียงภาพตรงหน้าทำให้เขาตัวร้อนผ่าว ผู้ชายวัย 31 อย่างเขาไม่ได้หลับนอนกับใครมานานพอเจอของสวย ๆ งาม ๆ ตรงหน้ามันปลุกความรู้สึกเขาไม่ใช่น้อยแต่ยังมีเื่ที่ค้างคาใจอยู่ั้แ่ในรถ
ร่างสูงนั่งพิงทีหัวเตียงเขาเรียกให้โอเมก้าตัวน้อยหันมาหากัน
“ไหนเล่าสิ”
“ผมชื่อนิวครับก็เป็พนักงานขายของที่ร้านอย่างที่คุณเห็นแต่เมื่อวานป้าของผมขายผมเพื่อปลดหนี้แล้วก็หอบเงินค่าตัวผมหายไปผมถูกขู่ให้เซ็นสัญญาทำงานที่คลับสองปี คุณเป็ลูกค้าคนแรกของผม”นิวก้มหน้าตลอดเวลาที่พูด
“เล่าได้กระชับดีไม่เห็นจะยาวอะไร” เขาแกล้งแหย่
“ผมอายที่จะพูด”
“แค่นี้ยังอายถ้าต้องถอดเสื้อต่อหน้าฉันจะทำได้เหรอ”
มือใหญ่เอื้อมไปจับสายผูกเอวดึงจนคลายปมมือเล็กรีบคว้าเสื้อคลุมปิดไว้ตามเดิม ใบหน้าเห่อร้อนเมื่อโดนรุกไล่ตอนนี้นิวรู้สึกได้ถึงออร่าของนักล่ามันไม่ได้น่ากลัวแต่ทำให้ร่างกายของเขาไม่มีแรงขยับถอยยอมนั่งนิ่งเป็เหยื่อไม่กล้าหนีเพราะอย่างไรก็ไม่รอด
“หึ”เสียงทุ้มดังในลำคอ
“มะไม่ทำได้ไหมครับ” เขาไม่พร้อมเลย
“ก็ได้นะตามใจเธอรอดจากฉันไปคิดว่าจะรอดจากคนอื่นหรือไง” อยู่ ๆฉานก็รู้สึกหงุดหงิดเมื่อในหัวคิดไปว่ามีใครไม่รู้ได้ตักตวงร่างตรงหน้า“ถ้าทำให้ฉันพอใจ ฉันจะยอมเป็ลูกค้าประจำของเธอดีไหม ไม่ต้องรับลูกค้าคนอื่น”ไอ้อารมณ์กลัดมันกำลังครอบงำคนนิ่งเฉยมาตลอดอย่างฉาน จนยื่นข้อเสนอออกไป
ร่างบางนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆ ปล่อยมือจากเสื้อคลุมเผยให้เห็นเรือนร่างเนียนขาว หน้าท้องแบนราบ เอวคอดกิ่วผิวกายดูยั่วยวนเชิญชวนให้ััมือใหญ่เลื่อนเข้าไปใกล้อย่างไม่รู้ตัวเหมือนคนกำลังเมาทั้งที่ไม่ได้ดื่มและโอเมก้าตรงหน้าก็ไม่ได้ฮีทด้วย
“ผมจะยอมถ้าคุณรับปากว่าจะทำให้ผมนอนกับคุณแค่คนเดียวจนหมดสัญญาสองปี” มือเล็กจับมือใหญ่ไว้แน่นก่อนที่จะโดนเนื้อตัวในส่วนอื่น
“อือฉันทำได้หรือยัง”