ความกังวลใจ
“ไอ้คำ ข้ากลุ้มใจเหลือเกิน” ตองแปงกล่าวกับลูกน้องคนสนิทด้วยอารมณ์ฟุ้งซ่านผสมกับอารมณ์ขุ่นมัวโมโหหงุดหงิด
“นายตองแปง กลุ้มใจเื่อะไรหรือครับนาย” ลูกน้องคนสนิทถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น ว่าเ้านายของตัวเองมีปัญหาอะไร
“เอ็งก็น่าจะรู้ แม่ครูคนงามไม่เคยสนใจข้าเลย แล้วข้าจะต้องทำอย่างไรดีว่ะ แม่ครูคนงามถึงจะหันมาสนใจข้าบ้าง”
“ผมก็เคยบอกนายตองแปงแล้วว่า ให้กำจัดคู่แข่งของนายเสีย เอาอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ให้มันหายไปจากโลกนี้ได้ก็ยิ่งดี” ไอ้คำยุยงส่งเสริมเ้านายของมัน
“ใครบอกล่ะว่าข้าไม่คิดจะกำจัดมัน ข้าไปที่พักมันมาแล้วเพื่อจะจัดการมันเสียให้สิ้นซากแต่มันดันไม่อยู่ ข้าถามลูกน้องมันว่ามันไปไหน พวกลูกน้องมันบอกว่าเข้าไปในเมือง อีกหลายวันถึงจะกลับมา”
“มันเข้าเมืองไปทำอะไรของมันครับนาย” ไอ้คำถาม
“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ข้าก็หวั่น ๆ ใจอยู่เหมือนกัน สายของข้าแจ้งมาว่า ตอนนี้ให้เราหยุดการเคลื่อนไหวกันก่อน” ตองแปงบอกด้วยความกังวลในใจ
“ขออย่าให้เป็อย่างที่นายคิดเอาไว้เลย” ไอ้คำพูดเสียงอ่อย ๆ
“ข้าก็หวังไว้อย่างนั้นเหมือนกันไอ้คำ ไม่งั้นพวกเราฉิบหายกันหมดแน่ ๆ” ตองแปงบอกไอ้คำด้วยความวิตกเล็กน้อย
“รอให้มันกลับมาที่หมู่บ้านก่อน แล้วข้าก็จะหาหนทางกำจัดมันให้หายไปจากโลกนี้เลย ข้าจะได้หมดเสี้ยนหนามและมารหัวใจไปในคราวเดียวกัน ยิงปืนนัดเดียวได้นกถึงสองตัว” ตองแปงพูดแล้วก็หัวเราะเสียงดังลั่น พอใจกับความคิดชั่วของตัวเอง
“ถูกต้องแล้วครับ ใช่เลยครับนายตองแปง” ไอ้คำเห็นด้วยกับความคิดของตองแปง
“วันนี้น้องนวลต้องช่วยสอนชั้น ป.4 อีกชั้นแล้วล่ะ เพราะว่าวันนี้พวก ต.ช.ด. เขาออกลาดตระเวนกันหมด พี่ได้ข่าวมาว่าพวกค้ายาเสพติดมันชักจะหนักข้อขึ้นทุกวัน ๆ เลย” เยาวลักษณ์พูดก่อนที่นวลจะถามคำถามต่อไป
“ค่ะพี่เยาว์ แล้วพี่ปัฐไปกับพวกเขาด้วยหรือเปล่าคะ” นวลอดที่จะเป็ห่วงปัฐพีไม่ได้
“ไปจ้ะ แต่น้องนวลไม่ต้องเป็ห่วงหรอกนะ คุณปัฐเขาฝากมาบอกพี่ว่าให้บอกนวลด้วยว่าเสร็จธุระแล้วจะไปหาที่เรือนพัก”
“แล้วทำไมพี่ปัฐไม่มาบอกกับนวลด้วยตัวเองละค่ะ” นวลบ่นน้ำเสียงน้อยใจนิด ๆ
“พี่บอกคุณปัฐแล้ว ว่าทำไมไม่ไปบอกน้องนวลเอง คุณปัฐบอกว่าเขาต้องรีบไปสมทบกับ ต.ช.ด. ชุดแรกที่ออกไปลาดตระเวนโดยด่วน เลยไม่มีเวลามาบอกน้องนวลด้วยตัวเอง” เยาวลักษณ์รีบแก้ตัวแทนปัฐพีทันที เมื่อเห็นนวลเริ่มมีน้ำเสียงน้อยอกน้อยใจ
“อ๋อ! ค่ะ งั้นนวลขอตัวไปสอนหนังสือเด็ก ๆ ก่อนนะคะ” นวลบอกกับเยาวลักษณ์ด้วยน้ำเสียงอ่อน ๆ นวลเดินตรงไปยังห้องเรียนของเด็ก ๆ ที่เธอจะต้องรับผิดชอบเป็ห้องแรก ด้วยหัวใจที่เลื่อนลอยและบวกกับความเป็ห่วงความกังวลใจที่มีต่อปัฐพีเป็อย่างมาก
“เชิญน้องนวลเลยจ้ะ” เยาวลักษณ์บอก แล้วยิ้มมุมปากน้อย ๆ เป็การให้กำลังใจแก่นวลไปในตัวด้วย
“ไม่สบายหรือเปล่าจ๊ะหนูนวล” ป้าล้วนถามเมื่อเห็นนวลเดินขึ้นเรือนมาอย่างเงียบ ๆ ด้วยหน้าตาเหงาหงอยมีอาการเซื่องซึมผิดปกติ ซึ่งต่างกว่าทุกครั้งที่กลับมาจากโรงเรียน นวลจะส่งเสียงให้แกรู้ว่าเธอกลับมาแล้ว แต่วันนี้นวลกลับมาถึงก็มานั่งซึมเหมือนคนหมดเรี่ยวหมดแรง อยู่ที่เก้าอี้ตรงมุมระเบียงเรือนอย่างหงอยเหงาเชื่องซึม จนป้าล้วนอดเป็ห่วงไม่ได้
นวลหันมามองป้าล้วน ยิ้มให้แกอย่างเศร้า ๆ
“หนูนวล เป็อะไรไปหรือจ๊ะ” ป้าล้วนถามด้วยความกังวล
“นวลไม่ได้เป็อะไรหรอกค่ะป้า”
“แน่นะจ๊ะ” ป้าล้วนถามให้แน่ใจอีกครั้ง เพราะแกก็เป็ห่วงนวลไม่น้อยเหมือนกันถึงแม้นวลจะไม่ใช่ลูกใช่หลานของแก
นวลพยักหน้าแทนคำพูด เพื่อให้ป้าล้วนคลายความกังวลใจในตัวของเธอ
“นั้นหนูนวลไปอาบน้ำอาบท่าก่อนเถอะจ้ะ ป้าตั้งสำรับกับข้าวเอาไว้เรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวทานข้าวเสร็จแล้วจะได้ไปพักผ่อนให้สบาย”
“ค่ะป้า” นวลรับคำป้าล้วน แล้วลุกขึ้นไปจัดการธุระส่วนตัวตามคำแนะนำของป้าล้วน
นวลไม่ได้พบหน้าปัฐพีมาหลายวันแล้ว ทำให้นวลวิตกกังวลมากยิ่งขึ้นภายในใจก็คิดไปต่าง ๆ นานา ยิ่งคิดก็ยิ่งเป็ห่วงมากยิ่งขึ้น ยิ่งนานวันยิ่งสร้างความระส่ำภายในหัวใจของเธอ เพราะจนป่านนี้แล้วก็ยังไม่รู้ข่าวคราวของปัฐพีเลยเยาวลักษณ์เองก็ไม่ได้ข่าวของเขาด้วยเหมือนกัน ยิ่งทำให้นวลวิตกจริตจนไม่อยากจะพูดจากับใคร เธอเป็ห่วงปัฐพีเหลือเกิน ไม่รู้ว่าป่านนี้เขาเป็อย่างไรบ้าง
รัศมีสีทองแสงแห่งวันใหม่ เริ่มถักทอจับจองขอบฟ้าโค้งจนทั่วแนวขอบโค้งด้วยแสงอ่อน ๆ ของเช้าวันใหม่ เป็เช้าที่มีอากาศแจ่มใส มวลหมู่ไม้หลายหลากพันธุ์อีกทั้งมวลหมู่ภมรน้อยใหญ่ ต่างก็เริงร่ารับแสงอรุณแห่งหุบเขาบ้านละอูด้วยความรื่นเริง บรรยากาศรอบตัวดูสดชื่นแจ่มใส แต่ก็ไม่สามารถทำให้ภายในใจของนวลสดชื่นตามได้เลย ตรงกันข้ามกลับทำให้ภายในใจของเธอยิ่งหม่นหมองเศร้าใจยิ่งขึ้น
นวลเดินไปเรื่อย ๆ ทางด้านหลังของเรือนพัก สักครู่นวลเดินมาถึงบริเวณลำธารที่มีสายน้ำไหลเอื่อย ๆ เสียงน้ำไหลรินเบา ๆ นวลเดินไปนั่งบนก้อนหินก้อนหนึ่งที่อยู่ริมลำธารใต้ต้นไม้ใหญ่ นวลเอาเท้าทั้งสองข้างแช่ลงไปในลำธารประหนึ่งว่าจะให้สายน้ำอันเย็นฉ่ำ เป็ตัวช่วยบรรเทาความทุกข์ที่เกาะอยู่ภายในใจของเธอให้เบาบางลง ถ้าในตอนนี้มีคุณพ่ออยู่ด้วยก็คงจะดี นวลจะได้มีที่ยึดเหนี่ยวจิตใจมีคนที่คอยให้กำลังใจแก่เธอ จะได้ไม่อ้างว้างเหมือนกับตอนนี้
‘คุณพ่อค่ะนวลคิดถึงคุณพ่อเหลือเกิน คุณพ่อช่วยให้พี่ปัฐกลับมาอย่างปลอดภัยด้วยนะคะ’ นวลบอกกับทรงพลอยู่ในใจมือกำล็อกเกตไว้แน่น
ถึงเธออยู่สุดแดนฟ้าไกล แต่หัวใจมีไว้เพื่อเธอ ฉันจะยังคงรักเธอเสมอ ตราบเท่าชีวีไม่มีตัวตน จะขอรักเธอไม่มีวันแหนงหน่าย ถึงฟ้าดินมลายใจไม่คลายรักเธอ
แม้เธอจากไปแดนแสนไกล แต่หัวใจยังคิดถึงเธอ อยากกระซิบให้เธอรู้ว่า ใจฉันนั้นยังคงรักเธอ ใจไม่เคยเผลอคลายรักสักแม้นาที
อยากโอบกอดเธอไว้ใกล้ทรวง แต่ก็เป็แค่ความเพ้อฝัน เพราะวันนี้ฉันไม่มีเธอ ฉันขอแค่ละเมอเพ้อรักกับลมหายใจ
นวลร้องเพลงที่ทรงพลร้องให้ฟังอยู่เสมอ ๆ ในยามที่ทรงพลคิดถึงบุคคลอันเป็ที่รัก ณ เวลานี้นวลรู้ซึ้งแล้วว่าความคิดถึงใครสักคนนั้น มันทรมานจิตใจขนาดไหน ซึ่งในเวลานี้นวลเข้าใจทรงพลมากยิ่งขึ้นว่า ในยามที่คุณพ่อคิดถึงคุณแม่นั้นมันมากมายขนาดไหน ความรู้สึกนี้ก็คงไม่แตกต่างอะไรกับเธอในเวลานี้ เพราะเธอมีความคิดถึงและห่วงใยปัฐพีอย่างเหลือล้นสุดที่จะบรรยาย
นวลร้องเพลงนี้ด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยโหยหา ยามนี้เธอรู้สึกอ้างว้างเปล่าเปลี่ยวเสียกระไร เธอนั่งคิดถึงความหลังที่ผ่านมา แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งสุดตัว และหยุดความคิดที่กระเจิดกระเจิงไปไหนต่อไหนลงทันที เมื่อเธอได้ยินเสียงปรบมืออยู่ทางด้านหลังของเธอ นวลจึงรีบหันหน้าไปดูทางต้นเสียงว่าคือใครกัน
“พี่ปัฐ” นวลอุทานออกมาเบา ๆ ด้วยความดีใจ
“น้องนวลร้องเพลงเพราะมากครับ” ปัฐพีเอ่ยชมจากใจจริง
“เป็เพลงของใครร้องครับ พี่ปัฐไม่เคยได้ยินเพลงนี้มาก่อนเลย” ปัฐพีถามนวลอย่างสงสัย
นวลยิ้มอาย ๆ เพราะเธอไม่คาดคิดว่าปัฐพีจะมาได้ยินเธอกำลังร้องเพลง และไม่รู้ว่าปัฐพีมายืนตรงนั้นั้แ่เมื่อไร
“พี่ปัฐมาั้แ่เมื่อไรค่ะ นวลไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาเลย”
ปัฐพียืนฟังนวลพูดอยู่ที่เดิม ใบหน้าของเขาฉาบไปด้วยรอยยิ้มที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักอย่างสุดหัวใจของเขา
“พี่ปัฐชมนวลแบบนี้ นวลวางหน้าไม่ถูกเลยค่ะ”
เวลานี้นวลรู้สึกว่าบรรยากาศรอบ ๆ ตัวของเธอ ดูสดใสขึ้นยิ่งกว่าเมื่อตอนเช้าเสียอีก ในใจของเธอเริ่มเป็สุข เมื่อได้พบเห็นบุคคลอันเป็ที่รักของเธอกลับมาอย่างปลอดภัย
ปัฐพียิ้มกว้างให้นวลอย่างมีสุขใจ หัวใจของเขาในเวลานี้มันเต็มล้นไปด้วยความรักความคิดถึงที่มีต่อหญิงสาวผู้นี้อย่างเหลือล้น สำหรับหญิงสาวผู้นี้แล้วคงไม่มีอะไรจะมีค่าไปกว่านี้อีกแล้ว ในชีวิตของเขาก็มีเพียงนวลเท่านั้น ที่มีค่าที่สุดในชีวิตของเขา แต่อีกครึ่งหนึ่งของหัวใจเขากลับทลายพังลงทันทีเมื่อมีใบหน้าของหญิงสาวอีกคนหนึ่งปรากฏขึ้นมาในความรู้สึก จนปัฐพีต้องแอบลอบถอนหายใจออกมาเบา ๆ อย่างปวดร้าวใจ และจนปัญญาที่จะหาทางออกเกี่ยวกับเื่นี้ได้
“พี่ปัฐมาั้แ่เมื่อไรคะ” นวลถามใบหน้าเปื้อนยิ้มอ่อน ๆ
“พี่ปัฐมาทันที่จะได้ยินเสียง สาวน้อยริมลำธาร ร้องเพลงพอดี” ปัฐพีตอบกลับนวล แล้วส่งรอยยิ้มหวานฉ่ำให้เธออีกครั้งอย่างตั้งใจ
นวลเขินอายยิ่งขึ้น เมื่อเห็นรอยยิ้มที่ปัฐพีส่งมาให้ เธอปลื้มยิ่งนักกับรอยยิ้มของเขา ถึงจะเขินอายเขาแต่นวลก็เลือกที่จะส่งรอยยิ้มหวาน ตอบกลับไป ให้กับชายอันเป็ดวงใจของเธอ
“ตอบพี่ปัฐได้หรือยังละครับว่าเพลงของใคร พี่ไม่เคยได้ยินนักร้องคนใดร้องเพลงนี้เลย” ปัฐพีถามซ้ำ
“ไม่ใช่เพลงของนักร้องคนใดหรอกค่ะ เป็เพลงที่คุณพ่อของนวลแต่งขึ้นมาเอง คุณพ่อมักจะร้องเพลงนี้อยู่เสมอ ๆ ในยามที่คุณพ่อคิดถึงคุณแม่ นวลได้ยินอยู่บ่อย ๆ นวลเลยจำเนื้อเพลงได้จนขึ้นใจ เพลงนี้คุณพ่อตั้งชื่อไว้ แด่เธอ ยอดดวงใจ นวลมักจะร้องเพลงนี้ยามนวล .........” นวลพูดไม่ทันจบประโยค ก็ถูกปัฐพีพูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน ก่อนที่เธอจะพูดจบประโยค
“ก็เลยร้องเพลงนี้เมื่อคิดถึงพี่ปัฐใช่ไหมครับ” ปัฐพีพูดจบแล้วเดินเข้าไปนั่งข้าง ๆ นวล
“น้องนวล พี่ปัฐชอบเพลงนี้จังเลย น้องนวลร้องให้พี่ปัฐ ฟังอีกครั้งได้ไหมครับ พี่ปัฐอยากฟังอีกรอบ” ปัฐพีอ้อนน้ำเสียงฟังดูน่าสงสาร
นวลมองหน้าปัฐพีอย่างเปี่ยมสุขยิ่ง เธอจึงยิ้มให้เขาแล้วเริ่มร้องเพลงนี้ให้ปัฐพีฟังอีกครั้ง ตามความ้าของเขา โดยมีเสียงน้ำไหลรินในลำธารเป็เครื่องดนตรีบรรเลง คลอไปกับเสียงร้องของนวล
เมื่อนวลร้องจบปัฐพีโอบไหล่ของเธอไว้ กระชับวงแขนแล้วรั้งไหล่ของเธอให้แน่นเข้าจนชิดกายเขา เพื่อเป็การถ่ายทอดความรู้สึกของเขา โดยการส่งผ่านจากหัวใจเขาให้หัวใจของนวลได้รับรู้ว่าเขาคิดเช่นไรกับเธอ
“น้องนวลครับ ่เดือนกุมภาพันธ์หรือมีนาคม น้องนวลพอจะหาวันว่างสัก 4-5 วันได้ไหมครับ” ปัฐพีถามขณะที่นวลยังอยู่ในวงแขนของเขา
“พี่ปัฐมีอะไรหรือเปล่าคะ” นวลถามอย่างสงสัย
“พี่จะพานวลไปเรือนดอกเสี้ยว” ปัฐพีตอบด้วยเสียงนุ่มนวล
“พี่อยากให้น้องนวลได้เห็นเรือนดอกเสี้ยว ที่เกิดจากน้ำพักน้ำแรงของพี่เองมันเป็สมบัติที่พี่ปัฐรักมากอีกชิ้นหนึ่ง พี่ปัฐจึงอยากให้คนที่พี่ปัฐรักมากที่สุดได้เห็นเรือนหลังนี้เป็คนแรก” ปัฐพีบอกหญิงสาวอันเป็ที่รักของเขาด้วยหัวใจที่ปลื้มปีติและเต็มไปด้วยความจริงใจ
นวลจึงเอนศีรษะซบลงบนไหล่กว้างของชายหนุ่ม เพราะเธอ้าที่จะซึมซับและรับรู้ถึงความรู้สึกที่ปัฐพีมอบให้กับเธอ
ปัฐพีรวบมือทั้งสองข้างของนวลที่วางอยู่บนตักของเธอเอาไว้ แล้วบีบอย่างเบามือเขาลูบไล้ไปมาบนหลังมือของเธออย่างทะนุถนอม เพื่อเป็การถ่ายเทความรู้สึกที่เขามีต่อเธออีกครั้ง เป็การยืนยันว่าความรู้สึกทั้งหมดที่เขามีนั้นมันเต็มไปด้วยความรักเธออย่างสุดหัวใจ พื้นที่ในหัวใจทั้งหมดมีแต่เธอเท่านั้น มีเธอแค่คนเดียว ไม่เหลือพื้นที่ให้กับหญิงคนไหนอีกแล้ว เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ปัฐพีต้องหยุดความคิดลงอย่างฉับพลันทันใดแล้วแอบถอนหายใจ โดยไม่ให้นวลรู้สึกว่าเขากำลังมีปัญหายิ่งใหญ่เสียเกิน เกินกว่ากำลังสมองของเขาจะแก้ไขได้
“น้องนวลครับพี่ปัฐรักน้องนวลนะครับ” ปัฐพีบอกออกไป ตามที่หัวใจของเขาเรียกร้องและด้วยแรงแห่งความปรารถนา
“น้องนวลครับ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในภายภาคหน้า พี่ปัฐก็จะขอรักน้องนวลตลอดไป ไม่มีอะไรมาเปลี่ยนแปลงความรู้สึกนี้ของพี่ปัฐได้ น้องนวลจำเอาไว้น่ะครับว่าพี่ปัฐรักน้องนวล รักมากมายและจะรักน้องนวลไป ตราบเท่าชีวีไม่มีตัวตน อย่างที่คุณพ่อของน้องนวลแต่งไว้ในเนื้อเพลง ในใจของพี่ปัฐจะมีน้องนวลแต่เพียงคนเดียวเท่านั้น ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถมาแทนที่น้องนวลได้ และไม่สามารถมาเปลี่ยนแปลงความรักที่พี่ปัฐมีต่อน้องนวลได้”
ปัฐพีบอกนวลด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจริงจัง แต่น้ำเสียงยังคงแฝงไปด้วยความเศร้าและความหม่นหมองในหัวใจ เขาไม่แน่ใจว่าตัวเองจะได้มีโอกาสได้ใช้ชีวิตคู่กับคนที่เขารักได้หรือไม่ ยิ่งคิดก็ยิ่งเศร้าใจจะตัดอีกฝ่ายทิ้ง ก็ดูเป็คนอกตัญญูจนเกินไป แต่ในที่สุดปัฐพีก็ต้องสลัดความคิด ที่มีอยู่ในความรู้สึกของเขาทิ้งไป ด้วยการสะบัดศีรษะไปมาเบา ๆ จนทำให้นวลสังเกตเห็นถึงอาการผิดปกติของเขาได้ด้วยความรู้สึกของตัวเธอเอง
“ปวดศีรษะหรือคะพี่ปัฐ” นวลถามเมื่อเห็นสีหน้าของเขาดูไม่สู้ดีสักเท่าใดนัก
“พี่ปัฐไม่ได้เป็อะไรครับ” ปัฐพีบอก เพื่อให้นวลลดความวิตกกังวลใจลง
ปัฐพีประคองกอดนวลไว้อย่างรักใคร่ ด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักอย่างเต็มหัวใจ เพราะเขาเปรียบนวลเสมือนกับของล้ำค่าที่สุดในชีวิตของเขา ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเขา ก็จะไม่มีวันที่เขาจะเสื่อมรักจากตัวนวลเลยแม้นสักน้อยดังเนื้อเพลงที่นวลร้องให้ฟังท่อนหนึ่งว่า จะขอรักเธอไม่มีวันแหนงหน่าย ถึงฟ้าดินมลายใจไม่คลายรักเธอ ซึ่งเขาเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า ความรักของเขาจะสมหวังหรือไม่ และจะดำเนินต่อไปอย่างปกติได้หรือไม่ อีกไม่ช้าก็คงจะได้รู้กันแล้วว่า ความรักของชายหนุ่มจะเดินไปในทิศทางใดไม่ว่าจะดีหรือจะร้าย ตัวเขาก็ต้องเตรียมตัวเตรียมใจรับกับสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกในไม่ช้านี้
“น้องนวล สอนพี่ร้องเพลงนี้หน่อยได้ไหมครับ” ปัฐพีถาม
“ได้ซิคะ พี่ปัฐจำเนื้อเพลงให้ได้ก่อนนะคะ” นวลบอก แล้วเธอก็เริ่มบอกเนื้อเพลงให้ปัฐพีท่องจำ
ปัฐพีท่องจำเนื้อเพลงได้อย่างขึ้นใจ เขาจำได้อย่างรวดเร็ว จนนวลอดที่จะเอ่ยคำชมไม่ได้
“พี่ปัฐจำเนื้อเพลงได้เร็วเหลือเกิน”
ปัฐพีอยากจะบอกนวลตามตรงว่า ถ้าชีวิตของเขาต้องเป็ไปตามที่ได้ถูกกำหนดไว้แล้วนั้น เขาจะได้ร้องเพลงนี้ในยามที่เขาคิดถึงนวล
แด่เธอ ยอดดวงใจ
เมื่อปัฐพีจำเนื้อเพลงและทำนองเพลงได้จนขึ้นใจ ทั้งคู่เริ่มร้องพร้อม ๆ กัน คลอเคล้าไปกับเสียงน้ำไหลในลำธาร นวลดูมีความสุขอย่างที่สุดจนไม่ได้สังเกตเห็นสีหน้าของเขา
ส่วนในหัวใจของปัฐพีนั้นเต็มไปด้วยความรู้สึก สับสนหลากหลายความคิด เขาคิดวิตกกังวลเกี่ยวกับเหตุการณ์ ที่เขาจะต้องเผชิญหน้าอีกในไม่ช้า เขาจะต้องตั้งรับให้ดีระหว่างนวลกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น เขาจะต้องเลือกใคร หรือเขาจะไม่มีโอกาสได้เลือกเลย คงจะรู้กันในไม่ช้านี้
แล้วทั้งคู่ก็เริ่มร้องเพลงคลอกันไปกับสายน้ำไหลริน
ถึงเธออยู่สุดแดนฟ้าไกล แต่หัวใจมีไว้เพื่อเธอ ฉันจะยังคงรักเธอเสมอ ตราบเท่าชีวีไม่มีตัวตน จะขอรักเธอไม่มีวันแหนงหน่าย ถึงฟ้าดินมลายใจไม่คลายรักเธอ
แม้เธอจากไปแดนแสนไกล แต่หัวใจยังคิดถึงเธอ อยากกระซิบให้เธอรู้ว่า ใจฉันนั้นยังคงรักเธอ ใจไม่เคยเผลอคลายรักสักแม้นาที
อยากโอบกอดเธอไว้ใกล้ทรวง แต่ก็เป็แค่ความเพ้อฝัน เพราะวันนี้ฉันไม่มีเธอ ฉันขอแค่ละเมอเพ้อรักกับลมหายใจ