บทที่ 1 ท่านแม่ พวกเราจะถูกทำร้าย
เซียวฉู่ฉู่ตื่นขึ้นมาด้วยความงุนงง
นางพบว่าทั้งมือและเท้าถูกมัดไว้แ่า ห่อหุ้มอยู่ในผ้าสีเหลือง ศีรษะไม่สามารถเงยขึ้นได้ ได้แต่จ้องมองม่านลายดอกฝูหรงที่อยู่เหนือศีรษะ
พอเปิดปาก เสียงร้องไห้ ‘อุแว้ ๆ’ ก็ดังออกมาจากร่างของนาง
เซียวฉู่ฉู่ใ
นางข้ามภพมาอย่างนั้นหรือ?
ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้น ก็มีคนเดินเข้ามาอุ้มนางขึ้น
"หลิ่วตาอิ้งเพคะ องค์หญิงตื่นบรรทมแล้วเพคะ"
เซียวฉู่ฉู่ดิ้นรนอย่างอึดอัด
แต่พอถูกอุ้มขึ้น นางก็เห็นการตกแต่งภายในห้องที่มีกลิ่นอายโบราณ โต๊ะไม้ต้นสาลี่ เตียงนอน... ทั้งหมดล้วนเป็ของเก่าโบราณ หากนำไปไว้ในยุคปัจจุบันคงมีค่ามากทีเดียว
"หม่อมฉันจะปรนนิบัติให้องค์หญิงน้อยดื่มน้ำก่อนนะเพคะ"
องค์หญิง?
นางไม่ได้ฟังผิดใช่หรือไม่?
เซียวฉู่ฉู่ไม่คิดว่าตนเองจะข้ามมาในยุคโบราณและกลายเป็องค์หญิง
ก่อนข้ามภพ นางชอบอ่านนิยายในวังมากที่สุด
นางชอบที่นางเอกในวังหลังต่อกรกับหญิงสาวที่ทำตัวเหมือนดอกบัวขาว*[1] ทำลายแผนการร้ายและการใส่ร้ายต่าง ๆ ชอบที่นางเอกไร้เดียงสาฝึกฮ่องเต้ผู้เย่อหยิ่งให้กลายเป็สุนัขคลั่งรัก ก่อนจะได้รับความโปรดปรานเหนือสนมทั้งหก
ขณะที่กำลังคิด เซียวฉู่ฉู่ก็หันมองรอบห้อง
โต๊ะและเก้าอี้กลางห้องดูเก่าราวห้าหกส่วน สีแดงบนโต๊ะก็ลอกออกบางส่วน ขาโต๊ะยังมีรอยบิ่นอีกด้วย
ส่วนด้านขวาริมหน้าต่างมีเตียงยาวสำหรับสนม บนนั้นมีผ้าไหมที่ค่อนข้างใหม่ผืนหนึ่ง
นอกจากนี้ ในฤดูหนาวเช่นนี้ ในห้องกลับไม่มีแม้แต่แจกันลายครามที่ปักดอกเหมยไว้เลย... ว่างเปล่า
หากห้องนี้อยู่ในยุคปัจจุบัน อาจพูดได้ว่ามีเครื่องเรือนโบราณที่มีค่า แต่หากอยู่ในนิยายในวังเช่นนี้ นี่คือสภาพของสนมที่ไม่ได้รับความโปรดปรานชัด ๆ!
ไม่จริงกระมัง ไม่จริงกระมัง นางข้ามภพมาเป็องค์หญิงน้อยที่ไม่ได้รับความโปรดปรานหรือนี่?
หลังจากเซียวฉู่ฉู่ดื่มน้ำเสร็จ แม่นมก็อุ้มนางไปหาหญิงงาม ท่าทางอ่อนโยนผู้หนึ่ง นางสวมกระโปรงผ้าต่วนสีฟ้าอมเขียวที่ค่อนข้างใหม่
หญิงงามผู้นี้ถอดแหวนทองออกจากมือ หลังจากล้างมือในอ่างน้ำด้านข้างจนสะอาด แล้วจึงเดินเข้ามาหานาง
"ฉู่ฉู่ มาให้มารดาอุ้มสิ"
องค์หญิงน้อยผู้นี้ก็ชื่อฉู่ฉู่หรือ?
นี่คือมารดาของนางใช่หรือไม่?
เซียวฉู่ฉู่กะพริบตา
ดูจากอาภรณ์และเครื่องประดับของหญิงงามผู้นี้ ดูกึ่งเก่ากึ่งใหม่ คงไม่ใช่ขุนนางชั้นสูงเป็แน่
เมื่อครู่เหมือนมีคนเรียกนางว่าตาอิ้งใช่ไหมนะ?
ตาอิ้งคือตำแหน่งสนมชั้นต่ำสุดในวังหลัง
ในนิยายหลายเื่ นางเอกที่เป็สนมชั้นสูงยังมีเบี้ยหวัดพอกินดีอยู่ดี
แต่หากเป็เพียงสนมตำแหน่งตาอิ้ง เบี้ยหวัดรายเดือนแทบไม่พอแม้แต่จะเลี้ยงปากท้องตัวเอง ยิ่งต้องเลี้ยงทารกน้อยด้วยยิ่งลำบากมากขึ้นไปอีก
"พระสนมหลิ่ว เมื่อคืนองค์หญิงร้องไห้ครั้งหนึ่ง หลังเสวยนมเสร็จแล้วก็หลับไปอีกครั้งเพคะ"
หญิงงามผู้อ่อนโยนตอบเบา ๆ "ลำบากเ้าแล้ว"
น้ำเสียงของนางไพเราะนุ่มนวล ราวกับสายลมฤดูใบไม้ผลิที่พัดพากลิ่นหอมมาด้วย
แต่คำพูดต่อมากลับทำให้เซียวฉู่ฉู่ใอย่างมาก
"่นี้ิ่ผิน*[2] เหนียงเหนียงกำลังคัดลอกคัมภีร์ เ้าอย่าอุ้มองค์หญิงไปรบกวนที่นั่นเสียล่ะ"
"อีกอย่าง ใกล้ถึงเทศกาลปานจิน*[3] แล้ว ในวังมีเื่มงคลหลายเื่ติดกัน ทั้งองค์ไทเฮาเสด็จกลับวัง และการแต่งตั้งฟู่ฉากุ้ยเฟย ต้องมีงานเฉลิมฉลองใหญ่แน่นอน เ้าต้องระวังใน่นี้ อย่าให้เสียงประทัดทำให้องค์หญิงใ"
องค์ไทเฮา
ฟู่ฉากุ้ยเฟย
ิ่ผิน...
เซียวฉู่ฉู่รู้สึกสะท้านะเืใจอย่างรุนแรง
นี่มันนิยายเื่ 'ไท่เฟยแห่งแคว้นล่มสลายคือแสงจันทร์ขาว' ที่นางเคยอ่านมิใช่หรือ?
นางเอกคือฟู่ฉากุ้ยเฟยในตอนนี้ ในอนาคตนางจะได้เป็ฮองเฮาของฮ่องเต้หยวนที่จะทำลายแคว้นฉู่ แม้อายุมากแล้วก็ยังเป็ที่โปรดปรานที่สุดในหกตำหนัก
และตระกูลของนาง เซียวฉู่ฉู่ ล้วนเป็เพียงตัวประกอบที่ต้องตายในเื่นี้
บิดาของนาง อีกสามปีจะถูกฟู่ฉากุ้ยเฟยวางยาพิษ แล้วแก้ไขพระราชโองการให้องค์ชายสามขึ้นครองราชย์
แต่องค์ชายสามไร้ความสามารถ ทั้งยังมีนิสัยระแวงคนรอบข้าง
พี่ชายแท้ ๆ ของนาง คือองค์ชายห้า เก่งกาจทั้งบุ๋นบู๊ เป็ที่รักใคร่ของราษฎร กลับถูกฮ่องเต้องค์ใหม่อิจฉาริษยา และวางแผนสังหารที่ชายแดน
ตระกูลฝ่ายมารดานางเป็ขุนนางผู้ซื่อสัตย์สุจริต แต่กลับถูกใส่ร้ายด้วยความผิดเจ็ดประการ ถูกเนรเทศไปสามพันลี้จนสิ้นชีวิต
มารดาของนางถูกนางเอกออกคำสั่งให้ตายตามไปด้วยการฝังทั้งเป็
ทั้งตระกูลและเซียวฉู่ฉู่ต้องพบจุดจบอย่างอนาถ!
และพวกเขาเป็เพียงหนึ่งในผู้เคราะห์ร้ายเท่านั้น หลังจากองค์ชายสามขึ้นครองราชย์ ด้วยความกลัวว่าจะถูกขุนนางฝ่ายบุ๋นตั้งข้อสงสัยเื่ลอบปลงพระชนม์ฮ่องเต้ จึงสั่งปะาขุนนางผู้จงรักภักดีมากมาย แม่ทัพชายแดนส่วนใหญ่ถูกจองจำ
ไม่ถึงสิบปี ประชาชนก็ยากจนข้นแค้น ชายแดนถูกยึด กองทัพหยวนบุกเข้ามาอย่างง่ายดาย
ในที่สุดราชวงศ์เซียวก็ล่มสลายอย่างรวดเร็ว
ส่วนนางเอกก็กลายเป็ไท่เฟยแห่งราชวงศ์ที่ล่มสลาย กลับถูกฮ่องเต้หยวนซึ่งจำได้ว่าเป็รักแรกในวัยเยาว์ ทั้งสองเริ่มต้นนิยายรักอันไร้ยางอายระหว่างไท่เฟยกับผู้พิชิต และลงเอยด้วยความสุขสมหวัง
ผู้ที่ต้องทุกข์ทรมานคือประชาชนทั้งแผ่นดินฉู่!
ผู้ที่ต้องทุกข์ทรมานคือครอบครัวของนางที่เป็เพียงตัวประกอบ!
เซียวฉู่ฉู่นึกทบทวนเื่ราวทั้งหมด สีหน้าก็เปลี่ยนเป็ไม่สู้ดี
องค์หญิงฉู่ฉู่ที่นางเข้ามาสวมร่างนี้ มีชื่อเดียวกับนาง เป็เพียงตัวประกอบที่ถูกกล่าวถึงแค่ประโยคเดียวในนิยาย
— องค์หญิงน้อยที่อายุยังไม่ถึงขวบสิ้นพระชนม์ด้วยโรคหวัด!
เซียวฉู่ฉู่ “...”
โอ้แม่เ้า
ใบหน้าเล็ก ๆ ของนางซีดขาว ไร้เืฝาด
"เพคะพระสนม กระหม่อมจะดูแลองค์หญิงอย่างระมัดระวัง" แม่นมก้มศีรษะ แต่บนใบหน้าที่ก้มต่ำนั้นกลับมีแววดูแคลนที่มีเพียงเซียวฉู่ฉู่เท่านั้นที่เห็น
เซียวฉู่ฉู่สูดหายใจลึก
[ติ๊ง เนื่องจากเ้าของร่างชื่นชอบนิยายชิงอำนาจในวัง ระบบชิงอำนาจในวังจึงผูกกับเ้าของร่างสำเร็จแล้ว]
[สะสมคะแนนชิงอำนาจในวัง สามารถแลกเป็การจับรางวัลได้]
ชิงอำนาจในวัง?
ขอร้องละ ตอนนี้บ้านเมืองกำลังจะล่มสลาย ชิงอำนาจในวังจะมีประโยชน์อะไร!
แต่ขณะที่เซียวฉู่ฉู่กำลังบ่น วงล้อจับรางวัลก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าอย่างรวดเร็ว
ข้างในเต็มไปด้วยรายการต่าง ๆ
[วิชาการจัดการชลประทาน พิชัยาซุนวู การก่อตั้งเส้นทางสายไหม การปฏิรูปภาษีระบบเดียว...]
[ปลดล็อกความคิดราชวงศ์หยวน ปลดล็อกความคิดโจรสลัดอัวโข่ว...]
ดวงตาของเซียวฉู่ฉู่เป็ประกายขึ้นมาทันที
ดูเหมือนนางได้เริ่มใหม่อีกครั้ง!
มีระบบแบบนี้ก็พอจะมีอนาคตอยู่บ้าง
ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้น มารดาผู้ให้กำเนิดที่อยู่ตรงหน้านาง หลิ่วตาอิ้งกำลังผิงมือทั้งสองข้างอยู่ข้างเตาถ่าน
"แค่ก..." นางไอออกมาเสียงหนึ่ง
เห็นได้ชัดว่าถ่านไม้ในอ่างนี้เป็ถ่านคุณภาพระดับต่ำที่สุด มีกลิ่นควันรุนแรงมาก
เฮ้อ ท่านแม่ของนางช่างเป็คนซื่อ ที่แม้แต่ถ่านเส้นเงินก็ยังไม่มีใช้
เซียวฉู่ฉู่เห็นหลิ่วตาอิ้งเดินเร็ว ๆ เพื่อสลายกลิ่นควัน ก่อนจะค่อย ๆ รับห่อผ้าแพรที่มีนางอยู่ข้างในจากมือของแม่นม
เมื่อมองใกล้ ๆ เซียวฉู่ฉู่ถึงได้รู้ว่าความงามที่ไม่ต้องพึ่งเทคโนโลยีเป็อย่างไร
หลิ่วตาอิ้งมีใบหน้ารูปไข่ที่ได้มาตรฐาน ผิวขาวดั่งหยก ริมฝีปากแดงดั่งท้อ คิ้วเข้มดั่งูเา ดวงตาคู่งามดั่งหงส์ราวกับสระน้ำในฤดูวสันต์ที่สะท้อนแสงอาทิตย์ ระยิบระยับ เพียงแค่มองก็ทำให้คนต้องหลงใหล…
‘โอ้ ช่างงดงามอะไรเช่นนี้~’
‘ตัวอักษรในนิยายไม่สามารถบรรยายออกมาได้เลย!’
หลิ่วตาอิ้งกำลังอุ้มบุตรสาวอย่างนุ่มนวล ตั้งใจจะก้มลงมองแก้มอันนุ่มนิ่มของบุตรสาว
ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงอ่อนหวานน่ารัก ทำให้นางใจนต้องอุ้มเด็กแน่นและเงยหน้าขึ้น
ใครกำลังพูดอยู่?
ในห้องมีเพียงนาง แม่นม และนางกำนัลประจำตัวเท่านั้น
แต่พวกนางไม่ได้อ้าปากพูดเลย!
‘ความงามที่ข้าเห็นนี้มันอะไรกัน? อ้า นางก้มหน้าเอาชีวิตข้า เงยหน้าเอาหัวใจข้าแล้ว!’
‘มารดาของข้ามีความงามตามธรรมชาติ ราวกับเทพเซียน แต่ฮ่องเต้กลับให้นางเป็เพียงตาอิ้งที่มีตำแหน่งต่ำที่สุด ข้าไม่เข้าใจเลย!’
กล่าวถึงฮ่องเต้เช่นนี้ได้อย่างไร?
กำแพงมีหู!
หลิ่วตาอิ้งมองรอบด้านอย่างตื่นตระหนก
หลังจากยืนยันว่าไม่มีบุคคลที่สี่อยู่ในห้อง นางรีบมองไปที่แม่นมและสาวใช้ตรงหน้า ก็เห็นว่าพวกนางมีสีหน้าปกติ ราวกับไม่ได้ยินอะไรเลย
‘ท่านแม่กำลังมองอะไร? ทำไมไม่มองข้า?’
‘หรือว่าเพราะข้าเป็เด็กหญิงไม่ใช่เด็กชาย นางจึงผิดหวังและไม่ชอบข้า?’
บุตรสาวของข้ากำลังพูดอยู่หรือ?!
หลิ่วตาอิ้งใ รีบก้มหน้าลงมอง
เห็นทารกน้อยในอ้อมอกของนาง ร่างน้อยขาวนุ่มนิ่ม ใบหน้าอวบอิ่ม ดวงตากลมโตเท่าผลองุ่น แววตาใสซื่อไร้เดียงสา กำลังจ้องมองนางอย่างจริงจัง
หัวใจของหลิ่วตาอิ้งแทบละลาย
นางไม่สนใจเสียงประหลาดของบุตรสาว รีบกอดร่างนุ่มนิ่มของเซียวฉู่ฉู่แน่น
"ฉู่ฉู่คือแก้วตาดวงใจของแม่"
"ขอเพียงฉู่ฉู่แข็งแรง แม่ยอมทำทุกอย่าง แม่รักฉู่ฉู่ที่สุด"
เซียวฉู่ฉู่หรี่ตาอย่างมีความสุข ‘ได้กอดท่านแม่แบบนี้ ช่างมีความสุขจริง ๆ’
กอดกันคืออันใดกัน?
เด็กโง่คนนี้
หลิ่วตาอิ้งอุ้มบุตรสาวไว้แน่นไม่อยากปล่อย
แต่เซียวฉู่ฉู่นึกถึงจุดจบของตนเองขึ้นมา จึงทำปากเบ้ ‘เฮ้อ แต่ในนิยายเล่มนี้ องค์หญิงน้อยอย่างข้าต้องสิ้นใจด้วยโรคหวัดก่อนอายุครบขวบ’
หลิ่วตาอิ้งที่กำลังอุ้มลูกสาวราวกับสมบัติล้ำค่า สีหน้าเปลี่ยนไปทันที
อะไรนะ?
นิยาย หมายถึงตำราอย่างนั้นหรือ?
‘ท่านแม่เสียใจที่ลูกจากไปเร็ว ตัวเองก็ไม่ระวังจนล้มป่วย กระทั่งฮ่องเต้ผู้เป็บิดาของข้าต ท่านแม่ก็ถูกฮ่องเต้องค์ใหม่สั่งให้รับพระราชทานผ้าขาวหนึ่งศอก ให้ตายตามไปด้วยการโดนฝังทั้งเป็ โดยที่อาการป่วยก็ยังไม่หาย!’
หลิ่วตาอิ้งราวกับตกลงไปในธารน้ำแข็ง ทั้งร่างเย็นเฉียบในพริบตา
"พระสนมเพคะ" แม่นมยืนอยู่ในห้องนอนที่ไม่มีการตกแต่งมากนักของหลิ่วตาอิ้ง ก้มหน้าลง เอ่ยขัดความคิดของแม่ลูกทั้งสอง
"วันนี้องค์หญิงน้อยครบเดือน ที่บ้านเกิดของหม่อมฉัน มารดาจะนอนเตียงเดียวกับลูกในวันนี้เพื่อขับไล่สิ่งชั่วร้าย คุ้มครองให้เด็กเติบโตอย่างราบรื่น"
หลิ่วตาอิ้งได้สติกลับมา ข่มความใในใจ ราวกับคว้าเชือกช่วยชีวิตได้ "จริงหรือ?"
ขอเพียงลูกไม่ต้องตายด้วยโรคหวัด นางยอมทำทุกอย่าง!
ปกตินางก็ไม่อยากห่างลูกสาวอยู่แล้ว มักอุ้มองค์หญิงน้อยไว้ข้างกาย ยามค่ำคืนก็ให้นมด้วยตนเอง
"เป็คำสอนจากแม่สามีของหม่อมฉันเอง" แม่นมยิ้มพลางพยักหน้า "ลูก ๆ ของหม่อมฉันล้วนแข็งแรงดียิ่งเพคะ"
หลิ่วตาอิ้งเริ่มมีสีเืฝาดที่ใบหน้า รีบกล่าว "ดี คืนนี้องค์หญิงจะนอนกับข้า แม่นมพักผ่อนที่ห้องด้านนอกเถิด"
อย่าว่าแต่จะขับไล่สิ่งชั่วร้ายในวันครบเดือนเลย ต่อให้ต้องรับเคราะห์แทนลูก หลิ่วตาอิ้งก็ยินดี
นางอยากจะสละชีวิตตนเองเพื่อปกป้องบุตรน้อยเหลือเกิน
ทว่าเมื่อพูดจบประโยค สีหน้าของหลิ่วตาอิ้งก็ซีดเผือดราวกับไร้เืฝาด
‘อ๊า! ครบเดือนแล้วให้ท่านแม่นอนกับข้าหรือ? แม่นมผู้นี้ช่างเลวร้ายนัก!’
‘หลังจากหนึ่งปีผ่านไป ข้าล้มป่วยด้วยโรคหวัด ส่วนท่านแม่ก็ล้มป่วยหลังคลอด ทั้งหมดนี้เป็เพราะในคืนที่ข้าครบเดือน ท่านแม่ถูกยุให้นอนกับข้า แล้วแม่นมหวังก็แกล้งเปิดหน้าต่างทิ้งไว้ในคืนฤดูหนาวอันหนาวเหน็บ ทำให้ทั้งข้าและท่านแม่ต้องเจ็บป่วยเรื้อรังมาจนถึงทุกวันนี้!’
[1] ดอกบัวขาว(白莲花) เป็สำนวนที่สื่อถึงหญิงเสแสร้งทำเป็ใสซื่อ แต่จริง ๆ แล้วมีเล่ห์เหลี่ยม ร้ายลึก
[2] ผิน คือ ชื่อเรียกยศ ตำแหน่งสนมชั้นที่ห้า
[3] เทศกาลปานจิน คือเทศกาลสำคัญของชาวแมนจู ตรงกับวันที่ 13 เดือน 10 ตามปฏิทินจันทรคติ เป็วันที่หนูเออร์ฮาชื่อ (นูรฮาชี) ผู้นำชาวแมนจู ประกาศก่อตั้งราชวงศ์จินในอดีต