ตอนที่ 24 พร์
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
ศาสตราจารย์ออสตินที่ได้ยินประโยคนั้นจึงเอ่ยออกมาว่า
“เธอแน่ใจจริงๆ หรอว่า้าเป็นักรูนศาสตร์”
“ครับ ผมแน่ใจ ผมคิดว่าการทำในสิ่งที่ผมชอบ ผลลัพธ์ของมันน่าจะออกมาได้ดี” เมอร์ลินกล่าวตามความเชื่อของตนเอง
ก่อนหน้านี้เขาเองก็มีความชอบด้านการแกะสลักไม้เช่นกัน และเขาก็ทำมันได้อย่างไม่รู้จักเบื่อ
สำหรับรูนศาสตร์แล้ว สัญลักษณ์เ่าั้เป็สิ่งที่เขาสนใจมันจริงๆ และเขาเองก็ตั้งความหวังในใจว่าซักวันหนึ่งบางทีเขาอาจจะใช้รูนศาสตร์เปิดประตูของโลกสะพานเพื่อกลับไปบ้านเก่าของเขาได้
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
ชายชราะเิเสียงหัวเราะออกมา
“เธอรู้ไหมว่าเส้นทางของนักวิชาการนั้นไม่ง่ายเลย คนที่เดินในเส้นทางของฉันมีน้อยมาก และมีหลายคนที่ถอดใจไปกลางทางจำนวนมากเช่นกัน” ศาสตราจารย์ออสตินกล่าว
เมอร์ลินยิ้มและเอ่ย “ผมไม่รู้หรอกครับว่าในอนาคตผมจะทำมันได้สำเร็จหรือไม่ แต่ในปัจจุบันนี้ผมจะทำมันให้ดีที่สุด”
“คำพูดของเธอไม่สมกับการเป็เด็กสิบขวบเลยนะ” ศาสตราจารย์ออสตินเอ่ยแซว
เมอร์ลินเกาศีรษะอย่างเขินๆ แน่นอนว่าคำพูดนี้เขาไม่ได้คิดเอง แต่เขาจำมาจากคุณแม่ของเขาต่างหาก แต่เขาก็ไม่ได้บอกเื่นี้ไป
ดูเหมือนว่าเจนเองก็ต้องพบกับความลำบากมากมายมาเช่นกัน นักเวทที่อาศัยอยู่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ย่อมไม่ได้มีชีวิตอยู่ได้ง่ายๆ
อย่างไรก็ตามตัวตนของเธอนั้นยังคงเป็ปริศนา การที่เธอถือครองแผนที่ของสะพานข้ามดินแดน นั่นย่อมเป็อะไรที่ไม่ธรรมดาแล้วอย่างแน่นอน
“ก่อนหน้านี้มีหลายคนว่าผมแก่แดด แต่จริงๆ แล้วผมคิดว่าคนพวกนั้นอิจฉาว่าผมหล่อต่างหาก” เมอร์ลินเชิดหน้าขึ้นอย่างอมยิ้ม
“อะไรกันเนี้ยเ้าเด็กนี่ ... มาๆ ไปห้องสมุดกับฉัน ฉันจะแนะนำหนังสือให้เธออ่าน และจะสอนรูนศาสตร์เบื้องต้นให้เธอด้วย” ศาสตราจารย์ออสตินลุกขึ้นแล้วเดินไปห้องสมุดของเขา
“คร๊าบ!” เมอร์ลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ร่าเริง
ดูเหมือนว่าเขาจะสามารถปรับอารมณ์ที่แจ่มใสได้แล้ว
เด็กคนนี้ไม่ใช่เด็กที่จะจมกับความเศร้าได้นาน แม้ว่าชีวิตของเขาจะเกิดเื่เลวร้ายขึ้นมามากมายก็ตาม
ศาสตราจารย์ออสตินพาเมอร์ลินเข้าไปในห้องหนังสือของตนเอง แน่นอนว่าเมอร์ลินเคยเห็นห้องนี้มาบ้างแล้ว แต่เขาก็ไม่ได้ไปหยิบจับหรือเข้าไปวุ่นวายโดยไม่ได้รับอนุญาต
เมื่อเข้ามาในห้องหนังสือเขาก็พบว่าห้องนี้มีขนาดใหญ่มาก มันแทบจะเรียกได้ว่าเป็ห้องที่ใหญ่ที่สุดของบ้านเลยก็ว่าได้
หนังสือเล่มหนามากมายตั้งเรียงรายอย่างละลานตา
ในตอนแรกที่เมอร์ลินได้เห็นเขาก็รู้สึกอึ้งเช่นกัน แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้สนใจกับพวกมันมากนัก แต่เมื่อเขาได้ยินเื่ราวที่ศาสตราจารย์ออสตินเล่าให้ฟังก่อนหน้านี้ เขาก็เริ่มรู้สึกสนใจหนังสือเหล่านี้ขึ้นมา และมีความกระตือรือร้นที่จะอ่านมันอย่างน่าเหลือเชื่อ
“ผมอ่านหนังสือทั้งหมดนี่ได้ใช่ไหมครับ?” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยดวงตาที่เป็ประกาย
ชายชรายิ้มและพยักหน้า “ได้ตามที่เธอ้าเลยล่ะ แต่เธอจะทนอ่านหนังสือทั้งหมดนี้ได้หรอ?”
ชายชราไม่ได้จะปรามาสเด็กน้อย แต่ไม่มีเด็กคนไหนทนอยู่กับหนังสือได้นาน แม้ว่าคนคนนั้นจะเป็อัจฉริยะหรือหนอนหนังสือก็เถอะ กระทั่งตัวเขาเองก็ไม่ได้อ่านหนังสือทั้งหมดนี้ หลายเล่มเป็หนังสือที่เขาสะสม ซึ่งจะมีบางเล่มเท่านั้นที่เขาหยิบมันมาอ่าน
เมอร์ลินตอบกลับไปด้วยรอยยิ้ม “ผมอ่านมันทั้งหมดนี้ได้ครับ คุณรู้ไหมว่าตลอดสามปีที่ผ่านมาผมอยู่กับคุณปู่ที่บ้านกลางป่ามาตลอด จะเข้าหมู่บ้านแค่บาง่เท่านั้น ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมสามารถใช้เวลาไปกับการแกะสลักไม้ที่ผมชอบได้ และผมคิดว่าถ้าการอ่านหนังสือเป็สิ่งที่ผมชอบ ผมก็จะทำแบบนั้นได้เช่นกัน”
“โอ้ แบบนั้นก็ดีเลย ฉันคิดว่าในอนาคตเธอจะต้องเป็นักวิชาการที่ดีได้แน่” ศาสตราจารย์ออสตินเอ่ยพร้อมกับเดินเข้าไปหยิบหนังสือเล่มหนึ่งออกมา
เขายื่นมันให้กับเมอร์ลิน
“ประวัติศาสตร์เวทมนตร์” เมอร์ลินอ่านตัวหนังสือที่อยู่บนหน้าปก
“ใช่แล้ว ฉันคิดว่าเธอน่าจะเริ่มอ่านจากเื่นี้ก่อน หลังจากนั้นถ้าเธอสนใจรูนศาสตร์ ฉันก็จะสอนวิชารูนศาสตร์เบื้องต้นให้เธอเอง”
“ครับ”
เมอร์ลินรับหนังสือหนาเล่มนั้นเอาไว้ ก่อนจะหันไปรอบๆ
“เธอไปนั่งอ่านที่นั่นได้” ศาสตราจารย์ออสตินหันไปที่เก้าอี้โซฟานุ่มที่อยู่ไม่ไกล เขาโบกมือออกไปครั้งหนึ่ง โคมไฟที่ฝังผลึกสีขาวก่อนหนึ่งก็ส่องสว่างขึ้น ก่อนที่โคมไฟนั้นจะปรากฏแสงสว่างขึ้นมา
เมอร์ลินหันไปตามสายตาของชายชรา และเขาก็ได้เห็นผลึกสีขาวนั้นเรืองแสง
แต่ในระหว่างนั้นเองจู่ๆ ดวงตาสีเงินของเขาก็ทำให้เห็นอะไรที่มากกว่าการเรืองแสงของผลึก
“นั่นมันสัญลักษณ์?” เมอร์ลินเอ่ยพึมพำ
ทว่าชายชรากลับได้ยินเสียงของเขาจนลึกคิ้วขึ้น แล้วมองไปที่เด็กคนนี้อย่างประหลาดใจ
“เธอเห็นอะไร?” ชายชราถาม
เมอร์ลินเองก็ใเหมือนกันที่เขาพูดออกมา แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็พูดออกไปตามตรง
“ตอนที่เปิดโคมไฟนั้น ผมเห็นสัญลักษณ์ที่คล้ายกับรูนเรียงรายกันอย่างรวดเร็ว”
“หืม? เธอเห็นมันอย่างนั้นหรอ?” ศาสตราจารย์ออสตินกล่าวออกมาอย่างใเช่นกัน
“ทำไมหรอครับ?” เมอร์ลินถามอย่างไม่รู้
ชายชรากล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นว่า “ดูเหมือนว่าเธอจะไม่รู้ความสำคัญของมัน เธอรู้ไหมว่าอุปกรณ์เวทมนตร์แต่ละชิ้นนั้นจะฝังผลึกเวทมนตร์เอาไว้ ผลึกนั้นจะเป็พลังงานในการสร้างเวทมนตร์ แต่การที่จะให้ผลึกเวทมนตร์ทำงานได้เหล่าวิศวะเวทจะต้องทำการสลักค่ายกลในการทำงานเอาไว้ เพื่อแปลงพลังเวทจากผลึกทำงานในรูปแบบต่างๆ”
“สิ่งที่เธอเห็นก็คือค่ายกลรูน ซึ่งโดยปกติแล้วเหล่าวิศวะเวทจะต้องใช้อุปกรณ์เวทมนตร์เฉพาะเพื่อแสดงให้เห็นถึงวงจรของค่ายกลรูน แต่เธอกลับสามารถมองมันด้วยตาเปล่า นั่นหมายความว่าเธอได้รับพร์เป็ดวงตาแห่งรูน”
เมอร์ลินกำลังพยายามทำความเข้าใจในสิ่งที่ชายชราเอ่ย
“พร์อย่างนั้นหรอ?”
“ใช่ มันเป็พร์ที่นักค่ายกล นักวิศวะเวท และนักรูนศาสตร์ พวกเขาเ่าั้ต้องอิจฉา แม้แต่ตัวฉันเองก็เช่นกัน”
สายตาของศาสตราจารย์ออสตินมองไปที่เมอร์ลินอย่างไม่โกหก
ใช่แล้ว เขาที่เป็นักรูนศาสตร์นั้นอิจฉาพร์นี้ของเมอร์ลินจริงๆ