บ้านของแม็กซ์
ยามค่ำคืนท้องฟ้ามืดสนิท เหลือเพียงเสียงลมพัดหวีดหวิวผ่านหลังคาสังกะสีดังเป็จังหวะภายในบ้านหลังเล็กท้ายซอยของเขตสลัม ฐาน C-888 แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันส่องสว่างอบอุ่นสาดแสงเหลืองทองไปทั่วห้องครัวที่จัดวางของอย่างเรียบง่ายแต่สะอาดตา
บนโต๊ะอาหารไม้เก่าที่ใช้งานมานานหลายปี แม็กซ์ มานา และมินอากำลังนั่งรับประทานมื้อค่ำร่วมกันอย่างอบอุ่น อาหารบนโต๊ะอาจจะไม่หรูหราแต่ก็เพียงพอที่จะให้พลังงานแก่ร่างกายได้เป็อย่างดี
เด็กหนุ่มวัยสิบสองปีเคี้ยวอาหารช้า ๆก่อนจะวางช้อนลงแล้วเงยหน้ามองแม่และน้องสาวด้วยสายตามุ่งมั่นเปิดบทสนทนาขึ้นด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล “ท่านแม่ มินอา คืนนี้ข้าจะออกเดินทางแล้วนะ” ประโยคนั้นทำให้บรรยากาศในห้องเงียบลงชั่วครู่มานาเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่งามแฝงความห่วงใยลึกซึ้ง นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยความกังวล
“จะไปแล้วเหรอลูก... ั้แ่พ่อจากไปลูกก็ไม่เคยหยุดพักอย่างจริงจังเลย แม่เป็ห่วงว่า ลูกจะฝืนตัวเองเกินกำลังไปหรือเปล่า?”
แม็กซ์ส่ายหน้าพร้อมยิ้มมุมปากเพื่อให้คนที่รักสบายใจก่อนจะตอบกลับด้วยความแน่วแน่ที่สะท้อนออกมาจากก้นบึ้งหัวใจ “ไม่หรอกท่านแม่ ไม่ต้องกังวลไป ข้าจะดูแลตัวเองให้ดีที่สุดจะไม่ให้เกิดอันตรายกับตัวเองแน่นอน ั้แ่วันที่พ่อจากไป ข้าตั้งใจแล้วว่าจะต้องแข็งแกร่งขึ้นจะไม่ยอมให้เหตุการณ์เลวร้ายแบบวันนั้นเกิดขึ้นกับครอบครัวของเราอีก”
ได้ยินเช่นนั้น มานาก็พยักหน้า สายตาเต็มไปด้วยความภูมิใจและเคารพในการตัดสินใจของลูกชายนางเอื้อมมือมาลูบศีรษะแม็กซ์ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “แม่เคารพและสนับสนุนการตัดสินใจของลูกเสมอแต่จำไว้นะ... อย่าฝืนร่างกายจนเกินไป หากรู้สึกเหนื่อยล้า ก็พักเสียบ้างความปลอดภัยสำคัญที่สุด”
ก่อนที่แม็กซ์จะทันได้ตอบรับ คำพูดแสบ ๆ คัน ๆ ของเด็กสาววัยสิบขวบก็ดังขึ้นมาตัดบททันทีมินอายิ้มแย้มดวงตากลมโตเปล่งประกาย “พี่แม็กซ์! ตอนกลับมาอย่าลืมช็อกโกแลตของหนูด้วยล่ะแล้วก็... อุปกรณ์เชื่อมต่อเกมรุ่นใหม่ที่ออกมาล่าสุดด้วยนะ!”
แม็กซ์ส่ายหน้าพลางทำหน้าบึ้งตึงแกล้งน้อยใจมองน้องสาวตัวแสบแล้วพูดติดตลก “ยัยตัวแสบนี่! รู้จักแต่เื่กินกับเื่เล่นแล้วไม่รู้จักเป็ห่วงพี่ชายบ้างเลยสักนิด”
มินอาไม่สะทกสะท้าน กลับหัวเราะคิกคักแล้วพูดกลับอย่างมีเล่ห์เหลี่ยมน้ำเสียงน่ารักจนทำให้ใครได้ยินก็ต้องยอมใจ
“พี่แม็กซ์ล่ะก็... ถ้าหนูจะห่วงพี่ หนูว่าหนูห่วงพวกสัตว์ประหลาดข้างนอกนั่นจะดีกว่ากลัวว่าพวกมันจะถูกพี่จับมากินจนสูญพันธุ์มากกว่า คนอะไรกินได้ทุกอย่าง พี่อ่ะ...เป็สัตว์ประหลาดยิ่งกว่าสัตว์อสูรพวกนั้นซะอีก! ฮิฮิ” คำพูดของมินอาทำให้มานาต้องยกมือมาปิดปากเพื่อกลั้นขำในขณะที่แม็กซ์ก็หัวเราะออกมาดัง ๆ ท้ายที่สุดก็ต้องยอมจำนนด้วยความเอ็นดู
“ฮ่า ๆๆ ยัยตัวแสบเอ๊ย! ได้ ๆๆ พี่ยอมแล้ว ไว้ตอนกลับพี่จะหามาให้ครบตามที่สั่งแน่นอน”แม็กซ์ยกมือขึ้นลูบหัวน้องสาวก่อนจะปรับท่าทางให้จริงจังขึ้นอีกครั้ง
“เอาล่ะ ถึงเวลาแล้ว ข้าต้องไปเตรียมอุปกรณ์เพื่อออกเดินทางท่านแม่กับมินอาต้องดูแลตัวเองให้ดี ๆ น่ะ อย่าออกไปไหนไกลจากบ้านเด็ดขาด”
“จ้า ลูกก็ต้องระวังตัวให้มากด้วยนะ”มานาเตือนสติอีกครั้ง
“พี่ไม่ต้องห่วง! หนูจะช่วยดูแลแม่ให้ดีที่สุดเลยล่ะ”มินอาพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจราวกับตัวเองโตเป็ผู้ใหญ่แล้ว
หลังจากพูดคุยจนเข้าใจกันเรียบร้อย แม็กซ์ก็ลุกขึ้นก่อนจะเดินกลับเข้าห้องนอนเพื่อเตรียมเสื้อผ้าและอุปกรณ์จำเป็ต่าง ๆในใจคิดถึงเป้าหมายที่วางไว้อย่างชัดเจน “ก่อนอื่น ต้องแวะไปที่ตลาดมืดก่อนเพื่อไปรับชุดเกราะที่สั่งจองไว้... ไม่รู้ว่าตาเฒ่าบุญมีจะทำเสร็จหรือยัง”
ในเวลาเดียวกันอีกสถานที่หนึ่ง
ภายในเขตใจกลางฐานที่มั่นระดับ C หมายเลข 888 ณห้องรับประทานอาหารส่วนตัวของผู้นำฐาน โถงกว้างขวางตกแต่งอย่างเรียบง่ายมีแสงไฟสว่างจ้าส่องทั่วถึง ที่โต๊ะอาหารยาวตรงกลาง มีเพียงสามคนที่นั่งร่วมโต๊ะกันอย่างเป็กันเองพลเอกสตีฟ เมเยอร์ ผู้นำระดับสูงจากฐาน S-01, ผู้พันยอดผู้บังคับบัญชาสูงสุดของฐานแห่งนี้ และลีน่า เมเยอร์ หลานสาววัยสิบสองปี
บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความสงบเรียบร้อยจนกระทั่งพลเอกสตีฟวางช้อนส้อมลง แล้วหันไปมองผู้พันยอดด้วยสายตาจริงจัง ก่อนเอ่ยบทสนทนาถึงเื่สำคัญที่รอคอย“รุ่งเช้าของวันพรุ่งนี้เราจะเริ่มทำการฝึกภาคสนาม ในเขตป่าที่มีสัตว์อสูรระดับขุนพลอาศัยอยู่เพื่อให้ลีน่าได้ััประสบการณ์จริงที่แตกต่างจากการฝึกในห้องทดลองที่ฐานของเรา ข้าคงไม่ได้ไปด้วยแต่จะให้ ผู้กองเกา หลิน เป็ผู้รับหน้าที่นำหน่วยคุ้มกันหลักดูแลความปลอดภัย”
ผู้กองเกา หลิน ที่ยืนรออยู่ริมประตูห้อง ได้ยินดังนั้นก็ก้าวเข้ามาก้มหัวโค้งคำนับอย่างเคร่งครัด “ครับท่านนายพล! ข้าจะรับหน้าที่นี้ด้วยความเต็มใจและจะปกป้องคุณหนูลีน่าให้ปลอดภัยจนถึงที่สุด จะทำหน้าที่นี้ให้สุดความสามารถที่มีครับ”ผู้กองเกา หลิน วัยสามสิบปี เป็นักรบที่มีฝีมือโดดเด่นในฐานแห่งนี้ ระดับจักรพรรดิิญญาขั้นกลางยีน หมีคลั่ง สายนักรบที่เน้นความแข็งแกร่งและพลังทำลายล้างมีทักษะเด่นได้แก่ ทลายปฐี, อสูรคลั่ง และ ถล่มภูผาถือเป็กำลังสำคัญที่น่าเชื่อถือที่สุดคนหนึ่ง
ผู้พันยอดพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะเสริมแผนการเดินทางให้ครบถ้วน “ข้าจะให้ จ่าจอม นำหน่วยลาดตระเวน ‘ไฮยีน่า’เป็ผู้นำทางด้วยตัวเอง เขาเติบโตและปฏิบัติงานในป่าแห่งนี้มาตลอดชีวิตรู้จักทุกซอกทุกมุม รู้ทางลัดและจุดอันตรายเป็อย่างดีจะช่วยให้การเดินทางราบรื่นที่สุด”
“ดีมาก!” พลเอกสตีฟหันไปมองหลานสาวแล้วถามขึ้นว่า “ลีน่าเ้ามีความคิดเห็นอะไรบ้าง?”
ลีน่าเงยหน้าขึ้นดวงตาแพรวพราวเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความกระตือรือร้นที่ซ่อนไม่อยู่ นางตอบกลับด้วยน้ำเสียงใสแจ๋ว“เยี่ยมไปเลยค่ะคุณปู่!หนูตื่นเต้นมากที่จะได้ออกไปเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรเป็ครั้งแรกแทบจะรอให้ถึงรุ่งเช้าไม่ไหวแล้วค่ะ!”
เมื่อเห็นความกระตือรือร้นของหลานสาว พลเอกสตีฟก็หัวเราะในลำคอก่อนจะเล่าเื่สมัยเก่าเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ “เด็กสมัยนี้ช่างกล้าหาญและกระตือรือร้นเสียจริงไม่เหมือนสมัยรุ่นปู่ เมื่อครั้งแรกที่สัตว์อสูรบุกมายังโลก ปู่ตอนนั้นอายุเพียงหกขวบแค่ได้ยินเสียงร้องคำรามของสัตว์อสูรฝึกหัด ก็ใกลัวขาสั่นจนฉี่ราดกางเกงแล้วฮ่า ๆๆ”
เื่เล่าขำขันนั้นทำให้บรรยากาศในห้องครึกครื้นขึ้นทันที เสียงหัวเราะดังก้องไปทั่วก่อนที่ทุกคนจะกลับมาทานอาหารต่อจนเสร็จสิ้นมื้อค่ำ
ชุดเกราะเบาระดับขุนพลิญญา
ในขณะเดียวกัน ประตูทางเข้าสู่เขตตลาดมืดซึ่งเป็พื้นที่แลกเปลี่ยนสินค้าที่ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ แม็กซ์สวมชุดคลุมฮู้ดสีดำมิดชิดเขาจัดขอบฮู้ดลงมาปิดบังใบหน้าไว้จนมองเห็นเพียงแค่ริมฝีปากเท่านั้น... ข้างกายมีเ้าหมาโง่ในร่างเล็กขนาดเท่าหมาธรรมดาเดินเคียงข้างทั้งคู่ก้าวเท้าเข้ามาในร้านค้าหลักของตลาดแห่งนี้
“เชิญค่ะท่านลูกค้า ้าแลกเปลี่ยนสินค้า ซื้อของ หรือจะสอบถามข้อมูลด้านใดเป็พิเศษไหมคะ?”เสียงหญิงสาวพนักงานต้อนรับเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“ข้ามารับสินค้าที่สั่งจองไว้กับตาเฒ่าบุญมีเมื่ออาทิตย์ที่แล้วสินค้าที่สั่งไว้เสร็จเรียบร้อยหรือยัง?” แม็กซ์ถามเข้าจุดประสงค์ทันที
“รอสักครู่นะคะ เดี๋ยวจะไปตามท่านผู้จัดการมาให้”พนักงานรีบเดินเข้าไปด้านหลังร้าน ไม่นานนักก็ได้ยินเสียงฝีเท้ามาพร้อมกับเสียงพูดที่คุ้นเคยดังขึ้นแต่ไกล
“ไงไอ้หนู! กำลังรอเ้าอยู่เลยนึกว่าลืมคำสั่งจองไปแล้ว ไม่เห็นติดต่อเข้ามาเลย” เป็เสียงของตาเฒ่าบุญมีเ้าของร้านผู้มากประสบการณ์และมีเครือข่ายกว้างขวางในตลาดมืดแห่งนี้เขาเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกว้าง
“พูดแบบนี้แปลว่าชุดที่สั่งไว้เสร็จเรียบร้อยแล้วใช่ไหมตาเฒ่า?” แม็กซ์ถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นและคาดหวัง
“แน่นอนสิ! สินค้าชิ้นนี้เสร็จเรียบร้อยและยังมีคุณสมบัติพิเศษเพิ่มเติมออกมาด้วยถือว่าโชคดีของเ้าเลยอาจจะเป็เพราะวัตถุดิบที่เ้านำมาคือหนังสัตว์อสูรระดับกลายพันธุ์ ทำให้ความสามารถของมันเกินมาตรฐานปกติไปมาก”ตาเฒ่าบุญมีอวดประสิทธิภาพของสิ้นพร้อมกับยื่นกล่องไม้เนื้อแข็งที่มีฝาปิดสนิทส่งให้“นี่ไง ลองเปิดดูได้เลย”
แม็กซ์รับกล่องมาด้วยความระมัดระวัง แล้วเปิดฝาออกแสงไฟส่องลงไปเผยให้เห็นชุดเกราะหนังที่ทออย่างประณีต มีสีเข้ม สภาพหนังดูนุ่มนวลแต่แฝงความแข็งแกร่งอยู่ภายใน“ว้าว...คุณภาพเกินราคาจริง เสียไปหมื่นเครดิตนี่ถือว่าคุ้มค่าสุด ๆ” แม็กซ์เอ่ยออกมาด้วยความพึงพอใจอย่างมาก
“เ้าชอบก็ดีแล้ว ออปชั่นพิเศษของมันคือสามารถต้านทานพิษของสัตว์อสูรระดับาา หรือต่ำกว่าได้อย่างสบาย ไม่มีผลกระทบต่อร่างกายเลย”ตาเฒ่าอธิบายต่ออย่างละเอียด “แถมเวลาสวมใส่ มันยังสามารถยืดหดขยายขนาดให้พอดีกับรูปร่างของผู้สวมใส่ได้โดยอัตโนมัติััหนังนุ่มสบายไม่รัดแน่นจนอึดอัด มันทนทานต่อแรงกระแทกและพลังิญญาได้ดีกว่าเกราะทั่วไปหลายเท่าตัว”
“ส่วนเื่ราคา เกราะระดับขุนพลิญญาตัวนี้ ราคาหนึ่งหมื่นเครดิตนี้ถือว่าพิเศษสุดสำหรับเ้าแล้วนะรู้ไหมว่าทำได้แค่สามชิ้นเท่านั้น อีกสองชิ้นมีลูกค้าคนอื่นสั่งจองไปในราคาถึง 25,000เครดิตต่อชิ้นเลยนะ” บุญมีไม่ได้ปิดบังเื่ราคาขาย
“โอ้... ฟันกำไรเละเลยสิ แค่ขายชิ้นเดียวก็คืนทุนไปแล้วนะ”แม็กซ์หัวเราะตอบกลับอย่างขบขันแล้วก็ทำท่าเก็บชุดเข้าไปในถุงมิติเพื่อเลี่ยงการเปิดคลังระบบ
“แต่ถึงจะเป็ระดับขุนพลิญญา ด้วยการฝึกร่างกายและความแข็งแกร่งของเ้าถึงแม้จะไม่มีระบบเพื่อเพิ่มระดับของพลังิญญาแต่คิดว่าใส่ได้สบาย ๆ ไม่มีปัญหาแน่นอน”
“ขอบคุณมากที่หาของดีมาให้เื่ระดับเดี๋ยวลองใช้ดูคงจะรู้เองนั่นแหละ” แม็กซ์ตอบอย่างคลุมเครือเพื่อปกปิดว่าตนวิวัฒนาการแล้ว ทั้ง ๆ ที่ตนรู้ดีว่าสามารถใส่อุปกรณ์ได้ถึงระดับจักรพรรดิิญญาได้สบายๆ
“เอาน่าเื่แค่นี้เอง ตาเฒ่าก็ได้กำไรเ้าก็ได้ของดีไปใช้ ถือว่า วิน-วิน กันทั้งคู่” บุญมีโบกมือเบา ๆ ก่อนจะถามต่อ“แล้วนี่ เตรียมจะออกไปล่าสัตว์อสูรอีกแล้วรึ?”
“ใช่แล้ว อยู่แต่ในฐานก็น่าเบื่อเกินไปการออกไปฝึกฝนข้างนอก น่าจะช่วยเพิ่มประสบการณ์และความแข็งแกร่งได้ดีที่สุด เวลาเป็เงินเป็ทองงั้นข้าไม่รบกวนเวลาของท่านแล้ว ข้าขอตัวไปก่อนนะ”
“เออ ๆ ไปเถอะ ระวังตัวให้ดีอย่าลืมว่าถ้าได้ของดีก็เอามาขายให้ตาเฒ่าได้ตลอด!ขอให้โชคดีและรอดปลอดภัยกลับมานะ... หวังว่าคงไม่ตายกลางทางนะ ฮ่า ๆๆ” ตาเฒ่าบุญมีพูดติดตลกใน่ท้ายด้วยคำพูดกวนๆ อีกเช่นเคย
“ฮึ จริง ๆ เล้ยยย ตาเฒ่านี่ จบบทสนทนาแบบนี้ทุกทีเลยไปกันเถอะเ้าหมาโง่!” หลังจากเสร็จธุระที่ตลาดมืด แม็กซ์ก็เดินทางออกนอกเขตฐานเมื่อผ่านจุดเฝ้าระวังและก้าวเข้าสู่พื้นที่ป่าดงดิบที่ไม่มีใครดูแลแล้วเขาก็หยุดเท้าใช้ััรอบตัวให้แน่ใจว่าไม่มีใครสังเกตเห็น “เปลี่ยนร่างได้แล้วเ้าหมาโง่”
“โฮ่ง...” เสียงขานรับดังขึ้น ก่อนที่ร่างของเ้าหมาจะเริ่มขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็วขนสีเงินที่แผงคอโผล่ออกมาส่องแสงในความมืดร่างกายกลับคืนสู่รูปลักษณ์ที่แท้จริงของ าาอสูรหมาป่าทมิฬแผงคอเงิน
แม็กซ์ะโขึ้นไปนั่งบนหลังของมัน แล้วแจ้งเส้นทางด้วยน้ำเสียงหนักแน่น“มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก!เพราะที่นั่นเป็จุดเชื่อมต่อระหว่างอาณาเขตของสัตว์อสูรระดับขุนพลกับระดับาา สัตว์อสูรระดับขุนพลคงไม่เพียงพอที่จะช่วยพัฒนาพลังของข้าได้อีกแล้วแต่ถ้าโชคดี อาจจะเจอยีนหรือแกนอสูรคุณภาพดี เผื่อเก็บกลับไปให้พวก 4 แสบได้ใช้ปลุกพลังด้วย หากได้ระดับกลายพันธุ์ขึ้นมา ยิ่งจะช่วยให้พวกเขาเติบโตได้รวดเร็วขึ้นมาก”
เมื่อได้รับคำสั่ง หมาป่าทมิฬก็ส่งเสียงคำราม ก่อนจะก้าวเท้าพุ่งออกไปด้วยความเร็วสูงจนเกิดแรงลมพัดกระหน่ำแม็กซ์ก้มตัวต่ำจนแนบชิดกับหลังมัน สายตามองไปยังทิศทางที่มืดมิดเบื้องหน้า แววตาเต็มไปด้วยความท้าทายและความมุ่งมั่น
การเดินทางครั้งนี้ พวกเขาจะต้องเผชิญกับสัตว์อสูรชนิดใดอีกบ้าง? จะเจอกับศัตรูที่แข็งแกร่งพอที่จะทดสอบขีดจำกัดความสามารถได้หรือไม่และจะได้แกนอสูรหรือสมบัติที่มีค่าตามที่หวังไว้หรือเปล่า?
การผจญภัยและการล่าครั้งใหม่เริ่มต้นขึ้นแล้ว...
***
เกร็ดน่ารู้ท้ายตอน
กฎการใช้อุปกรณ์ิญญาในโลกของผู้วิวัฒนาการ
อาวุธและอุปกรณ์สวมใส่ถือเป็ปัจจัยสำคัญในการเพิ่มพลังต่อสู้แต่การเลือกใช้อาวุธมี "กฎเหล็ก"ที่ส่งผลถึงชีวิตซึ่งผู้ใช้อาวุธทุกคนต้องพึงระวัง
เงื่อนไขการใช้อุปกรณ์ต้องเป็ระดับเดียวกับพลังของตนเองหรือต่ำกว่าเท่านั้น ผู้วิวัฒนาการจะสามารถดึงประสิทธิภาพของอาวุธออกมาได้สูงสุดและควบคุมมันได้อย่างปลอดภัย ก็ต่อเมื่อระดับแกนิญญาของตนเองสมดุลกับระดับของอุปกรณ์ชิ้นนั้น
ข้อควรระวัง
ภัยจากการใช้ "อุปกรณ์ข้ามระดับ"ห้ามใช้อุปกรณ์ที่สร้างจากชิ้นส่วนของสัตว์อสูรระดับสูงกว่า หากผู้วิวัฒนาการฝืนใช้อุปกรณ์ที่สร้างจากชิ้นส่วนของสัตว์อสูรที่มีระดับสูงกว่าแกนิญญาของตนเองจะเกิดสภาวะ "พลังสะท้อนกลับ"
ผลลัพธ์พลังิญญาอันหนาแน่นที่ตกค้างอยู่ในอุปกรณ์ชิ้นนั้น จะปลดปล่อยแรงดันิญญาออกมากดทับพลังิญญาของผู้ใช้ทำให้ไม่สามารถหมุนเวียนพลังได้ตามปกติ ร่างกายรับภาระหนักและอาจส่งผลให้แกนพลังงานเกิดรอยร้าวหรือเสียหายอย่างถาวร
(นั่นหมายความว่าต่อให้คนธรรมดาหรือนักล่าิญญาจะโชคดีได้อาวุธระดับาาิญญามาก็ไม่สามารถนำออกมาใช้ต่อสู้ได้จริงเพราะจะโดนพลังของอาวุธกดทับจนหมดสภาพไปเสียก่อน)