ตอนที่ 8 ได้รับการช่วยเหลือ
กลิ่นหอมของอาหารคละคลุ้งโชยเข้าจมูกเล็ก ๆ ของเด็กหญิงที่หลับอยู่บนเตียงทำให้ตื่นจากความฝัน บิดตัวไปมาก่อนจะยกเปลือกตาขึ้นอย่างช้า ๆ
“กลิ่นหอมจังเลย ฉันยังไม่ได้คิดถึงของกินในระบบทำไมถึงมีกลิ่นอาหารโชยมาชวนให้หิวอย่างนี้นะ” อิ้งเหย่พูดเบา ๆ พลางลุกขึ้น
“ตื่นแล้วหรือ? ข้าไม่ได้ปลุกเ้าด้วยซ้ำ นอนต่ออีกหน่อยสิเวลาข้างนอกยามนี้น่าจะยามอิ๋น (04.00) ” เสียงของกระรอกน้อยอ้ายเซินดังขึ้น อิ้งเหย่หันมองรอบ ๆ ยามนี้ในมิติแสงแดดสว่างจ้าแต่ด้านนอกยังมืดสลัว นี่สินะข้อได้เปรียบด้านเวลา อิ้งเหย่หันหน้าไปมองตามกลิ่นอาหาร นางแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาอาหารมากมายว่าอยู่บนโต๊ะ มีแต่ของน่ากินทั้งนั้น
“อ้ายเซินเ้าเป็เพียงกระรอกน้อยเหตุใดถึงทำอาหารของคนได้ล่ะ อีกอย่างอาหารพวกนี้เ้าเคยกินมันหรือ?” อิ้งเหย่มองอาหารสลับกับอ้ายเซิน ตกตะลึงในความสามารถของกระรอกวิเศษตัวนี้
“เ้าลืมแล้วหรือว่าข้านะ ไม่ใช่กระรอกน้อยธรรมดา ในมิตินี้ล้วนเป็ข้าที่ดูแล เพียงอาหารข้าทำไม่ได้สิ่งอื่นข้าจะทำได้อย่างไร ไปล้างหน้าแล้วมากินอาหารเอาแรงสักหน่อย ร่างกายของเ้าเป็เช่นไรบ้าง ดีขึ้นบ้างหรือไม่”
“จริงสิ ความเ็ปที่ถูกตีไม่หลงเหลือความเ็ปสักนิดเลย ข้าไปล้างหน้าก่อนนะอยากชิมแล้วสิว่าอาหารฝีมือของอ้ายเซินจะอร่อยเพียงใด” อิ้งเหย่ไปหน้ากระท่อมใช้น้ำพุวิเศษล้างหน้าจนสะอาดก่อนจะเดินหลับเข้าไปนั่งลงที่เก้าอี้ ข้าวขาวเรียงเมล็ดสวยบนโต๊ะอาหารมีเนื้อตุ๋น ไก่ย่าง ผัดผัก อีกทั้งยังมีน้ำแกงผักกาดดองใส่เนื้อปลา เพียงเหลียวมองน้ำลายเริ่มส่อออกมา
“อ้ายเซินข้าขอบคุณนะที่เ้าช่วยเหลือข้ามากขนาดนี้ เ้าดีกับข้ามากกว่าคนในครอบครัวเสียอีก ข้าจะตอบแทนเ้าด้วยชีวิต”
“อย่ามาทำเป็ซาบซึ้งรีบกินข้าวเอาแรงเถอะ เ้าต้องออกไปพบเจอเื่ข้างนอกอีกมากมาย เวลาข้างนอกใกล้จะยามเหม่า (05.00) แล้ว” อ้ายเซินยืนกอดอกหันไปทางหน้าต่างเมื่อได้ยินคำขอบคุณจากอิ้งเหย่ อิ้งเหย่ยิ้มกว้างก่อนจะหยิบตะเกียบขึ้นมากินอาหารตรงหน้า นี่มันไม่ใช่แค่อาหารชั้นดีแต่รสชาติก็ดีมาก ๆ เช่นกัน
หลังจากกินอาหารเสร็จอิ้งเหย่เตรียมตัวพร้อมแล้วที่จะออกไปข้างนอกมิติ
“อ้ายเซินข้าไปก่อนนะแล้วคืนนี้ข้าจะรีบกลับมา” นางพูดเบา ๆ พลางเดินเข้ามาใกล้ ยื่นมือจับตัวของอ้ายเซินขึ้นจุ๊บที่หน้าผากของเขาคราหนึ่งก่อนจะวางลงอย่างเบามือ
“อ้าก!! นี่เ้าเห็นข้าเป็ตัวอันใดกัน เหตุใดชอบเข้ามาใกล้แถมยังถูกเนื้อต้องตัวข้าตามอำเภอใจเช่นนี้” อ้ายเซินใช้มือเล็ก ๆ ลูบที่ศีรษะของตนเองเปล่งเสียงโวยวายใส่นาง เหมือนว่าไม่ชอบใจการกระทำของนี้ของนางสักนิด
“ข้าจุ๊บเป็การตอบแทน เหตุใดต้องหวงเนื้อหวงตัวด้วยเล่า ในมิติของข้าล้วนมีสัตว์เลี้ยง ข้าเองก็มองเ้าเป็ผู้มีพระคุณและสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักของข้า การกอดการจูบคือการแสดงความรัก ข้าไปแล้วนะ” อิ้งเหย่โบกมือบ๊ายบายก่อนจะหายลับออกไปจากมิติ เหลือไว้เพียงอ้ายเซินที่ยืนใบหน้าแดงระเรื่อ
วูบ ..ร่างกระรอกกลายร่างเป็ชายหนุ่มอีกครั้ง เขายกมือทาบอกตนเองจิตใจเหม่อลอยเต้นไม่เป็จังหวะ
“นางเป็เพียงเด็กไม่แปลกที่จะมีความคิดเช่นนั้น ทว่าเหตุใดหัวใจของข้าถึงเต้นแรงเช่นนี้ หยุด! หยุดคิด นางเป็คนทำภารกิจ และข้าคือผู้ที่ควบคุมดูแล” อ้ายเซินสลัดความคิดก่อนจะใช้มือปัดเพียงครั้งเดียว อาหารบนโต๊ะหายไปจนหมดสิ้น ก่อนที่เขาจะเดินไปนอนบนเตียงของอิ้งเหย่และหลับไปด้วยความคิดสับสน
เรือนป้าเฟยฉี
อิ้งเหย่ลืมตาขึ้นมายามนี้ท้องฟ้ายังไม่สว่างมากนักแต่ก็เป็เวลาที่สตรีทุกเรือนต้องลุกมาหุงหาอาหาร อิ้งเหย่ลุกขึ้นเดินไปทางห้องครัวจัดการจุดเทียนให้แสงสว่าง ก่อนจะจุดไฟในเตาอังโล่ มองหาข้าวสารตั้งใจจะหุงและทำอาหารเช้าให้ป้าเฟยฉีเป็การตอบแทน
“อิ้งเหย่เ้านี่เองข้าคิดว่าผู้ใดเหตุใดไม่นอนต่อเล่า ท้องฟ้ายังไม่สว่างด้วยซ้ำ เื่อาหารข้าจัดการเอง” ป้าเฟยฉีเดินเข้ามาในครัวแปลกใจที่เห็นแสงสว่างก่อนที่นางจะมาถึงด้วยซ้ำ เมื่อมาเห็นว่าเป็อิ้งเหย่โล่งอกขึ้นมา คราแรกคิดว่าเป็โจรเข้ามาขโมยข้าวสารหรือแม้แต่อาหารเสียอีก
“ป้าเฟยฉี ข้าทำจนเคยชินแล้วเ้าค่ะ ให้ข้าช่วยนะเ้าคะท่านป้ามีพระคุณกับข้า เพียงแค่นี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำที่ข้าจะตอบแทนท่านป้า เอาไว้เมื่อไหร่ที่ข้าร่ำรวยข้าจะตอบแทนท่านอย่างสมควรเ้าค่ะ วันนี้ให้ข้าทำอาหารให้ท่านได้กินนะเ้าคะ” ป้าเฟยฉีถอนหายใจเบา ๆ เดินเข้ามาใกล้ยื่นมือมาลูบศีรษะของอิ้งเหย่อย่างเอ็นดู
“เ้าดีเพียงเหตุใดกัน ฟางหรงถึงไม่ทำดีกับเ้าทั้ง ๆ ที่เ้าก็เป็บุตรสาวของนางแท้ ๆ หากข้ามีบุตรสาวขยันรู้ความเช่นเ้าข้าไม่มีทางตบตีและเกลียดชังแน่ ๆ แต่ก็ดีแล้วที่เ้าออกมาจากเรือนหลังนั้นได้ คอยดูว่าชีวิตของสองแม่ลูกนั้นจะเป็อย่างไรต่อหากขาดเ้าไป" อิ้งเหย่รู้สึกอบอุ่นเสียจริงเมื่อถูกมืออุ่น ๆ ลูบศีรษะอย่างอ่อนโยน
“คงเป็โชคชะตาของข้าเ้าค่ะ แต่ข้าไม่ใช่ตัวอัปมงคลที่ทำให้ท่านพ่อต้องตาย ต่อจากนี้ข้าจะพิสูจน์ตัวของข้าให้ทุกคนได้รู้”
“แม้เ้าไม่พิสูจน์ทุกคนย่อมเชื่อเ้า ไม่มีผู้ใดจิตใจสกปรกโยนความตายกล่าวหาว่าเป็ฝีมือของเ้านอกจากฟางหรง เพราะการกระทำที่ผ่านมาของเ้านั้นแสดงให้เห็นแล้วว่าเ้าเป็เด็กกตัญญูเพียงใด เอาล่ะ ๆ หากเ้าอยากทำข้าเองก็ไม่ขัดแต่เรามาช่วยกันดีกว่าวันนี้ผู้ใหญ่บ้านเกณฑ์ชาวบ้านชายฉกรรจ์มาสร้างเรือนและซ่อมแซมเรือนให้เ้า เ้าไม่ต้องกลัวไปนะข้าจะไปหาเ้าบ่อย ๆ ”
“เ้าค่ะท่านป้า” ทั้งสองช่วยกันทำอาหารเช้า กินอาหารได้ไม่นานท่านผู้ใหญ่บ้านพร้อมทั้งคนที่เต็มใจมาช่วยเพราะความเวทนาสงสารอิ้งเหย่ หลายสิบคนหยิบจับอุปกรณ์ซ่อมแซมติดไม้ติดมือมาทุกคน
ยามซื่อ (10.00) อิ้งเหย่เหลียวมองทุกคนทำงานอย่างตั้งใจ ดวงตาของนางเอ่อคลอด้วยความรู้สึกซาบซึ้ง อย่างน้อยก็มีคนที่หวังดีกับนางอยู่บ้าง อิ้งเหย่เหลียวมองนับจำนวนคน นางเองเป็เพียงเด็กหญิงตัวน้อย หากนำอาหารออกมาจากมิติให้ทุกคนได้กิน อาจจะถูกสงสัยเอาได้ นางจึงคิดหาหนทางก่อนจะคิดได้แม้ว่าเอาอาหารออกมาไม่ได้อย่างน้อยนางก็สามารถนำน้ำพุวิเศษรสชาติหอมหวานไม่เหมือนที่อื่นออกมาให้ทุกคนที่ช่วยกันอย่างขมักขะเม้นภายใต้อากาศที่ร้อนอบอ้าว อิ้งเหย่มองซ้ายมองขวาเห็นต้นไม้ใหญ่ รอยยิ้มบนใบหน้าปรากฎขึ้นพลางเดินไปตรงที่ไม่มีคนด้านหลังต้นไม้ ลูบปานเบา ๆ ร่างเล็กหายวับเข้าไปในมิติ