เซวียเสี่ยวหรั่นมองชายน่าสะพรึงตรงหน้าอย่างหวาดหวั่นาแบวมแดงช้ำเืช้ำหนองซึ่งกลาดเกลื่อนอยู่บนใบหน้าของเขาประกอบกับหนวดเครายาวครึ่งข้อนิ้วรกรุงรัง ดวงตาเบิกโพลงแต่ม่านตากลับไร้จุดโฟกัสเมื่อมาอยู่ท่ามกลางความมืด ยิ่งทำให้เขาดูน่ากลัวราวกับภูตผีก็ไม่ปาน
จิตใต้สำนึกสั่งให้เธอแกะมือของเขาออกแต่กลับพบว่ามือของเขาแข็งแรงราวกับฝ่ามือเหล็ก
"ช่วย... ด้วย...."
สีหน้าของเซวียเสี่ยวหรั่นก่ำโลหิตเริ่มหายใจลำบากพยายามแกะฝ่ามือของเขาออก แต่ก็คายคำพูดออกมาอย่างยากเย็นได้เพียงสองคำ
ชายคู่กรณียังคงบีบคอเธอไม่ขยับมีเพียงดวงตาไร้ประกายคู่นั้นที่กลอกไปมาเล็กน้อย
"ฉัน... ช่วยชีวิตคุณ คุณจะ... ทำแบบนี้... กับฉันไม่ได้"
ขณะเค้นคำพูดประโยคนี้ออกมาดวงหน้าทรงกลมของเซวียเสี่ยวหรั่นก็แทบจะกลายเป็สีม่วงคล้ำไปแล้วััลางมรณะที่กำลังคุกคามตนเองอยู่ได้อย่างชัดเจน
อาจเป็เพราะคำพูดของเธอได้ผลการบีบรัดรอบลำคอผ่อนแรงลง เซวียเสี่ยวหรั่นรีบสูดรับอากาศใหม่หายใจเข้าไปเฮือกใหญ่
"... แฮ่ก... แฮ่ก... แฮ่ก... แฮ่ก..."
ในที่สุดลมหายใจถี่กระชั้นก็กลับมาเป็ปรกติแต่มือใหญ่ยังคงทาบอยู่บนลำคอของเธอไม่ปล่อย
"นี่ ฉันอุตส่าห์แบกคุณขึ้นมาจากริมแม่น้ำ ถือว่าช่วยชีวิตคุณแล้วทำไมถึงไม่รู้จักแยกแยะถูกผิดดีชั่วแว้งกัดกันได้"
ถึงแววตาที่แตกต่างจากคนทั่วไปของเขาจะทำให้เซวียเสี่ยวหรั่นหายใจไม่ทั่วท้องอยู่บ้างแต่เธอยังคงกัดฟันรีบชิงแสดงผลงานก่อน อย่างอื่นค่อยว่ากันทีหลังจะได้ไม่ถูกคนที่กำลังบ้าเืบีบคอตายไปเสียก่อน
ชายคนนั้นไม่เปล่งเสียงแต่ใบหน้าอัปลักษณ์จนยากที่ผู้คนจะกล้ามองโดยตรงกลับแผ่รังสีเย็นะเืน่ายำเกรงลูกตาขยับน้อยๆ ดูเหมือนจะเข้าใจสิ่งที่เธอพูด
ฟังรู้เื่ก็ดีสิเซวียเสี่ยวหรั่นค่อยใจชื้นขึ้น
"ตอนแรกคุณลอยอยู่ริมแม่น้ำหากฉันไม่แบกขึ้นมาบนฝั่งปล่อยให้อยู่ในน้ำทั้งคืนคุณคงไม่รอดแน่ดูแผลตามตัวของคุณสิ แผลที่ดูดีหน่อยก็แช่น้ำจนซีดไปหมดแล้วหากไม่ทำแผลอีกมีหวังติดเชื้อแน่ๆ แต่ก็นับว่าคุณดวงแข็ง บังเอิญฉันพกยามาด้วยเลยให้กินยาแก้อักเสบกับยาแก้ปวดเข้าไป แล้วก็ใส่ทิงเจอร์ทำแผลให้เรียบร้อย"
เธอพูดไม่หยุดหมายหว่านล้อมให้เขาปล่อยมือจากลำคอของเธอ
ชายผู้นั้นเอาแต่นิ่งสงวนวาจาบรรยากาศเงียบสงบแต่กลับให้ความรู้สึกชอบกล
เซวียเสี่ยวหรั่นลอบกลืนน้ำลายด้วยความตื่นเต้นเดาเอาว่าั์ตาของเขาอาจมองไม่เห็น
"ฉันบอกคุณก็ได้ ที่นี่เป็ป่าดงดิบกว้างใหญ่ แค่มองยังไม่เห็นว่าจะไปสิ้นสุดตรงไหนหากคุณบีบคอฉันตาย ตัวคุณเองก็ไม่รอดชีวิตออกไปเหมือนกัน ฉันมียารักษาแผลให้คุณได้บางทีพวกเราอาจยังมีโอกาสออกไปจากป่าแห่งนี้ อีกอย่าง ต่อให้แผลของคุณหายเองแต่คุณอยู่ในป่าคนเดียวไม่รู้สึกกลัวบ้างเลยหรือมีคนอยู่เป็เพื่อนยังไงก็ดีว่าอยู่ตัวคนเดียว คุณว่าจริงไหมล่ะ"
เธอยังพูดไม่ทันจบคำมือที่อยู่บนลำคอก็คลายออกอย่างสมบูรณ์ เซวียเสี่ยวหรั่นดีใจมาก กำลังคิดจะเอ่ยบางอย่างแต่ชายคนนั้นกลับทรุดลงไปแล้ว พับผ่าสิหากเธอไม่เอากระเป๋าเป้มาวางให้หนุนศีรษะ ป่านนี้คงได้หัวร้างข้างแตกกันไปแล้ว
เอาเถอะปฏิกิริยาเมื่อครู่นี้คงจะเป็แรงเฮือกสุดท้ายของเขาแล้วละมั้ง เซวียเสี่ยวหรั่นลูบคอที่ถูกเขาบีบเบาๆลอบก่นด่าอยู่ในใจ
รู้อย่างนี้ไม่เปลืองน้ำลายไร้สาระกับเขาดีกว่าแกะมือออกโดยตรงไปเลย ด้วยสภาพทางร่างกายของเขาตอนนี้สู้แรงของตนเองไม่ได้อยู่แล้ว
เซวียเสี่ยวหรั่นเบ้ปากถลึงตาใส่ชายที่ยังหมดสติอยู่ที่พื้น
นับว่าเขายังรู้กาลเทศะยอมปล่อยตนเองออกมา ฮึ ไม่อย่างนั้นดูว่าเธอจะช่วยเขาอีกไหม เซวียเสี่ยวหรั่นโมโหฮึดฮัด
แต่เธอมานึกๆดู อย่างไรเสียก็ต้องช่วยคนมิเช่นนั้นเธอก็คงไม่กล้าเดินออกไปจากป่าแห่งนี้เพียงลำพัง เซวียเสี่ยวหรั่นกวาดมองผืนป่าอันมืดมิดหัวใจพลันสะท้านเยือก
พูดตามตรงเธอกลัวความมืด หากมีเพื่อนคุยด้วยคงจะดีขึ้น หากให้อยู่ในป่ามืดๆ แบบนี้คนเดียว เซวียเสี่ยวหรั่นคงกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อ
"เฮ้... คุณสบายดีอยู่รึเปล่า ได้ยินที่ฉันพูดไหม มา กินยาก่อนนี่ช่วยแก้อักเสบกับแก้ปวด คุณได้ยินไหม"
"อ้าปาก ดื่มน้ำ อย่าคายออกมาเชียวล่ะ สถานที่เสื่อมโทรม แบบนี้ไม่มีที่ให้ซื้อยาหรอกนะ"
"เอ้า กลืนสิ ฉันไม่ทำร้ายคุณหรอก รีบกลืนลงไปซะทำร้ายคุณไม่มีประโยชน์อะไรกับฉันเลย อีกอย่างด้วยสภาพของคุณตอนนี้หากฉันจะเอาชีวิตคุณ จะต้องใช้ยาให้เปลืองทำไม จริงไหม"
"เรียบร้อย กลืนลงไปได้เสียที ไอ้หยา น้ำแร่ของฉันใกล้หมดแล้ว จบกันพรุ่งนี้ต้องดื่มน้ำดิบแล้ว จะท้องเสียรึเปล่าก็ไม่รู้"
เสียงบ่นงึมงำของเซวียเสี่ยวหรั่นสะท้อนกลับไปกลับมา
ลมหายใจของชายหนุ่มอ่อนมากแต่เขาก็ให้ความร่วมมือในการกินยาเป็อย่างดี
เซวียเสี่ยวหรั่นหยิบของในเป้ในเขาหนุนศีรษะอยู่ออกมาตอนนี้เธอหิวจนไส้กิ่ว หากไม่หาอะไรกินสักหน่อย คงได้หน้ามืดเป็ลม
เพราะรู้ว่าของที่ขายในจุดชมวิวมักมีราคาแพงดังนั้นใครๆ ต่างก็ซื้อขนมขบเคี้ยวจากร้านสะดวกซื้อพกขึ้นเขามาด้วย
เป้ของเซวียเสี่ยวหรั่นไม่นับว่าใหญ่เป็เป้ใบเล็กสีดำรุ่นธรรมดา ในนั้นมีขนมปังนมสดหนึ่งชิ้นเค้กแบล็กฟอร์เรสหนึ่งชิ้น โดนัทหนึ่งชิ้น แล้วก็ช็อกโกแลตสองแท่ง
ล้วนแล้วแต่เป็ขนมที่มีน้ำตาลและมีแคลอรีสูงทั้งนั้น ช่วยไม่ได้ หากไม่โปรดปรานของเหล่านี้เธอจะมีเนื้อมีหนังขนาดนี้ได้อย่างไร
ถ้าไม่เพราะเพื่อนๆนัดกันว่าหลังจากลงจากเขาแล้วจะไปเคเอฟซี เธอคงไม่ซื้อมาแค่นี้หรอกเอาทั้งหมดมารวมกันแล้วยังไม่พอยาไส้มื้อเดียวเลย
เซวียเสี่ยวหรั่นนึกเสียใจภายหลังรู้อย่างนี้เธอควรยัดของมาให้เต็มเป้ถึงจะถูกตอนนี้หิวจนแทบกินวัวได้ทั้งตัวอยู่แล้ว แต่พอเลือกมาเลือกไป สุดท้ายก็หยิบเค้กแบล็กฟอร์เรสชิ้นค่อนข้างใหญ่ขึ้นมา
เสียงแกะกล่องดังกรอบแกรบเซวียเสี่ยวหรั่นทั้งหิวและหนาวจากถูกลมูเากระโชกแทบจะอดใจไม่ไหวกัดเข้าไปคำใหญ่
รสชาติหวานนุ่มละมุนลิ้นทำให้เธอน้ำลายสอกลิ่นหอมเนยเข้มข้นกระตุ้นต่อมรับรสของเธออย่างแรงกล้า เธอกัดทีละคำทีละคำอย่างต่อเนื่องเพียงพริบตาเดียวเค้กแบล็กฟอร์เรสชิ้นใหญ่เท่าฝ่ามือก็หายไปกว่าครึ่ง
เซวียเสี่ยวกรอกน้ำแร่เข้าปากสองคำพอเห็นว่าน้ำใกล้จะถึงก้นขวดถึงวางลงอย่างอาลัยอาวรณ์
แน่นอนว่าของไม่กี่อย่างเหล่านี้ไม่พอถมกระเพาะให้เต็มอยู่แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งสาวเ้าเนื้ออย่างเธอปริมาณแค่นี้ปกติแล้วไม่พอเป็ขี้ฟันของเธอด้วยซ้ำ
แต่เธอไหนเลยจะกล้ากินเยอะพรุ่งนี้มะรืนนี้จะทำอย่างไร จะต้องอดตายอยู่ในป่านี้หรือเปล่า
อีกอย่างตอนนี้ไม่ได้มีเธอเพียงคนเดียว ยังมีคนาเ็สาหัสเป็ตายเท่ากัน้าอาหารประทังชีวิตเพื่อให้รอดพ้นจากประตูนรกอีกคน
รอบด้านมีแต่ความมืดมิดมีเพียงเสียงจิ้งหรีดร้องระงมมาจากพงหญ้าใกล้ๆกับเสียงนกไม่รู้ประเภทแว่วมาจากป่าที่อยู่ไกลออกไปความเย็นะเืยังคงแผ่ซ่านอยู่รอบกาย อาจเพราะเธอดื่มน้ำเย็นเข้าไปด้วยถึงได้รู้สึกหนาวสั่นไปทั้งตัวั้แ่หัวจรดเท้า
เมฆดำคล้อยมาบดบังแสงจันทร์ประกอบกับเธอสายตาสั้นเป็ทุนเดิม ดังนั้นการมองเห็นจึงพร่ามัวสภาพแวดล้อมที่มีแต่ความมืดมิด ทำให้เธอรู้สึกหวาดผวา
เธอชำเลืองมองคนที่นอนไม่ไหวติงบนพื้นอย่างรวดเร็ว
"นี่... กินอะไรสักหน่อยไหม"
เธอหนาวจนแม้แต่เสียงก็ยังสั่นแม้ว่าจะไม่ยินดีอย่างไรก็ต้องเสียสละแบล็กฟอร์เรสที่เหลืออยู่อีกครึ่งหนึ่งให้เขา
เธอบิส่วนหนึ่งเอาไปจ่อที่ริมฝีปากของชายหนุ่มเวลาแบบนี้ เธอไม่สนหรอกว่ามือจะสะอาดหรือไม่
ชายหนุ่มไม่ขยับ "สบายใจได้ นี่คือเค้กแบล็กฟอร์เรส ฉันกินไปแล้วครึ่งหนึ่ง ต้องกัดฟันเสียสละอีกครึ่งให้คุณเลยนะ"
ขนมเค้กจ่ออยู่ที่ริมฝีปากอาจเป็เพราะกลิ่นหอมยั่วยวนกระตุ้นความอยากอาหารผ่านไปครู่ใหญ่สุดท้ายชายหนุ่มหัวแข็งก็ยอมอ้าปากเล็กน้อย
เซวียเสี่ยวหรั่นป้อนเขาทีละคำจนกระทั่งคำสุดท้ายถูกส่งเข้าปาก เธอก็ป้อนน้ำให้อีกสองคำ ระหว่างนั้นเธอก็เอาแต่รำพันกับตัวเองตลอดเวลา
"... จบเห่ ยิ่งดึกก็ยิ่งหนาว แต่ฉันกลับไม่ได้พกไฟแช็กมาด้วย"
"์ ทำไมฉันถึงไม่หยิบไฟแช็กมาด้วยนะ"
"ไม่มีไฟแช็กแล้วจะจุดไฟยังไง ไม่มีไฟ แล้วจะใช้ชีวิตในป่าต่อไปอย่างไร"
"หรือว่าต้องเอาไม้มาปั่นเพื่อจุดไฟ? แต่ฉันทำไม่เป็นี่นา"
เซวียเสี่ยวหรั่นบ่นงึมงำไปเรื่อยแต่ก็ไม่ได้รับคำตอบอะไรจากชายหนุ่มจนเธอรู้สึกจนปัญญา ได้แต่ถูแขนสองข้างคลายหนาวหุบเขาซ่อนเร้นในเงามืด อุณหภูมิน่าจะเหลือแค่สิบสามสิบสี่องศา เธอสวมเสื้อแขนสั้นแม้ไม่ถึงกับแข็งตาย แต่ก็หนาวเหน็บเข้ากระดูก
ไฟแช็กไม่มีก็ก่อไฟไม่ได้ ไม่มีแหล่งกำเนิดไฟ แล้วจะใช้ชีวิตในป่ายังไงล่ะ?
เซวียเสี่ยวหรั่นเกาศีรษะสีหน้าอมทุกข์เผยแววอับจนหนทาง