PH501 #9
[ Raree’s talk ]
[h.way] : นอนยัง
[h.way] : อ่านแล้วก็ตอบ ถ้ายังไม่นอนออกมาหาหน่อย ที่ระเบียง
[raree] : รอวิวหลับก่อนได้ไหม
[h.way] : จะรีบออกมาหรือให้เข้าไปตาม?
ฉันอ่านข้อความล่าสุดที่เวย์ส่งมา แต่ยังไม่ได้ตอบ
ั้แ่ที่ฉันคุยกับวิวเมื่อสองอาทิตย์ที่แล้ว หลังจากที่เจอกับเวย์กลางดึกวันนั้นเวย์ก็รุกหนักไม่ให้ฉันได้พักหายใจ ไลน์มาหาตลาดเวลา ตอบช้าก็ไลน์มาโคตรถี่ แล้วนี่ห้าทุ่มแบบนี้ยังจะให้ออกไปหาอีก
เขามันคนเอาแต่ใจ!
ฉันกะว่าจะทำเฉยเพราะคิดว่าเขาคงไม่กล้าเข้ามา แล้วฉันก็ได้รู้ว่าตัวเองประเมินเวย์พลาดไป
ก๊อกๆ เสียงเคาะประตูห้องนอน
[h.way] : ฉันเอง
[raree] : ให้วิวหลับก่อนไม่ได้หรอ
[h.way] : เธอไม่ง่วงหรอ รีบออกมา จะได้รีบนอน
ก๊อกๆ เขาเคาะอีกครั้ง
ก๊อกๆ เอาอีกที
“รารี่! ไปเปิดประตู หรือไม่แกก็ไล่เวย์ไปเลย ฉันจะนอนแล้ว”
วิวหันมาว่าแล้วดึงผ้าห่มคลุมโปง สามสี่วันก่อนหน้านี้วิวติดซีรีย์เกาหลีหนักมากเลยนอนเกือบเช้าทุกวันพึ่งดูจบถึงตอนสุดท้ายไปเมื่อวาน วันนี้เลยอยากนอนเร็วหน่อย พอเวย์มาก่อกวนวิวเลยโมโหไง
“งั้นเดี๋ยวฉันมานะ ฝันดี”
“ค่ะ!”
ฉันยิ้มแหยกับตัวเองแล้วรีบไปปลดล็อคกลอน สิ่งแรกที่เห็นคือเวย์กำลังยกมือจะเคาะอีกรอบ ฉันรีบแทรกตัวออกมาแล้วรีบปิดประตู
“นึกว่าต้องเคาะทั้งคืน”
“อย่าเว่อร์!”
“ก็อยากเจอไง”
“เกินไปไหม? พึ่งเจอเมื่อกี้ก่อนเข้านอน”
“บอกให้รอกลับพร้อมกันเมื่อเย็นเธอก็ชิ่งกลับมาก่อน แล้วยังไปกับวิวจนดึก ได้เจอตอนกลับมาแวบเดียวมันไม่จุใจ”
“ตัดหัวฉันไปตั้งไว้ในห้องเลยไหม?”
“อยากเอาไปทั้งตัวมากกว่า เป็หมอนข้างน่าจะอุ่นดี”
ฉ่า~~~
เสียงหน้าฉันเอง พูดแบบนี้ใครก็เขินไหมอ่ะ เขินจนหน้าแทบจะไหม้ โชคดีที่เปิดไฟไว้หลอดเดียวเลยมีเพียงแสงไฟสลัว ไม่งั้นฉันคงเขินอายมากกว่านี้แน่
“อ้าว เงียบเลย” คนตัวสูงตรงหน้ายกยิ้มอย่างชอบใจ เวย์จับมือฉันให้เดินตามเขาไปตรงระเบียง ตอนนี้เองที่ฉันสังเกตว่าโต๊ะกับเก้าอี้ที่เคยตั้งอยู่ถูกย้ายไปชิดมุมและมีผ้าผืนใหญ่มาปูที่พื้นแทน
“นั่งสิ วันนี้ลมดีนะ” เวย์นั่งลงก่อน แล้วกระตุกแขนฉันให้นั่งลง...บนตักเขา
อ่า... แบบนี้มัน....
มันรู้สึกแปลกๆ อย่างบอกไม่ถูกแหะ รู้แค่ว่าพอนั่งแบบนี้ ความอุ่นจากมัดกล้ามอกที่ทาบชิดแผ่นหลังฉันส่งผลให้ลมที่พัดผ่านระเบียงชั้นห้าสิบนี้ไม่ได้ทำให้ฉันหนาวเลย
คิดแล้วก็อยากยกมือเคาะหัวตัวเองสักที พอใกล้ชิดผู้ชายหน่อยก็ระริกระรี้เกินไปแล้วฉัน ทำเป็เนื้อตัวอ่อนตามที่เขาจับวางจนน่าหมั่นไส้
เวย์นั่งเหยียดขาสบายๆ ท้าวแขนและเอนตัวไปด้านหลัง นั่นทำให้ฉันต้องเอนตามไปด้วยโดนปริยาย คนพาฉันออกมาเอาแต่นั่งเงียบ เขาแทบจะไม่ขยับตัวเลยด้วยซ้ำ มีเพียงลมหายใจร้อนเป่ารดต้นขอฉันและการขยับขึ้นลงของแผ่นอกหนาเท่านั้นที่ยังเคลื่อนไหว
“รารี่”
แหนะ... เรียกทันทีเหมือนรู้ว่าฉันนินทา
“หื้ม...”
“ขอกอดได้ป่ะ”
อ่า... เนียนกอดไปเลยยังจะดีกว่านะ แล้วกุลสตรีอย่างฉันจะตอบอะไรได้ล่ะ นอกจากผงกหัวจำยอมเวย์เห็นแบบนั้นเลยขยับตัวนั่งหลังตรง
คือตอนแรกเขาเอาแขนท้าวไปด้านหลังไง คราวนี้เลยต้องเปลี่ยนท่านั่ง ฉันเองก็เลื่อนตัวลงไปนั่งตรงกลางระหว่างต้นขาแกร่ง ให้ศีรษะอยู่ระดับเดียวกับ่ลาดไหล่และอกของเวย์
“นายชวนฉันออกมาแค่นั่งเล่นเฉยๆ เนี่ยนะ”
“แล้วเธออยากทำอะไร”
“อยากนอน”
“นอนกับฉันน่ะหรอ?”
และฉันก็หันไปมองเ้าของน้ำเสียงเ้าเล่ห์ที่ได้ยินทันที สองแง่สองง่ามมาก แต่ไม่ว่าจะแง่ไหนฉันก็ไม่อยากนอนกับเขาทั้งนั้น!
“ทะลึ่ง!”
“คิดอะไรของเธอ”
“ไม่ว่าจะนอนหลับหรือหลับนอนก็ไม่ค่ะ!”
“ฮ่าๆๆๆ”
แล้วไอ้บ้าเวย์ก็หัวเราะอย่างอารมณ์ดี
เขากระชับอ้อมแขนที่โอบรอบตัวฉันอยู่ให้แน่นมากขึ้น ปลายคางสากก็กดลงบนหัวฉันเบาๆ อย่างเป็จังหวะ
“หนาวไหม”
จริงๆ ก็ไม่นะ แต่ว่า...
“นิดนึง”
“เคยได้ยินป่ะ โบราณเขาว่าหนาวเนื้อห่มเนื้อ”
“ทะลึ่งแล้วเวย์!”
“ฮ่าๆๆๆๆ”
“ชิ!” แหมมมม! ทีงี้ล่ะอารมณ์ดีจัง!
เวย์หัวเราะต่อ จากนั้นก็เลิกแกล้ง
“แล้วเรียกออกมาทำอะไรอ่า ห้าทุ่มแล้วนะ”
“ดูหนังกัน ซีรีย์ตอนใหม่พึ่งลงเว็บพอดี”
“จริงอ่ะ นึกว่าจะลงพรุ่งนี้ซะอีก ดีจัง!”
ที่เรากำลังพูดถึงคือทีวีซีรีย์กำลังภายในของจีนเื่นึง วิวเป็คนแนะนำให้ฉันดู แล้วฉันก็แนะนำเวย์ กลายเป็ว่าตอนนี้เวย์กับฉันติดเื่นี้หนักกว่าวิวอีก
เวย์หยิบไอแพดที่ฉันไม่รู้ว่าเขาถือออกมาด้วยมายื่นให้ ฉันปลดล็อคแล้วกดเข้าเว็บไซต์อย่างชำนาญส่วนเวย์ก็แกะสายหูฟัง
เ้าของร่างหนาต่อหูฟังเรียบร้อย เวย์ใช้ข้อนิ้วเกลี่ยผมตรงใบหูฉันอย่างอ่อนโยนพร้อมกันนั้นเขาก็ใส่หูฟังให้
แม้จะเป็เพียงััเล็กๆ น้อยๆ แต่ใจฉันดันเต้นแรง
ซะนี่ แรงจนกลัวว่าคนที่เสียสละร่างมาเป็โซฟาจะได้ยินเข้า
เรานั่งจ้องเทคโนโลยีหน้าจอสี่เหลี่ยมในมือเวย์ไปเรื่อยๆ มีหัวเราะบ้าง เย้าหยอกกันบ้างเป็บางที
คิดดูแล้วก็ไม่รู้ว่าั้แ่เมื่อไหร่ที่ฉันยอมให้เวย์เข้าใกล้ได้มากขนาดนี้ ย้อนกลับไปเมื่อสามเดือนก่อน ฉันยังไม่รู้จักเขาเลยด้วยซ้ำ
เริ่มต้นจากเป็เพื่อนร่วมห้อง เจอกันคุยกันตามประสา ่หลังๆ มานี่ฉันเริ่มติดรถเขาไปเรียนบ่อยขึ้น
สถานการณ์ก็ปกติ จนมาถึงวันที่เวย์เมา วันที่ฉันควร
จะจบั้แ่จูบแรกบนรถ ไม่น่าออกมานั่งสงบสติอารมณ์นอกห้องนอนเลยเพราะนอกจากจะไม่สงบแล้วยังมาเสียจูบซ้ำ
ที่หนักกว่านั้นฉันดันจูบตอบเขาไปนี่สิ
จากนั้นเื่ราวก็ดำเนินรวดเร็วผลุบผลับ กลายเป็ว่าสองอาทิตย์ให้หลังฉันกับเวย์ก็พัฒนาความสัมพันธ์มาได้พอสมควร
ดูอย่างตอนนี้สิ ฉันมานั่งตักเขาดูซีรีย์อย่างสบายอารมณ์เฉยเลยเนี่ย
อ่อ ระหว่างเรายังไม่มีจูบถัดไปเกิดขึ้นหรอกนะ ถึงเวย์จะจ้องหาโอกาสแต่ฉันตีเนียนเป็ไม่รู้ไม่เห็นไง
ไม่ใช่ว่าจะไม่ให้จูบหรอก แต่คนมันเขินนี่!
เวลาผ่านไปห้าสิบนาทีซีรีย์ก็จบตอน เวย์ดันหลังฉันให้ลุกขึ้น ยื่นไอแพด หูฟัง และมือถือของเขามาให้ฉันถือไว้ ส่วนเขาก็เก็บผ้าปูจัดโต๊ะคืนให้เรียบร้อย
ฉันคิดว่าเราคงแยกย้ายกันเท่านี้ แต่ตอนเดินเข้ามาจากระเบียงต้องผ่านหน้าห้องเวย์ก่อนนี่สิ ฉันยิ้มให้เขา พลางหันหลังจะเดินไป หากไม่ติดว่าฝ่ามือใหญ่จะฉุดรั้งไว้ก่อน
“รารี่... คืนนี้... นอนห้องฉันไหม”
“...!”
โชคดีที่ฉันหันหลัง! ไม่งั้นเวย์ได้เห็นสีหน้าช็อคโลกของฉันแน่!
“นะ... นอนเฉยๆ ไม่ล็อคห้องก็ได้ สาบานเลยว่าจะไม่ทำอะไร”
และด้วยน้ำเสียงที่เวย์ให้มันคือการอ้อน... ซึ่งเขาทำไม่บ่อย แล้วนึกออกไหมว่าเขาเป็คนหน้าดุ พอพูดเสียงอ่อนๆ อ้อนๆ แบบนี้แล้วมัน...
น่ารัก...
เขาใช้ช่องว่างในการเงียบคลึงข้อมือฉันเบาๆ ทุกจังหวะที่ปลายนิ้วเวย์กดโดนผิวส่งผลให้ฉันร้อนวูบบริเวณนั้นอย่างห้ามไม่อยู่
“...”
“ฉันแค่อยากนอนกอดเธอ”
“...”
“นะ...ได้ไหม”
ให้ตายเถอะ!
ฉันเกลียดการผงกหัวพยักหน้าตอบรับเขาไปของตัวเองจากใจจริง!
......................................................................................................................