“พี่สะใภ้ใหญ่ พี่ว่าน้องสามจะออกมาช่วยงานในไร่หรือเปล่าคะ” สะใภ้รองถามอย่างกังวล ความจริงวันนี้เธอก็ไม่อยากจะเสียมารยาทกับพ่อแม่สามี แต่เธอทนเห็นสามีของเธอลำบากที่ต้องหาเลี้ยงน้องชายไม่เอาไหนไม่ได้จริงๆ
สะใภ้ใหญ่ไม่ได้คิดแบบเดียวกับสะใภ้รอง แต่ที่เธอต้องร่วมมือกับสะใภ้รองก็เพราะเธอรู้มาจากพ่อแม่สามีแล้วว่าอีกไม่นานพวกท่านจะทำเื่แยกบ้านให้แต่ละคน จริงอยู่ว่าพ่อแม่สามีต้องอยู่บ้านเดียวกับลูกชายคนโต เธอไม่กังวลเื่นั้นเลยสักนิด เธอยินดีเสียด้วยซ้ำที่พ่อแม่สามีจะมาอาศัยอยู่ด้วย แต่เธอก็รู้ดีว่าพ่อแม่สามีเป็ห่วงจางเป่าจินมากขนาดไหน ดังนั้นเธอต้องทำให้จางเป่าจินเปลี่ยนเป็คนใหม่ให้ได้ จากนั้นเธอก็จะหาผู้หญิงให้เขาแต่งงานสักคน ทำอย่างนี้พ่อแม่สามีจะได้ไม่ต้องเป็ห่วงลูกชายคนเล็กของพวกเขาอีก เธอกับสามีถึงจะใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างสบายใจ
อีกอย่างเท่าที่เธอดู จางเป่าจินก็ไม่ใช่จะเป็คนเลวร้ายไปเสียทีเดียว เพียงแต่เขาถูกพ่อแม่และพี่ชายเลี้ยงดูมาอย่างตามใจ ทำให้เขากลายเป็คนไม่เอาไหนเช่นนี้ สะใภ้ใหญ่จึงคิดว่าหากเธอช่วยพ่อแม่สามีดัดนิสัยจางเป่าจินสักหน่อยคิดว่าน้องชายสามีคงเป็คนดีขึ้นกว่าทุกวันนี้อย่างแน่นอน
“ทำไมพี่ไม่ตอบล่ะคะพี่สะใภ้ใหญ่” สะใภ้รองถามขึ้นอีกครั้ง
“เราขู่คุณพ่อคุณแม่รุนแรงขนาดนี้ พี่คิดว่าน้องสามต้องออกมาช่วยงานในไร่แน่นอนจ้ะ เธออย่าเพิ่งหงุดหงิดไปเลย เดี๋ยวมันจะไม่ดีกับลูกในท้อง”
พูดถึงลูกในท้อง สะใภ้รองก็ยิ้มแล้วเอามือลูบที่ท้องของตัวเองทันที “ลูกคนนี้ก็มาได้ถูกเวลาจริงๆ ่นี้เป็่หน้าร้อน พอเราท้อง…คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ให้เราสองคนทำงานหนักเหมือนเมื่อก่อน ฉันจะถือโอกาสนี้พักผ่อนให้เต็มที่เลยล่ะค่ะ”
สะใภ้ใหญ่ที่ชินกับการพูดไม่คิดของสะใภ้รองมานานก็ไม่ได้ตอบกลับ เพียงแต่คิดว่าเมื่อแยกบ้านกันแล้วสะใภ้รองจะไม่มาสร้างความแตกแยกให้กับพี่น้องคนอื่นเท่านั้น
“สวัสดีครับพี่สะใภ้ใหญ่ พี่สะใภ้รอง” จางเป่าจินทักทายพี่สะใภ้ทั้งสอง “พ่อบอกให้พวกพี่กลับบ้านไปพักผ่อนได้แล้วนะครับ”
“กว่าจะมาได้นะน้องสาม พี่ใหญ่กับพี่รองของเธอทำงานเสร็จไปมากกว่าครึ่งแล้ว” สะใภ้รองบ่นน้องสามีโดยไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติของเขาเลยสักนิด
แต่เป็สะใภ้ใหญ่ที่สังเกตเห็น นอกจากน้องสามีจะไม่โมโหและโวยวายที่ได้มาทำงานเหมือนทุกทีแล้ว เขายังทักทายพวกเธออย่างอารมณ์ดีและสุภาพมากด้วย จนเธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนๆ นี้จะใช้น้องสามีของตัวเองจริงหรือเปล่า “เอ่อ...น้องสาม เธอไม่สบายหรือเปล่า ถ้าไม่สบายก็กลับไปพักผ่อนก่อนก็ได้นะ”
“จะได้ยังไงคะพี่สะใภ้ใหญ่ คุณพ่อกับคุณแม่บอกให้พวกเราต่างหากที่ต้องกลับไปพักผ่อน” สะใภ้รองรีบแย้ง
จางเป่าจินยิ้มให้พี่สะใภ้ทั้งสองอีกครั้ง “เมื่อเช้าผมไม่สบายจริงๆ ครับ แต่ตอนนี้ผมดีขึ้นมากแล้ว ขอบคุณพี่สะใภ้ใหญ่ที่เป็ห่วง ผมว่านะพวกพี่รีบกลับไปพักก่อนเถอะครับ ถ้าขืนพี่ยังมัวมานั่งตากแดดอยู่ที่นี่ พ่อกับแม่ต้องมาเล่นงานผมแน่ พวกเขาห่วงเ้าตัวเล็กของพวกพี่มากเลยนะครับ”
“อย่างนั้นก็ได้ พี่ฝากเธอช่วยดูพี่ใหญ่กับพี่รองเธอด้วยนะ”
“พี่สะใภ้ใหญ่ไม่ต้องห่วงหรอกครับ พี่ชายผมทั้งสองคนแข็งแรงจะตาย” จางเป่าจินหันไปยิ้มให้สะใภ้รองโดยเฉพาะ “ผมรับรองว่าผมจะไม่เอาเปรียบสามีของพี่แน่นอนครับพี่สะใภ้รอง”
“ใคร...ใครมันไปว่าอะไรเธอล่ะ” สะใภ้รองรีบพูดขึ้นอย่างกระดากที่น้องสามีรู้ทันความคิดของตัวเอง ความจริงวันนี้เพิ่งเป็ครั้งแรกที่เธอพูดกับน้องสามีอย่างไม่เกรงใจ ตั้งใจไว้ว่าหากน้องสามีโวยวายขึ้นมา เธอก็จะโวยวายกลับ แต่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายกลับตอบกลับมาอย่างสุภาพ ซึ่งเธอก็เพิ่งจะสังเกตเห็น
เห็นพี่สะใภ้ทั้งสองเดินกลับบ้านไปด้วยท่าทางงงๆ จางเป่าจินจึงเดินยิ้มเข้าไปหาพี่ชาย
“พี่ใหญ่ พี่รอง ผมมาช่วยงานพวกพี่แล้ว”
“กว่าจะโผล่มาได้นะ ไม่มาตอนที่พวกเราทำงานกันเสร็จแล้วเลยล่ะ แล้วนี่นายหายดีแล้วหรือ” จางหนานพูดกับน้องชาย
“นั่นสิเ้าสาม นายไม่สบายหายดีแล้วหรือ” จางเกินมองหน้าน้องชายคนเล็กอีกครั้ง “หน้าของนายยังดูซีดๆ อยู่เลยนะ กลับบ้านไปพักผ่อนก่อนไหม”
จางเกินพี่ชายคนโตเป็คนเอาการเอางานและเป็ห่วงน้องๆ ทุกคน เขาเป็พี่ชายในอุดมคติของทุกบ้าน ส่วนจางหนานพี่ชายคนรองก็ขยันไม่แพ้พี่ชาย เสียก็แต่เป็คนปากร้ายชอบพูดไม่คิด แต่พี่ชายทั้งสองก็รักและเป็ห่วงน้องชายคนเล็กของพวกเขาที่สุด รักมากกว่าน้องสาวที่เพิ่งแต่งงานออกไปเสียอีก
“พี่ใหญ่ พี่รอง ผมดีขึ้นมากแล้วครับ วันนี้ตั้งใจออกมาทำงานที่ไร่ช่วยพวกพี่ ถ้าขืนผมไม่ออกมาช่วยสิ พ่อกับแม่ต้องไม่ยอมให้ผมกินข้าวเย็นด้วยแน่ๆ ยังมีพี่สะใภ้ของผมทั้งสองคนอีก วันนี้พวกเธอขู่ว่าจะอดข้าวประท้วงกันเลยไม่ใช่หรือครับ”
“นายอย่าไปถือสาพวกหล่อนเลย ที่พวกหล่อนทำอย่างนี้ก็เพราะหวังดีกับนายนะ พี่ว่านายไปนั่งรอที่ใต้ต้นไม้โน่นก่อนเถอะ” จางเกินบอกกับน้องชาย
“คนปกติที่ไหนเขาจะอดข้าวประท้วงกันจริงๆ มีแต่คนี้เีอย่างนายนั่นล่ะที่ยอมอดข้าวเพราะไม่มีคนตักข้าวให้กิน พี่สะใภ้ก็แค่อยากขู่นายเท่านั้น ก็ใครใช้ให้นายมาเอาเปรียบพวกเรากัน แต่เอาเถอะ...ตอนนี้พี่สะใภ้ของนายไม่อยู่กันแล้ว นายไปนั่งพักตามที่พี่ใหญ่บอกดีกว่า เดี๋ยวนายเป็ลมไปก็ต้องมาลำบากพวกฉันอีก ยังเหลืออีกไม่กี่ชั่วโมงก็ได้เวลาเลิกงานแล้ว ตอนนั้นนายค่อยเดินกลับบ้านพร้อมพวกเรา” จางหนานพูดจบก็ก้มหน้าขุดดินต่อ
จางเป่าจินยิ้มดีใจ เขาได้ย้อนเวลามาอยู่ในยุคขาดแคลนก็จริง แต่เขากลับโชคดีได้มาอยู่ในครอบครัวที่พี่น้องรักกันดี ในเมื่อได้มาอยู่ในครอบครัวดีๆ อย่างนี้ เขาก็ต้องใช้ชีวิตให้ดีและสนับสนุนให้ครอบครัวมีความสุขไปด้วยกัน
“ผมไม่เป็ไรแล้วจริงๆ ครับ แต่พวกพี่ช่วยสอนงานในไร่ให้ผมใหม่ทีได้ไหม ที่ผ่านมาผมว่าผมอู้งานมากไปจนทำมันไม่เป็แล้ว” จางเป่าจินรีบขอร้องพี่ชาย เป็เพราะจางเป่าจินร่างเดิมก็ทำงานในไร่ไม่เก่ง ตัวเขาเองยิ่งไม่ต้องพูดถึง เคยใช้ชีวิตทำงานรับจ้างอยู่ในเมืองเท่านั้น งานในไร่อย่างนี้เขาย่อมทำไม่เป็แน่นอน เพราะฉะนั้นเขาต้องเริ่มให้พี่ชายทั้งสองคนสอนงานให้เป็ จากนั้นเขาจะได้ไม่เป็ภาระของคนในครอบครัว
จางเกินหันไปมองน้องชายคนรองเพื่อขอความเห็น แต่น้องชายคนรองกลับแหงนหน้าขึ้นไปบนฟ้าคิดว่าวันนี้พระอาทิตย์ขึ้นมาทางไหนกันแน่ น้องชายคนเล็กที่เป็จอมี้เีของพวกเขากำลังจะให้พวกเขาสอนงานในไร่ให้อย่างนั้นหรือ
“พี่ใหญ่ พี่พาเ้าสามไปหาคุณหมอเฉินก่อนเถอะ ผมว่าเ้าสามคงป่วยจนเพี้ยนไปแล้วล่ะ”
“ไปเถอะเ้าสาม ฉันจะพาแกไปหาคุณหมอเฉินเอง ปล่อยให้เ้ารองทำงานในไร่ไปคนเดียวก่อน”
จางเป่าจินหัวเราะขึ้นมาทันที “ทำไมพี่รองพูดเหมือนแม่เปี๊ยบเลยล่ะ ผมไม่ได้เพี้ยนไปหรอกครับ ผมอยากทำงานในไร่จริงๆ ถ้าผมทำงานเก่งขึ้น แต้มการทำงานของผมก็จะมากขึ้นด้วยไง”
“นายแน่ใจเหรอ” จางหนานถามอย่างไม่วางใจ “ไม่ล่ะ พี่ใหญ่ พี่รีบพาเ้าสามไปเถอะ ผมดูแล้วเ้าสามดูแปลกไปมากจริงๆ”
จางเกินรีบฉุดแขนจางเป่าจินให้เดินทันที “ไปกันเถอะเ้าสาม อย่าเสียเวลาเลย ถ้านายป่วยหนักขึ้นมาจริงๆ จะได้รีบรักษา”
“พี่ใหญ่ พี่รอง!” จางเป่าจินะโขึ้น พร้อมทั้งเลียนแบบท่าทางของเ้าของร่างเดิมในความทรงจำของเขา “ตกลงว่าพวกพี่อยากให้ผมกลับไปทำตัวเป็ไอ้ี้เีเหมือนเดิมใช่ไหม ได้สิ...ต่อไปผมจะให้พวกพี่เลี้ยงผมไปจนแก่เลย แต่ผมไม่รับประกันหรอกนะว่าพี่สะใภ้ทั้งสองคนจะยอมหรือเปล่า พี่สะใภ้ใหญ่อาจจะหอบลูกกลับไปอยู่บ้านเดิม ส่วนพี่สะใภ้รองก็อาจจะหย่ากับพี่รองแล้วไปแต่งงานใหม่ก็ได้ สวยๆ อย่างพี่สะใภ้รองน่ะ รับรองว่าต้องมีหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่เข้ามาสนใจเธออีกมากแน่ๆ”
คำพูดของจางเป่าจินกระแทกไปตรงกลางใจพี่ชายทั้งสองคนอย่างจัง เพราะสองหนุ่มนั้นได้ชื่อว่ารักภรรยาของตนเองมาก จางเกินย่อมไม่ปล่อยให้ภรรยาหอบลูกกลับไปอยู่บ้านเดิมแน่ ส่วนจางหนานนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง กว่าเขาจะจีบภรรยาจนได้เธอมาแต่งงานด้วยนั้นเขาต้องแย่งชิงกับหนุ่มๆ ในหมู่บ้านและหมู่บ้านใกล้เคียงมาตั้งไม่รู้เท่าไหร่ ทั้งเขายังต้องใช้ความพยายามเป็อย่างมากที่จะให้พ่อตาแม่ยายยกลูกสาวคนเดียวให้มาแต่งงานกับคนจนๆ อย่างเขาได้ มันไม่ใช่เื่ง่ายเลย ให้ตายเขาก็ไม่ยอมหย่ากับภรรยาเด็ดขาด
จากนั้นจางเป่าจินก็ถูกพี่ชายทั้งสองสอนเื่การทำไร่ทำสวนอยู่พักใหญ่ แม้จะเหนื่อยมากแต่เขาก็ท้อไม่ได้
จางเป่าจินเริ่มเรียนรู้ั้แ่การขุดดิน ยกร่องแปลงผัก ไปจนถึงการเตรียมดินเพื่อลงเมล็ดพันธุ์ นี่แค่บทเรียนแรกของวันนี้เท่านั้น แต่มือของจางเป่าจินกลับแตกจนเืไหลซิบๆ ออกมาแล้ว