บ่ายนี้โชตะกับอธิศมานั่งห้องสมุดกว้างขวางของทางมหาวิทยาลัยในโซนประจำ่บ่ายระหว่างรอเพื่อนสนิทต่างสาขาอีกคน
ระหว่างนั้นจึงอาศัยจังหวะรวบปรึกษาความที่ค้างคามาหลายวัน
เื่ธานินท์
“มึง เจย์เขาเคยเล่าเื่ว่ายน้ำให้มึงฟังป่ะ”
เขารู้ว่าทั้งคู่ก็สนิทกันพอประมาณที่สามารถคุยกันได้หลายๆ เื่ แต่เขากับธานินท์เหมือนเพียงพึ่งเริ่มทำความรู้จักกัน
“เคย ตอนมานั่งติวที่ห้องกู กูแค่ถามว่าทำไมถึงชอบว่ายน้ำ ก็มีแค่นั้น”
“แล้วน้องมันตอบว่าอะไร”
“ก็บอกว่าแค่ชอบนะ”
ร่างสูงถึงกับเอนหลังแหงนคออย่างหมดสภาพ ทุกทีสิหน่าที่เขาคาดการณ์สิ่งที่อยู่ใต้ใจเด็กหนุ่มคนนี้ไม่ได้
เอาตรงๆ เขายังรู้สึกผิดกับเื่แผงๆ ที่ตัวเองทำลงไป แม้จะท่องว่ามันผ่านไปแล้ว แต่มันช่างยากเย็นที่จะทำตัวเป็ปกติขณะที่ทำให้ใครอีกคนรู้สึกไม่ดี
“ทำไม มึงชอบน้องจริงๆ จังๆ แล้วหรือไง? หรือได้กันแล้ว”
ถามขวานผ่าซากตรงแบบไม่อ้อมใดๆ ทว่าคนที่มีเป้าหมายแน่วแน่ยิ้มเหยิน มันไม่ยากหรอกเื่นี้
...แต่พอได้รู้จักธานินท์จริงๆ รู้เลยว่าไม่ใช่เื่ง่าย
“ยัง”
“กูดูยังไงน้องมันก็ไม่ได้ชอบผู้ชาย กูกลัวมึงทำให้น้องอึดอัด”
ว่าแล้วก็ขำพรวด
“มึง น้องเขาขอมาว่ายน้ำกับกู ถ้าไม่อยากอยู่ใกล้กูจริงคงไม่ยอมมาหรอก”
“มึงมันตอแ-ลไอ้มาร์ช ยังไงน้องก็ต้องรู้”
“ฮ่าๆ งั้นแสดงว่าน้องก็ต้องชอบกูเหมือนกัน”
คุยกันเช่นนั้นร่วมสิบนาทีก็วกถึงแพลนเที่ยวคลับเดิมฉลองวันเกิดของอธิศ
“มึง วันศุกร์นี้ไอ้พิมพ์บอกว่าเพื่อนมันเผลอชวนไอ้หมอกไปอ่ะ มึงจะโอเคไหม”
ชื่อนี้ไม่มีผลต่อความรู้สึกใดๆ อีกต่อไปแล้ว มันเคยมีผลมหาศาลใน่แต่ก่อน ทั้งความรู้สึก ทั้งหัวใจ ดั่งอยู่ได้เพราะผู้ชายคนนี้
คนที่เขาทุ่มให้ทั้งหัวใจ….แต่จบกันไปเพราะเื่นอกใจ อาจจะเป็เพราะหมอก โชตะจึงใช้ชีวิตโสดเรื่อยมาตลอดปี
“โอเค”
“เดี๋ยวกูจะชวนเจย์ไปด้วย”
พอพูดถึงชื่อนี้หัวใจก็กลับมาเต้นกระชุ่มกระชวย
เขายังมองไม่ออกว่าถ้าเป็แฟนกับธานินท์นั้น ความสัมพันธ์จะดำเนินไปทิศทางแบบใด
อาจจะเป็เพราะส่วนหนึ่งเขาไม่ได้มองมันแบบนั้นในทีแรก
และเขาก็ยังไม่เห็นความสนใจพิเศษๆ จากธานินท์ ทุกอย่างเป็เพียงสัญญาณเปิดทางว่าเด็กหนุ่มไม่ได้รังเกียจเพศเดียวกัน
แค่นั้นจริงๆ
“พาไปก็ดี กูจะได้จับมอมเหล้า”
พูดติดตลกพลางเก็บกระเป๋าสัมภาระหลังการนั่งรอเพื่อนอีกคนสิ้นสุดลง
“มันหมดหนทางถึงกับต้องมอมเด็กว่ะ”
“หรือไม่ได้ด้วยเล่ห์ ต้องเอาด้วยไวอากร้า?”
“ดี จะได้รีบตกนรก”
ร่างสูงใหญ่ก้าวเดินออกมาจากประตูลิฟต์ของตัวเรสซิเดนส์แห่งหนึ่งย่านใจกลางกรุงเทพมหานคร ใบหน้าคมคายของหนุ่มผู้ใจดีอย่างอธิศแย้มเยื้อนทักทายน้องรหัสคนสนิท
“ซื้อของกินมาด้วยเหรอ จริงๆ พี่ซื้อของมาเตรียมไว้ให้อยู่”
ธานินท์มองของเซเว่นตัวเองเล็กน้อยแล้วยิ้มรับ
วันนี้เป็วันที่เขากับอธิศได้นัดกันไว้ล่วงหน้า จุดประสงค์คืออยากให้เขาสอนใช้โปรแกรมออกแบบอันหนึ่ง ่วันหยุดจากงานจึงพอหาเวลามาได้
ั้แ่ขึ้นปีหนึ่งจวบจนปีสองที่กำลังศึกษาอยู่นั้น เบ็ดเสร็จแล้วเขามาคอนโดอธิศราวสี่ห้าครั้งได้และเกี่ยวกับเื่เรียนทั้งสิ้น
อธิศคือบุคคลที่หยิบยื่นความช่วยเหลือให้เขาอย่างไม่ลังเล นั่นจึงเป็สาเหตุที่ไม่คิดมากหากจะตอบแทน
“ไอ้มาร์ชกำลังจะมาหาพี่ มันกำลังแวะซื้อชานม เจย์เอาน้ำอะไรไหมพี่เลี้ยง”
มือหนาที่กำลังกดเลือกเครื่องมือในหน้าแลปทอปเครื่องหนึ่งชะงัก
“เอาเหมือนพี่ธิศก็ได้ครับ”
ไม่นานโชตะก็มาปรากฎตัวในที่สุดพร้อมชานมสามแก้วห่อถุงในมือ
“ไงเจย์”
“หวัดดีครับ”
บุคคลที่สามก้าวเข้ามานั่งโซฟาเยื้องอีกตัวราวกับมานักต่อนัก นั่งขัดสมาธิพร้อมเอนหลังพิงอย่างสบายใจมองคนที่วิ่งในหัวไม่หยุดหย่อน
หยิบยื่นชานมให้เด็กหนุ่ม พอได้รับคำขอบคุณกลับจึงรวบโอกาสรวดเร็ว
“อันนี้พี่เลี้ยง”
“กูเลี้ยงเจย์เอง”
“ไม่ต้อง กูจะเลี้ยง”
ธานินท์ประดักประเดิ่กกับการเถียงเพื่อเลี้ยงตัวเอง ครั้นจะขำอธิศก็เปิดประเด็นทันที
“เจย์จะให้ใครเลี้ยง?”
“.....เอ่อ”
ท่าทีไปไม่ถูกเรียกรอยยิ้มให้สองหนุ่มรุ่นพี่อย่างง่ายดาย ทว่าวูบหนึ่งแววตานั้นเหลือบมองมาทางเขาคล้ายบอกให้ช่วย
ในสถาณการณ์ที่น่าตลกเช่นนี้ มันน่าขันที่เขาอ่านสีหน้าธานินท์ออกชัดเจน
“ให้พี่มาร์ชก็ได้ครับ”
แต่โชตะรู้ดีว่าที่เลือกเขาเพราะเขาเป็คนถ่อขับรถแถมยังแบกมาให้ถึงที่
แม้ความเป็จริงเขาอยากให้เด็กนี่เลือกเขา เพราะ ‘เขา’ ไม่ใช่เพราะเหตุผลพวกนั้น
่หนึ่งที่อธิศเลี่ยงไปคุยโทรศัพท์นอกระเบียงห้องอีกมุม แก้วชานมของคนที่ขยับมานั่งใกล้ๆ ยื่นลงมาใกล้หน้า
“........”
“ชิมไหม โฮจิฉะ”
โชตะยิ้มเล็กน้อยสบประสานกับดวงตาคมเข้มสีนิลที่ช้อนมองมา
เอาตรงๆ ไม่มีวันไหนเลยที่เขาสามารถนั่งนิ่งๆ โดยไม่หยอกให้แก้มขาวๆ นี่แดงหรือสร้างความสับสนให้ดวงตาคู่นั้น
ยกเว้นที่แกล้งจมน้ำเหมือนคราวนั้น ให้ตายยังไงก็จะไม่ทำอีก
“......!!”
มือหนาเย็นเฉียบตามอุณหภูมิห้องของคนบนพื้นทาบทับลงมาเหนือมือเขา ัักระด้างเล็กน้อยจากเรียวนิ้วใหญ่แทรกพอดีระหว่างสองสามซอกนิ้ว
ตามด้วยริมฝีปากอิ่มดูดปลายหลอดอึกหนึ่ง สองตาจดจ้องมองมาโดยไม่คิดหลีกเลี่ยง
วินาทีที่มือของธานินท์ละห่างขนทั่วตัวกลับลุกชัน ตามด้วยแก้วชานมของเด็กหนุ่มถูกยื่นมาตรงหน้าเขา
“ของผมจัสชามินครับ”
ไม่มีเวลาให้คิดมากเพราะหัวยังตื้อตึง ก้มหน้าดูดปกติแล้วชื่มชมกลับ
ลึกๆ ยังละจากภาพเมื่อครู่ไม่ได้
“หวานไหมครับ”
ประโยคชวนให้คิดถึงเื่ทั่วไปไม่ได้
ไม่ต่างกับจูบทางอ้อมเลยสักนิด แต่พวกเขายี่สิบอัพกันแล้ว หวานน้ำตาลเป็เื่ธรรมดาที่ไม่มีใครเขาถามกัน
ถ้าหวานอย่างอื่น…..
ยังไม่ทันได้ตอบอะไรอธิศก็กลับเข้ามาเสียก่อน ฝืนตัวลุกกลับนั่งที่ให้ปกติ แต่่ที่เหลือบมองธานินท์บนพื้นอีกคราเขากลับเห็นรอยยิ้มเล็กๆ ที่ติดมาบนใบหน้าที่ตนเองกำลังหลงไหลจนโงหัวไม่ขึ้น….
“ฝนตกนะ ให้พี่ไปส่งไหม”
โชตะเอ่ยชักชวนอย่างหวังดี ระหว่างที่กำลังเตรียมตัวออกจากห้อง แต่ผลที่ได้รับก็คือการตอบตกลงโดยไม่ลังเลใดๆ ทั้งสิ้น
“งั้นรบกวนทีนะครับ”
ก่อนกลับอธิศก็เอ่ยแซวอยู่พักใหญ่กับการชวนเด็กกลับ แม้รู้ดีว่ามันย่อมหมายถึงธานินท์อาจจะรับรู้ความหมายในนั้นไม่มากก็น้อย
แต่นั่นย่อมเป็ผลดี ที่อีกฝ่ายจะรับรู้เจตนาทั้งหมดจากเขา
ระหว่างเดินมายันลานจอดรถ จึงเสี่ยงคล้องคอแกร่งใต้เสื้อยืดทีเล่นทีจริง
“ปกติมาเล่นห้องไอ้ธิศบ่อยเหรอ”
“มาบ้างครับ เวลาพี่เขาอยากให้ช่วยบางวิชา”
ั์เนตรเข้มกริบหลุบมองแก้มเนียนที่เริ่มระเรื่อขึ้นสี ยิ้มอย่างชอบใจแล้วจงใจรัดคอแกร่งเพิ่มด้วยแรงเล็กน้อย
“งั้นถ้าพี่บอกเจย์ได้ไหมถ้าพี่มีเื่ให้ช่วย”
หยอกล้อไปเล่นๆ แม้จะนึกไม่ออกก็ตามว่าพอจะมีเื่ไหนบ้างที่เขา้าความช่วยเหลือ
นอกจากเื่นั้นที่แอบคิดหมกมุ่นอยู่คนเดียว
พลันแรงทาบแ่เบารอบเอวพลอยให้ทั่วตัวนิ่งค้างเป็หิน แขนรัดรอบหลังเอวเกินที่คาดการณ์ไว้มากโข แม้กระทั่งคำพูดและสายตาตอนนี้
“ได้ครับ พี่บอกผมได้ตลอด”
เริ่มอยากนึกขยี้ตากับแคะหูสักหนึ่งทีว่าคนตรงหน้าคือธานินท์ เด็กผู้ชายในหลายอาทิตย์ที่เขารู้จักหรือไม่ หรือว่าเด็กนี่มีแฝดกัน
หรืออีกทางที่เป็ไปได้….ก็คือกำลังโดนเด็กเล่น
่ระหว่างอยู่บนรถโชตะชวนเด็กหนุ่มคุยเรื่อยเปื่อยตามปกติ เขาสังเกตธานินท์เป็ระยะก็ไม่พบกับความหวั่นไหวหรือรู้สึกแปลกๆ กับเขา ทุกอย่างเป็เหมือนที่เคยเป็
พลันมาถึงหน้าหอคนที่ติดรถมาด้วยก็ขอบคุณอย่างเลี่ยงไม่ได้
“ขอบคุณมากนะครับที่มาส่ง ชานมด้วย”
โชตะสบประสานอันอ่อนโยนด้วยความหวั่นไหวแปลกๆ ในใจ
หยอดอีกหน่อยคงไม่เป็ไร
“ถ้าอยากขอบคุณวันพรุ่งนี้ไปสอนว่ายน้ำได้ไหมงั้น หยุดงานไหม”
“ได้ครับ”
ง่ายกว่าที่คิดไว้เยอะ แต่บางสิ่งผิดเพี้ยนไปในประโยคถัดมา
“หรือจริงๆ พี่คิดถึงผม?”
เหมือนหยอกเย้าเล่นไปตามน้ำ
ยกเว้นรอยยิ้มคล้ายล้อเลียนที่ประดับทั่วหน้าคมสันทรงเสน่ห์ ดวงตาคู่คมที่เขาเฝ้ามองมาหลายหนพร่างพรายหมายตามที่ปากพูด ริมฝีปากหยักสีสดดั่งคนสุขภาพดีคลี่ยกบางเบาส่งตรงมา
จนใจเต้นแรงระรัว
“ไปให้หายคิดถึงไหมล่ะ?”
“ได้สิครับ”
ร่างสูงปลดเข็มขัดก้าวลงจากรถ ไม่วายย่อครึ่งตัวมายิ้มนุ่มนวลและโบกมือลา
เป็ครั้งแรกด้วยซ้ำกระมังที่ธานินท์ทำแบบนี้
“เจอกันครับ”
โชะไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็นหรือคำพูดที่ได้ยิน แต่มันชัดเกินกว่าจะบิดเบือนหนี รถคันหรูพุ่งตรงตามถนนเส้นใหญ่ที่สีเข้มขึ้นตามหยาดฝนกระหน่ำ จะกี่นาทีระหว่างที่รอไฟแดงก็ยังสลัดรอยยิ้มก่อนหน้าออกจากหัวไม่ได้ แต่ยิ่งไปกว่านั้น
เขาแข็ง…..ทันทีที่ธานินท์ลงรถไปเรียบร้อย
ทาบมือลงผ่านเนื้อผ้าตบๆ แ่เบาหวังให้สงบลง ยิ้มเหยินในความต้องกาารตัวเองและภาพที่ติดหัว
ล้านเปอร์เซ็น ธานินท์รู้ทุกอย่างแล้ว ที่เหลือเขาต้องรอดูว่าเด็กนั่นจะกล้ายอมเขาถึงขั้นไหน
ณ ย่านทองหล่อที่รายล้อมด้วยกลุ่มนักท่องเที่ยวไทยเทศปนกันไป หนึ่งในนั้นก็เป็กลุ่มของอธิศที่มาฉองปาร์ตี้วันเกิด
แม้ว่าอาทิตย์ที่แล้วจะมาฉลองเนื่องในวันเสาร์ หรือเดือนก่อนไปฉลองเนื่องในวันอาทิตย์ เอาเป็ว่าวาระโอกาสมากมายไม่ต่างกับตอนนัดกันกินหมูกระทะ
ร่างสูงใหญ่ใต้เสื้อแขนยาวสีครีมรับกับกางเกงน้ำตาลเข้มโทนเอิร์ธก้าวเดินเข้ามาผับหลังเลทเวลาไปเล็กน้อย ใบหน้าคมสันรับกับทรงผมปล่อยเรียบไร้การจัดทรงปรายตามองหากลุ่มเพื่อนตัวเอง
“โทษทีครับ”
“ไม่เป็ไรค่ะๆ”
“มาเต้นด้วยกันไหมจ๊ะ”
และนั่นก็เป็คำชวนจากกลุ่มสาวโต๊ะหนึ่งที่เขาเผลอสะดุดขาใครก็มิอาจทราบได้จนไปชนหลังเ้าหล่อน
โชตะยิ้มหวานบ่ายเบี่ยงและผายนิ้วไปอีกทาง แต่ก็มิวายโดยรั้งจับเนื้อตัวจนต้องยอมจิบแก้วเบียร์ถึงถูกปล่อยเป็อิสระ
ไม่นานเขาก็สังเกตเด็กหนุ่มที่พึ่งเรียนว่ายน้ำด้วยกันไปหมาดๆ วันนี้ธานินท์อยู่ในชุดเสื้อยืดโอเวอร์ไซส์กับกางเกงขาสันระดับเข่า ที่ดูยังไงก็ไม่ต่างกับเด็กนอกคนนึง แต่เห็นแล้วก็ยังดีใจไม่สุด…
เพราะรอบตัวอีกฝ่ายมีกลุ่มเพื่อนผู้หญิงสองสามคนรายล้อมอยู่ ยังไม่ทันได้สำรวจถี่ถ้วนก็โดนลากคอไปด้วยน้ำมืออธิศ
“มากินๆ”
ธานินท์เหมือนมากับเพื่อนสนิทหนึ่งคน ส่วนที่เหลือก็คือต่างสาขาที่จำได้ว่าไม่เคยเห็นมาก่อน ขณะเดียวกันร่างสูงยกดื่มและเต้นโยกย้ายตัวไปตามจังหวะราวกับสนิทกับคนที่เหลือแล้ว
แต่ที่จ้องขนาดนี้เพราะหวงเด็กขนาดนั้นเลยเหรอวะ!
ความคิดมุ่งมั่นยังคนในใจถูกตัดลงฉับพลันยามอธิศสะกิดเรียกมือเขาราวกับให้ได้สติ วินาทีนั้นจึงพึ่งรู้ตัว…..ว่าหมอกแฟนเก่ามายืนข้างๆ
“………..”
เขาคบกับหมอกได้ประมาณครึ่งปี ทุกอย่างล้วนสดใสราวกับโลกทั้งใบมีแค่เพื่อนคนนี้ ท้ายที่สุดจำต้องยอมว่าั้แ่แรกเริ่มล้วนเป็เื่ปรุงแต่ง ทั้งภายนอกและภายใน
เขาเกลียดหมอนี่เข้าไส้
ว่าที่แฟนเก่ายกแก้วน้ำมาขอชน โชตะลังเลแต่ท้ายที่สุดก็ยกไปชนให้มันจบๆ ระหว่างนั้นสายตาหลายคู่จากเพื่อนวงในก็เฝ้าดูคู่รักเก่าไม่วางตา
“เป็ยังไงบ้าง”
หมอกเอี้ยวหน้าลงมาถามแต่โชตะยังฝืนนิ่งค้างไม่ให้แสดงอาการอะไรมาก ความจริงเขาเจอหมอนี่แทบทุกวัน มีแค่เขาที่พยายามเลี่ยงไม่ทักทายอะไรทั้งสิ้น
แล้วก็ไม่รู้ว่ามันจะมาทักให้เสียเวลาทำไม
พยักหน้ารับไปเนือยๆ จนกระทั่งอีกฝ่ายเริ่มแสดงสีหน้ากลืนไม่เข้าคลายไม่ออกก็เริ่มไม่อยากอยู่ เขาไม่ชอบทำให้ใครรู้สึกไม่ดี ขณะเดียวกันนี่ก็เป็สิ่งที่หมอกควรได้รับ….หงุดหงิดโว้ย
ปาร์ตี้วันนี้ไม่ได้แย่นัก ติดอยู่อย่างเดียวคือเขายังไม่ได้ทักทายหรือแม้แต่จะคุยกับธานินท์ เพราะเด็กนั่นมีเพื่อนฝูงล้อมรอบและคอยพูดคุยไม่ห่าง การโผล่งตัวเข้าไปจะดูเสนอหน้าเกินไปเขาจึงไม่กล้าทำ
่ตีสองเหลือบเห็นคนที่หมายปองอีกครั้งก็ อีกฝ่ายกำลังโบกมือลากับเพื่อนในโต๊ะ ก่อนจะเดินตรงมาทางเขา
…..วินาทีนั้นธานินท์ก็ยิ้มทักทายเขาจริงๆ เสียที
“อ่าวจะกลับแล้วเหรอ”
เด็กหนุ่มเดินเลี่ยงไปบอกเ้าของงานวันเกิดอย่างที่ควร อธิศก็แอบเสียดายไม่ได้ที่หนุ่มรุ่นน้องเลือกที่จะไปก่อนงานจบ แต่มันก็ไม่ได้แย่เพราะตอนนี้ดึกมากพอแล้ว
ขณะที่กำลังจะเดินไปแขนแกร่งถูกรั้งไว้ทันที
“เดี๋ยวพี่กลับด้วย กูกลับละนะ”
ตัดสินใจปุ๊ปปั๊ปจนคนเพื่อนที่รายล้อมใกล้กันงงงัน
สองหนุ่มเดินชนหลากหลายสิบคนโดยไม่ได้เจตนากว่าจะฝ่าฟันออกจากคลับไปยังลานจอดรถด้านหลังได้
“พี่มาร์ชไม่อยู่ก่อนหรือครับ จริงๆ พรุ่งนี้ผมมีทำงานเช้าเลยแค่จะกลับเร็วเฉยๆ”
ถามอย่างหวั่นเกรงว่าตัวเองจะทำให้เพื่อนๆ ไม่ได้ใช้เวลากับโชตะเท่าที่ควร
ขณะเดียวกันหารู้ไม่ว่าผู้ใหญ่ตัวโตอึดอัดกับปาร์ตี้นี้มากแค่ไหน หรือหลักๆ แล้วโชตะคิดว่าตัวเองนั้นอยากไปงานนั้นจริงๆ …..เพราะมีธานินท์อยู่เท่านั้น
“พี่ก็อยากกลับแล้วเหมือนกัน งั้นดี๋ยวพี่ไปส่ง”
“ไม่เป็ไรครับ เดี๋ยวผมกลับแท็กซี่เอา”
แอบขัดใจเล็กๆ ทว่าขณะที่เตรียมโน้มน้าวต่อสายตาดันไปสะดุดกับหมอกที่ยืนอยู่ข้างรถคันหนึ่ง กำลังคุยโทรศัพท์อะไรสักอย่าง ทว่านิสัยใจคอก่อนคบหรือหลังคบที่เรียนรู้กันมา มันแค่ทำเพียงแค่เพราะความอยากรู้เท่านั้น
ตัดสินใจเดินไปพิงรถตัวเอง ส่งสัญญาณมือเล็กน้อยให้เด็กหนุ่มที่ห่างออกไป และยามที่ร่างสูงเดินเข้ามาใกล้จึงกระตุกแขนจนเนื้อตัวแนบสนิท
ยิ่งเห็นสายตารุกรี้รุกรน โชตะยิ่งรู้ตัวว่าหักห้ามใจไม่ได้ต่อไป เขาแข็งและช่วยตัวเองมาหลายรอบแล้วกับหน้าตาไม่ประสีประสานี้
วันนี้ขอแค่จูบแก้ขัดก็ได้วะ
“แฟนเก่าพี่อยู่ข้างหลัง”
“……..”
ธานินท์เลื่อนสายตามองตามเล็กน้อยและพบกับบุรุษหนึ่งร่างที่ห่างออกไปหลายเมตร
“ช่วยจูบพี่หน่อย จนกว่าเขาจะไป”