ทายาทหมื่นล้านเดินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เข้ามาในบ้าน เขาไม่ได้รีบร้อนอะไรแม้จะได้ยินเสียงดังโวยวายของหลานชายสุดแสบั้แ่บริเวณหน้าลานน้ำพุ
"ร้องทำไมตัวเเสบ แม่ตีเหรอ?" ถามออกไปอย่างนั้นแหละรู้ดีว่าพี่สาวไม่กล้าลงไม้ลงมือหรอกแค่คิดคณานางค์ก็คงไม่เคยเลยกระมัง
"นนท์ หยุดโวยวายได้แล้วลูกเเค่เพื่อนคนเดียวจะไปสนใจอะไรหนักหนาเดี๋ยวยายพาหลานๆของเพื่อนๆยายมาเล่นกับเราก็ได้จะผู้หญิงหรือผู้ชายกี่คนก็ได้นะลูกนะ" คุณราตรีปวดหัวเสร็จจากงานเลี้ยงแล้วเเทนที่จะได้พักกลับต้องมานั่งปลอบหลานชายกับเื่ไม่เป็เื่อีก
"ไม่เอา ไม่เอาใครจะเป็เพื่อนกับใครนนท์ไม่สนใจ นนท์จะเล่นกับทับทิมคนเดียว ทับทิมคนเดียวทับทิมคนเดียว" เด็กน้อยชักดิ้นชักงอบนพื้นห้องรับเเขก โวยวายไม่ยอมหยุดคิมหันต์เดินเข้าไปใกล้หลานชาย
"หยุด เลิกโวยวายได้แล้ว"เขาพูดใส่หน้าเรียบๆ ไม่ได้เสียงดังหรือะโแต่อย่างใด
"น้าคิม น้าคิมครับเเท็บเเล็ทพังแล้วก็ซื้อใหม่ได้แต่ทับทิม นนท์จะเล่นกับทับทิมคนเดียวไม่เอาเพื่อนใหม่คนไหน"คำพูดของหลานชายกระทบโสตประสาทของเขาเข้าจังๆ
คำพูดเรียบง่าย...แต่ได้ใจความมากถึงมากที่สุด
หากตอนนั้นเขากล้าที่จะพูด ตรงไปตรงมาเหมือนคณานนท์ชีวิตคงไม่บัดซบ...เหมือนอย่างตอนนี้
สำหรับเขามันสายไปแล้ว...แต่เ้าตัวเล็กตรงหน้าไม่ใช่...คณานนท์ยังมีโอกาส
คุณน้าสุดหล่อกระซิบกระซาบที่ใบหูของหลานชายตัวแสบเมื่อเอ่ยความลับเสร็จ เด็กชายพยักหน้างึกงักไปมาเลิกโวยวายเสียปลิดทิ้งแต่กลับยิ้มร่าะโโลดเต้นวิ่งไปยังห้องนอนด้วยความรวดเร็ว
"น้องนนท์ อย่าวิ่งขึ้นบันไดสิลูกมันอันตรายนะ"คณานางค์ะโตามหลัง
"แกกระชิบอะไรกับหลานห่ะตาคิม?" คุณราตรีถามด้วยความสงสัยไม้อ่อนดัดยากอย่างคณานนท์ถึงได้อ่อนพลิ้วให้ดัดแต่โดยดี
"ความลับครับคุณแม่ ผมไปนอนก่อนนะทุกคน"หนุ่มอารมณ์ดีเดินผิวปากผ่านหน้าไปอย่างสบายอารมณ์
เด็กชายคณานนท์อาบน้ำประแป้งแล้วะโขึ้นไปนอนบนเตียงเอาจริงๆแล้วเด็กน้อยนอนไม่หลับ เฝ้าคอยแต่ให้ถึงวันพรุ่งนี้เร็วๆอย่างใจจดใจจ่อ
"ถ้านนท์ไม่ดื้อไม่ซน ขึ้นห้องไปอาบน้ำแล้วนอนพรุ่งนี้น้าสัญญาว่าหลังเลิกเรียนจะไปรับนนท์และทับทิมไปทานไอศกรีมอร่อยๆด้วยกัน ไอศกรีมช๊อคโกเเลตที่ทับทิมชอบด้วยแต่ต้องสัญญานะว่าจะไม่บอกเื่นี้กับใครเด็ดขาด"
คิมหันต์ตื่น 6 โมงเช้าเหมือนเช่นเคยรู้สึกว่าอากาศยามเช้ากำลังดีมันคงดีไม่น้อยถ้าได้วิ่งออกกำลังกายสูดอากาศบริสุทธิ์ไปพร้อมๆกัน เขาออกวิ่งจากหน้าบ้านไปไม่ไกลเท่าไหร่ก็เห็นเด็กน้อยผมเปียในชุดนักเรียนกำลังด่อมๆมองๆอะไรอยู่แถวที่ทิ้งขยะของหมู่บ้าน
“หายไปไหนนะ?”เด็กสาวบ่นขยุบขยิบและเดินวนไปรอบๆ
“ทำอะไรอยู่นะ?”เสียงมาดเข้มถามขึ้นแต่นั่นกลับทำให้ใบหน้าของเด็กทับทิมซีดลงไปถนัดตา
“...” ก้มหน้าก้มตาอย่างเดียว
“ผู้ใหญ่พูดด้วยเราควรตอบสิ”ไม่ใช่แค่เสียงที่อ่อนนุ่มลง หัวใจของไฮโซหนุ่มก็อ่อนลงมาด้วย
“ทับทิม เออ...ทับทิมหาลูกหมาอยู่ค่ะ”เด็กตอบกลับเบาๆเธอยังจำความรู้สึกของเื่เมื่อคืนได้...ผู้ชายคนนี้ทั้งดุทั้งหน้ากลัว
“เหรอ ใช่ตัวนั้นหรือเปล่า?”คิมหันต์ชี้ไปยังถังน้ำแตกใบใหญ่ที่มีคนมาทิ้งไว้ใกล้ๆกองขยะ
“หูตั้ง มานอนอยู่ตรงนี่นี้เองทับทิมหาตั้งนานแน่ะ”รอยยิ้มปรากฏเมื่อเจอเพื่อนรักสี่ขาจนลืมใครอีกคนไปเสียสิ้น
“หูตั้งเป็อะไร เจ็บหรือเปล่า?” เ้าหูตั้งถูกตั้งชื่อตามลักษณะของใบหูที่ยาวและชี้ขึ้นตรง มันเป็หมาจรจัดที่มาจากที่ไหนไม่รู้หลายเดือนก่อนเด็กหญิงบังเอิญเจอมันนอนซึมๆอยู่ริมทางเท้าและนับั้แ่วันนั้นความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่ก็เริ่มต้นขึ้น
“โดนอะไรกัดนะเป็แผลใหญ่ด้วยนี่”คิมหันต์ชะเง้อไปดูใกล้ๆ ถามไถ่เพราะเด็กสาวไม่สนใจตัวเขาเลย สนใจแต่สุนัขสีน้ำตาลดำที่นอนซึมร้องงิกๆเบาๆอยู่อย่างเดียว
“ทับทิมไม่รู้คะ ฮือ ฮือแต่เมื่อวานยังเห็นดีๆอยู่เลย ฮือ ฮือ” ใบหน้าน้อยเปื้อนน้ำตาเป็สาย แม่หนูที่หันมาสนทนาโต้ตอบทำเอาเขาเศร้าไปด้วย...แค่เห็นน้ำตาของสองแม่ลูกคู่นี้...บ้าเอ๊ยยยอาการกระวนกระวายใจ อยู่ไม่สุขแบบนี้ทุกทีเลยมึงไอ้คิม
“เดี๋ยวทับทิมรอน้าอยู่ตรงนี้นะแค่นาทีเดียวเดี๋ยวน้ารีบมา” คิมหันต์สับฝีเท้าวิ่งกลับไปยังทิศทางเดิม
เอี้ยด! และไม่นานเขาก็กลับมาอีกครั้งพร้อมรถสปอร์ตหรูคันโปรด
“ไม่ร้องนะทับทิม เดี๋ยวน้าพามันให้หมอรักษาพรุ่งนี้มันก็จะหายแล้ว ไม่ร้องนะครับ ไม่ร้อง”คิมหันต์ปลอบเด็กครั้งแรกในชีวิตก่อนที่จะช้อนอุ้มหมาจรจัดด้วยมือเปล่าอย่างไม่นึกรังเกียจแม่หนูผมเปียเดินมาหยุดดูข้างๆพอร์ช 911 คันงามของคุณน้าบ้านตรงกันข้าม
“ขึ้นรถสิครับทับทิมเดี๋ยวน้าคิมพาเ้าหูตั้งไปทำแผล แล้วจะไปส่งหนูที่โรงเรียนด้วย” หนูน้อยตั้งใจฟังและทำหน้าเหมือนครุ่นคิดก่อนจะเดินไปเปิดประตูรถอีกด้านเมื่อได้ยินอีกประโยคจากคุณน้าคนใหม่
ทาริกาหน้าซีดเผือดในรุ่งเช้าของวันใหม่“พี่เบิ้ม” แมวสีสวาดของเธอโดนสุนัขหน้าปากซอยทำร้ายเด็กสาวช้อนอุ้มมันแล้วออกวิ่งทันที...ต้องไปให้ถึงคลินิคตรงข้ามโรงเรียนให้เร็วที่สุด
“หยุด หยุดก่อนทราย นั่นจะวิ่งรีบร้อนไปไหน”คิมหันต์วิ่งหอบแฮ่กๆไล่ตามหลังมาเขาซุ้มมองดูเธออยู่ก่อนหน้าั้แ่เช้าตรู่แล้ว...การแอบดูเธอให้อาหารสัตว์ตัวเล็กๆในทุกๆเช้า กลายเป็กิจวัตรของเขาด้วยเช่นกัน
“คุณคิมพี่เบิ้มค่ะ พี่เบิ้มแย่แล้ว”คิมหันต์มองแมวที่ถูกอุ้มไว้กลางอก
“เธอรอฉันตรงนี้ เดี๋ยวฉันไปเอารถมา”คิมหันวิ่งย้อนกลับเข้าไปในบ้านเพียงไม่นานเมอซิเดสเบนซ์คันหรูของบิดาก็เเล่นออกมาโดยเขาเป็ผู้ขับขี่
“รีบขึ้นรถสิทราย” คิมหันต์เร่งทาริกาทำสีหน้าครุ่นคิด…ความกลัวยังคงมีเธอกลัวว่าจะมีปัญหาอะไรตามมาในภายหลังหรือเปล่า
“ขึ้นรถเถอะครับทับทิม หูตั้งจะแย่แล้วนะ”ไม่ว่ากี่เดือนกี่ปีพ้นผ่าน มุขหลอกล่อสาวๆให้ขึ้นรถ...นายคิมหันต์ยังทำมันได้ดีเรื่อยมารถหรูเคลื่อนมาจอดหน้าคลินิคแห่งเดิมเหมือนเมื่อในอดีตชายหนุ่มบอกอาการและกรอกประวัติให้มันเสร็จสิ้นเรียบร้อย
“เบื้องต้นหมอจะทำแผลให้นะคะแต่คงต้องนอนพักฟื้นที่คลินิคไปก่อน” นั่นคือคำวินิจฉัยจากสัตวแพทย์ประจำคลินิคหนุ่มหล่อและเด็กนักเรียนผมเปียมีสีหน้าที่ดีขึ้นเมื่อได้ฟังอย่างนั้น
“งั้นเดี๋ยวตอนเลิกเรียนผมกับหลานจะมาเยี่ยมมันอีกครั้งนะครับ”บอกความประสงค์เสร็จก็จับมือเล็กๆให้เดินตามออกไป
“ตอนหลังเลิกเรียน น้าคิมจะมารอทับทิมที่นี่นะครับน้าคิม นนท์ และทับทิมจะไปเยี่ยมเ้าหูตั้งพร้อมกัน แล้วหลังจากนั้นก็ไปกินไอศกรีมแล้วเราค่อยกลับบ้าน”หนุ่มหล่อนั่งย่อตัวคุยกับเพื่อนสนิทของหลานชายหน้าโรงเรียนรัฐบาลชื่อดัง
“...”
“ตกลงมั้ยครับ”
“ทับทิมต้องรีบกลับบ้านค่ะเดี๋ยวแม่ทรายจะเป็ห่วง”มารดากำชับหนักหนาว่าเลิกเรียนให้กลับบ้านทันที ห้ามไปไหนมาไหนกับคนแปลกหน้าห้ามรับของ รับขนมหรือยุ่งเกี่ยวกับคนแปลกหน้าเด็ดขาด
“แม่สั่งว่าห้ามไปไหนกับคนแปลกหน้าใช่ไหมครับแต่น้าคิมไม่ใช่คนแปลกหน้านะ น้าคิมเป็น้าของนนท์แล้วที่สำคัญบ้านเราก็อยู่ใกล้ๆกันนะครับ” ชายหนุ่มส่ายหน้า กี่ปีกี่ปีก็ถูกสั่งสอนมาเหมือนกันเด๊ะ
“ไม่ต้องกังวลนะ เดี๋ยวน้าคิมจะไปขออนุญาตแม่ทรายให้เองแม่ทรายจะได้ไม่เป็ห่วงทับทิมไงครับ” ได้ยินดังนั้นหนูน้อยก็พยักหน้ารับ...เป็อันว่าเข้าใจ
“ได้ค่ะเลิกเรียนแล้วทับทิมจะมารออยู่ตรงนี้ไม่ไปไหนค่ะ”นางฟ้าตัวน้อยๆคนที่สองของเขายิ้มแฉ่ง
“ครับตอนเย็นเจอกัน ตั้งใจเรียนนะครับ”
คนเก่งของพ่อ
อยู่ดีๆคิมหันต์ก็มีความรู้สึกแบบนี้แวปเข้ามาในสมองเขาคงมีความสุขไม่น้อยหากได้เป็คุณพ่อมาส่งลูกสาวที่โรงเรียนและมีเมียรักรออยู่ที่บ้านหนูน้อยทับทิมพนมมือไหว้คุณน้าคนใหม่อย่างงดงามแล้ววิ่งหายเข้าไปในโรงเรียน
“ทับทิมเราอยู่ตรงนี้” เป็คณานนท์ในชุดนักเรียนโรงเรียนนานาชาติชื่อดังเรียกหาเพื่อน วันนี้คุณน้าสุดหล่อทำตามสัญญา ไปรับเขาที่โรงเรียนก่อนที่จะถึงเวลาเลิกเรียนเสียด้วยซ้ำ
“นนท์” หนูน้อยวิ่งมาหาเพื่อนสนิททันที
“ไปครับเด็กๆ ไปหาเ้าหูตั้งกันก่อนแล้วค่อยไปกินไอศกรีมนะ”คิมหันต์จูงเด็กทั้งสองคนข้ามทางม้าลายหน้าโรงเรียนภาพนั้นถูกจับจ้องด้วยสายตาของคุณครู ผู้ปกครองและนักเรียนจำนวนไม่น้อย
ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง
“ทับทิมไม่ต้องทำหน้าเศร้านะ เดี๋ยวเราจะขออนุญาตคุณแม่เลี้ยงเ้าหูตั้งเองจะซื้ออาหารดีๆให้มันกินด้วยแต่ทับทิมต้องไปป้อนมันเองที่บ้านของเรานะ”คิมหันต์ที่นั่งฟังอยู่ใกล้ๆมองความเ้าเล่ห์ของหลานตัวแสบด้วยความไม่ชอบใจ
“ขอบใจนะนนท์ทับทิมคงเลี้ยงเ้าหูตั้งไว้ที่บ้านไม่ได้” เด็กน้อยเคยขออนุญาตเ้าของบ้านแล้วแต่ปรากฏว่าโดนด่าโดนหยิกอีกหลายครั้งเป็คำตอบมาแทน
“เด็กๆครับ สั่งไอศกรีมกันเร็วพวกเราต้องรีบกินและรีบกลับบ้านนะ” คิมหันต์ทำลายบรรยากาศเศร้าๆก่อนหน้าทิ้งไป
“น้องนนท์เอาสตอร์เบอร์รี่ถ้วยโตๆครับ”คณานนท์สั่งเมนูเป็คนแรก
“ทับทิมล่ะครับ หนูอยากทานอะไรสั่งเลย”คิมหันต์อ่อนโยนกับคนตรงหน้า
“ทับทิมเอาช๊อคโกแลตลูกเดียวค่ะ” ในที่สุดเด็กน้อยก็ตอบออกมานั่นทำให้คิมหันต์คิ้วขมวดคนที่ชอบช๊อคโกแลตหนักหนาทำไมถึงสั่งแค่ลูกเดียว
“ทับทิมสั่งถ้วยใหญ่เลยน้าคิมของเรารวยมากๆพวกเราจะกินเท่าไหร่ก็ได้ไม่ต้องสั่งลูกเดียวเหมือนตอนมากับน้าทรายหรอก” คำพูดของหลานชายตัวดีเล่นเอาเขาจุกแน่นกลางอกนี่หรือคือสาเหตุที่ทำให้คนตรงหน้าเลือกสั่งเมนูนี้
“ทับทิมเอาแค่ลูกเดียวก็พอค่ะ”ยังคงยืนกราบหนักแน่นเพราะความเกรงใจ
“น้องครับ พี่ขอสตอเบอร์รี่เฟนตาซี่ถ้วยใหญ่หนึ่งที่และช๊อคโกแลตเฟนตาซี่ถ้วยใหญ่อีกหนึ่งที่ครับ”ท้ายที่สุดคิมหันต์ก็เป็คนขี้ขาดในการเลือกสั่งเมนู ไฮศกรีม 2 ถ้วยโตถูกนำมาเสริฟเมื่อผ่านไปสัก 5 นาทีแล้วเวลามีความสุขของสองเพื่อนรักก็เริ่มต้นขึ้น พูดจาดีๆกันบ้างขัดแย้งกันบ้างตามประสาของเด็ก ผู้ใหญ่อย่างเขาได้แต่นั่งรับฟังเพียงอย่างเดียวตลอดเวลาเขาต้องยอมรับว่าทาริกาเลี้ยงดูลูกสาวได้ดีมาก ทับทิมมีความเป็ผู้ใหญ่กว่าฉลาดกว่าคณานนท์หลานชายของเขาอย่างชัดเจน
ความอิจฉามากมายเข้ามาวนเวียนอยู่ในความคิดของเขาั้แ่ตอนไหนก็ไม่ทราบทาริกาและไอ้หนุ่มคนนั้นโชคดีจริงๆ ที่มีลูกสาว...เป็เด็กน่ารักอย่างแม่หนูทับทิม
เอ้ะ! แต่เดี๋ยวนะ!
พลอยไพลินบอกว่าทาริกาท้องไม่มีพ่อนี่น๊า
แล้วเมื่อวานคุณพลอยประดับก็ต่อว่าเด็กคนนี้ว่าเป็ลูกไม่มีพ่อ
ไม่ได้การแล้วความจริงมันเป็อย่างไร...คิมหันต์ต้องรู้ให้เร็วที่สุด
17:30น.
เมื่อกลับมาถึงบ้านจอมโวยวายอย่างคณานนท์ชักดิ้นชักงออีกครั้งเมื่อเพื่อนรักต้องรีบกลับไปยังบ้านพักของตนเอง
“ไม่ยอม ไม่ยอม นนท์จะเล่นกับทับทิมอีก จะเล่นจะเล่น”เ้าสัวคณินถึงกับต้องเดินหนีความเอาเเต่ใจและความวุ่นวายไปหลบอยู่ในห้องทำงาน
“อาการชักจะเยอะเข้าทุกวันเห็นทีคราวนี้แม่ต้องจัดการนังเด็กทับทิมนั้นให้เด็ดขาดสักที”ราตรีหันไปคุยกับบุตรสาว
“คะน้าก็ปวดหัวกับเื่นี้จะแย่อยู่แล้วค่ะตอนเย็นไม่เป็อันต้องทำอะไรเพราะเื่นี้ ปกติน้องนนท์ไม่ได้เกเรอย่างนี้นะคะคุณแม่”พูดจาเข้าข้างฝ่ายตน ไม่รู้ว่าเด็กบ้านนั้นพูดหรือปั่นหัวอะไรลูกชายสุดที่รักของเธอบ้างหรือเปล่าหากปล่อยไว้นานๆคงไม่ได้การเสียแล้ว
“คุณแม่จะทำอะไรคะคะน้าว่าพวกเราอย่าลดตัวลงไปดีกว่า ให้เด็กๆในบ้านเป็คนลงมือก็ได้ค่ะไม่นานนังเด็กทับทิมนั้นคงวิ่งหางจุกตูด ไม่กล้ามาเหยียบที่นี่อีกเด็ดขาด”อีกด้านหนึ่งของชุดโซฟาหรูคนที่กำลังเช็คข่าวไม่ได้สนใจโลกภายนอกอย่างคิมหันต์ถึงกับต้องหยุดอ่านทุกอย่างที่ปรากฏในหน้าจอมารดาและพี่สาวเขาจะทำอะไรแล้วมันเกี่ยวอะไรกับเด็กทับทิมด้วย
“ฮือ ฮือ นนท์จะเล่นกับทับทิม คุณแม่ คุณยาย คุณแม่คุณยาย ฮือ” เสียงดังหน้าบ้านของคณานนท์ยังไม่ยอมหยุดและนั้นทำให้คุณน้าสุดหล่อของเขาคิดอะไรออก
“คุณแม่ครับั้แ่ที่ผมไปเรียนต่อเมืองนอกแล้วทรายเขาทำอะไรต่อครับ”คิมหันต์ลุกขึ้นมานั่งใกล้มารดา
“แม่นั่นนะเหรอ ก็เรียนไม่จบชั้นม.6 เพราะว่าท้องโย้ขึ้นมาก่อนนะสิ”ราตรีเล่าอย่างฉะฉาน เพราะตอนนั้นเื่นี้เป็เื่ที่ดังที่สุดในหมู่บ้านเด็กสาวใช้ที่คุณนพคุณอุปการะเลี้ยงดูั้แ่วัยเด็ก หน้าตาจิ้มลิ่ม นิสัยใจคอดีขยันขันแข็งแต่กลับทำงามหน้าตั้งท้องขึ้นมาทั้งๆที่ยังใส่กระโปรงนักเรียนอยู่พอถามว่าใครเป็พ่อของเด็ก ทาริกายืนกรานปากแข็งไม่ยอมบอกท่าเดียว คุณนพคุณและป้าแท้อย่างสายใจเสียใจและผิดหวังในเื่นี้มากสายใจถึงขั้นจะตัดป้าตัดหลานให้ได้ โชคดีของเด็กมันหน่อยที่คุณนพคุณไม่ถือสาว่าโทษทาริกากับลูกถึงได้อยู่ที่บ้านหลังนั้นมาจนถึงทุกวันนี้
“พ่อของเด็กไปไหนทำไมไม่มารับผิดชอบครับ...เลวจริงๆ” คิมหันต์ขบกรามแน่นถ้าเพียงเขารู้ว่ามันเป็ใคร...เขาจะเป็คนเอาเืชั่วของมันออกเอง
“ไม่มีใครรู้จริงๆลูกแต่แม่ว่าดีแล้วที่ลูกเลิกยุ่งกับมันไปเรียนต่อเสียก่อนไม่อย่างนั้นหลายคนอาจจะสงสัยว่าผู้ชายคนนั้นคือลูกดีไม่ดีแม่ทรายอะไรนั้นอาจจะจับลูกเป็พ่อของลูกสาวมันก็ได้ ใครจะไปรู้”ราตรีนึกไปถึงตอนที่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนไปกุ๊กกิ๊กคลุคลีกับเด็กนั้นอยู่่หนึ่งดีที่สามีของนางไหวตัวทัน พอลูกชายเรียนจบเกรด 12 ปุ้ปก็ส่งไปเรียนต่อที่อเมริกาทันทีไม่อย่างนั้นครอบครัวของนางต้องมามัวหมองเพราะแม่เด็กไร้สกุลลุนชาติคนนั้นเป็แน่
“ตาคิมอย่าไปยุ่งกับมันอีกเด็ดขาดนะลูกแม่รับไม่ได้จริงๆ แล้วเมื่อไหร่คิมของแม่จะพาสาวๆที่คบอยู่มาเปิดตัวกับพ่อกับแม่สักทีล่ะลูก พ่อกับแม่อยากเห็นลูกเป็ฝั่งเป็ฝาแล้วนะ”คุณราตรีวาดฝันไปถึงชีวิตคู่แสนเฟอร์เฟคของบุตรชาย
“สาวๆที่ไหน ไม่มีหรอกครับคุณแม่”
“อะไรกันตาคิม ไปเรียนไปทำงานที่โน้นตั้งเกือบ 10ปี ไม่ได้คบหาดูใจใครสักคนเลยเหรอลูก”
“ไม่มีครับ ไม่มีสักคน”คุณราตรีและคนานางค์ตาค้างกับสิ่งใหม่ที่พวกตนเพิ่งรับรู้จากปากของชายหนุ่มที่ลุกขึ้นเดินออกไปยังหน้าบ้านแล้ว
“ไงตัวแสบ เมื่อไหร่จะเลิกโวยวายสักทีห่ะ”
“น้าคิมครับ น้องนนท์...”
“อยากเล่นกับทับทิม” คิมหันต์พูดต่อให้จนจบประโยคคณานนท์ลุกมาเกาะขาออดอ้อน
“มีข้อแม้นะ” คนเ้าเล่ห์บอกกล่าวหลานรัก
“อะไรหรือครับ?”เด็กชายตาลุกวาว
“นนท์ต้องเล่าเื่ของทับทิมและน้าทรายให้น้าฟังก่อน”แล้วสองน้าหลานก็หายหน้าหายตาไปจากลานหน้าบ้านเมื่อไม่ได้ยินเสียงโวยวายจากลูกชายแล้วคณานางค์ก็ปลีกตัวไปคุยเฟสไทม์กับหนุ่มรุ่นน้องคนล่าสุดของเธอคนนี้มีดีกรีเป็ถึงพระเอกดาวรุ่งคนใหม่ของวงการบันเทิงไทยส่วนมารดาอย่างคุณราตรีก็ได้เวลานัดกับเพื่อนๆที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งใกล้ๆบ้านปรึกษาหารือเื่ที่พวกนางจะบินไปดูดวงกับหมอดูชื่อดังในต่างประเทศในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
กริ่ง กริ่ง
คณานนท์พร้อมหนังสือเรียน 1 เล่มสมุด 1 เล่มยืนลุ้นอยู่หน้ารั้วประตูเหล็กสนิมเกาะอย่างใจจดใจจ่อ
“มาแล้วค่ะ” นั่นไง! มาเเล้วเสียงใสของเพื่อนสนิท
“ทับทิม นนท์มาให้ทับทิมสอนการบ้านให้”ไม่ได้เล่นด้วยกัน ได้คุยกันก็ยังดีคณานนท์คิดเช่นนั้น
“งั้นเข้าบ้านมาก่อนสิ อ้าวคุณน้าคิมก็มาด้วยเหรอคะ?” เด็กสาวไม่ได้เกรงกลัวชายหนุ่มตรงหน้าอีกแล้วเพราะเขาไม่ได้ใจร้ายกับเธอสักนิด พาหูตั้งไปรักษา ไปส่งที่โรงเรียน ไปรับที่โรงเรียนแล้วยังพาเธอไปกินไอศกรีมช๊อคโกแลตถ้วยเบ่อเร่ออีก โต๊ะไม้หินอ่อนใกล้ๆห้องครัวคือสถานที่ที่สองเพื่อนรักใช้ทำการบ้าน
“ทับทิมอยู่คนเดียวเหรอครับ ทำไมบ้านเงียบๆ”คิมหันต์สอบถาม
“ไม่ค่ะ แม่ทรายซักผ้าอยู่หลังบ้านค่ะคุณยายสายใจไปนอนที่โรงพยาบาล ส่วนคุณพลอยกับคุณไพลินออกไปข้างนอกยังไม่กลับ”และคงยังไม่กลับมาในเร็วๆนี้ หนุ่มหล่อคิดกรุ้มกริ่มอยู่ในใจ
ภาพผู้หญิงตัวเล็กๆนั่งก้มหน้าก้มตาซักผ้าด้วยมืออยู่หลังบ้านเป็ภาพที่ยังไม่เคยเลือนหายไปจากหัวสมองสิบกว่าปีแล้วเธอยังนั่งอยู่ที่เดิม
“อย่าขยับนะ นี่โจรกำลังมาปล้น”ผ่ามือใหญ่ที่เข้ามาปิดตาจากด้านหลัง เสียงทุ้มที่ยังชัดเจนอยู่ในหัวใจไม่ได้ทำให้ทาริกาใอย่างที่ควรจะเป็...มุขเดิมๆ
“ปล่อยมือออกค่ะ”แต่สิ่งเพิ่มเติมคือเขาไม่ควรจะมาอยู่ที่นี่ในเวลานี้
“อะไรกันไม่ใสักหน่อยเหรอ?”คิมหันต์ยอมคลายมือออกก่อนที่หญิงสาวความสูงแค่ระดับคางของเขาจะยืนประจันต์อยู่ตรงหน้า
“คุณเข้ามาทำไมคะ คุณพลอยกับคุณไพลินไม่อยู่ค่ะมีอะไรค่อยมาใหม่วันหลัง”
“ไม่ได้มาหาสองคนนั้น เธอมีปัญหาอะไรไหม?” ทาริกามองผู้ชายที่หายไปจากชีวิตเธอหลายปี เมื่อก่อนเขาไม่ใช่คนพูดมากพูดกวนเหมือนอย่างตอนนี้
“ถ้าอย่างนั้นดิฉันจะโทรไปแจ้งคุณพลอยนะคะว่าคุณคิมหันต์มาหาที่บ้าน” หญิงสาวกำลังเดินไปที่โทรศัพท์ของเธอพอดี
“นี่เธอ ทราย จะทำอะไรนะก็บอกว่าไม่ได้มาหาสองคนนั้นไง” คิมหันต์ไปยึดโทรศัพท์เครื่องนั้นมาไว้ที่ตัวก่อนยัดมันใส่ในกระเป๋ากางเกง
“นี่ คุณคิมคุณทำอะไรนะ เอาโทรศัทพ์ของดิฉันมานะคะ”ทาริกาพยายามจะยื้อแย่งแต่พลาดท่าให้คนตัวโตกว่าสวมกอด
“อย่าดิ้นนะ ฉันรำคาญขออยู่แบบนี้สักพักได้ไหมแล้วเดี๋ยวฉันจะคืนโทรศัพท์ให้”คิมหันกระชับร่างนุ่มนิ่มเอาไว้ในอ้อมกอดแม้หญิงสาวจะยังต่อต้าน...แต่นั้นไม่ใช่ปัญหา
“ปล่อยนะคะคุณคิม อย่าทำแบบนี้”ไม่รู้หรือไงว่าเธอกำลังแย่
“ทำไมจะทำไม่ได้ บอกให้อยู่เงียบๆไง”อ้อมกอดนี้มันเคยเป็ของเขามาก่อนและต่อไปมันจะเป็ของเขาคนเดียว...ขอเเค่...แค่เธอให้โอกาส
จมูกใหญ่สูดดมความหอมของเส้นผม มือใหญ่ลูบไล้ความนิ่มลื่นสลวยของมันไปจนถึงกลางหลัง เขาทำแบบเดิมซ้ำไปซ้ำมาไม่รู้กี่รอบ
“ทับทิมเป็ลูกของใคร?” เสียงกระซิบดังแว่วมาในโสตประสาทรับรู้ทาริกาหลับตาลง ปล่อยให้น้ำตาไม่กี่หยดรินไหลออกมาร่างกายและหัวใจของเธอในอ้อมกอดของเขาช่างอ่อนแอเหลือเกิน นานเท่าไหร่แล้วที่ห่างหายไปจากมันนานเท่าไหร่แล้วที่เธอต้องทนทุกข์ ขื่นขม อยู่กับความเ็ปแบบนี้
"ปล่อยเถอะค่ะ คุณไม่ควรทำเเบบนี้"