“เจ็บใจนัก ไอ้หน้าอ่อนนั่นมันเป็ใครกันว่ะ กูจะได้ตัวน้องลี่อยู่แล้วเชียว”
นายชัยนั่งทุบโต๊ะ แล้วพููดอย่างอาฆาตแค้น พลางเอามือกุมริมฝีปากที่โดนต่อยไว้
“สายของเราไปสืบมาแล้ว มันเป็ตำรวจมาจากกรุงเทพครับนาย”
“ตำรวจงั้นเรอะ ยศจะซักแค่ไหนกัน มันจะสู้อำนาจเงินกูไปได้ยังไง คอยดูนะถ้าไอ้พ่อเลี้ยงสมาน มันยังดื้อดึงไม่ยอมยกลูกสาวให้กูดี ๆ กูก็จะฉุดมันซะเลย ” นายชัยพูดพลางยิ้มเหี้ยมเกรียม
“นายครับถ้าไอ้ตำรวจนั่นมันเป็แฟนกับคุณหนูลิลลี่ล่ะครับ”
“ไอ้นี่ นั่นปากเรอะ กูว่าไม่ใช่ น้องลี่ของกูไปติดพันกับไอ้คิมหันต์นู่น มึงไปสืบมา กูก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าไอ้ตำรวจหน้าจืดนั่นมันเป็ใครถึงได้กล้ามาลูบคมกู มันรู้จักคนอย่างไอ้ชัยน้อยไปถ้ามันเป็แฟนกันจริง กูก็จะเป็เ้ากรรมนายเวรพวกมัน ถ้ากูไม่ได้น้องลี่มาเป็เมียกู ” นายชัยพูดอย่างลำพองตัว เขาคงไม่รู้เสียแล้วว่าราเมศนั้นเป็ถึงสารวัตรสายปราบปราม
“ได้ครับนาย” ลูกน้องรับคำมาอย่างจนใจ นายของตนนั้นก็เก่งแต่ปาก แถมยังกลัวคิมหันต์จนหัวหด จะไปฉุดคร่าใครได้ ถ้าไม่มีลูกน้องอย่างพวกเขาคอยช่วยเหลือ
ณ ไร่พาณิชย์เจริญ
“ไหนเข้ามาใกล้ ๆ หน่อยสิ ” น้ำเสียงเย็นๆ ที่แฝงไปด้วยความเอ็นดูของคุณหญิงอมราที่กลับมาจากต่างประเทศ ได้มาเจอคิมหันต์กับพลอยฟ้าที่ห้องนั่งเล่น
“เข้าไปหาคุณแม่สิฟ้า” คิมหันต์ดันหลังภรรยาให้เข้าไปหาแม่ของตน
พลอยฟ้าเข้าไปนั่งใกล้ ๆ คุณหญิงอมรา
“เป็ผู้หญิงที่งามพิศนะ ต้องมองนานๆ ถึงจะสวย ” คุณหญิงแกล้งแซว
“ขอบคุณค่ะ คุณหญิง ”พลอยฟ้าทำตัวไม่ถูกจึงพูดขอบคุณแก้เขินไป
“คุณหญิงอะไรกัน เรียกแม่สิ ”คุณหญิงอมราเอ่ยขึ้นอย่างมีเมตตาต่อพลอยฟ้า
“เออ….”พลอยฟ้ากระอักกระอ่วน เพราะว่ายังไม่คุ้นเคย
“ไม่ต้องกลัวหรอกหนู แม่รู้เื่ของเราหมดแล้ว จะหยาดน้ำ หรือพลอยฟ้า ก็เป็ลูกสาวคุณดิลกทั้งนั้น ดูเ้าคิมซิ นั้งยิ้มจนเหงือกจะแห้ง หรือแกมีปัญหาเื่เ้าสาวตาคิม”คุณหญิงพูดพร้อมมองไปที่ลูกชายที่ทำหน้าตาเลิ่กลั่ก
“ผมไม่มีปัญหาเลยครับแม่ ผมเต็มใจที่จะแต่งงานกับฟ้า” คิมพูดพร้อมกับกับเอื้อมไปจับมือพลอยฟ้าไว้แน่น
แค่นี่คุณหญิงก็ดูออก ว่าทั้งสองคงมีอะไรเกินเลยกันไปแล้ว แต่ก็ต้องพูดให้ดูเป็ผู้ใหญ่
“ตาคิม ลูกจะทำอะไร่นี้ก็ต้องอดใจไว้ก่อน อีกสองวันก็จะได้แต่งงานกันอย่างเป็ทางการแล้ว น้องเค้าเป็ผู้หญิงมันจะดูไม่งามเข้าใจไหม”
“ครับคุณแม่” คิมหันต์รับคำจากแม่ แต่สายตาก็มองหน้าพลอยฟ้าอย่างหวานเชื่อม
“แต่ยังไงแม่ก็อยากอุ้มหลานไวไวนะ ” คุณหญิงพูดแล้วยิ้มอ่อน
“พลอยฟ้า ที่นี่เป็บ้านของหนูแล้วนะลูก อยู่ให้สบายตัวสบายใจ ไม่ต้องกังวลอะไร ใช้ชีวิตให้มีความสุข แม่น่ะก็เป็แค่คนแก่ขี้เหงาอยากมีหลานตัวน้อยๆ มาวิ่งเล่นในไร่ส้มของเราแล้วล่ะ ยังไงแม่ฝากตาคิมด้วยอีกคนนะลูก ถ้ามันดื้อมากก็จัดการได้เลยแม่อนุญาติ หรือไม่ก็มาบอกแม่” คุณหญิงพูดอย่างเป็กันเอง ทำให้พลอยฟ้าลดความเครียดในการเจอแม่สามีลงไปได้มาก
“ค่ะ คุณแม่” พลอยฟ้ารับคำอย่างว่านอนสอนง่าย
“แม่ นี่ผมงงไปหมดแล้ว ว่าใครเป็ลูกแม่กันแน่” คิมหันต์โต้เถียงอย่างรู้สึกไม่เป็ธรรม
“แม่พูดไว้ก่อน หนูฟ้าต้องจากบ้านเค้า ห่างพ่อแม่มา เพื่อมาอยู่กับแก ดูแลแก ยังไงเราก็ต้องดูแลจิตใจลูกสาวเค้าให้ดี เข้าใจไหมลูก”
“คร้าบบบแม่ ผมจะดูแลเมียผมให้ดี ยุงไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอมเลยครับ ” คิมหันต์พูดอย่างขี้เล่น พร้อมกับเข้ามากอดแม่
“ขอให้มันจริงเถอะลูก” แม่พูดทิ้งท้ายแล้วยิ้มกับความขี้เล่นของลูกชาย คุณหญิงมองมาที่พลอยฟ้าที่นั่งยิ้มอยู่ เธอคนนี้แหละที่จะเข้ามาเปลี่ยนชีวิตลูกชายของเธอและทำให้บ้านกลางไร่ส้มแห่งนี้กลับมาอบอุ่นอีกครั้ง
พลอยฟ้าก็ได้แต่มองสองแม่ลูกพูดคุยกันอย่างมีความสุข
ั้แ่พลอยฟ้าเข้ามาอยู่ที่ไร่ คิมหันต์ที่เคยเคร่งขรึมเอาแต่จริงจังกับงานก็เปลี่ยนไปเป็คนละคน กลายเป็ชายหนุ่มขี้เล่น อารมณ์ดี แถมยังขี้อ้อนเมีย อีกต่างหาก
“คุณนอนห้องนี้แหละ ถ้ามีอะไรขาดเหลือก็บอกพรแม่บ้านของที่นี่ ”
ลิลลี่พูดพลางสำรวจห้องรับแขกที่ไม่ได้มีแขกมาพักนานแล้ว
“ขอบคุณนะ ผมจะขออยู่จนถึงงานแต่งฟ้าเท่านั้นแหละ ” ราเมศพูดอย่างรู้สึกเหนื่อยล้า เพราะเขาขับรถมาไกล
“อืม แล้วคุณจะเอายังไงต่อ จะยอมปล่อยให้แฟนคุณกับพี่คิมแต่งงานกัน ง่ายๆ อย่างงี้นะเหรอ” ลิลลี่ยังไม่ละความพยายามที่จะพูดเื่พี่คิมของเธอ
“ใครบอกว่าผมยอมให้เค้าแต่งกัน ที่ผมยอมกลับในวันนี้ ก็แค่ไม่อยากเห็นน้ำตาของฟ้าตะหาก ผมไม่ชอบเห็นคนรักร้องไห้”
“โถ่ ๆ พ่อคนเซนซิทีฟ อะไรกันเป็ตำรวจใจป๊อดรึึไง” ลิลลีพูดยั่วโมโห
“พูดให้มันดีๆ นะคุณหนู ใครกันแน่ที่ป๊อด ”ราเมศรู้สึกโมโหที่สาวน้อยตรงหน้ากล่าวหาเขา
“ก็คุณยังไงล่ะ ทำมาเป็พูดว่าไม่อยากเห็นน้ำตาแฟน แต่ก็ปกป้องให้เค้าไปเป็เมียคนอื่นไม่ได้”
ราเมศเริ่มควันออกหู จึงกระชากแขนของลิลลี่ให้เข้ามาใกล้ตน
“แล้วคุณเล่า ยัยคุณหนูซื่อบื้อเอาแต่ใจตัวเอง ทำอะไรได้บ้าง หรือยอมให้พี่คิมของคุณไปเป็ผัวคนอื่นเหมือนกัน ”
“นายเมศ” ลิลลี่โกรธจัดมาก จึงตบหน้าราเมศไป1ฉาด
เผี๊ยะ!!
หน้าราเมศไม่สะทกสะท้าน เพราะแรงของลิลลี่นั้นน้อยนิดเมื่อเทียบกับขนาดตัวของเขา
“นี่คุณ กล้าตบผมเหรอ ”ราเมศถามอย่างมีอารมณ์ขุ่นมัว
“ทำไมจะไม่กล้า ปากไม่ดีอย่างแกน่ะ ต้องโดนสั่งสอน พี่คิมจะต้องเป็ของฉันคนเดียว และฉันจะแย่งเขากลับมาให้ได้ ไม่เหมือนแฟนแกหรอกตอนนี้คงเยินไปหมดทั้งตัวแล้วมั้ง แต่เดี๋ยวพี่คิมคงเบื่อมัน เพราะมันก็แค่ของเล่นชั่วคราวขัดดอก ฉันจะรอดูวันที่แฟนของแกโดนพี่คิมเฉดหัวออกจากบ้าน หึหึ” ลิลลี่พูด และหัวเราะอย่างยั่วโมโห
“ลิลลี่”
ราเมศเรียกชื่อหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าอย่างเืขึ้นหน้า เธอมีสิทธิ์อะไรที่มาว่าพลอยฟ้าของเขา จะเอาแต่ใจตัวเองเกินไปเสียแล้ว อย่างนี้ต้องโดนสั่งสอนเสียบ้าง
“ทำไม เรียกชื่อฉันทำไม ฉันพูดแทงใจดำรึใจ อื้ออ" ลิลลี่พูดได้แค่นั้น เพราะราเมศได้ปิดปากจูบเธอไปแล้ว
ลิลลีใช้สองมือ พยายามทุบตีราเมศแต่ไม่เป็ผลเลย ร่างกายเขาไม่สะทกสะท้านต่อแรงอันน้อยนิดของลิลลี่
“อื้อ ปล่อย” ราเมศผละการจูบออกจากปากหวานฉ่ำของลิิลลี่
!!เผียะะ!! ลิลลี่ตบหน้าราเมศอีีกครั้ง เขากล้าดียังไงมาทำแบบนี้กับเธอ หมดกันจูบแรกที่เก็บไว้ให้พี่คิม
“สงสัยคุณหนูคงเอาแต่ใจมามาก วันนี้คงต้องสั่งสอนกันเสียหน่อย ดีไหมครับน้องลิลลี่”
ราเมศพูดพลางโถมตัวเข้าหาลิลลี่อย่างไว
“แก จะทำอะไรน่ะ ออกไปนะ อื้อออ จ๊วบ!!!" เสียงดูดปากดังขึ้น ปากหนาบดจูบมาที่ปากอิ่มของลิลลี่จนเธอ ตัวอ่อนไม่มีเรี่ยวแรงอยู่ในอ้อมแขนของชายหนุ่ม
ตอนแรกราเมศแค่้าสั่งสอนหญิงสาวว่าอย่ามาปากดีกลับเขาอีก แต่ตอนนี้อารมณ์ของเขาได้เตลิดไปเสียแล้ว
“ปล่อยฉันนะ ไอ้บ้า ปล่อย คอยดูฉันจะฟ้องพ่อ ” ลิลลี่พูดด้วยสีหน้าที่แดงกล่ำไปหมด
“บอกเลย ถ้าคุณกล้า” ราเมศยังคงกอดรัดลิลลี่เอาไว้
ตอนนี้ริมฝีปากของลิลลี่ได้บวมเจ่อออกมาจากจูบอันร้อนแรง ราเมศลอบมอง เขาคิดว่าทำไมมันเซ็กซี่แบบนี้นะ
เขาโน้มหน้ามาหมายจะจูบเธออีกครั้ง
“ไหนว่าคุณมาตามยัยพลอยฟ้า รักมันมากไม่ใช่เหรอ ทำไมมาทำกับฉันแบบนี้ห้ะ” ลิลลี่กลั้นใจพูดพลางเนื้อตัวสั่นไปหมด
ราเมศชะงักไป
ลิลลี่สบโอกาสจึงตีเข่าเข้าไปใส่กล่องดวงใจของราเมศที่นิ่งอึ้งไป ทำให้เขาสะดุ้งและปล่อยให้ลิลลี่เป็อิสระ
เธอจึงรีบวิ่งหน้าแดงออกจากห้องรับแขกอย่างไว
“โอ้ย ยัยตัวแสบ ฝากไว้ก่อนเถอะ” ราเมศตัวงอ พลางคิดในใจว่าเขาจะเป็หมันไหมล่ะนี่…..