โซวาลาเลียม
เพลง ‘เดินออกมา’ขับร้องโดยนักร้องหนุ่มหน้าใหม่อย่างเพวิส ที่ตอนนี้คำแซะที่ว่า ‘นักร้องดังเพลงเดียว’ จากแอนตี้นั้น ใช้กับเขาไม่ได้แล้วนะบอกไว้ก่อน(ยิ้มหวานให้แอนตี้แฟน)
ทุกแพลตฟอร์มฟังเพลงชื่อดังที่มีเพลงนี้อยู่ล้วนแล้วแต่มียอดเข้าชมเกินสามร้อยล้านเข้าไปแล้ว ซึ่งยอดรวมทุกแฟลตฟอร์มใน 24ชั่วโมงก็คือสามพันล้านกว่าวิว แต่ถึงอย่างนั้นถ้าแยกแต่ละแพลตฟอร์มก็ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์กลางๆเพลงเดินออกมาได้รับความนิยมในหลายดวงดาวโดยเฉพาะดาวคีย์ออมที่เพวิสได้ไปออกรายการเพลงถือได้ว่าเขาตีตลาดและมีแฟนคลับอยู่ที่ดาวนี้พอสมควรรองลงมาที่ขาดไม่ได้ก็คือดาวบ้านเกิดอย่างดาวทอลูที่ก็ยังสนับสนุนคนร่วมดาวอยู่แต่ก็ไม่เพียงแค่สองดาว ในอีกดาวหลายๆดวงชื่อเพวิสก็เริ่มเป็นที่รู้จักอยู่เช่นกันเพราะจริงๆแล้วแฟนคลับเขามีอยู่มากมายหลายดวงดาวไม่อาจจะนับรวมได้เผลอๆอาจจะมีอยู่ทุกดวงดาวเลยก็ได้ เพียงแต่จำนวนอาจจะยังไม่เยอะคงต้องรอเวลาอีกสักพัก ความโด่งดังของเขาถึงจะขึ้นเป็นนักร้องระดับดวงดาวซึ่งนักร้องระดับดวงดาวอย่างน้อยต้องมีฐานแฟนคลับอยู่ที่หลักพันล้านคนแต่จะดีกว่าไหม ถ้าไปถึงนักร้องระดับกาแล็กซี ที่ต้องมีฐานแฟนคลับกว่าห้าหมื่นล้านคน แต่เรื่องแบบนั้นจริงๆแล้วมันก็นับกันด้วยตัวเลขของจำนวนผู้คนไม่ได้ความโด่งดังไม่ใช่มีแค่จำนวนแฟนคลับ ยังต้องนับความสามารถ ผลงานของเจ้าตัวและอื่นๆร่วมด้วย ซึ่งศิลปินดาราที่ถือได้ว่าเป็นระดับกาแล็กซีก็มีอยู่หลายร้อยคน แต่กว่าจะไปถึงจุดนั้นพวกเขาก็ต้องใช้ทั้งความพยายาม ปัจจัยต่างๆ และเวลาอยู่หลายปีทีเดียวอายุในวงการของเพวิสถือว่าน้อยมากๆ ยังไม่ถึงปีด้วยซ้ำ แต่ได้ขนาดนี้ก็นับว่าดีแล้ว
“ยินดีด้วยนะครับ เพลงใหม่ของพี่คนฟังเยอะมากเลยพนักงานของบริษัทบอกว่าไปเดินห้างก็ได้ยินเพลงนี้เปิดอยู่ด้วย”
“ขอบใจเรามากอีกอย่างก็เป็นเพราะเรานั่นแหละที่ให้เพลงมา แล้วทางนั้นเป็นยังไงบ้างพี่ไม่อยู่ทำงานกันไหวไหม”เพวิสตอบกลับมาหลังจากที่น้องชายพูดเรื่องเพลงของเขา และชื่นชมออกมาตอนนี้เขายังไม่ได้กลับบ้าน เลยอาศัยแค่โทรหาเอาถึงแม้ดวงดาวที่ใกล้ที่สุดเดินทางไม่กี่ชั่วโมงแต่ร่างกายก็ต้องมีความเหนื่อยล้าอยู่ดี ถ้าหากยังมีงานต่อเขาเลยยังไม่อาจกลับบ้านได้
“ไหวสิครับ จริงๆก็ไม่มีอะไรหรอกที่บริษัทก็มีพี่ๆพนักงานทำไปแล้ว ส่วนผม พ่อ แล้วก็แม่ไม่ได้เข้าไปวุ่นวายเท่าไหร่หรอก พี่ต่างหากล่ะ คงเหนื่อยมากเลยสิท่า”เพเนียสส่ายหัวให้กับคำถามพี่ชาย ก่อนจะถามกลับไปอย่างเป็นห่วง ยิ่งมีเพลงออกใหม่พี่ชายเขายิ่งมีงานเพิ่มขึ้น ได้ยินว่าในหนึ่งสัปดาห์มีงานอย่างน้อย 2 งาน ซึ่งก็ไม่ได้อยู่ในดาวเดียวกันด้วยนะ ต้องเดินทางอีกหลายชั่วโมงต้องพักผ่อนอีก ไม่งั้นร่างกายคงพังแน่ๆ
“พี่ไม่เป็นไรหรอก ยังไหวอยู่ไม่ได้รับงานเยอะเท่าไหร่หรอก พี่มิคุเองก็ช่วยเลือกช่วยคัดงานให้อยู่”เพวิสบอกให้น้องชายได้สบายใจขึ้นอีกหน่อย การรับงานก็ต้องศึกษาเส้นทางด้วยว่าดาวนั้นอยู่ห่างจากดาวที่รับงานก่อนหน้ามากไหมถ้าไกลเกินเขาก็จะไม่รับ ร่างกายพวกเขาไม่ได้เก่งเหมือนพวกนักสำรวจนะที่จะนั่งยานไปที่นู่นทีที่นี้ทีได้บ่อยๆโดยที่ร่างกายยังคงแข็งแรงอยู่ เพราะแม้แต่ทัวร์พาเที่ยวดวงดาวหลายดวงดาวต่อๆกันก็ยังเลือกดาวที่อยู่ใกล้ๆกันไปก่อนไม่ใช่กระโดดข้ามไปโซนนั้นที แล้วกลับมาโซนนี้ที
“ได้ยินแบบนั้นก็ดีครับทำงานเยอะไปก็ไม่ดีนะครับ เราควรรักร่างกายเรามากกว่าว่าแต่อาหารที่ส่งไปคราวก่อนหมดหรือยัง ให้ส่งไปให้อีกไหม”
“หมดแล้ว แต่ว่านี่ก็จะเดินทางต่อแล้วเดี๋ยวพี่ให้พี่มิคุส่งที่อยู่ต่อไปให้ก็แล้วกันจะได้ไม่ส่งมาตามหลังที่พวกพี่ออกจากดาวนี้ไปแล้ว”เพวิสตอบ กินหมดก็คือหมด ไม่มีโกหกเพื่อไม่อยากให้แม่และน้องชายลำบากทำส่งมาให้แต่อย่างใดเพราะวันๆหนึ่งเพวิสก็ต้องเข้าครัวอย่างน้อยก็สักหนอยู่แล้วไหนจะเขาที่ชอบสุ่มแจกอีก เพิ่มส่วนพี่ชายและผู้ช่วยอีกนิดหน่อยไม่หนักหนาแต่อย่างใด
“ได้ครับ หรือว่ามีเมนูไหนอยากกินเป็นพิเศษก็บอกมาด้วยก็ได้นะบางทีคนทำก็ขี้เกียจคิดนะ” เขาเริ่มเข้าใจแล้ว ที่คนจากดาวโลกอยากจะตะโกนดังๆว่าเลิกบอกว่ากินอะไรก็ได้เสียที มันยากเว้ยยยย พอคิดให้แล้วก็ไม่พอใจ จะเอาไงครับคุณ
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ได้ๆเดี๋ยวพี่จะลิสต์ให้สัก สักยี่สิบอย่าง ไหวไหม?” ดูสีหน้าท่าทางที่เพวิสกวนกลับนั่นสิหมั่นไส้ เขาจะแคปภาพไว้แกล้งซะให้เข็ด
“ก็ได๊ แต่ต้องรอนานหน่อยนะ” เพเนียสแสร้งตอบเสียงสูง
“เสียงสูงไปนะเรา แค่พูดก็ผิดคีย์แล้วระวังน้า เดี๋ยวเผลอไปร้องเพลงให้เหล่าแฟนคลับน้องเออร์มินได้ยินเข้าอีก”
“ไม่ต้องพูดต่อเลยนะนี่คือความอัปยศของผมเลย แงงงงง” ได้ยินพี่ชายเอ่ยเรื่องนี้ขึ้นมาเพเนียสที่กำลังเอนหลังเหยียดตัวยาวไปกับโซฟาเป็นต้องดิ้นเตะขาไปมาบนอากาศทันที
“ฮ่าๆๆ อะไรกัน แค่นี้ก็รับความจริงไม่ได้เรื่องแค่นี้เอ๊งงงงง” ยังคงล้อน้องชายต่อพอหอมปากหอมคอและอยู่พูดคุยกันต่ออีกพักใหญ่พร้อมกับพ่อแล้วก็แม่ด้วย จากนั้นเพวิสค่อยได้วางสายไป
“มาที่ข่าวต่อไปในแวดวงการสำรวจดวงดาวกันค่ะที่ดาวพิกัดxxxxx กลุ่มสำรวจริวโรวได้ค้นพบแหล่งทรัพยากรแห่งใหม่จากการสำรวจอย่างละเอียดส่วนใหญ่พบว่าเป็นแร่โซวาลาเลียมซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักในการสร้างยานบินและพื้นที่ลอยฟ้า และยังมีแร่ชนิดสำคัญอื่นๆอีกอย่างน้อย 5 ชนิดในดาวดวงนี้อีกโดยจุดที่พบนั้นอยู่ที่ชายหาดและในทะเลชายฝั่งแห่งหนึ่งค่ะ ตอนนี้ข้อมูลการสำรวจทางกลุ่มริวโรวได้ส่งมอบแก่กระทรวงพัฒนาดวงดาวเพื่อดำเนินการต่อแล้วซึ่งคาดว่าปริมาณแร่ธาตุนี้จะมีกว่า.....” ในข่าวช่วงค่ำได้ออกข่าวที่กำลังเป็นที่พูดถึงในวงการนักสำรวจ และประชาชนเป็นจำนวนมากนอกจากเสียงของนักข่าวที่กำลังรายงานอยู่ ก็มีทั้งภาพนิ่งและเคลื่อนไหวนำเสนอไปด้วยพร้อมๆกันด้วยกลุ่มนักสำรวจอิสระที่ชื่อริวโรวได้ค้นพบแหล่งทรัพยากรสำคัญแห่งใหม่ขึ้นที่ดาวระดับ Uดวงหนึ่ง พวกเขาใช้เวลาอยู่ที่ดาวดวงนี้หลายเดือนอยู่พอสมควรกว่าที่จะค้นพบสิ่งนี้ เพราะนอกจากเครื่องมือหรืออุปกรณ์ต่างๆที่เอาไว้ใช้ตรวจวัดค่าแล้วพวกเขายังต้องใช้ความเชื่อลางสังหรณ์อีกด้วย ไม่เช่นนั้นแล้วดาวดวงหนึ่งที่กว้างขนาดนั้น ต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ถึงจะสำรวจครบไหนจะกลุ่มพวกเขาเป็นกลุ่มขนาดเล็กอีก ที่ใช้เวลาไม่กี่เดือนนี่คือโชคดีมากแล้วและดูเหมือนว่า ส่วนแบ่งจากการค้นพบครั้งนี้ จะได้ไม่น้อยเลยทีเดียวเพราะมีความหวังแบบนี้ไง ทำให้มีผู้คนอีกจำนวนมากอยากมีอาชีพเป็นนักสำรวจแบบนี้บ้าง
“นั่นๆนั่นกลุ่มริวโรวที่ว่าเคยช่วยลูกไว้ไม่ใช่เหรอนั่นน่ะ”เพเรน่าที่กำลังนั่งดูข่าวอยู่พร้อมครอบครัวถามลูกชายออกมาเมื่อยังจำได้ ไหนจะที่เพเนียสยังเคยส่งอาหารไปให้บ่อยๆอีกเพราะกลุ่มริวโรวเคยช่วยเพเนียสไว้จากที่เขาหลงทาง(ที่เพเนียสอ้างไป)และมีช่วงหลังๆนี้แหละที่อยู่ๆก็หายไป สงสัยมัวแต่ยุ่งอยู่กับการสำรวจที่กำลังเป็นข่าว
“ใช่ครับ พวกพี่เขาเก่งมากๆเลยครับ”เพเนียสพยักหน้าตอบคนเป็นแม่ ข่าวนี้มีออกตั้งแต่เช้าของวันนี้แล้วเขาก็ได้เห็นมาบ้าง ไหนจะก่อนหน้านี้ที่เทียนอี้ถ่ายภาพมาอวดเขาอีกด้วยว่าพบขุมทรัพย์ครั้งใหญ่
“อาชีพนี้ดูจะได้เงินเยอะอยู่นะลูกแต่ก็มีความเสี่ยงอยู่มากเหมือนกันนะนั่นไหนจะต้องไปอยู่ที่ดาวที่ไม่มีผู้คนแบบนั้นนานๆด้วย ถ้าไม่เจออะไรก็คือล้มเหลวอีก”สิวัชวิจารณ์อาชีพตรงหน้าออกมา ทุกอย่างมีทั้งข้อดีและเสียอยู่แล้วอยู่ที่ว่าคนๆนั้นจะอยู่ในฝั่งไหนมากกว่ากัน
“เห็นว่าต้องรั้งอยู่ที่ดาวนั้นสองเดือนเลยนะครับไม่ได้ก้าวเท้าออกไปไหนเลย” เพเนียสว่าตามที่ได้รับข้อมูลมาเทียนอี้กับสเตเฟียถือได้ว่าเป็นพี่ชายพี่สาวที่ติดต่อพูดคุยกับเขาอยู่เรื่อยๆอัปเดตข้อมูลแลกเปลี่ยนข่าวสารกันเรื่อยมา(แต่ก็แค่เดือนละสองสามครั้ง)และหลังๆที่เพเนียสไม่ได้ส่งอาหารไปให้เหมือนแรกๆก็เพราะมาพวกเขาอยู่ที่ดาวนั้นถาวรไม่ได้ออกไปยังดาวดวงอื่น ทำให้เขาส่งอาหารไปให้ไม่ได้ ก็แน่นอนสิปลายทางที่บริษัทรับส่งกำหนดก็คือดาวที่มีผู้คนอาศัยอยู่นี่นา
“แบบนี้คงลำบากแย่เลย” เพเรน่าว่า
“ใช่ครับถ้าไม่มีตัวรับส่งสัญญาณจากยานบินแล้วพวกเขาก็ไม่สามารถติดต่อสื่อสารกับคนข้างนอกได้เลยนะครับ ไหนจะอาหารการกินอีกได้กินแต่อาหารสังเคราะห์ทุกมื้อเลยด้วย” เพเนียสเล่าประสบการณ์ที่เขาได้ฟังเทียนอี้บ่นมาอีกที
“ลำบากขนาดนั้นเลยแล้วถ้าสำรวจไม่เจออะไรเลยล่ะลูก” เพเรน่าว่า พร้อมมือที่ทาบหน้าอกอย่างตกใจนี่ดีนะที่ลูกชายของเธอไม่มีใครอยากเป็นนักสำรวจ ไม่เช่นนั้น เธอคงได้กังวลตลอดแน่อยู่ดาวระดับ D อย่างน้อยก็ยังมีอาหารให้กินมีที่ให้หลับนอนที่ปลอดภัย พอเจ็บป่วยก็ยังมีโรงพยาบาลที่เดินทางแป๊บเดียวก็ถึงแล้วดาวระดับ U ที่ไม่มีอะไรเลยล่ะ จะอยู่จะกินยังไงถ้าป่วยหนักขึ้นมาล่ะจะไปหาหมอทันไหม ถึงจะได้เงินเยอะก็ช่างเถอะแลกมาด้วยความเสี่ยงขนาดนั้นน่ะ
“ผมก็ไม่รู้สิครับเปลี่ยนเป้าหมายใหม่มั้ง” เพเนียสส่ายหน้าตอบแต่ได้ยินว่าก่อนที่จะเลือกดาวดวงไหนสักดวงก่อนจะเริ่มเข้าไปสำรวจ พวกเขาก็ต้องหาข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับดาวดวงนั้นเท่าที่จะหาได้มาศึกษาดูก่อนซึ่งกว่าจะตัดสินใจเข้าสำรวจจริงๆนั้น พวกเขาต้องมั่นใจอยู่ระดับหนึ่งเลยทีเดียวและดูเหมือนจะเคยได้ยินสเตเฟียพูดว่าหัวหน้าเซนนั้น ถ้ามั่นใจดาวดวงไหนแล้วพวกเขาจะต้องเจออะไรดีๆเข้าสักอย่างแน่นอน จะใช้คำว่าหัวหน้าเซนมีเซ้นส์ได้ไหมนะ
“เขาก็น่าจะมีวิธีของเขานั่นแหละน่าแม่พวกเราไม่เข้าใจหรอก” สิวัชตอบแทน
“ก็ใช่ แม่ก็แค่สงสัยเท่านั้นแหละ แม่ฝากยินดีกับพวกเขาด้วยนะลูกที่พวกเขาได้เจอทรัพยากรครั้งใหญ่แบบนี้ถ้าพวกเขากลับมากันแล้วลูกก็อย่าลืมทำอาหารส่งไปให้พวกเขาล่ะ” เพเรน่าบอกลูกชายถึงร่างกายจะไม่ได้ขาดสารอาหารอะไร แต่คนที่เคยกินอาหารปรุงประกอบมาเรื่อยๆอยู่ๆก็ไม่ได้กินเลยต่อเนื่องเป็นเดือนๆ จะใช้คำว่าจิตใจห่อเหี่ยวร่างกายขาดสารอร่อยได้ไหมนะ
“ได้ครับแม่ผมจะบอกพวกพี่ๆเขาให้แล้วก็จะถามด้วยว่ากลับที่พักหรือยัง จะได้ทำอาหารส่งไปให้” เพเนียสพยักหน้าว่าตามที่แม่พูดทันทีเพราะเขาก็คิดว่าจะทำแบบนั้นอยู่แล้ว ผู้มีพระคุณก็คือผู้มีพระคุณและยังคงอยู่ในฐานะเดิมตลอดไป
“อา ข่าวจบแล้ว ละครของแม่มาพอดีเลย”หลังจากพูดคุยกับลูกชายจบ เพเรน่าก็หันไปสนใจทีวีจอแบนขนาดใหญ่ข้างฝาผนังบ้านต่อทันทีละครดำเนินมาถึงจุดสำคัญแล้วด้วย ต้องดูสดด้วยถึงจะคุยกับคนอื่นรู้เรื่อง
“แม่ ละครของแม่อะไรล่ะแม่ไปแสดงกับเขาตอนไหนกัน” อดไม่ได้ที่จะแกล้งหยอกแม่ตัวเองออกมานิดๆหน่อยๆ
“เอ๊ะ เรานี่ แม่ไม่เป็นหรอกนักแสดงน่ะจะเก็บเงินไปเป็นนักลงทุนดีกว่า” เพเรนว่าตอบกลับอย่างเหนือความคาดหมายเรียกสีหน้าตกใจจากคุณลูกได้ดีทีเดียว
“ต่อไปคุณเพเรน่าก็จะมีชื่อเสียงเป็นนักลงทุนเหรอครับเนี่ยละครหรือหนังเรื่องนั้นต้องดังมากแน่ๆครับ”
“ฮ่าๆๆ ลูกล่ะก็ แม่ก็พูดไปเรื่อยเอง”
“ครับๆ ผมฝากพี่ด้วยนะครับผมคงไม่ได้ไปด้วยนะ แต่เดี๋ยวจะโอนเงินฝากไปด้วยกับพ่อนะครับ” หลังจากที่วางสายไปสีหน้าสิวัชยังคงหลงเหลือความกังวลอยู่ จนภรรยาที่ยืนอยู่ไม่ไกลกันต้องเข้ามาสอบถามตอนนี้ทั้งคู่กำลังเข้ามาสำรวจพืชผลในสวน พอดีกับสิวัชมีสายเข้ามา
“มีอะไรหรือเปล่าพ่อ หน้าเครียดเชียว”เพเรน่าลูบหลังลูบไหล่สามีเพื่อหวังจะปลอบใจคลายความกังวลนั้นลงได้บ้าง
“พี่กรมโทรมาน่ะบอกว่าคุณปู่กับคุณย่าต้องการจะเปลี่ยนอวัยวะใหม่เลยติดทางพ่อกับแม่มาให้ออกเงินช่วยแล้วไหนจะราคาที่ทางฝ่ายนั้นบอกมาก็ไม่ใช่น้อยๆด้วย” สิวัชตอบ ญาติฝั่งพ่อของเขานั้นอยู่ที่ดาวระดับบีดวงหนึ่งที่ห่างจากดาวนี้อยู่พอสมควรพวกเขาก็เป็นชนนั้นธรรมดานั่นแหละ แต่ว่าชอบใช้จ่ายฟุ่มเฟือยอยากอยู่อาศัยในดาวระดับสูงๆ แต่ก็ต้องเช่าอยู่หาเงินมาได้ก็เกือบจะใช้หมดไปเพราะสิ่งที่ต้องการเกินความจำเป็นของตนและเงินเหลือเก็บเพียงน้อยนิดพ่อของสิวัชเคยชวนพ่อแม่แล้วก็พี่น้องมาหางานที่ดาวนี้แต่ก็ไม่มีใครมาเพราะมองว่าบ้านนอกไร้การพัฒนา แล้วงานที่ว่าก็คงไม่พ้นชาวไร่ชาวสวนเปื้อนฝุ่นเปื้อนดิน แล้วเป็นยังไงล่ะสุดท้ายคนที่ดาวบ้านนอกก็ยังมีที่ทางเป็นของตัวเอง ไม่เหมือนอยู่ดาวเจริญรุ่งเรืองแต่ชีวิตตัวเองกลับไม่ได้เจริญตามไปด้วย
“แต่ว่าพึ่งจะเปลี่ยนไปไม่กี่ปีนี้ไม่ใช่เหรอพ่อ”เพเรน่าถามอย่างงงๆ จำได้ว่าสามปีกว่าได้มั้ง ตอนนั้นก็ว่าเปลี่ยนอวัยวะใหม่ทั้งปู่และย่าของสามีที่เธอเองก็เคยเจอตัวจริงแค่ครั้งเดียว
“ใช่ แต่เขาบอกว่ามันไม่เข้ากับร่างกายเท่าไหร่เลยอยากจะเปลี่ยนใหม่ เห็นว่าอยากได้รุ่นที่ดีกว่านี้น่ะหรือไม่ก็สร้างขึ้นมาใหม่โดยเฉพาะเลยน่ะ” สิวัชว่ารุ่นใหม่ที่ดีนั้นก็คือแพงมากขึ้นแน่นอนแล้วถ้าเป็นแบบสร้างขึ้นมาเพื่อเราเองโดยเฉพาะแล้วล่ะก็แพงกว่านั้นสักสามหรือสี่เท่าได้เลยนะ
“พวกท่านไม่สบายหรือเปล่าพ่อเลยต้องรีบเปลี่ยน”เพเรน่ามองในแม่ดี
“ก็ไม่แน่ใจแต่ฟังจากน้ำเสียงพี่กรมแล้วคงไม่ใช่แบบนั้นเท่าไหร่พี่สะใภ้โวยวายใหญ่เลยที่ต้องเสียเงินก้อนใหญ่ช่วยทางนั้นน่ะนี่พ่อก็ว่าจะโอนอีกส่วนไปร่วมด้วย แม่ไม่ว่าอะไรนะ” สิวัชถาม
“ไม่หรอก แล้วแต่พ่อเถอะ”
“ขอบใจแม่นะที่เข้าใจ” สิวัชว่ายิ้มๆเขาโอนเงินสมทบไปให้พ่อของเขา ส่วนเรื่องหลังจากนั้นคงต้องฝากทางนั้นจัดการต่อแล้วเพราะได้ยินว่าพ่อกับแม่เขาจะเดินทางไปเยี่ยมด้วยตัวเองไม่รู้ไปเพราะอยากไปเจอจริงๆ หรือไปประเมินก่อนให้เงินกันแน่ เพราะพี่ชายน้องชายพ่อเขาหรือว่าลุงกับอาของเขานั้นก็ใช่ว่าจะเป็นคนซื่อตรงเสียเท่าไหร่เพราะก่อนหน้านี้ก็ได้ข่าวว่าเสียเงินกับการพนันก้อนโตเลยทีเดียวกลัวว่าถ้าโอนแต่เงินไปจะไปตกอยู่ที่อย่างอื่นแทน