คีตะเอารถสป๊อตมา ฟ้าใสเลยเข้าไปนั่งข้างใน แนนนี่นั่งคู่กับชายหนุ่ม
”เดี๋ยวผมไปส่งแนนนี่ก่อนน่ะ” เขาขับรถไปได้สักพักก็หันมาพูดกับสาวข้างๆ
“อ้าว ไม่ไปคอนโด คีหรอค่ะ”
“ผมพึ่งนึกได้ว่าพรุ่งนี้มีงานด่วน”คีตะยังคงพูดน้ำเสียงเรียบๆ
ฟ้าใสขมวดคิ้ว แต่ก็คงยังนิ่งฟังคนทั้งคู่คุยกัน
“เดี๋ยวพรุ้งนี้ผมเสร็จงานแล้วค่อยเจอกัน”เขาพูดเสียงอ่อนลง
“ก็ได้ค่ะ แนนนี่ยอมแค่ครั้งเดียวน่ะคะคี” แนนนี่ออดอ้อนคีตะ โน้มตัวก้มหอมแก้มชายหนุ่ม ฟ้าใสหน้าชาขึ้นมากับการแสดงออกที่โจ่งแจ้งนี้
แนนนี่ลงจากรถไปแล้วเมื่อถึงที่พัก
“ลงมานั่งหน้าสิ ผมมองกระจกหลังไม่เห็น” คีตะมองกระจกหลังมองมาที่ฟ้าใส
ฟ้าใสลุกจากที่นั่ง เดินลงไปนั่งหน้าคู่กับเขา
คีตะมองมาที่เธอแว่บนึง ก่อนขับรถออกไป
“ นิไม่ใช่ทางกลับบ้านฟ้านิค่ะ” ฟ้าใสมองทางและหันไปพูดกับคนขับรถ
“ละใครบอกว่าจะพากลับไปบ้าน” คีตะพูดโดยขณะที่ยังมองทาง
“หมายความว่ายัง? ฟ้าใสเริ่มอยู่ไม่สุข สายตามองสองข้างทางที่มึดมีแต่ป่า คีตะก็ยังคงเงียบไม่พูดไม่จา
“จะพาฟ้าไปไหน? นี่!!!!!”
“เงียบบบบบ” เขาหันมาตะคอกฟ้าใสดังลั่นรถ และจ้อมมาที่เธอยังกับเธอทำอะไรผิดหรือไปฆ่าคนตายมายังไงยังงั้น
คีตะพาฟ้าใสมาที่บ้านพักเชิงเขา รถจอดนิ่งอยู่หน้าบ้านที่คุ้นเคย ฟ้าใสยังคงค้างกับภาพบ้านที่อยู่เบื้องหน้า ทำไมเธอจะจำบ้านหลังนี้ไม่ได้
ฟ้าใสค่อยๆหันไปมองคนข้างๆที่นิ่งมองบ้านตรงหน้าเหมือนกับเธอ ฟ้าใสเม้มปาก ก่อนที่จะเอ่ยถาม
“พาฟ้ามาที่นี่ทำไม?
คีตะยังไม่ยอมพูดอะไร เขาเปิดประตูลงไปแล้วอ้อมมาเปิดประตูให้ฟ้าใสลง
“ ลงมา”
ฟ้าใสยังคงนิ่งไม่มีทีท่าจะขยับ
“บอกให้ลงมาไง” คีตะตะคอกจนเธอสะดุ้ง
“คุณมีสิทธิ์อะไร พาฉันมา”ฟ้าใสเอ่ยถามขึ้น โดยไม่ได้ไม่มองหน้าเขา
“เดี๋ยวก็รู้” คีตะพูดเท่านั้นเขาก็ฉุดแขนฟ้าใสให้ลุกขึ้นและลากเธอเข้าไปในบ้าน
“ปล่อยยยยย ปล่อยยยย”ฟ้าใสขืนตัวสุดฤทธิ์
คีตะใช้มืออีกข้างโอบตัวเธอให้เดินตามเขาเข้าไป คีตะผลักฟ้าใสให้เข้ามาในตัวบ้าน
“โอ้ยยย” ฟ้าใสถูกเหวี่ยงไปที่โซฟา
คีตะมีท่าทีแปลกไปจากที่เธอเห็น เขาหน้าตาเหมือนโกรธเธอมาเป็นชาติ
“พี่ทำแบบนี้ทำไม พาฟ้ากลับเดี๋ยวนี้น่ะ”
กรี๊งงงง กรี๊งงงง (เล) ก่อนที่คีตะจะพูดอะไร เสียงโทรศัพท์ฟ้าใสก็ดังขึ้น ฟ้าใสรีบหยิบมาดู เมื่อเห็นเป็น เล เธอทำท่าจะกดรับ แต่ช้ากว่าคีตะ เขาแย้งโทรศัพท์จากเธอไปแล้วเหวี่ยงลงพื้นจนแตกกระจาย ฟ้าใสมองการกระทำของเขาตาวค้าง
“คิดจะให้ชู้ มาช่วยหรอ” คีตะพูดขึ้นและมองฟ้าใสด้วยสายตาหน้ากลัว ฟ้าใสอึ้งกับคำพูดของเขา
“ นิ นี่พี่จำได้แล้วหรอ? ฟ้าใสถามออกไปด้วยเสียงเบาๆ
“ทำไม เสียใจหรอ ห่ะ!!!!! คีตะตะคอกอีก
“เสียใจใช่ไหม ที่พี่จำได้ อ้อ!!! หึ ใช่สิเพราะอย่างนี้ใช่ไหม เพราะมีอะไรกับมันที่โน้นใช่ไหมถึงไม่ยอมกลับมานะ ห่ะ ลืมรสชาติผัวคนนี้แล้วสิน่ะ ใช่ไหม!!!!” คีคะพ้นคำพูดออกมาอย่างกับคนเสียสติ เขายืนมองเธอสายตาที่ยากเกินความคาดเดา
ฟ้าใสมองใบหน้าของเขานิ่ง หยดน้ำตาไหลออกมา เขาจำได้แล้ว เขาจำเธอได้แล้ว
“จะมากเกินไปแล้วน่ะ พี่พูดแบบนี้ได้ยังไง”
“พี่นั่งลงก่อน ค่อยๆคุยกันก็ได้”
ฟ้าใสเมื่อตั้งสติได้ เธออยากให้เขาอารมณ์เย็นลง มองจากอาการเขาแล้วเธอกลัวเขาคิดอะไรบ้าๆอีก
“ค่อยๆคุยหรอ หึ เธอจะค่อยๆคุยยังไง ห่ะ!! บอกมาซิ” เขายังคงเดือดพล่านไม่ยอมฟังที่เธอพูด จะให้เขาไม่เดือดได้ยัง ไอ่รุ่นน้องตัวดีของเขากับมากับเมียเขา แถมบอกว่าคบกันมาเป็นปีแล้ว เป็นใครจะทนได้ เขาเจ็บปวดแค่ไหนมีใครรู้บ้างไหม เขาต้องทนไม่รู้จักเธอ ต้องทนไม่มองเธอ เย็นชากับเธอ เพราะเขาอยากเริ่มต้นศึกษาเธอใหม่ เขาอยากไถ่บาปให้เธอ เขาไม่มีหน้าที่จะเข้าไปในชีวิตเธอ แต่พอเจอแบบนี้เขาถึงกับสติหลุด เขาทนไม่ได้อีกแล้ว
ฟ้าใสเห็นเขาไม่ฟังเธอ เธอจึงลุกขึ้น
“จะไปไหน”คีตะเดินมาดึงแขนฟ้าใสกระชากเข้าหาตัว
“นิดึกแล้ว ฟ้าง่วง”ฟ้าใสพยายามปรับโทนเสียงให้ไม่สั่น คีตะเหมือนคนบ้าเข้าไปทุกที
“ไม่ต้องนอน ถ้าคุยกันไม่รู้เรื่อง ไม่ต้องนอน”คีตะตะคอกไม่หยุด
“งั้นพี่จะพูดอะไรว่ามา พี่ยังฟังฟ้าอยู่อีกหรอ ฟ้าเห็นแต่พี่ฟังแต่ตัวเอง คิดเอง เออเอง”ฟ้าใสชักหมดความอดทนแล้วเหมือนกัน เธอตะคอกใส่หน้าของเขา