ผู้กล้าหญิงสุดแกร่งกับการเริ่มต้นใหม่ในโลกใบใหม่

    บทที่ 24 บทเรียนเวทมนตร์ (3)

               ดาเนียล่าใช้เวลาอยู่สักพักก่อนจะพาอเล็กซานดร้าและเอเลน่าเดินถึงยังที่แห่งหนึ่ง มันคือทะเลสาบและเส้นทางที่พาดผ่านทะเลสาบไปมันมีความยาวสุดลูกหูลูกตามาพร้อมกับความกว้างขนาดหนึ่งคนเดินผ่านไปได้โดยที่ไม่สามารถเดินไปพร้อมกันสองคนได้และยังมีตัวประหลาดที่เป็นสัตว์ประหลาดอยู่ใต้ทะเลสาบที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าว่าขนาดตัวของมันใหญ่ขนาดไหน แน่นอนว่าขนาดตัวของมันไม่ใช่อะไรที่คนปกติทั่วไปจะจินตนาการถึงเอาเป็นว่ามันใหญ่จนสามารถเขมือบอะไรเข้าไปก็ได้ก็พอ
                บนอากาศเองก็น่าหวั่นเกรงไม่แพ้กันเพราะมีสัตว์ประหลาดตัวหนึ่งที่ลักษณะคล้ายภูติผีมันมีแค่หัวที่เป็นกระโหลกสวมผ้าคุมสีดำไว้ส่วนร่างกายของมันนั้นไม่มี มันใช้อาวุธเคียวลอยวนไปมาบนอากาศแทบจะทุกสองเมตรต้องมีมันสักตัว ดวงตาสีแดงเข้มของมันเต็มไปด้วยความเคียดแค้นอย่างสุดแสนไม่ต้องบอกก็รู้ว่าถ้าหากเข้าไปใกล้มัน มันต้องพุ่งเข้ามาสะบั้นหัวเอาแน่
                  “เจ้าจะบอกว่าพวกข้าต้องเดินไปตามเส้นทางนี้น่ะหรือ ถึงจะไปพบกับคนที่ต้องการพบดาบทั้งสองเล่มนี้”
                  อเล็กซานดร้ากล่าว ขนาดนางเองยังมองว่าเป็นไปไม่ได้ที่ระดับพลังของนางในตอนนี้จะรับมือพวกมันไหว
                 “ใช่ เดินไปตามเส้นทางนี้ก็พอ ไม่ต้องห่วงไปหรอกขบวนอสูรของข้าจะปกป้องพวกเจ้าเอง”
                  ดาเนียล่ากล่าวพร้อมกับยิ้มแย้มราวกับเรื่องตรงหน้าเป็นแค่เรื่องเล็กๆ
                 “ข้าว่ามันไม่น่าไปได้นะ”
                  เอเลน่ากล่าว
                  “พวกเจ้าแค่หลบอยู่ด้านหลังของพวกเราก็พอไม่ต้องออกไปสู้กับพวกมัน วางใจเถอะพวกเราไม่มีวันทำร้ายพวกเจ้าหรอก”
                  อเล็กซานดร้าและเอเลน่ามองออกไปยังทิวทัศน์ตรงหน้าอีกรอบ 'พวกเราจะรอดกลับไปไหมนะ'
                  หลังจากนั้นดาเนียล่าก็นำขลุ่ยสีดำออกมาบรรเลงเป็นบทเพลงบทหนึ่ง ทันใดนั้นเองรอยแยกมากมายก็ปรากฏขึ้นหลายหมื่นรอยแยก ใช้เวลาสักพักหนึ่งก่อนที่รอยแยกจะมั่นคงจากนั้นก็มีผู้คนกว่าหมื่นเดินออกมาจากรอยแยก แน่นอนว่าพวกเขาคืออสูรของขบวนหมื่นอสูรมายาแห่งการล่มสลายที่ดาเนียล่าเป็นผู้นำอยู่ในปัจจุบัน
                   “พวกเรามาพร้อมแล้วครับ น้อมรับบัญชาท่านผู้นำ”
                   “ช่างเรื่องพืธีรีตองไปก่อน ตอนนี้พวกเจ้าต้องคุ้มครองพวกนางไปจนถึงอีกด้านพร้อมกับข้า…..”
                   “หืม! ……”
                   เหล่าอสูรมองไปยังคนที่พวกเขาต้องคุ้มครองไปยังอีกด้านทำให้พวกเขาทั้งหมดประหลาดใจไม่แพ้กัน เพราะคนที่ต้องไปส่งคือเด็กสาวแถมยังเป็นปีศาจด้วย!
                   “ข้ารู้ว่าพวกเจ้าอยากจะกล่าวอะไรในใจออกมา แต่ น่าเสียดายที่ปีศาจตรงหน้าของพวกเจ้าคือว่าที่ราชินีอสูรของพวกเรา”
                   “!!!”
                   ว่าที่ราชินีอสูรของพวกเขาคืออะไร แน่นอนในที่นี้ไม่มีใครไม่รู้จักเพราะพวกเขาทั้งหมดคือผู้ใต้บังคับบัญชาของราชินีอสูรมาตั้งแต่อดีต ทว่าเมื่ออดีตด้วยเหตุการณ์บางอย่างจึงทำให้ราชินีอสูรตกตายไปอย่างปริศนาทำให้ขบวนหมื่นอสูรมายาแห่งการล่มสลายต้องเร่ร่อนและรอการมาของราชินีอสูรของพวกเขาอีกครั้ง
                    เพียงแต่สิ่งที่พวกเขาค่อนข้างที่จะเคืองอยู่ในใจก็เพราะเด็กสาวทั้งสองที่เห็นเป็นปีศาจ อสูรและปีศาจนั้นในอดีตจนถึงปัจจุบันก็ยังคงไม่ลงรอยกันเหมือนเก่าก่อนและดูเหมือนความรุนแรงจะยิ่งทวีคูณมากขึ้นทุกๆครั้งที่ทั้งสองเผ่าพันธ์ุมาพบกัน และที่มันไม่น่าให้อภัยกว่านั้นคือปีศาจเข้าข่ายว่าเป็นคนสังหารราชินีอสูรของพวกเขาตกตายไปเมื่อกาลก่อน
                   ชายหนุ่มคนหนึ่งที่ดูท่าทีเย็นชาและดูอันตรายก็ลุกขึ้นกล่าวต่อดาเนียล่า
                    “ท่านดาเนียล่า ทำไมท่านถึงคิดว่าปีศาจเป็นราชินีอสูรของพวกเรา เรื่องนี้ข้ายอมรับไม่ได้ การที่จะหาราชินีอสูรข้าไม่ได้ว่าอะไรแต่ทำไมต้องเป็นปีศาจที่เป็นราชินีอสูรด้วย”
                    เมื่อชายหนุ่มผู้นั้นกล่าวขึ้นเป็นอสูรทั้งหลายต่างพยักหน้าพร้อมกัน
                   “ช่วยไม่ได้นะ ก็นางคือราชินีอสูรพวกเจ้าก็รู้ การเป็นราชินีอสูรมันไม่ได้คัดเลือกจากใครว่ามีคุณสมบัติหรือไม่ ไม่ได้วัดว่าเก่งหรืออยู่ที่เผ่าพันธุ์ไหนแต่วัดที่ว่าคนคนนั้นเกิดมาเพื่อเป็นราชินีอสูรหรือไม่พวกเจ้าก็เข้าใจว่าในหนึ่งรอบวัฏจักรของราชินีอสูรจะเกิดขึ้นมาเพียงหนึ่ง ถ้าหากราชินีอสูรไม่ตกตายก็จะคงอยู่แบบนั้นไปเรื่อยๆ หากตกตายก็จะวนวัฏจักรใหม่อีกครั้ง น่าเสียดายแต่พวกเราเลือกไม่ได้หรอก”
                   ชายหนุ่มคนนั้นเมื่อฟังเหตุผลที่เป็นความจริงจากปากของดาเนียล่าเขาได้แต่กัดฟันแน่นยอมถอยออกไป แต่ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่เอเลน่าแววตาภายในแฝงไปด้วยความเคียดแค้นที่ส่งออกมา
                   แน่นอนว่าพวกเขาที่คุยกันทั้งหมดทางด้านของอเล็กซานดร้าและเอเลน่าไม่ได้เข้าใจเลยเพราะพวกเขาคุยภาษาของอสูรกันมันไม่ใช่ภาษาที่พวกนางจะเข้าใจแต่ตั้งแต่เริ่มจนถึงเมื่อครู่ที่เหล่าอสูรนั้นมองมายังเอเลน่าอย่างเป็นปฏิปักษ์ แค่นี้ก็ทำให้ทั้งอเล็กซานดร้าและเอเลน่าไม่สบอารมณ์เข้าไปแล้ว
                   “ท่าทีแบบนั้นมันหมายความว่าอย่างไร?”
                    อเล็กซานดร้ายืนบังร่างของเอเลน่าเอาไว้แล้วชี้ดาบเล่มสีทองไปที่ชายหนุ่มคนนั้น
                   เดิมอสูรสนใจแต่เอเลน่าที่เป็นว่าที่ราชินีอสูรของพวกเขาแต่ด้วยท่าทีที่แข็งกร้าวของอเล็กซานดร้าจึงทำให้ดึงความสนใจไปทั้งหมดและรวมไปถึงดาบเล่มสีทองในมือของอเล็กซานดร้าที่ทำให้พวกเขาเหล่าอสูรใจสั่นและรู้สึกเกรงกลัวอย่างรุนแรงต่อดาบเล่มที่ว่าแม้แต่ดาเนียล่าที่แข็งแกร่งที่สุดในที่นี้ก็ยังหวั่นเกรงต่อพลังของดาบเล่มสีทองที่ปลดปล่อยออกมา
                     “ใจเย็นก่อนแม่หนูพวกข้าไม่ได้มีเจตนาแบบนั้น”
                     “ไม่ได้มีเจตนาแบบนั้น? ดีมาก…..ข้าขอพูดสักหน่อยก็แล้วกัน เจ้าที่ดึงพวกข้ามาที่นี่พามายังที่ไหนก็ไม่รู้และยังมามอบของแปลกๆที่เป็นอันตรายกับเอเลน่าของข้าอีกรวมไปถึงพาพวกข้ามาที่นี่เพื่ออ้างว่าพามาหาใครบางคนที่อยากพบเจอดาบที่ข้าครอบครองอยู่อย่างนั้นหรือ แล้วอย่างไรล่ะพวกเจ้าที่พากันมาที่นี่เหล่าอสูรของเจ้าและตัวเจ้ามาก็คุยภาษาอสูรให้พวกข้าที่ไม่เข้าใจฟังรวมถึงแสดงท่าทีที่เป็นศัตรูขนาดนั้นแล้วเจ้าคิดว่าข้าควรไปกับเจ้าต่อหรือไม่”
                     อเล็กซานดร้ากล่าวออกมาพร้อมกับปล่อยจิตสังหารอย่างเต็มที่
                     จิตสังหารที่ปล่อยออกมาของอเล็กซานดร้ารุนแรงจนปกคลุมไปทั่วโดยรอบของที่นี่และด้วยจินตภาพเวทมนตร์ของอเล็กซานดร้าที่ส่งเสริมพลังแห่งผู้กล้าหญิงเก่าก่อนก็ยิ่งทำให้อนุภาพของมันมากขึ้นไปอีกสะกดข่มผู้คนที่คิดในแง่ร้ายให้ปวดแสบปวดหัวไปทั้งตัว
                      “พลังของผู้กล้า!”
                     เหล่าอสูรที่มาก็ไม่ได้อ่อนแอแต่เมื่อพบกับพลังของผู้กล้าหญิงแล้วพวกเขาไม่ต่างไปจากพบกับตันตนที่เป็นเจ้าชีวิตของพวกเขา เหล่าอสูรพวกเขาปวดแสบปวดร้อนขึ้นมายกเว้นก็แต่ดาเนียล่าที่ไม่ได้มีความคิดในแง่ร้ายมาตั้งแต่แรกแล้ว อย่าว่าแบบนั้นเลยแม้แต่อารมณ์โกรธเคืองยังไม่ปรากฏในจิตใจของนาง
                      “ใจเย็นก่อนเถอะ แม่หนู ที่พวกเขาโกรธเคืองพวกเจ้าก็เพราะเนื่องมาจากพวกเราเป็นปฏิปักษ์กับเหล่าปีศาจอย่างพวกเจ้ามาแต่เก่าก่อนและด้วยเมื่อครั้งอดีตพวกเราสูญเสียราชินีอสูรไปและผู้ที่เกี่ยวข้องที่สุดมีความเป็นไปได้คือปีศาจนั่นทำให้พวกเรายิ่งจดจำพวกปีศาจใว้ในส่วนลึกของจิตใจและระเบิดมันออกมาเมื่อพบกับปีศาจ แต่ที่ข้าไม่ได้ลงมือกับพวกเจ้าเลยก็เพราะเป็นที่ตัวข้าเองที่ไม่ได้คิดจะทำอะไรพวกเจ้าอยู่แต่แรกแต่ไม่ใช่กับพวกเขา โปรดเข้าใจข้าด้วยถึงข้าจะเป็นผู้นำแต่ก็ไม่ได้มีความเผด็จการเพราะพวกเราคือพี่น้องไม่ใช่เจ้านายและลูกน้อง”
                       ความจริงใจของดาเนียล่าส่งผ่านมายังอเล็กซานดร้าทำให้นางลดดาบลงก่อนที่จะสลายพลังของผู้กล้าออกไปจนหมดทำให้บรรยากาศอึดอัดหายไป
                       “ข้าจะเชื่อเจ้าดูอีกสักครั้งหากมีครั้งต่อไปข้าจะกลับทันทีถึงจะต้องผ่ามิติออกไปล่องลอยในกาลเวลาหลายพันหลายหมื่นปีข้าก็จะกลับ”
                       อเล็กซานดร้ายังคงเชื่อในตัวของดาเนียล่าแต่ไม่ใช่กับเหล่าอสูรที่ว่าพวกนั้น
                       “ขอบคุณที่เชื่อใจตัวข้า เอาล่ะ เริ่มเดินทางกันเถอะ”
                       จากนั้นดาเนียล่าก็หันไปคุยกับเหล่าอสูรอีกครั้งโดยเนื้อความโดยสรุปจะพูดเกี่ยวกับเรื่องของอเล็กซานดร้าและก็พูดคุยอีกสองสามประโยคประมาณว่าถ้ายังอยากอยู่ในขบวนหมื่นอสูรมายาแห่งการล่มสลายก็จงฟังข้าประมาณนั้นจึงทำให้เหล่าอสูรไม่แสดงความเป็นปฏิปักษ์ต่อเอเลน่าอีกและไปรอดูบทสรุปที่ว่าเอเลน่าจะใช่ราชินีอสูรของพวกเขาหรือไม่ถึงเวลานั้นค่อยคิดบัญชีก็ยังไม่สาย
                        ทันทีที่ก้าวแรกของอเล็กซานดร้าเหยียบย่างลงบนพื้นของเส้นทางที่ตรงยาวออกไปนั้นเส้นทางบนพื้นเปลี่ยนเป็นน้ำแข็งและส่งความหนาวเย็นออกมาไม่ขาดสาย
                       “พวกเจ้าอย่าได้แตกแถวล่ะ หากเกิดอะไรขึ้นเหล่าอสูรของข้าจะจัดการเอง”
                        ดาเนียล่ากล่าว
                       “อืม”
                       อเล็กซานดร้าตอบกลับอย่างไร้อารมณ์
                       คนที่เดินบนเส้นทางนั้นนำโดยดาเนียล่า อเล็กซานดร้าและเอเลน่าเท่านั้นคนอื่นได้แต่ลอยบนอากาศคอยคุ้มกันทั้งสามคนที่เดินตามเส้นทาง
                      ผ่านไปได้สักพักก็เดินมาจนถึงที่หมาย มันคือประตูไม้ที่อยู่ดีๆก็โผล่ออกมายังเส้นทาง แต่ที่อเล็กซานดร้าและเอเลน่าสงสัยก็คือพวกที่ว่าอันตรายเป็นสัตว์์ประหลาดที่น่าหวาดหวั่นเหล่านั้นกลับไม่ได้แสดงท่าทีจะทำร้ายพวกนางเลยราวกับว่ากำลังรออะไรบางอย่างเป็นตัวกระตุ้นถึงจะแสดงท่าทีเป็นศัตรูออกมา
                      “ตอนเข้ามาก็ไม่มีอะไรหรอกนะ แม่หนู แต่ตอนออกไป…..”
                       ดาเนียล่ากล่าวจนกระทั่งกล่าวถึงจุดๆหนึ่งจุดหยุดลงเมื่อรู้ว่าจะกล่าวถึงจุดที่ไม่ควรบอก
                       “หืม! ทำไมตอนออกไปมีอะไร”
                      “ไม่มีอะไรหรอก ขอให้พวกเจ้าโชคดีก็แล้วกันพวกข้าแค่มาส่งพวกเจ้าถึงที่หมายก็จะกลับไปอยู่อีกด้านแล้วและรอการกลับมาของพวกเจ้าอีกครั้ง”
                       ดาเนียล่ากล่าว นางไม่รอคำตอบนางก็ผลักร่างออกแล้วค่อยๆเดินกลับไปพร้อมกับขบวนหมื่นอสูรมายาแห่งการล่มสลายโดยมีรอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้าก่อนจากลากับอเล็กซานดร้าและเอเลน่า
                      “ข้าว่ามันแปลกๆนะหรือว่าข้าคิดไปเอง”
                       เอเลน่ากล่าว
                       “ข้าเองก็ว่าแปลกแต่พวกเราจะไม่รู้อะไรหากไม่เข้าไปดูให้เห็นกับตาก็คงไม่รู้ว่าดาเนียล่าตกลงแล้วเป็นมิตรหรือศัตรู"
                       อเล็กซานดร้ากล่าว
                       “จริงอย่างที่เจ้าว่า เช่นนั้นก็ไปกันเถอะ”
                       ความจริงแล้วนั้นที่อเล็กซานดร้าไม่คิดว่าดาเนียล่าพามายังกับดักก็เพราะดาบทั้งสองเล่มคอยย้ำให้นางเข้าไปที่ประตูนี้ให้ได้ นางจึงไม่สงสัยอะไรอีกและมุ่งหน้ามาที่นี่ให้ได้และตอนนี้นางและเอเลน่าก็จะเข้าไปในประตูนี้แล้วความจริงกำลังจะปรากฏยังเบื้องหน้า
                        ……….
                      ทันทีที่อเล็กซานดร้าและเอเลน่าหายเข้าไปในประตูและประตูมันก็หายไปด้วย สัตว์ประหลาดที่เห็นกันตอนแรกๆก็ค่อยๆหันหน้าไปยังจุดที่อเล็กซานดร้าและเอเลน่าหายไปพวกมันมุ่งหน้าไปยังจุดนั้นก่อนจะส่งพลังของพวกมันทั้งหมดรวมกันกลายเป็นอาณาเขตสีแดงเข้มครอบคลุมทำให้คนที่อยู่นอกเหนือจากอาณาเขตมองไม่เห็น
                      ดาเนียล่ามองอยู่แบบนั้นตั้งแต่ต้นจนจบก็พยักหน้าก่อนจะหันหลังจากไปแล้วหายไปพร้อมกับขบวนหมื่นอสูรมายาแห่งการล่มสลาย ไม่ใช่ว่านางหนีหรือไปที่ใดเพียงแต่ถอยออกไปก่อนก็เท่านั้น เพราะนางรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น
                    หลังการจากไปของขบวนหมื่นอสูรมายาแห่งการล่มสลายก็เกิดปรากฏการณ์แปลกๆขึ้นรอบด้านของบริเวณก่อนที่จะเข้าสู่ทะเลสาบที่ว่านี้ก็เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตประหลาดกำเนิดขึ้นมามากมายแต่ก็ยืนแข็งอยู่แบบนั้นเพื่อรออะไรบางอย่าง
                    ……..
                   อเล็กซานดร้าและเอเลน่าเข้ามาอีกด้านของประตูก็คือโลกสีขาวใบหนึ่งและมีชายชราคนหนึ่งที่มีบุคลิกท่าทางดั่งยอดนักปราชญ์นั่งอยู่บนเก้าอี้หนึ่งตัวกำลังอ่านหนังสือเล่มหนาอยู่ ทันทีที่เห็นพวกนางเข้ามาเขาก็ปิดหนังสือเล่มหนาของเขาลง
                   “มาแล้วรึ ดีมาก ข้ารอพวกเจ้ามานานมากแล้วโดยเฉพาะเจ้าเลยนะอเล็กซานดร้า"
                   “เจ้ารู้จักชื่อของข้าด้วย?”
                   อเล็กซาดร้ากล่าวพร้อมกับตั้งท่าพร้อมต่อสู้
                    เพียงแต่ชายชราคนนั้นกล่าวตอบกลับมาด้วยประโยคต่อไปจนทำให้อเล็กซานดดร้าระแวงมากกว่าเดิมและเขายังกล่าวผ่านทางจิตใจกับนางด้วย
                    ‘ต้องรู้สิวีรสตรีแห่งสงครามปีศาจมารร้ายที่กอบกู้โลกจักรวาลเอาไว้ หรือจะให้เรียกว่าผู้กล้าหญิงดีนะ ฮึ ฮึ’
                    'ทำไมเจ้าถึงได้รู้ เจ้าเป็นใครกันแน่?"
                    ‘เป็นใครก็ช่างมันเถอะรู้แค่ว่า เจ้าที่ตกตายไปตอนนั้นก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และก็เป็นเจ้าที่มาที่หอสมุดต้องห้ามได้ก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญเหมือนกัน และอีกอย่างดาบพวกนั้นก็ยังต้องมาที่นี่เพื่อรับพลังของมันคืนไปอีกส่วน ว่ากันเข้าใจง่ายๆต่อจากนี้เจ้าจะยิ่งต้องเจอเรื่องอันตรายเพราะมัน เหตุเพราะโชคชะตาจะนำทางเจ้าไปยังพลังส่วนที่ขาดไปของดาบจนกว่าดาบพวกนั้นมันจะสมบูรณ์ ใครที่ครอบครองมันไม่ใช่แค่จะได้รับสมญานามว่าผู้กล้าเฉยๆหรอก แต่จะได้รับบทบาทบางอย่างมาด้วย เอาล่ะถึงเวลาเจ้าก็จะรู้เองว่าบทบาทมันคืออะไรที่ข้าอยากให้เจ้ามาที่นี่ไม่ใช่แค่มาฟื้นฟูดาบหรอกแต่มาเพื่อมอบบทเรียนเวทมนตร์ให้เจ้าและนางด้วย’
                    ทันทีที่ชายชรากล่าวต่ออเล็กซานดร้าจบลงนั้นหนังสือสองเล่มก็ลอยมาอยู่ตรงหน้าของอเล็กซานดร้าและเอเลน่า  อเล็กซานดร้าได้รับ“บนเรียนเวทมนตร์แห่งการเบิกเส้นทางนิจนิรันดร์” ส่วนเอเลน่าได้รับ “บทเรียนเวทมนตร์แห่งราชินีอสูร” ส่วนดาบเล่มสีทองและดาบเล่มสีดำก็ได้รับเช่นกันนั้นก็คือกลุ่มก้อนพลังบางอย่างพวกมันจึงก็ลอยล่องออกไปดูดซับพลังเหล่านั้นมาแน่นอนว่ามันคือพลังที่เป็นส่วนหนึ่งของดาบอีกส่วน
                     “ของพวกนั้นเป็นแค่บทพื้นฐานจึงได้ชื่อว่าบทเรียน หากอยากไปสู่ระดับต่อไปก็ต้องศึกษามันให้ถ่องแท้แล้วมันจะเลื่อนระดับเป็นวิญญาณหนังสือเอง จงหมั่นฝึกให้เข้าใจอย่างถ่องแท้จากนั้นเส้นทางสู่ความจริงจะเปิดออกอีกครั้งแล้วพวกเราจะได้พบกันอีก”
                      และแล้วชายชราก็หายไปต่อหน้าของอเล็กซานดร้าและเอเลน่าไปแบบนั้นโดยทิ้งข้อสงสัยหลายอย่างไว้ให้พวกนางต้องสงสัยกันต่อไป
                       “…..หรือที่ว่าดาเนียล่ากล่าวมันจะเป็นเรื่องจริงที่ว่าข้าคือราชินีอสูรของพวกเขาจริงๆ”
                     เอเลน่ากล่าวด้วยความหดหู่ นางไม่ค่อยจะชอบอสูรเหล่านั้นเลยเพราะพวกเขามีความคิดที่ไม่ดีต่อนางรวมไปถึงอเล็กซานดร้าด้วย
                       “นั่นเป็นเรื่องดีเลยไม่ใช่รึที่เจ้าจะได้คนที่เชื่อใจได้มาคอยทำงานด้วย ถึงพวกเขาจะเป็นอสูรที่ต้องรับใช้เจ้าแต่ก็แค่เจ้าที่เป็นปีศาจคนเดียวเท่านั้นส่วนคนอื่นที่เป็นปีศาจพวกเขาก็ไม่ได้นับถือแต่ก็คงไม่ทำร้ายอะไรก่อนอีกหากไม่ใช่ปีศาจคิดร้ายต่อพวกเขาเอง”
                       อเล็กซานดร้ากล่าวพร้อมรอยยิ้ม
                       เมื่อพวกนางได้รับสิ่งที่ควรค่าแก่การเข้ามาที่นี่แล้วจึงไม่มีความคิดที่ไม่ดีต่อมันอีกเพราะถือว่ามันพามาเอาบทเรียนที่คู่ควรของพวกนางที่นี่
                       อเล็กซานดร้ารอจนกระทั่งดาบทั้งสองเล่มดูดซับพลังของพวกมันเสร็จเวลาตามความรู้สึกก็ผ่านไปกว่าสามชั่วโมงแล้ว จากนั้นประตูไม้ที่นำทางเข้ามาก็เปิดออกอีกครั้งเพียงแต่ครั้งนี้อเล็กซานดร้าและเอเลน่ามองออกไปเห็๋นทุกอย่างที่อยู่ภายนอกทั้งหมดจิตสังหารที่พรั่งพรูของสัตว์ประหลาดจับจ้องมายังพวกนาง
                        ‘หรือจะเป็นความจริงที่ว่าดาบจะนำพาข้าไปสู่อันตรายตามที่เขาบอก แต่ก็ช่างมันเถอะในเมื่อมันทำให้ข้าแข็งแกร่งจนสามารถปกป้องคนของข้าได้แค่นั้นก็เพียงพอแล้วถือว่าเป็นค่าตอบแทนที่ต้องจ่ายก็แล้วกัน’
                      อเล็กซานดร้ากล่าวในใจด้วยความตื่นเต้น การเผชิญหน้ากับอันตรายไม่ใช่สิ่งที่นางมักหลีกเลี่ยงแต่มันทำให้นางตื่นเต้นและสนุกไปกับมันประมาณว่า ‘จะมีอะไรอีกนะที่จะรออยู่ข้างหน้าแต่แน่นอนว่าไม่มีอะไรที่หยุดข้าได้อย่างแน่นอน’
                       อเล็กซานดร้าและเอเลน่าหันไปมองหน้ากันก่อนที่มือของพวกนางจะจับกันด้วยดาบทั้งสองเล่มที่มีในมือพวกนาง พวกนางพยักหน้าให้กันแล้วก้าวอย่างมั่นใจออกไปจากประตูไม้ไปเพื่อเผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดเหล่านั้น
                      ……..