บทที่ 28 พูดคุยเรื่องคู่ครอง
"พอเถอะ ฉันรู้ว่าพวกเธอไม่ได้ใส่ใจแม่คนนี้นักหรอกไม่ต้องพูดมาก ที่ฉันมาวันนี้ก็เพราะมีเรื่องจะบอกพวกเธอสักหน่อย ถึงพวกเธอจะไม่คิดถึงฉัน แต่ฉันคิดถึงลูก ๆ หลาน ๆ ใคร ๆ ก็พากันบอกว่าฉันลำเอียง ฉันลำเอียงแค่กับครอบครัวพวกเธอนั่นแหละ!"
พอได้ยินประโยคนี้ อย่าว่าแต่จ้าวซิ่วหลานกับลูกหลานเลย สวีต้ากวง คนที่กตัญญูกับแม่แค่ไหนก็ยังเชื่อไม่ลง
แต่หญิงชรารู้จักพูด ต่อให้จะพูดจริงหรือไม่ แต่คำพูดแบบนี้ก็ทำให้คนฟังรู้สึกสบายใจ
สวีต้ากวงลูบหน้าพลางกล่าวว่า "แม่ครับ มีอะไรก็รีบพูดมาเถอะ"
ไม่รู้ว่าจะมาขอเงินค่าเลี้ยงดูหรือว่าอยากได้ของอะไรในบ้าน แต่หากรีบบอกมา อะไรที่ให้ได้เขาก็จะให้
จ้าวซิ่วหลานเองก็คิดเหมือนกัน ถ้าต้องให้เงินหรือให้สิ่งของเพิ่มอีกสักหน่อย ตราบใดที่ไม่แพงเกินไป เธอก็เต็มใจจะให้ ขอแค่เสียของแล้วพ้นเคราะห์ก็พอ
แต่พวกเขาคิดน้อยไป
ย่าสวีชำเลืองมองไปทางสวีเถาเถาที่ยืนอยู่ข้างจ้าวซิ่วหลาน แล้วสีหน้าก็พลันดีขึ้น "เถาเถาของบ้านเราโตเป็นสาวแล้วสินะ จริง ๆ แล้วยิ่งโตก็ยิ่งสวย ก่อนหน้านี้ได้ยินพี่ใหญ่ของเธอบอกว่าเธอได้เป็นหัวหน้าแม่ครัวประจำที่ร้านอาหารของรัฐแล้ว เก่งจริง ๆ ! ย่าแก่ ๆ อย่างฉันดีใจจนนอนไม่หลับ จุดธูปให้ปู่ของเธอทั้งคืนเลย"
สวีเถาเถารู้สึกถึงลางสังหรณ์ไม่ดี
จากนั้นย่าสวีก็พูดต่อว่า "หลังจากนั้นปู่ของเธอก็มาเข้าฝันฉัน บอกว่าสุสานตระกูลสวีมีควันสีเขียวลอยขึ้นมา แสดงว่ามีลูกสาวที่เก่งกาจเกิดมา จะต้องไม่ปล่อยให้พลาดโอกาสนี้ไปเด็ดขาด พอฉันตื่นขึ้นมาก็เลยให้พี่สะใภ้ใหญ่ของเธอรีบไปหาสามีมาให้ ทุกคนล้วนมาจากตระกูลใหญ่ในเมือง ฉันต้องเสียหน้าขนาดไหนกว่าจะจัดการเรื่องแต่งงานนี้ได้! วันที่ห้าเดือนหน้าเป็นฤกษ์ดี สวีเหล่าเอ้อร์ แกกับภรรยาก็เตรียมของไว้ให้พร้อม พอถึงวันที่จะหมั้นหมาย อย่าให้อนาคตลูกสาวแกต้องเสียไปเด็ดขาด!"
สวีต้ากวงและภรรยานิ่งเงียบ
พี่ใหญ่สวีพี่รองสวีและสวีลี่ลี่ก็เช่นกัน
สวีเถาเถา “...”
"แม่" สวีต้ากวงพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "แม่ทำอะไรลงไป! เถาเถาของเราจะแต่งงานตอนไหนกัน เธอยังเด็กอยู่เลย แม่มายุ่งอะไรด้วย!"
ลูกสาวของเขาก็อยู่ของเธอดี ๆ ทำไมจู่ ๆ ถึงมีเจ้าบ่าวโผล่มาได้
จ้าวซิ่วหลานโกรธมากเธอลุกขึ้นพรวดชี้ไปที่ประตูแล้วพูดว่า "สู่ขอบ้าอะไร! แก่แล้วยังจะมาทำแบบนี้อีก! ฉันอดทนกับคุณมานานแล้ว มารังแกฉัน ฉันไม่สนแต่อย่ามาทำลูกสาวฉัน ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้!"
สีหน้าของสวีต้ากวงเปลี่ยนไปทันที เขาพยายามจะห้ามภรรยา แต่กลับถูกจ้าวซิ่วหลานที่กำลังโกรธจัดเตะเข้าหลายที
"สวีต้ากวง! ถ้าคุณกล้าห้ามก็ลองดูสิ! เรื่องคู่ครองของลูกสาวฉัน ต้องให้ฉันที่เป็นแม่จัดการเองสิ ไม่ใช่เรื่องที่แม่ของคุณจะมาทำแบบนี้คนคนนั้นหน้าตาเป็นยังไงจะเป็นคนหูหนวกหรือขาเป๋ฉันก็ไม่รู้ แต่อยู่ดี ๆ จะให้ยกลูกสาวฉันให้ ฝันไปซะเถอะ!"
ย่าสวีโกรธจัด เธอตะโกนด่าจ้าวซิ่วหลาน "พูดจาน่าเกลียดจริง ๆ ! หูหนวกขาเป๋อะไรกัน เถาเถาเป็นหลานสาวแท้ ๆ ของฉัน ฉันจะทำร้ายเธอได้ยังไง! แล้วนี่ จ้าวซิ่วหลาน เธอกล้าด่าฉันเหรอ! เหล่าเอ้อร์ แกนี่มันดีจริง ๆ นี่แกกตัญญูกับแม่แบบนี้เองเหรอเห็นเมียด่าแม่อยู่ตำตา แกมันไอ้ขี้ขลาด! กลัวเมีย! ไร้ประโยชน์จริง ๆ !"
"สวีต้ากวง ปล่อยฉันนะ!" จ้าวซิ่วหลานพูดขึ้น
"สวีเหล่าเอ้อร์! วันนี้ถ้าแกไม่ให้เมียแกมาขอโทษฉัน ฉันจะป่าวประกาศให้คนทั้งโรงงานรู้ว่าแกเป็นลูกอกตัญญู!" ย่าสวีตะโกน
สวีเถาเถาและพี่น้องทั้งสี่ได้แต่ยืนนิ่ง
คนที่ควรห้ามก็ห้าม คนที่ควรเกลี้ยกล่อมก็เกลี้ยกล่อม บ้านหลังเล็ก ๆ นี้วุ่นวายไปหมด
สุดท้ายก็เป็นลุงใหญ่ของสวีเถาเถาที่ถูกตามมาช่วยดับไฟ เขาจูงแม่ที่กำลังบ่นพึมพำกลับบ้าน บ้านของสวีเถาเถาจึงสงบลง
หลังจากคนที่มาดูเรื่องวุ่นวายกลับไปจนหมด บ้านตระกูลสวีก็กลับมาสงบลงอีกครั้ง
ส่วนจ้าวซิ่วหลานและสวีต้ากวงในตอนนี้นั้นคนหนึ่งก่อไฟ อีกคนหนึ่งทำอาหาร ทั้งสองพูดคุยกันอย่างมีความสุข
สวีเถาเถาถึงได้เข้าใจว่าที่แท้คู่สามีภรรยานี้กำลังแสดงละครอยู่ พอคนที่ชอบก่อกวนกลับไป ทุกอย่างก็จบลง
สวีต้ากวงและภรรยาบอกสวีเถาเถาว่าอย่าไปใส่ใจคำพูดของคุณย่าสวีพวกเขาจะไม่มีทางให้เธอถูกสู่ขอโดยไม่รู้เรื่องรู้ราวเด็ดขาด
สวีเถาเถาไม่ได้กังวลอยู่แล้ว เธอไม่ได้สนใจคำพูดของคุณย่าสวีเลย พอได้ฟังคำพูดจากพ่อแม่ เธอก็ยิ่งไม่สนใจ
แต่ใครจะรู้ว่าวันรุ่งขึ้น ทั้งโรงงานต่างก็พากันลือว่าลูกสาวบ้านสวีที่เพิ่งจะได้บรรจุเป็นพนักงานประจำถูกยกให้คนอื่นแล้ว และยังเป็นลูกชายของหัวหน้าแผนกโรงงานเครื่องหนังที่อยู่ข้าง ๆ ด้วย!
แม้แต่อันซู่เซิงก็ยังถามเรื่องข่าวลือนี้กับเธอว่าจริงหรือไม่
"น้องเถาเถา ถ้าเธอแต่งงานขึ้นมาจริง ๆ หนุ่ม ๆ ในหมู่บ้านโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ของเราคงต้องร้องไห้จนตายกันแน่!"
สวีเถาเถาเหลือบมองคนพูด ที่จริงแล้วทั้งสองคนอยู่ในหมู่บ้านโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์เหมือนกันแม้จะไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่ก็เคยได้ยินชื่อของอีกฝ่าย
ลูกสาวที่หน้าตาธรรมดาจากบ้านตระกูลสวี และเจ้าตัวป่วนประจำบ้านตระกูลอัน
ที่พวกเขาสนิทสนมกันได้ จริง ๆ แล้วก็เพราะความไม่รู้จักอายของใครบางคน
อันซู่เซิงมีเพื่อนฝูงมากมายและชอบเลี้ยงข้าวเลี้ยงอะไรอยู่บ่อย ๆ แต่เขาเพิ่งได้เป็นสัตวแพทย์ประจำ เงินเดือนไม่พอจะใช้จ่ายฟุ่มเฟือย แต่คนเรามีหน้ามีตา เมื่อถูกเพื่อน ๆ ยุให้เลี้ยงก็ต้องเลี้ยง ตามประสาผู้ชายที่พูดคำไหนก็ต้องเป็นคำนั้น
มีอยู่ครั้งหนึ่ง อันซู่เซิงมาเลี้ยงเพื่อนที่ร้านอาหารของรัฐวิสาหกิจหลังจากสั่งอาหารเสร็จ พอล้วงกระเป๋าดูก็พบว่ามีเงินไม่พอจ่าย
พี่น้องหลายคนกำลังมองอยู่ ถ้าขายหน้าคราวนี้คงขายหน้าหนัก
จู่ ๆ อันซู่เซิงก็นึกขึ้นได้ว่าลูกสาวบ้านสวีทำงานเป็นหัวหน้าแม่ครัวที่ร้านอาหารของรัฐวิสาหกิจจึงรีบบอกกับพนักงานเสิร์ฟว่าหัวหน้าแม่ครัวเป็นน้องสาวของเขา และต้องการคุยธุระกับน้องสาว
หนิวชิงเฉ่าที่เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งก็ไปตามสวีเถาเถามา พอสวีเถาเถามาถึงแม้จะหน้านิ่งฟังอันซู่เซิงพูดอยู่ฝ่ายเดียว แต่สุดท้ายก็เห็นว่าเขาน่าสงสารจึงให้ยืมเงินไป
จากนั้นมา ทุกครั้งที่อันซู่เซิงมากินที่ร้านอาหารของรัฐก็จะบอกว่าสวีเถาเถาเป็นน้องสาว จนอาหนิวและคนอื่น ๆ ในร้านอาหารของรัฐวิสาหกิจต่างก็รู้จักเขา
สวีเถาเถาจำต้องยอมรับความสัมพันธ์นี้ แม้ว่าอันซู่เซิงจะเป็นคนปากมากไปหน่อย แต่ยังดีที่ชอบซื้อลูกอมมาให้น้องสาวที่เพิ่งรู้จักอย่างเธอกินบ่อย ๆ
สวีเถาเถาไม่ชอบลูกอมที่เขานำมาให้ แต่หนิวชิงเฉ่าชอบ
"รวมถึงนายด้วยหรือเปล่า? ถ้ารวมถึงนายด้วย ฉันจะไปบอกพี่จินฮวาให้ช่วยจัดการเรื่องของฉันกับนาย"
สวีเถาเถาพูดเสียงเรียบ ทำเอาอันซู่เซิงหน้าแดงก่ำทันที
"เธอนี่ พูดอะไรไม่รู้กาลเทศะเลยนะ!"
สวีเถาเถามองเขาอย่างดูถูก "นายแซวฉันได้ แต่ฉันแซวนายไม่ได้งั้นเหรอ?"
"ฉัน ฉันก็แค่…" อันซู่เซิงพูดอึกอัก
"แค่อะไรกัน" สวีเถาเถาถือทัพพีเดินกลับเข้าครัว "นึกว่าเรื่องอะไร เรียกฉันออกมาแค่จะให้ฟังเรื่องซุบซิบ นายนี่ชักจะว่างเกินไปแล้วนะ ข่าวลือจะหยุดที่คนฉลาด ที่นายเชื่อก็เพราะนายไม่ใช่คนฉลาดไงล่ะ เข้าใจไหม อย่ามารบกวนฉันให้บริการประชาชนเลย!"
ไม่ใช่คนฉลาด = โง่
อันซู่เซิงโกรธจนแน่นหน้าอก
เด็กสาวคนนี้ช่างเก่งในการต่อล้อต่อเถียงจริง ๆ !
"อ้อ เดี๋ยวสิสวีเถาเถารอแป๊บหนึ่งมีเรื่องหนึ่งที่ฉันเกือบลืมบอกเธอ สวีลี่ลี่ พี่สาวของเธอวันนี้ฉันเห็นเธอจับมือกับหวังลี่ที่สวน พี่สาวเธอกำลังคบหาดูใจกับหวังลี่อยู่เหรอ?"
สวีลี่ลี่กับหวังลี่จับมือกันในสวนสาธารณะ?
สวีเถาเถาชะงักฝีเท้า แล้วหันกลับมาจ้องหน้าอันซู่เซิงที่กำลังทำสีหน้าอยากรู้อยากเห็น
"พูดจาเหลวไหลอะไรของนายไปกินข้าวไป!"
แม้สวีเถาเถาจะพูดกับอันซู่เซิงแบบนั้น แต่ในใจเธอรู้ดีว่าอันซู่เซิงไม่มีทางโกหกเธอหรอก ถ้าเขาบอกว่าเห็น ก็แปลว่าเห็นจริง ๆ
สวีลี่ลี่กับหวังลี่กลับมายุ่งเกี่ยวกันอีกแล้วเหรอ?