ตอนที่ 10 ถามท่อนไม้ในมือข้าหรือยัง?
ในตอนนี้กู้ฉางอันถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าประตูบ้านของหลินจิ่วเหนียงถูกถีบจนพังจริง ๆ ลานหน้าบ้านก็เละเทะไปหมด สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็เ็าทันที ก่อนจะตำหนิพวกเขาเสียงดังที่ทำให้เกิดเื่ขึ้น ในที่สุดหลิวต้าหลางก็ตกเป็จำเลยของเื่ทั้งหมด
เมื่อเห็นว่าทุกคนกำลังจ้องมองตน หลิวต้าหลางก็หวาดกลัวจนกายสั่นสะท้าน ขณะกำลังจะพูดปกป้องตัวเอง แม่เฒ่าหลิวผู้เป็ย่าก็เดินเข้ามาด้วยท่าทางโมโห ทันทีที่นางเห็นหลิวต้าหลาง นางก็ปรี่เข้าไปกอดเขาแน่นพลางคร่ำครวญ
ปากก็สาปแช่งหลินจิ่วเหนียงด้วยถ้อยคำหยาบคาย ด่าว่านางโหดร้าย ไร้มนุษยธรรมและเลวทรามเพียงใด
ในที่สุดเขาก็ลุกขึ้นจ้องมองหลินจิ่วเหนียงอย่างโกรธเกรี้ยว
“เ้ามันนังผู้หญิงชั่ว เ้าขโมยอาหารของซื่อหลางหลานชายข้า จนทำให้เขาต้องเป็ลมเพราะอดอาหาร หลานชายคนโตของข้ามาหาเ้าเพื่อขอเหตุผลกับหญิงสารเลวเช่นเ้า และเ้าก็ทุบตีเขาเช่นนี้”
“บอกเลยว่าหากวันนี้เ้าไม่ขอโทษ เื่นี้ไม่จบแน่”
……
หลินจิ่วเหนียงไม่ได้สนใจเสียงเห่าหอนของนังแก่ตายยากเลย นางกำลังกังวลว่ามันเทศต้มที่นางกินเมื่อคืนนี้ เป็อาหารของเ้าคนโง่อย่างหลิวซื่อหลางงั้นหรือ?
ไม่แปลกใจเลยที่เขาทำสีหน้าไม่สู้ดีนัก เมื่อนางถามเขาเมื่อคืนนี้ว่าเขาขโมยมาหรือไม่ ปรากฏว่าเขานำส่วนของเขาเองมาให้
หลังจากที่หลิวต้าหลางได้รับการสนับสนุนจากย่า เขาก็มั่นใจขึ้นมาทันที “จะไม่ใช่ได้อย่างไร? ตอนที่เราเข้าไปเมื่อครู่นี้ ในบ้านยังมีหม้อมันเทศอยู่เลย หากนางไม่หลอกซื่อหลาง แล้วนางจะไปเอามันเทศมาจากที่ใด?”
“หลินจิ่วเหนียง เ้ามันหญิงแพศยา สมควรถูกสับเป็ชิ้นด้วยมีดหนึ่งพันเล่ม เหตุใดเ้าถึงใจไม้ไส้ระกำเช่นนี้? มันเทศนั่นเป็อาหารประจำวันของซื่อหลาง เ้ากินไปได้อย่างไร? เ้าแย่งเขากินจนหมด นังสารเลว” แม่เฒ่าหลิวโกรธจัด
“พี่ใหญ่ ท่านย่า พวกท่านหยุดด่าท่านแม่ได้แล้วขอรับ คือ คือว่าข้าทิ้งไว้ให้ท่านแม่กินเอง” หลิวซื่อหลางพูดตะกุกตะกัก ใบหน้าซีดเซียวเต็มไปด้วยเหงื่อเย็น “ท่านแม่ไม่เกี่ยวอันใดด้วย พวกท่านหยุดด่านางได้แล้วขอรับ”
หลังจากพูดจบ เขาก็ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น แล้วมองหลินจิ่วเหนียงด้วยสีหน้ารู้สึกผิด ก่อนก้มหน้าลงอีกครั้งด้วยเหตุเป็คนทำให้นางต้องเดือดร้อน
“ว่าอย่างไรนะ เ้าเป็หมาป่าตาขาวหรือ?”
แม่เฒ่าหลิวโกรธมาก นางก้าวเข้าไปตบหน้าเขา “หลิวซื่อหลาง เ้าหมาป่าตาขาวอกตัญญู ในบ้านมีอาหารไม่เพียงพอ แต่เ้ายังแอบเอาอาหารมาให้หญิงชั่วคนนี้อีก เหตุใดเ้าไม่อดตายไปเลยเล่า?”
ยิ่งนางพูดมากเท่าใด นางก็ยิ่งโกรธมากขึ้นเท่านั้น พลันยกมือขึ้นหมายจะตบหลิวซื่อหลางอีกครั้ง แต่ทันทีที่นางยกมือขึ้น ก็มีใครบางคนคว้าข้อมือของนางไว้
เมื่อเห็นว่าเป็นังหมาตัวเมียหลินจิ่วเหนียง นางก็หงุดหงิดมาก จึงใช้มืออีกข้างคว้าใบหน้าของหลินจิ่วเหนียง
รู้นิสัยเ้าอยู่แล้ว!
หลินจิ่วเหนียงผลักนางออกไปอย่างแรง อีกฝ่ายจะล้มลงหรือไม่ นางไม่สนใจเลย สายตาของนางจับจ้องไปยังหลิวซื่อหลางที่ใบหน้าบวมจากการถูกตบ
อย่าบอกนะว่าที่เด็กคนนี้มีสารรูปเช่นนี้ เพราะว่าเขาหิวมาก
นางถามอย่างใจเย็นว่า “เหตุใด?”
หลิวซื่อหลางเงยหน้าขึ้น สายตาเปี่ยมด้วยความกตัญญู “ท่านคือแม่ข้า”
หลินจิ่วเหนียงตกตะลึงกับคำพูดสี่คำธรรมดาเช่นนี้
“หลิวซื่อหลาง หุบปากเดี๋ยวนี้ นางไม่ใช่แม่ของเ้า นางเป็หญิงชั่ว”
หลังจากโซเซไปสองสามก้าวและยืนนิ่งได้ แม่เฒ่าหลิวที่ได้ยินคำพูดของหลิวซื่อหลางก็คำรามด้วยสีหน้าบูดบึ้ง “หลิวซื่อหลาง หากเ้ายังคิดว่านางเป็แม่อีก แสดงว่าเ้าไม่ได้มาจากตระกูลหลิวของข้า”
“ข้าบอกเ้าไว้เลยว่า ไม่ว่าตระกูลหลิวของข้าจะเป็เช่นไรในอนาคต เ้าจะไม่ได้รับอะไรเลย”
หลิวซื่อหลางมีสีหน้าเหมือนขัดแย้งในใจ แต่เขายังคงส่ายหน้า “ท่านย่า นางเป็แม่ของข้า นางไม่้าข้า แต่ข้าปฏิเสธนางไม่ได้ ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็คนอกตัญญู ท่านย่า ข้า ข้าทำเช่นนั้นไม่ได้ขอรับ”
“เ้า...”
แม่เฒ่าหลิวโกรธมาก
แม้จะเจ็บแปลบที่หน้าอกเหมือนจะเป็ลม หลิวต้าหลางก็ไม่สนใจอาการาเ็ของตัวเองแล้ว เขารีบเข้าไปช่วยพยุงแม่เฒ่าหลิว แล้วจ้องมองหลิวซื่อหลางด้วยความโกรธ
“ซื่อหลาง เ้ากำลังพูดเื่อันใดอยู่? เ้าจะยั่วโมโหท่านย่าหรือ?”
“หากไม่ใช่เพราะท่านย่า เราจะโตกันมาถึงเพียงนี้ได้อย่างไร? เ้ามันอกตัญญูที่ทำให้ท่านย่าโกรธเช่นนี้”
หลินจิ่วเหนียงกลอกตา งี่เง่า สมแล้วที่เป็หมาป่าตาขาวจริง ๆ ฮึ่ม หากไม่ใช่เพราะเ้าของร่างเดิม ตอนนี้พวกเขาก็คงตายไปนานแล้ว ไม่ว่าจะดีหรือไม่ก็ต้องสั่งสอนเสียบ้าง
“ข้า...” สีหน้าของหลิวซื่อหลางดูรู้สึกผิด แต่ก็ยังคงเลือกยืนอยู่ข้างแม่ขอ “ท่านย่า ขอโทษนะขอรับ”
แม่เฒ่าหลิวโกรธจนแทบลืมหายใจ นางยืนตัวตรงจ้องมองหลิวซื่อหลาง ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “ซื่อหลาง ข้า้าให้เ้าตัดขาดกับนาง และเลิกคิดว่านางเป็แม่ของเ้า เ้าทำได้หรือไม่?”
หลิวซื่อหลางส่ายหน้าโดยไม่รู้ตัว
ปฏิกิริยาของเขาเกือบทำให้แม่เฒ่าหลิวบ้าคลั่งอีกครั้ง
แม่เฒ่าหลิวกัดฟันจ้องหน้าหลิวซื่อหลาง “ได้เลยหลิวซื่อหลาง ดี เ้าทำได้ดีมาก ข้าบอกเลยว่าั้แ่วันนี้เป็ต้นไป เ้าต้องอยู่กับแม่ที่ชั่วร้ายของเ้า ตระกูลหลิวของข้าไม่ต้อนรับเ้าอีกแล้ว เ้าไม่ใช่คนตระกูลหลิวของข้าอีกต่อไป!”
“ต้าหลาง เราไปกันเถอะ!”
หลังจากะโเสร็จ นางก็เรียกหลิวต้าหลางให้จากไปทันที
หลิวซื่อหลาง เ้าหมาป่าตาขาวจอมอกตัญญู ภายในหนึ่งเดือนนี้ เ้าต้องมาคุกเข่าร้องไห้ ขอร้องให้ข้าพากลับไปบ้านตระกูลหลิว
สองย่าหลานกำลังจะจากไป แต่หลินจิ่วเหนียงไม่ยอมปล่อยให้พวกเขาจากไปง่าย ๆ
“จะไปแล้วหรือ?”
“เหตุใดเ้าถึงพังประตูบ้านของข้า ก่อความวุ่นวายในบ้านของข้า แล้วเดินออกไปราวกับว่าไม่มีอันใดเกิดขึ้น?” หลินจิ่วเหนียงจ้องมองพวกเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ถามท่อนไม้ในมือข้าหรือยัง?”
“ส่วนพวกเ้า” หลินจิ่วเหนียงมองไปยังคนอื่น ๆ ด้วยสายตาเย้ยหยัน “อะไรกัน คิดว่าจะพังประตูของข้าได้ง่าย ๆ อยากพังก็พังงั้นหรือ? เข้ามารื้อค้นบ้านข้าได้ง่าย ๆ งั้นหรือ?”
“ข้า หลินจิ่วเหนียงขอพูดไว้ตรงนี้เลย หากวันนี้พวกเ้าไม่ให้คำอธิบายที่น่าพอใจแก่ข้า ข้า หลินจิ่วเหนียงจะไปบ้านพวกเ้าทีละคน แล้วทุบบ้านเ้าทิ้งบ้าง”
ความดุร้ายของหลินจิ่วเหนียงทำให้ทุกคนหวาดกลัว และด้วยเพราะการโน้มน้าวในตอนท้ายของกู้ฉางอัน แต่ละคนจึงต้องจ่ายเงินให้หลินจิ่วเหนียงคนละสองตำลึง เพื่อยุติเื่นี้ ขณะที่หลิวต้าหลางผู้ยุยงต้องจ่ายเงินค่าซ่อมประตู ซึ่งแม่เฒ่าหลิวย่อมต้องเป็คนจ่าย
ดังนั้นเมื่อแม่เฒ่าหลิวจากไป สายตาของนางก็ดุร้ายราวอยากกินเืกินเนื้อหลินจิ่วเหนียง
หลินจิ่วเหนียงสนใจหรือไม่?
ไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย เข้าใจหรือไม่?
นางมองอีกฝ่ายด้วยสายตายั่วยุแทน จนแม่เฒ่าหลิวโกรธมากรีบวิ่งหนีไปทันที หากกู้ฉางอันไม่ดึงนางออกไป เมื่อครู่นี้นางอาจวางมวยกับหลินจิ่วเหนียงอีกครั้งไปแล้ว
หลังจากที่ทุกคนแยกย้ายกันไป สายตาของหลินจิ่วเหนียงก็จับจ้องไปยังหลิวซื่อหลางที่ถูกทิ้งเอาไว้ “เ้าเอาอาหารส่วนของตัวเองมาแบ่งให้ข้า แล้วเ้าไม่กลัวจะอดตายหรือ?”
หลิวซื่อหลางส่ายหัว “ไม่ ไม่กลัว ข้า ข้าดื่มน้ำนิดหน่อยแทนก็ได้ขอรับ”
“คนโง่”
หลินจิ่วเหนียงดุ “พวกเขาไม่้าเ้าอีกต่อไปแล้ว เ้าจะทำอย่างไร?”
สายตาของหลิวซื่อหลางหมองเศร้า เขากำหมัดแน่น “ข้าไม่รู้”
หลินจิ่วเหนียงคิดอยู่พักหนึ่ง นิสัยของลูกคนที่สี่นั้นไม่เลวเลย อย่างน้อยเขาก็ยังรู้ว่าร่างกายของเขามาจากแม่ของเขา ทั้งยังรู้จักนำอาหารของตัวเองมาแบ่ง ถือว่าไม่เลว
ตอนนี้เขาถูกนังแก่ตายยากไล่ออกมาเพราะเหตุนี้ คงไม่ดีที่จะเพิกเฉยต่อเขา
แต่ถ้าจะให้เลี้ยงดูเขาโดยเปล่าประโยชน์ ก็เป็ไปไม่ได้เช่นกัน
สายตาของนางหันไปมองบ้านที่รกยุ่งเหยิง แล้วเกิดความคิดทันที
“มีงานให้เ้าทำ จะทำหรือไม่?”
“ถ้าจะทำก็ลุกขึ้นตามข้ามา”
..............................................................................................................................
สารจากผู้แปล
บุกบ้านเขาก็ต้องจ่ายค่าเสียหาย อย่าคิดเบี้ยวไม่จ่ายเชียว
ซื่อหลางกลับตัวกลับใจแล้ว คนที่เหลือว่าไงคะ
ไหหม่า(海馬)