บทที่ 14 จอมยุทธ์ กับ ปืน
ด้านหวังเฟิงเองก็สังเกตเห็นเป่ยซานเช่นกันเพียงแต่เขาไม่คิดจะไปทักทายอะไรอยู่แล้ว เพราะเป็เพื่อนก็ไม่ใช่ เป็ศัตรู? คำนี้ก็ไม่ถูกต้องนัก เขาจึงไม่ได้สนใจอะไรก้มหน้ากรอกเอกสารต่อไปดีกว่า พอกรอกอะไรเสร็จเรียบร้อย เฟิงเสวียก็มาถึงพอดี
“สวัสดีค่ะ”พนักงานสาวที่ยืนอยู่หน้าประตูกล่าวต้อนรับเสร็จก็อึ้งไปทำไมวันนี้ถึงมีแต่ลูกค้าหน้าตาดีเข้ามา ? หนุ่มหล่อคนเมื่อกี้ก็คนหนึ่งแล้ว ยังมีสาวสวยคนนี้อีก แถมดูมีระดับมาก !
“สวัสดีค่ะฉันไม่ได้มาซื้ออะไรหรอกนะ ฉันมาหาลูกชาย”
พนักงานสาวเบิกตากว้าง“ลูกชาย ?”
เฟิงเสวียเอียงคอรู้สึกสงสัย‘มีลูกแล้วมันทำไม’ เพียงแต่คำถามนี้คิดอยู่ในใจไม่ได้ถามออกไปเพราะตอนนี้ความสนใจของเธอคือััพลังของหวังเฟิงที่เธอจับได้อยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตร
“แม่นั่งก่อนสิครับ” หวังเฟิงรีบลุกขึ้นพร้อมเลื่อนเก้าอี้ให้เฟิงเสวียนั่ง
“เลือกเสร็จแล้วใช่ไหม”
“เสร็จแล้วครับเดี๋ยวรอกุญแจจากพนักงานเราก็รับรถกลับได้เลย”
เฟิงเสวียพยักหน้ารับคำ จากนั้นก็หันไปมองรอบๆ ร้าน “คันไหนของลูกล่ะ?”
“ไม่ได้อยู่ตรงนี้ครับ”
สองแม่ลูกคุยเล่นกันเล็กน้อยครู่หนึ่งพนักงานก็เอากล่องกุญแจรถยนต์มามอบให้กับหวังเฟิง พวกออปชั่นในรถต่าง ๆหวังเฟิงได้เรียนรู้จากพนักงานสาวแล้ว พอได้กุญแจรถยนต์รูดบัตรเครดิตสีดำที่ไม่จำกัดวงเงินชำระแล้วเรียบร้อย ก็ขับรถออกจากร้านทันทีโดยมีเฟิงเสวียนั่งอยู่ด้านข้าง
“ไปบ้านพ่อที่นอกเมืองใช่ไหมครับ”
“อือวันนี้แม่จะให้ลูกรู้ถึงความร้ายกาจของลูกปืน”เฟิงเสวียพูดพลางหยิบปืนพกกระบอกสีเงินแวววาวมาควงเล่น “ว่าแต่ลูกก็ขับรถเก่งเหมือนกันนะ”
“ก็ได้ทั้งพ่อได้ทั้งคุณอาอี้สอนนี่ครับ” หวังเฟิงยิ้มเกิดเป็ผู้ชายมีใครบ้างไม่อยากขับรถเก่งๆ?
หวังเฟิงจอดรถไว้ที่ลานจอดหน้าบ้านจากนั้นสองแม่ลูกก็เหินทะยานลัดเลาะมุ่งเข้าไปในป่าด้านหลังด้วยความเร็วที่สายตามนุษย์ธรรมดาแทบจะจับตามไม่ทันเมื่อเข้าป่ามาลึกพอสมควรแล้วทั้งสองร่างก็หยุดลง
“่เริ่มฝึกแม่เคยบอกถึงความ้าขั้นต่ำของแม่เอาไว้ ว่าลูกต้องสำเร็จขั้นหลอมปราณแม่ถึงจะให้อิสระกับลูก”
หวังเฟิงพยักหน้าจ้องหน้าเฟิงเสวียอย่างสงบนิ่งรอฟังประโยคถัดไป
เฟิงเสวียแหงนหน้าสายตาทะลุผ่านแมกไม้ แหวกชั้นเมฆ ล่องลอยออกไปไกล“นั่นก็เพราะโลกนี้มีอาวุธที่เรียกว่าปืน”
พูดจบเฟิงเสวียก็ชักปืนออกมาปืนยังคงเป็กระบอกเดิมที่หวังเฟิงเคยเห็นบนรถ แต่เวลานี้ที่ปากกระบอกปืนติดอุปกรณ์ที่เก็บเสียงเอาไว้เฟิงเสวียเหนี่ยวไกออกไป
ปุ ! ปุ !
“มองตามทันไหม ?”
หวังมู่ส่ายศรีษะ“ไม่ทัน”
เฟิงเสวียยิ้มเล็กน้อย“ความไวของลูกะุปืน เป็เื่ยากที่ระดับสายตาของลูกจะมองตามได้ทันแต่ก็ใช่ว่าไม่มีวิธีป้องกัน เพราะวิถีะุปืนมันเป็เส้นตรงสิ่งที่ต้องทำก็แค่ดูปากกระบอกปืน” พูดจบเฟิงเสวียก็ยืนปืนไปให้ฟวังเฟิง
“ลองยิงมาทางแม่ดู”
หวังเฟิงรับปืนมารู้สึกลังเลอยู่บ้าง ถึงเขาจะรู้ดีว่าแม่ของตัวเองเก่งกาจแค่ไหน แต่นี่ก็ปืนเลยนะ
“ไม่ต้องห่วงปืนแบบนี้ทำอะไรแม่ไม่ได้หรอก”
หวังเฟิงลองคิดดูก็อาจจะจริง เพราะอย่างน้อยตอนนี้เท่าที่เขารู้แม่ฝึกวิชาลมปราณเกล็ดน้ำแข็งค้างถึงขั้นห้า่ต้นแล้วคิดได้ดังนั้นหวังเฟิงก็ไม่ลังเลอีก เขายกปืนขึ้นมาเล็งไปบริเวณแขนท่อนเล็กเรียวบางแล้วเหนี่ยวไกปืนออกไป
ปุ !
เฟิงเสวียที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเมื่อเห็นทิศทางของปากกระบอกปืนก็อดยิ้มขึ้นมาไม่ได้เพราะลูกชายเล็งปืนมาที่แขนแบบนี้คงเพราะว่ากลัวตนเองจะได้รับาเ็หากเกิดเหตุไม่คาดฝันเฟิงเสวียเพียงเบี่ยงแขนเล็กน้อย ก็สามารถหลบะุที่ยิงมาได้แล้ว
“คนที่ฝึกพลังอย่างเราล้วนมีประสาทััที่ดีเยี่ยมรูป รส กลิ่น เสียง ถูกยกระดับขึ้นมากกว่าคนธรรมดาทั่วไปหลายเท่า ยิงมาอีก”
ปุ !
“ยิงมาอีก”
ไม่ว่าหวังเฟิงจะเล็งไปทางแขนหรือขา เฟิงเสวียก็สามารถหลบไปได้ทั้งหมด แถมการหลบแต่ละครั้งยังขยับร่างกายเพียงเล็กน้อยมองเผินๆ ราวกับว่าเฟิงเสวียแทบจะอยู่เฉยๆ ลูกะุก็ผ่านร่างกายของเธอไปเอง\
“คราวนี้ถึงตาลูกบ้าง”
เฟิงเสวียเอาปืนกลับมาจากมือของหวังเฟิงพร้อมกับทิ้งระยะห่างออกไปราวยี่สิบก้าว “เตรียมตัวนะ”
ปุ !
เืสีแดงเป็สายไหลออกมาบริเวณหัวไหล่ของหวังเฟิงลูกะุเมื่อครู่นี้เขาสามารถเบี่ยงตัวหลบได้ทันแบบฉิวเฉียด ! หากหลบไม่พ้น น่ากลัวว่าะุคงทะลุผ่านหน้าอกไปแล้ว
ปุ !
หวังเฟิงก้าวเบี่ยงทางซ้ายหลบะุที่ยิงมาบริเวณขาอย่างรวดเร็วครั้งนี้เขาหลบได้โดยที่ไม่มีาแใด ๆ
หลังจากนั้นเฟิงเสวียยังคงยิงปืนอย่างต่อเนื่อง เพียงแต่มีการเว้นระยะห่างแต่ละนัดช้าบ้างสลับเร็วบ้าง พอะุหมดแมก เนื้อตัวของหวังเฟิงตอนนี้เต็มไปด้วยเส้นสายของกระสุดที่ยิงผ่านกรีดเป็สายเืจาง ๆ เอาไว้หลายรอย
“คิดว่าหากมีปืนมากกว่า2 กระบอก ลูกจะเป็ยังไง?”
หวังเฟิงเหงื่อตกตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด “มีโอกาสตายครับ”
เฟิงเสวียยิ้มเล็กน้อยเปลี่ยนะุปืนเป็แมกใหม่ “ด้วยระดับของลูกในตอนนี้ถึงเืเนื้อจะไม่อาจป้องกันะุได้ แต่รับรองว่ากระดูกของลูกจะไม่เป็อะไรแน่และอีกอย่างหนึ่ง” ปากกระบอกปืนชี้ไปทางอกของหวังเฟิงอีกครั้ง“ลูกลองผนึกลมปราณทั่วร่างขึ้นมาดู”
หวังเฟิงทำตามคำบอกอย่างเชื่อฟังจังหวะนั้นเสียง “ปุ !”จากปากกระบอกปืนก็ดังขึ้นอีกครั้ง ด้วยระยะยิงที่ใกล้มากกว่าเดิมหวังเฟิงแม้มีใจอยากหลบ แต่ก็ไม่มีปัญญา ในใจคิดว่าลูกะุคงต้องทะลุท้องตัวเองแน่ๆ พอก้มลงมองจริงจึงพบว่าลูกะุไม่ได้ทะลุท้องตัวเองอย่างที่คิดหากฝังอยู่ตรงชั้นกล้ามเนื้อของตัวเอง
“ด้วยระดับการฝึกในปัจจุบันของลูกขอเพียงไม่โดนะุสไนเปอร์ ลูกจะไม่เป็อะไรแน่นอนขอเพียงผนึกลมปราณคุ้มครองทั่วร่างเอาไว้”
.................
หอพักนักศึกษาหญิงมหาวิทยาลัยจงต้า
“เหวินเหวินมีหนุ่มมายืนรอเธอข้างล่างแน่ะ”
เหวินโหรวสาวสวยประจำคณะภาษาต่างประเทศได้ยินเพื่อนบอกว่ามีคนมารอตัวเองอยู่ที่ด้านล่างหอพักก็ถึงกับหมดอารมณ์ทำการบ้านเธอวางดินสอลงแล้วรีบลุกขึ้นไปดูด้านล่างผ่านหน้าต่าง “ฉิงน้อย ฉันจะทำยังไงกับไอ้จอมตื้อคนนี้ดี?”
เสี่ยวฉิงหรือฉิงน้อย ที่คาบข่าวมาบอก รีบยื่นหน้าไปดูที่หน้าต่างเช่นกัน แล้วตอบกลับไปว่า“เธอก็รีบตกลงปลงใจเสียสิ”
“เสี่ยวฉิง !”
ฉิงน้อยเห็นเพื่อนสนิทแสดงอาการก็หัวเราะคิกคัก “ก็บอกตาจอมตื้อข้างล่างไปสิว่าเธอมีแฟนแล้ว”
“แต่ฉันยังไม่มี”เหวินโหรวส่ายหน้า
ฉิงน้อยกระแอมทีหนึ่งแล้วจับตัวเหวินโหวมานั่งบนเตียงพูดอย่างจริงจัง “แต่ก็มีคนที่ชอบแล้วใช่ไหมล่ะ ? ฉันรู้นะ คนที่เธอแชทคุยอยู่ด้วยกันทุกวันน่ะ”
พอคิดถึงคนที่คุยด้วยกันทุกคืนใบหน้าของเหวินโหรวก็แดงขึ้นมาเล็กน้อย รีบใช้สองมือจี้เอวของเสี่ยวฉิงแก้อาการเขินตัวเอง “เธอจะรู้ดีเกินไปแล้วนะ”
“ฮ่าๆ” เสี่ยวฉิงหัวเราะ “หยุด ๆ โอ๊ยย เธอจะฟังที่ฉันจะบอกไหมเนี่ย”
เหวินโหรวได้เอาคืนสมใจก็หยุดมือ “บอกมา !”
“ง่ายมาก เหวินเหวิน เธอก็โทรไปบอกคนของเธอให้มารับที่ใต้หอเราสิบอกว่าฉันอยากให้เขาเลี้ยงข้าว ถ้าเขาเป็คนฉลาด เขาต้องมาแน่นอน”
คำแนะนำของเสี่ยวฉิงในมุมมองของเหวินโหรวแล้วถือว่าไม่เลวทีเดียว นอกจากจะให้เขาได้ทำความรู้จักเพื่อนสนิทตัวเองแล้วยังจะได้ถือโอกาสจัดการตัวปัญหา แถมยังจะได้รู้ว่าเขาจะมีวิธีแก้ปัญหานี้ยังไง ? หากทำได้ไม่ดีพอ คน ๆ นี้ เธอก็ไม่ควรคบหาด้วยถือว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสามตัว !