ลงให้อ่านทุกวัน เวลา 20:00 น. เป็ต้นไป [ส่วน eBook มาวันที่ 15/08/68 ราคาเบา ๆ เพียง 59฿ เก็บเงินรอได้เลยนะคะ]
—————— ༻・ॐ・༺ ——————
บทที่ 1
บรรยากาศบนโต๊ะกลับเข้าสู่ความสงบ (ชั่วคราว) อีกครั้งหลังจากที่ไอ้คิวยอมคืนแก้วชานมไข่มุกให้ฉันแต่โดยดี ฉันยกแก้วขึ้นมาดูดอึกใหญ่เพื่อดับความหงุดหงิดในใจ แต่สายตาเ้ากรรมก็ยังเผลอเหลือบไปมองคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามอยู่ดี
ไอ้คิวนั่งเท้าคางมองฉันอยู่ก่อนแล้ว มุมปากของมันยกขึ้นเป็รอยยิ้มกวนๆ ที่เห็นแล้วน่าหมั่นไส้ชะมัด สายตาคู่คมที่เคยฉายแววจริงจังเมื่อครู่กลับมาเป็แววตาขี้เล่นเหมือนเดิม แต่เป็ความขี้เล่นที่แฝงไปด้วยนัยยะท้าทายบางอย่างที่ทำให้ฉันรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ
“มองอะไร” ฉันถามเสียงห้วน กลบเกลื่อนหัวใจที่เริ่มเต้นผิดจังหวะอีกครั้ง
“ก็มองคนขี้โวยวายไง” เขาตอบหน้าตาย “เมื่อกี้ยังทำหน้าเหมือนจะกินหัวเราอยู่เลย ตอนนี้ทำเป็เก๊กนิ่ง”
“เื่ของฉันน่า!”
“โอ๊ยๆๆ พอเลยๆ” เสียงของไบร์ทดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้มาพร้อมกับรอยยิ้มล้อเลียน “พวกแกสองคนเนี่ยนะ ถ้าไม่บอกว่าเป็เพื่อนกัน ฉันนึกว่าผัวเมียทะเลาะกันนะเนี่ย”
“ใช่เหรอไบร์ท” ออมรีบผสมโรงทันที “ฉันว่าเหมือนพระเอกนางเอกในซีรีส์เกาหลีมากกว่า ฉากแย่งของกันแล้วล้มทับกันเมื่อกี้นี่มันใช่เลยนะ!”
“นั่นดิ! โคตรใช่!” ไบร์ทตบโต๊ะเสียงดัง ป้องปากทำท่ากรี๊ดกร๊าดเหมือนดูฉากฟินๆ ในละคร “แล้วตอนที่ไอ้คิวมันเช็ดปากให้ยัยโป้อะแก...โอ๊ยยย ฉันจะวูบ! สายตาอย่างกับจะกลืนกินเข้าไปทั้งตัว”
“บ้าเหรอ! พวกแกพูดอะไรกันเนี่ย!” ฉันรีบโวยวายกลบเกลื่อนใบหน้าที่เริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาอีกรอบ พลางหันไปมองไอ้คิวที่ตอนนี้เอาแต่นั่งยิ้มไม่พูดไม่จา
“แค่เพื่อนเว้ย!” ฉันกับไอ้คิวพูดขึ้นมาเกือบจะพร้อมกันอีกครั้ง ก่อนจะรีบหันไปมองหน้ากันอย่างใที่ดันใจตรงกันขนาดนี้
การกระทำนั้นยิ่งทำให้เพื่อนตัวดีทั้งหลายหัวเราะดังขึ้นกว่าเดิม
“ดู๊...ดูมัน...ปฏิเสธยังพร้อมกันเลย” โนวาที่เพิ่งเงยหน้าขึ้นมาจากการฟุบโต๊ะพูดขึ้นอย่างขำๆ “ถ้าจะขนาดนี้ก็คบๆ กันไปเถอะ พวกเราเชียร์”
“เชียร์อะไรล่ะ!” ฉันสบถออกมาอย่างลืมตัว “ฉันกับไอ้คิวเนี่ยนะ ไม่มีทางเป็ไปได้ร้อยเปอร์เซ็นต์!”
“ทำไมจะไม่มีทาง” ชานที่นั่งเงียบมานานถามขึ้นเรียบๆ แต่สายตากลับเต็มไปด้วยความอยากรู้ “ก็เห็นตัวติดกันตลอด ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยกว่าเรากับออมที่เป็แฟนกันอีก”
“นั่นสิ!” ออมรีบเสริม “ตอนทำกิจกรรมคณะ ยัยโป้ก็ซบไหล่คิวซะกลมเลยนะจ๊ะ แถมตอนไปซื้อของทำรายงาน คิวก็คอยถือของให้ตลอดทางอย่างกับเป็เบ๊”
“ไอ้นั่นมันอุบัติเหตุ! แล้วที่มันถือของให้ก็เพราะฉันบังคับต่างหาก!” ฉันรีบแก้ตัวเป็พัลวัน รู้สึกเหมือนกำลังจนมุมเข้าไปทุกที
“เหรอ...” เพื่อนทุกคนลากเสียงยาวอย่างไม่เชื่อ
ฉันหันไปมองไอ้คิวเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือรอยยิ้มเ้าเล่ห์กับการยักคิ้วกวนๆ หนึ่งที ไอ้บ้านี่! ไม่คิดจะช่วยกันเลยหรือไง!
“เออ...หรือว่าที่พวกมึงพูด...มันจะจริงวะ”
จู่ๆ ไอ้คิวก็พูดขึ้นมาลอยๆ ทำลายความหวังสุดท้ายของฉันจนหมดสิ้น มันพลิกเกม! มันหักหลังฉัน!
ทุกสายตาจับจ้องไปที่มันเป็ตาเดียว รวมถึงฉันด้วย
“ไอ้คิว! นายพูดบ้าอะไรของนาย!” ฉันแหวใส่ทันที
“อ้าว...ก็เราแค่ลองคิดตามที่เพื่อนๆ พูดดู” มันหันมาพูดกับฉันด้วยใบหน้าซื่อๆ แต่แววตานี่โคตรจะเ้าเล่ห์ “ก็อาจจะจริงอย่างที่พวกนั้นว่า...เราอาจจะชอบยัยนี่ก็ได้ ใครจะไปรู้”
“กรี๊ดดดดดดดด!” เสียงกรี๊ดของไบร์ทกับออมดังขึ้นประสานกัน “ในที่สุดก็ยอมรับแล้วเหรอคิว!”
“ยอมรับบ้าอะไรล่ะ! มันแกล้งพูด! พวกแกดูไม่ออกหรือไง!” ฉันรีบเถียงแทน แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครฟัง
ตอนนี้ฉันตกเป็เป้านิ่งแต่เพียงผู้เดียว ไอ้คิวลอยตัวเหนือปัญหาไปเรียบร้อย แถมยังหันมาสมทบกับเพื่อนๆ รุมฉันอีกต่างหาก
“นี่โป้...ที่เธอเอาแต่ปฏิเสธเนี่ย...เพราะเขินอยู่ใช่ไหมล่ะ” มันแกล้งยื่นหน้าเข้ามาใกล้แล้วกระซิบถามเสียงเบา
“เขินบ้านนายสิ!” ฉันใช้มือดันหน้าผากมันออกไปเต็มแรง ััอุ่นๆ จากผิวเนื้อของเขาทำให้ใจฉันสั่นวูบ แต่ต้องรีบเก็บอาการไว้ “ถอยไปเลยนะ!”
“แหม...ทำเป็ดุกลบเกลื่อน” มันยังไม่ยอมหยุด
“ฉันไม่ได้กลบเกลื่อน!”
“ถ้าไม่ได้คิดอะไรกันจริง...ก็ลองพิสูจน์สิ” ไบร์ทพูดขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้คำพูดของเธอมันเหมือนกุญแจที่ไขเข้าไปในความคิดของไอ้คิว
ฉันเห็นแววตาของมันเปลี่ยนไป...จากแววตาขี้เล่นกลายเป็แววตาที่จริงจังและมีความคิดบางอย่างซ่อนอยู่
“พิสูจน์?” ฉันทวนคำอย่างไม่เข้าใจ
“ใช่! พิสูจน์ให้พวกเราเห็นไปเลยว่าพวกแกสองคนไม่ได้มีซัมติงกันจริงๆ” ออมว่า
ฉันนิ่งไป...จะพิสูจน์ยังไง? ในเมื่อไอ้บ้านี่มันเอาแต่ปั่นหัวฉันอยู่แบบนี้
“ได้สิ” เสียงทุ้มของไอ้คิวดังขึ้นทำลายความเงียบ มันหันมาสบตาฉันตรงๆ “เรามีวิธี”
ฉันมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา พยายามจะอ่านความคิดที่อยู่ข้างใน แต่ก็ไม่สำเร็จ
“วิธีอะไรของนาย”
ไอ้คิวแสยะยิ้มมุมปาก “ก็วิธีที่ทำให้ทุกคนรู้ไง...ว่าที่เธอทำเป็ปากเก่งอยู่ทุกวันนี้ ก็เพราะกลัวว่าตัวเองจะหวั่นไหวกับเราเข้าจริงๆ”
“พูดบ้าอะไรของนาย!”
“ไม่ใช่เหรอ?” เขายักคิ้ว “ถ้าไม่กลัวจริง...เธอก็ต้องกล้าพิสูจน์สิ”
“ถ้าอยากจะพิสูจน์นักก็ได้!” ฉันที่โดนกดดันจนทนไม่ไหวเผลอะโออกไปเสียงดัง ก่อนจะรีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเอง...ไม่ทันแล้ว...ฉันเผลอหลุดปากพูดอะไรที่ท้าทายออกไปจนได้
บรรยากาศในโต๊ะเงียบกริบอีกครั้ง ทุกสายตาจับจ้องมาที่ฉันเป็จุดเดียว
รอยยิ้มร้ายกาจปรากฏขึ้นที่มุมปากของไอ้คิว แต่วินาทีหนึ่งฉันกลับเห็นแววตาที่เปลี่ยนไปของเขา มันไม่ใช่แค่แววตาของคนขี้เล่นที่อยากจะเอาชนะ...แต่มีความจริงจังบางอย่างซ่อนอยู่ลึกๆ ...บางอย่างที่ทำให้ใจฉันสั่น...
“ดีมาก...ในเมื่อเธอพร้อมจะพิสูจน์แล้ว...” มันลากเสียงยาว ก่อนจะพูดประโยคที่เปลี่ยนชีวิตธรรมดาๆ ของฉันไปตลอดกาล
“งั้นเรามาพนันกัน...ระหว่างเราสองคน ใครทำให้อีกฝ่ายหวั่นไหวจนต้องสารภาพรักก่อน ถือว่าแพ้!”
สิ้นคำพูดของไอ้คิว โลกของฉันก็เหมือนหยุดหมุนไปอีกครั้ง...พนัน? พนันบ้าอะไรกัน!
“เฮ้ย! เอาจริงดิ!”
“สุดยอด! เกมนี้มันต้องสนุกแน่ๆ!”
เสียงของเพื่อนๆ ดังขึ้นอย่างตื่นเต้น ทุกคนดูจะเห็นดีเห็นงามกับเกมบ้าๆ นี่ไปหมดแล้ว
“ฉันไม่เล่น!” ฉันรีบปฏิเสธทันที “ไร้สาระ!”
“อ้าว...ไหนเมื่อกี้บอกว่าอยากจะพิสูจน์ไง” คิวย้อนกลับด้วยท่าทีเหนือกว่า “หรือว่า...กลัวแพ้เหรอ...ปีโป้”
คำว่า กลัวแพ้ มันจี้ใจดำฉันอย่างแรง ฉันน่ะเหรอจะกลัว! ฉันที่ไม่เคยยอมแพ้ใครน่ะเหรอ!
“ใครกลัว!” ฉันเถียงกลับอย่างลืมตัว
“ถ้าไม่กลัว...ก็รับคำท้าสิ”
ฉันจ้องหน้ามันเขม็ง รู้ทั้งรู้ว่านี่คือกับดักที่มันวางไว้ แต่ทิฐิและศักดิ์ศรีมันค้ำคออยู่ ฉันจะถูกหาว่ากลัวไอ้เพลย์บอยนี่ไม่ได้เด็ดขาด!
“ก็ได้! พนันก็พนัน! คิดว่าจะทำให้ฉันหวั่นไหวได้หรือไง ฝันไปเถอะ!” ฉันตอบรับคำท้าไปในที่สุด
“เยส!” เพื่อนๆ ส่งเสียงเฮกันลั่นร้าน
“งั้นตกลงตามนี้นะ” ชานที่สถาปนาตัวเองเป็กรรมการพูดขึ้น “กฎมีข้อเดียว ใครสารภาพรักก่อนแพ้ ส่วนบทลงโทษ...เดี๋ยวพวกเราคิดอีกที”
“เพื่อเป็สัญญา” คิวพูดพลางยื่นมือขวามาตรงหน้าฉัน “จับมือ”
ฉันมองมือหนาของเขานิ่งๆ ก่อนจะยื่นมือของตัวเองออกไปวางทับลงไปอย่างจำใจ
วินาทีที่ฝ่ามือของเราัักัน ความรู้สึกแปลบประหลาดก็แล่นผ่านเข้ามาในใจอีกครั้ง ฉันสบตาลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของเขา เห็นประกายไฟแห่งความมุ่งมั่นและความท้าทายลุกโชนอยู่ในนั้น
ไอ้คิวแกล้งบีบมือฉันเบาๆ แล้วใช้นิ้วโป้งของมันวนบนฝ่ามือฉันอย่างจงใจ เป็การส่งสัญญาณท้าทายระลอกแรกที่ทำให้ฉันต้องรีบชักมือกลับด้วยความใ
เกม...ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วจริงๆ
ายั่วประสาทที่มีหัวใจและศักดิ์ศรีเป็เดิมพัน...และฉันจะไม่มีวันแพ้ผู้ชายคนนี้เด็ดขาด!