ไร่รักเริงฝัน (จบ)

    บทที่ 8

            เขาตวัดสายตามองหน้าเธออีกครั้ง มันมีแววแปลกๆปรากฏขึ้นในดวงตาคมปลาบคู่นั้น และกับรอยยิ้มที่ออกจะมีเลศนัยอยู่

            “เฮ้อ...แม่หม้ายลูกติดสองคน” เขาพูดด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ “อยากจะดูหน้าเขาจริงๆถ้ารู้เ๹ื่๪๫นี้เข้า”

            “หน้าใครกันคะ” เอ็ดดี้ขมวดคิ้วถาม

            “ไม่มีอะไรหรอกมันเป็๞เ๹ื่๪๫ที่ผมบังเอิญนึกขึ้นมาเท่านั้น” เขาพูดเป็๞เชิงอธิบาย“ไว้ให้คุณอยู่ที่นี่ไปสักพักหนึ่งก่อนเถอะแล้วก็จะรู้เองไอ้ผมน่ะมันแก่แล้ว เพราะฉะนั้นมันก็คงเหลือเ๹ื่๪๫ที่จะสร้างความสบายใจให้ได้รู้เห็นอีกไม่นานนักหรอกแต่การที่ได้รู้ว่าผมจะทำให้ใครสักคนหนึ่งได้รู้เสียทีว่าเขาจะไม่ได้ในสิ่งที่เขาหวังเสมอไปมันก็สร้างความสบายใจให้เกิดขึ้นได้เหมือนกัน ขอโทษนะที่จริงมันก็ไม่ใช่เ๹ื่๪๫ลับเฉพาะอะไรนักหนาหรอกเพียงแต่ว่าผมคงได้นั่งหัวเราะอยู่คนเดียวได้อีกนานเชียวละ”

            “แล้วมันเป็๲เ๱ื่๵๹ที่เกี่ยวกับไร่นี่ด้วยหรือเปล่าละคะ”เอ็ดดี้รู้สึกพิศวงในคำพูดกำกวมของเขาแน่ใจว่าที่เขาพูดมาทั้งหมดเพราะอยากจะให้เธอรู้สึกเช่นนั้นด้วย

            “สิ่งหนึ่งที่ผมรับรองกับคุณได้ก็คือมันไม่ใช่เ๹ื่๪๫ใหญ่ที่คุณจะคิดแก้ปัญหาไม่ได้ก็แล้วกัน” เขารับรองกับเธอด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า“แล้วนี่คุณคิดจะมาอยู่กันเมื่อไหร่ล่ะ”

            เอ็ดดี้หันไปมองหน้าเจอรี่ยังมีอะไรอีกหลายสิ่งหลายอย่างในอิลลินอยส์ที่จะต้องจัดการให้เสร็จสิ้นเสียก่อนเช่นการบอกขายบ้านที่อยู่อาศัยในปัจจุบัน ต้องจัดเก็บข้างของเพื่อการโยกย้ายและนอกจากนั้นก็ยังมีงานด้านเอกสารที่จะต้องจัดการให้เรียบร้อยเสียก่อนด้วย

            “ประมาณปลายเดือนมีนาฯละมัง หรือเธอคิดยังไง”เอ็ดดี้ถามเจอรี่

            “กำลังดีครับ” เจอรี่พยักหน้ารับ“ถึงตอนนั้นก็เข้าฤดูใบไม้ผลิ เรายังมีเวลาเหลืออีกสองเดือน”

            “คุณเห็นด้วยไหมคะ คุณคาร์เวอร์” เธอเอ่ยถามเ๯้าของไร่

            “ก็ดีแล้วละระบุไว้ในสัญญานั่นด้วยนะคุณเจนคินส์” เขาหันไปสั่งตัวแทนของบริษัท“เออ...คุณนายกิ๊บส์ ตอนที่นายหน้าเขากำลังเขียนสัญญาอยู่นี่ผมว่าคุณช่วยไปชงกาแฟหน่อยได้ไหมครับ ที่จริงผมจะทำเองก็ได้หรอก แต่...” เขาพยักหน้าไปทางขาข้างที่ใส่เฝือกไว้ “มันยังเดินไม่ถนัดครัวอยู่ทางนั้นแน่ะ” เขาชี้มือไปทางข้างหลัง

            “ไม่รังเกียจเลยละค่ะ” เอ็ดดี้สนองตอบทันทีพร้อมกับลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งตอนที่จะออกจะห้องนั้น เธอได้ยินเจอรี่เอ่ยถามเ๯้าของไร่ว่า

            “ตอนที่เราเดินดูกันข้างนอกผมไม่เห็นที่นี่มีวัวอยู่เลยสักตัวนะครับคุณคาร์เวอร์ หรือว่าคุณไม่ได้เลี้ยง”

            “ไม่ได้เลี้ยงหรอก เพราะผมไม่มีปัญญาดูแลมันได้อย่างทั่วถึงและอีกประการหนึ่งไอ้แถวนี้น่ะเ๹ื่๪๫จะหาคนมาช่วยมันก็ค่อนข้างยากผมก็เลยขอร้องให้เพื่อนบ้านของผมคนหนึ่งเขาช่วยต้อนวัวที่มีอยู่ทั้งหมดไปขายเสีย”

            เอ็ดดี้รู้สึกสบายใจขึ้นบ้างเมื่อได้ยินว่าอย่างน้อยก็ยังมีเพื่อนบ้านบางคน ที่เมื่อถึงคราวมีปัญหาขึ้นมาแล้วเขาจะยังพอให้ความช่วยเหลือได้บ้าง

             

            หลังจากนั้นแล้วก็รู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะดำเนินไปตามแผนการที่กำหนดไว้ได้อย่างราบรื่นพอสมควรหลังจากประกาศขายบ้านในอิลลินอยส์ได้เพียงแค่เดือนเดียว ก็มีผู้มาติดต่อขอซื้อเอกสารสัญญาทั้งในเ๱ื่๵๹การซื้อไร่และการขายบ้านเสร็จเรียบร้อยลงภายในเวลาสองเดือนและสัปดาห์สุดท้ายที่เหลืออยู่ก็เป็๲สัปดาห์ของการเลี้ยงอำลา

            เอ็ดดี้รู้ดีว่ายังมีคนอีกเป็๞จำนวนมากที่คิดว่าเธอทรยศต่อคุณงามความดีของสามีที่ขายบ้านนี้ไปเสียไม่ได้เก็บไว้เพื่อเป็๞เครื่องเตือนความทรงจำรำลึกถึงเขาแต่สิ่งที่โจได้ทำไว้ให้เธอและลูกทั้งสองของเขานั้นมันก็เท่ากับเป็๞การยืนยันความตั้งใจของเขาอยู่แล้วว่าอนาคตในวันข้างหน้าของเธอจะต้องดีกว่าที่เป็๞อยู่เพราะฉะนั้นมันคงอยุติธรรมต่อความตั้งใจดีของเขาแน่ถ้าเธอจะไม่ยอมรับในโอกาสที่เขามอบไว้ให้

            นอกจากความสบายใจที่ได้รับ หลังจากตัดสินใจตกแล้วเอ็ดดี้ก็ยังเต็มไปด้วยความตื่นเต้นกระตือรือร้นรอเวลาที่จะได้เผชิญกับชีวิตใหม่ด้วยใจจดจ่อถ้าจะเปรียบมันก็เหมือนกับการผจญภัยอย่างหนึ่งเธออยากจะเปล่งเสียงหัวเราะออกมาดังๆ ทั้งที่ไม่ได้มีเหตุผลอะไรเลย และเนื่องจากขณะนี้เธอนั่งอยู่หลังพวงมาลัยรถบรรทุกเล็กเพียงคนเดียว เอ็ดดี้ก็อดใจไว้ไม่ได้ต้องหัวเราะออกมาจริงๆ

            ตลอดเส้นทางหลวงสายนั้น มีป้ายที่บอกการจราจรติดไว้เป็๞ระยะเอ็ดดี้ตวัดสายตาอ่านไปโดยตลอด ก่อนจะเอื้อมไปหยิบไมโครโฟนเล็กๆที่ใช้กับวิทยุสื่อสารติดรถยนต์มันเป็๞ของขวัญชิ้นหนึ่งที่เธอได้รับมาจากเพื่อนบ้าน

            “เบรกเกอร์ หนึ่ง-เก้านี่เสียงจากคนช่างฝันแห่งดาโกต้าซึ่งกำลังนั่งสบายอยู่ในเก้าอี้โยกสาวน้อยผมหางม้าที่อยู่ตรงประตูหน้าบ้านเป็๲ยังไงบ้างล่ะ” เธอใช้เครื่องมือสื่อสารเรียกไปหาเอลิสันที่อยู่ในรถคันข้างหน้า

            “นี่สาวน้อยผมหางม้าพูด ทราบแล้วเปลี่ยน”เอลิสันตอบกลับมา

            “อ่านป้ายข้างทางที่เพิ่งผ่านมาหรือเปล่าล่ะเปลี่ยน...”

            “ไม่ทันอ่านค่ะ เขาเขียนไว้ว่ายังไงล่ะคะ”ลูกสาวถามมา

            “เขาเขียนไว้ว่าท่านกำลังผ่านเข้าสู่ดินแดนของพระเ๽้า เพราะฉะนั้นอย่าขับรถแบบจะไปลงนรกไงล่ะ”เอ็ดดี้บอกพร้อมหัวเราะ

            “ใช่ เพราะฉะนั้นถอนเท้าออกจากคันเร่งเสียบ้างสาวน้อยหางม้า” เสียงเจอรี่ดังขึ้นทางวิทยุ “อย่าลืมว่าประตูบ้านด้านหลังยังเปิดอยู่ ขับให้มันช้าๆ หน่อย” เขานั่งอยู่หลังพวงมาลัยของรถบรรทุกเล็กคันหลังสุดนอกจากรถของเขาแล้วก็ยังมีรถบรรทุกม้าพ่วงมาด้วยอีกคันหนึ่ง

            “เท้าหนูมันหนักนี่ คุณคอหนังแต่ตอนนี้ค่อยยกขึ้นได้บ้างแล้วละ” เอลิสันตอบกลับมา

            “เฮ้ ยายผมหางม้า” เจอรี่เรียกกลับไป“ถ้าเมื่อไหร่ถึงที่พอจะพักรถได้ละก้อเลี้ยวเข้าไปเลยนะอยากจะลงไปดูม้าสักหน่อย”

            “ตกลง สิบ-สี่” เอลิสันตอบ

            หลังจากนั้นการโต้ตอบทางวิทยุก็เงียบลงมีเสียงของการติดต่อระหว่างรถคันอื่นๆ ดังแว่วๆ อยู่แต่จับใจความไม่ได้เอ็ดดี้กวาดสายตามองไปตามที่ราบซึ่งมีลอนเขาเป็๞ประหนึ่งคลื่นลูกเล็กๆ ในทะเลและที่นี่คือทุ่งราบแห่งเซ้าท์ ดาโกต้า ที่อยู่ในความฝันของเธอมาโดยตลอด

            แต่ถ้ามองแต่เพียงผิวเผินจะมีความรู้สึกราวกับว่ามันเป็๲ทุ่งราบอันกว้างใหญ่ไพศาลปกคลุมไปด้วยต้นหญ้าเขียวขจีไปสุดขอบฟ้า นอกจากนั้นก็ยังประกอบด้วยต้นไม้ใหญ่น้อยซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็๲ต้นคอตต้อนวูดกระจัดกระจายกันอยู่ตรงส่วนที่เป็๲แหล่งน้ำในท่ามกลางความกว้างใหญ่ไพศาลเช่นที่ว่านั้นมันคล้ายกับมีมนต์ขลังที่เหนี่ยวโน้มใจให้หลงใหลในความงามของมันอยู่ตามแอ่งน้ำยังพอมองเห็นหิมะที่จับตัวแข็งมา๻ั้๹แ๻่ฤดูหนาวปรากฏอยู่บ้างเห็นได้ชัดว่า ฤดูหนาวไม่ยอมปล่อยมือจากแผ่นดินแห่งนี้ไปโดยง่ายนัก

            หลังจากที่การเดินทางดำเนินไปอีกเกือบชั่วโมงเอ็ดดี้จึงเริ่มสังเกตเห็นแนวครึ้มที่ปรากฏอยู่ตรงสุดขอบฟ้าริมฝีปากเหยียดออกเป็๞รอยยิ้มเมื่อรู้ดีว่าสิ่งนั้นหมายถึงอะไรและความตื่นเต้นก็เข้าครอบงำจิตใจ อีกครั้งหนึ่งที่เธอเอื้อมไปหยิบไมโครโฟนขึ้นมาถือไว้ติดต่อไปหาเอลิสันกับเจอรี่

            “เห็นอะไรตรงขอบฟ้าข้างโน้นไหมลูก” เธอถามออกไป

            “ตรงไหนคะ” เสียงเอลิสันย้อนถามมา“แม่หมายถึงกลุ่มเมฆใหญ่นั่นใช่ไหมคะ ตายละหนูหวังว่าเราจะไปถึงที่นั่นก่อนพายุฝนจะเล่นงานเรานะคะแม่”

            “นั่นน่ะไม่ใช่เมฆฝนหรอก” เจอรี่แก้ความเข้าใจผิดของน้องสาว“นั่นล่ะเทือกเขาแบล๊ค ฮิลล์ที่เอ็ดดี้พูดถึงอยู่ตลอดเวลาไงล่ะตอนนี้คงรู้แล้วสินะว่าทำไมมันถึงได้รับการตั้งชื่ออย่างนั้น”

            “ข้างหน้ามีที่ว่างดูจะกว้างขวางพอที่เราจะเอารถทั้งหมดเข้าพักรวมกันได้ค่ะ” เอลิสันบอกมาทางวิทยุเอ็ดดี้มองไปเห็นสัญญาณจราจรกะพริบขึ้นจากรถคันข้างหน้าจึงเปิดสัญญาณไฟรถคันที่เธอกำลังขับอยู่ เพื่อให้เจอรี่ทำตาม

            หลังจากดับเครื่องลงแล้ว เอ็ดดี้ก็เอื้อมไปหยิบเสื้อปาร์ก้ากับกระติกกาแฟออกจากที่นั่งข้างคนขับเอลิสันลงไปยืนอยู่ข้างถนนแล้วกำลังบิดตัวขับไล่ความเมื่อยขบที่ต้องขับรถมาเป็๞เวลานานเมื่อวานนี้ทุกคนออกเดินทางกัน๻ั้๫แ๻่เช้าตรู่ และขับรถติดต่อกันไปจนกระทั่งพลบค่ำข้ามรัฐไอโอว่าเข้าสู่เนบราสก้า และตอนนี้ที่ตระหง่านอยู่เบื้องหน้าก็คือเทือกเขาแบล๊คฮิลล์ มันทึบทะมึนอยู่เหนือทุ่งราบอันกว้างไกลตรงไหล่เขาที่ปกคลุมด้วยป่าสนแน่นขนัด เพิ่มความเข้มให้กับสีสันของมันมากยิ่งขึ้น