ปรมาจารย์ไร้เดียงสา
บทที่ 1 เหมียว เหมียว
เหมียว~
เสียงร้องหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบ อี้เฉินจ้องมองไปด้านหน้าด้วยความงุนงง
เหมี๊ยว~
เสียงน่ารำคาญนี่มันดังมาจากที่ใดกัน แล้วทำไมข้าถึงได้รู้สึกว่าสถานที่แห่งนี้ดูยิ่งใหญ่นักนะ อี้เฉินรำพึงรำพันกับตัวเอง เขาคือปรมาจารย์ด้านการแพทย์อันดับหนึ่งของแผ่นดิน แต่เขาที่มีนิสัยหยิ่งยโสมักถูกผู้คนที่เข้ามาขอความช่วยเหลือด่าทอสาปแช่งอยู่เป็ประจำ
เขาไม่ได้สนใจในลาภยศหรือเงินทองหรอกนะ เขาสนใจเพียงว่าอารมณ์ของเขาดีหรือไม่ก็เท่านั้น หากอารมณ์ดีเขาก็จะช่วยรักษาโดยไม่มีข้อแม้ แต่หากอารมณ์ไม่ดีล่ะก็ต่อให้ผู้เป็ใหญ่ในแผ่นดินก็อย่าหวังว่าจะได้อะไรจากเขาเชียว ดังนั้นไม่ว่าจะป่วยเล็ก ป่วยน้อย หรือ ป่วยมาก การจะช่วยรักษาคนไข้จึงขึ้นอยู่กับอารมณ์ของเขาเท่านั้น
ก่อนหน้าที่จะสลบไปเขาจำได้ว่าถูกสตรีสูงวัยผู้หนึ่งชี้หน้าด่าทอและสาปแช่งเขา บอกว่าเขาเป็คนไร้คุณธรรมไม่คู่ควรกับการเป็หมอ หลังจากนั้นเขาก็จำอะไรไม่ได้อีก เมื่อตื่นขึ้นมาครั้งนี้ เขาไม่รู้เลยว่าตัวเองอยู่ที่ไหน แล้วเหตุใดถึงได้มาอยู่ที่นี่ จนเมื่อมีเสียงๆหนึ่งดังขึ้นในหัวของเขาว่า
"อี้เฉิน ด้วยความที่เ้าหยิ่งทระนงจนผู้คนทนไม่ไหว ด่าทอสาปแช่งเ้าถึง 999 คน ทั้งๆที่เ้าเป็คนที่มีความสามารถด้านการแพทย์ แต่กลับไม่ใช้ความสามารถนั้นช่วยเหลือผู้คน ด้วยเหตุนี้ข้าขอลงโทษเ้าโดยการสาปให้เ้าอยู่ในร่างแมว และวิธีเดียวที่เ้าจะสามารถกลับคืนร่างเดิมได้ คือเ้าต้องช่วยรักษาผู้คนให้หายจากโรคภัยจนครบ 999 คน"
"อย่าล้อข้าเล่นนะ!! ท่านเป็ใครกัน ท่านมีสิทธิอะไรถึงมาทำกับข้าเช่นนี้ ปล่อยข้ากลับร่างเดิมเดี๋ยวนี้นะ เหมียว~"
"หากเ้า้าคืนร่าง หนทางเดียวคือต้องช่วยรักษาผู้คนเท่านั้น จริงสิข้าเกือบลืมไป เ้าสามารถให้มนุษย์คอยช่วยเหลือเ้าได้ แต่เ้าสามารถเลือกได้เพียงคนเดียวเท่านั้น นอกจากมนุษย์ผู้ที่เ้าเลือก เ้าจะไม่สามารถสื่อสารกับมนุษย์ผู้อื่นได้อีก"
อี้เฉินยังคงโวยวายขอให้ตัวเองกลับคืนร่างเดิม เขาแน่ใจแล้วว่าตอนนี้เขาอยู่ในร่างแมว เพราะอะไรน่ะหรือ ก็เพราะขนปุยๆสีขาวที่ขาหน้ายามเขาจ้องมองไป นี่มันขนแมวชัดๆ เมื่อโวยวายได้ระยะหนึ่งก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เขาจึงได้แต่ยอมรับชะตากรรมของตนเองก่อนจะถามข้อสงสัยของตัวเองขึ้นว่า
"หากข้า้าเลือกมนุษย์ผู้ใดผู้หนึ่งเป็ผู้ช่วยเหลือข้า ข้าต้องทำอย่างไร"
"เืของมนุษย์ผู้ใดที่เข้าสู่ร่างกายของเ้าเป็คนแรก ผู้นั้นคืุ์ที่เ้าเลือก"
------------------
อี้เฉินเดินรอนแรมออกจากป่าที่เขาลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยสี่เท้าปุกปุย เขาได้แต่คิดว่าเหตุใดตัวเองถึงได้โชคร้ายเช่นนี้ คิดแล้วก็รู้สึกท้อแท้ใจ หากกลับไปอยู่ร่างเดิมได้ เขาจะไม่ปฏิเสธการรักษาผู้คนที่เดือดร้อนอีก เขาให้สัญญากับตัวเอง แต่ก่อนอื่นเขาต้องหาวิธีคืนร่างให้ได้ก่อนเสียก่อน
เขาพยายามคิดถึงความเป็ไปได้ที่จะกลับคืนร่างเดิมโดยเร็วที่สุด คนที่จะมาเป็ผู้ช่วยของเขาต้องเป็มนุษย์ที่มีความรู้ความสามารถด้านการแพทย์เป็อย่างดี อีกทั้งควรเป็ผู้มีชื่อเสียง คนเช่นนี้มักจะมีผู้คนมาขอให้ช่วยเหลือมากมาย หากเป็ไปตามที่เขาคิดเพียงใช้เวลาไม่นานเขาคงจะสามารถช่วยคนได้ครบตามจำนวนที่ท่านผู้นั้นได้บอกไว้
ดังนั้นในตอนนี้เขาจึงเดินมุ่งหน้าหาร้านหมอที่มีขนาดใหญ่หรือมีชื่อเสียงโด่งดัง แล้วเขาจะรู้ได้อย่างไรกันว่าร้านไหนมีชื่อเสียงหรือไม่มีชื่อเสียง ในเมื่อตอนที่เขาเป็มนุษย์ เขาไม่เคยสนใจเื่พวกนี้เลย เขาจึงได้พยายามที่จะถามทางกับผู้คนที่เดินสวนไปสวนมา
เหมี๊ยว เหมี๊ยว เหมียว~
สงสัยคำถามเขาคงส่งไปไม่ถึง เฮ้อ ... คิดแล้วก็ท้อใจ เอาเป็ว่าลองมองหาที่ๆคนไม่สบายไปอยู่รวมกันเยอะๆก่อนก็แล้วกัน
อี้เฉินที่เดินมาได้พักใหญ่ก็รู้สึกหิวขึ้นมา ก็ั้แ่ตื่นมายังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยนี่นะ แล้วเขาจะกินอะไรดี เมื่อมองซ้ายมองขวาก็พบเข้ากับซาลาเปาร้อนๆในถังนึ่ง เขาะโเข้าไปหมายจะคว้าซาลาเปาลูกนั้นมากิน แต่เมื่อถึงเป้าหมาย ความร้อนจากถังนึ่งส่งต่อมาถึงปลายเท้าของเขา ทำให้เขาถึงกับร้องออกมาเสียงดัง ก่อนจะะโหนีอย่างสุดชีวิต จนซาลาเปาหลายลูกตกลงมา
เ้าของร้านเห็นแมวที่กำลังจะขโมยซาลาเปาทำข้าวของเสียหาย ก็รีบถือไม้วิ่งไล่แมวตัวนั้นในทันที
"หยุดนะเ้าแมวขโมย มาให้ข้าตีซะดีๆ"
เหมี๊ยว เหมียว~~
อี้เฉินที่วิ่งไปพยายามอธิบายไปแต่ก็ไม่เป็ผล เขาต้องติดความเร็วแบบแมวๆ พุ่งหลบซ้ายหลีกขวา มุดไปข้างล่าง ะโขึ้นไปข้างบน ใช้ทุกวิถีทางจนสามารถหลบหลีกไม้พิฆาตออกมาได้ กินก็ไม่ได้กิน ยังต้องเสียพลังงานอีก แล้วข้าจะเอาพลังงานที่ไหนไปหาของกินต่อกันล่ะเนี่ย เขาได้แต่คิดในใจ
เหมือนโชคยังคงเข้าข้างอี้เฉิน เพราะเมื่อเขาวิ่งหนีเ้าของร้านซาลาเปาแบบไม่รู้ทิศรู้ทาง กลับวิ่งมาจนถึงร้านขายยา ตาของเขาลุกวาวและเขาร้องขึ้นมาอย่างดีใจว่า
เหมี๊ยว เหมียว~
อี้เฉินรีบพุ่งตัวเข้าไปที่ร้านทันที เขาพบเข้ากับชายวัยกลางคนที่กำลังหยิบจับยาอยู่ในร้าน ดูจากโหงวเฮ้งแล้วชายผู้นี้น่าจะเป็คนมีความสามารถด้านการแพทย์อย่างแน่นอน เขาหมายมั่นปั้นมือแล้วว่าจะให้ชายผู้นี้เป็ผู้ช่วยของเขา จึงเตรียมตัวพุ่งเข้าไปกัดชายผู้นั้น แต่กลับได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้นมาก่อนว่า
"เหล่าจาง ท่านมาอีกแล้วหรือ อย่าได้มาจับยาร้านข้ามั่วซั่วนะ"
อี้เฉินที่ได้ยินดังนั้นจึงหยุดฝีเท้าลง แต่ก็หยุดไว้ไม่ทัน แล้วหัวของเขาชนเข้ากับขาของชายวัยกลางคนที่เป็เป้าหมายอย่างจัง ชายผู้นี้ไม่ใช่หมองั้นหรือ เหตุใดเขากลับรู้สึกว่าชายผู้นี้ดูเหมือนหมอมากกว่าชายที่อยู่ในร้านเสียอีก
ชายวัยกลางคนที่ถูกบางสิ่งกระทบเข้าที่ขา ได้มองลงมาที่พื้นอย่างสงสัย เขาพบเข้ากับแมวน้อยสีขาวขนฟูฟ่องตัวหนึ่ง เขาจ้องมองอยู่สักพักก่อนที่จะก้มลงไปจับมันขึ้นมา และเอ่ยว่า
"นี่แมวร้านท่านรึ"
"ไม่ใช่แมวร้านข้าหรอก"
" งั้นข้าขอนะ ข้ากำลังอยากได้สัตว์เลี้ยงอยู่พอดีเลย"
เ้าของร้านขายยาโบกมือให้ชายที่ถูกเรียกขานว่าเหล่าจาง ตอนแรกเหล่าจางยังคิดจะไปหากระต่ายป่าหรือลูกหมูป่ามาให้บุตรสาวของนางดูเล่นอยู่พอดี แต่ติดที่ว่าจะจับพวกมันอย่างไรไม่ให้ได้รับาเ็นี่สิ โชคดีที่เห็นเ้าแมวตัวนี้เข้าพอดี เขาจึงอุ้มมันกลับบ้านไป
เหมี๊ยว~~
อี้เฉินพยายามดิ้นรนอย่างสุดชีวิตแต่ไม่เป็ผลจนเขารู้สึกเหนื่อยล้า และเผลอหลับไปในที่สุด เอาไว้ค่อยกลับมาร้านขายยาใหม่อีกครั้งก็แล้วกัน
ไม่รู้ว่าเวลาได้ผ่านไปนานเพียงใด เขาตื่นขึ้นมาพร้อมความเ็ปที่ปลายหาง
แง๊วว~~
อี้เฉินสะดุ้งสุดตัว หันหน้าไปกัดตัวต้นเหตุที่ทำให้เขาเ็ปตามสัญชาตญาณ ความเค็มแปลกๆััเข้าที่ปลายลิ้น มีแสงสว่างส่องขึ้นภายในหัวของเขา ก่อนที่เขาจะเงยหน้าขึ้นไปมองที่ตัวต้นเหตุ พบเข้ากับเด็กหญิงตัวน้อยใบหน้ากลมขาวราวกับซาลาเปา ดวงตากลมโต อ้าปากกว้างก่อนจะแผดเสียงร้องขึ้นมาว่า
"แง๊ๆๆๆ เจะ แง๊ๆๆๆ เจะ"
"หยุดร้องเดี๋ยวนี้นะ!!"
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นมองเ้าแมวตัวน้อย ก่อนจะค่อยๆเงียบเสียงร้องลง นางจ้องมองด้วยความงุนงง
"เฮ้ย ทำไมข้าสื่อสารกับเ้าหนูนี่ได้!! "
ก่อนจะทันได้คิดอะไร เสียงสตรีผู้หนึ่งก็ดังขึ้นที่ด้านหลังของเขา
"ตายแล้ว!! มี่มี่ มือลูกไปโดนอะไรมา"
หนูน้อยนามว่ามี่มี่หันมองไปทางต้นเสียง พบเข้ากับมารดาของนาง ความเ็ปที่หายไปแล้วพลันล้นทะลักขึ้นมาอีกครั้ง
"แง๊ๆๆๆ เจะ เจะ"
อี้เฉินที่ได้ยินเสียงร้องแสบแก้วหูของเด็กที่น่าจะยังไม่ถึงขวบดีก็ตื่นจากความตกตะลึง อย่าบอกนะว่าเืนั่นอยู่ในปากของเขา!! อย่าบอกนะว่า....
ม๊ายยยยยยยย เหมี๊ยว