
“แล้วข่าวที่ว่าเราเป็มือที่3 ของคู่จิ้นธินภา เราจะว่ายังไงดีคะ”
“กับพี่เสือถือว่าเป็พี่ที่เอ็มมี่สนิทมากๆในวงการอีกคนหนึ่งเลยนะคะฉะนั้นเื่นี้เอ็มมี่ขอยืนยันว่าไม่ได้เป็มือที่ 3 แน่นอนค่ะ”
“แต่มีภาพหลุดที่น้องเสือขับรถไปส่งน้องเอ็มมี่ที่คอนโดตอนดึก อันนี้น้องเอ็มมี่จะอธิบายว่ายังไงคะ”
“วันนั้นเรามีสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนที่สนิทน่ะค่ะขากลับเป็ทางผ่าน พี่เสือแค่แวะส่งเอ็มมี่ ไม่ได้มีอะไรไปมากกว่านั้นค่ะ”
“แล้วอนาคตมีโอกาสจะพัฒนาความสัมพันธ์จากพี่ที่สนิทเป็อย่างอื่นได้ไหมคะ”
“ไม่มีสิทธิ์เลยค่ะพี่เสือเป็พี่ที่เอ็มมี่สนิทและให้ความเคารพในฐานะรุ่นพี่ในวงการเอ็มมี่ขอยืนยันว่าจะไม่มีการพัฒนาเป็อย่างอื่นได้อย่างแน่นอนค่ะ”
“อ่า น้องๆคะวันนี้สัมภาษณ์เท่านี้ก่อนเนอะ พอดีน้องเอ็มมี่มีถ่ายงานต่อ เจอกันงานหน้านะคะ” แสงแฟลชที่รัวใส่ร่างบางหน้าแบล็กดรอปเร่งรัวหนักขึ้นเมื่อเห็นว่าผู้จัดการสาวสองที่สวยไม่แพ้เด็กในสังกัดตัวเอง กำลังพยายามแหวกว่ายอยู่ท่ามกลางกองทัพนักข่าวเพื่อดึงเอานางร้ายในสังกัดออกมาจากไมค์ที่จ่อเตรียมถามคำถามนับสิบที่กำลังเป็ประเด็นอยู่ในขณะนี้
“ทำไมไปตอบอะไรตัดรอนขนาดนั้นละคะน้องเอ็มพี่ว่าน้องเสือนี่ก็ใช้ได้เลยนะ ไม่เคยมีข่าวเสียหายกับผู้หญิงคนไหนเลยแถมพี่ก็เห็นเราไปไหนมาไหนกับเค้าตั้งบ่อยนี่นา”เสียงเล็กจีบปากจีบคอเอ่ยถามขึ้นหลังจากสามารถหลุดพ้นจากกองทัพนักข่าวกลุ่มใหญ่ได้และกำลังโดยสารลิฟต์ส่วนตัวที่สตาร์ฟของงานเตรียมไว้ให้ เพื่อลงไปยังลานจอดรถชั้นใต้ดิน
“ก็แค่คุยกันถูกคอค่ะพี่จอร์จก็รู้ตอนนี้เอมไม่มีเวลาไปคิดเื่อะไรแบบนั้นหรอกแค่เื่ของตัวเองก็ยุ่งจะแย่แล้ว” เ้าของมือเล็กตอบกลับผู้จัดการส่วนตัวในขณะที่ตัวเองก็พยายามแกะแฮร์ผมปลอมที่ช่างผมบรรจงติดซ่อนไว้ให้ผมของเธอดูหนาสวยเป็วอลลุ่ม
“พี่รู้ค่ะ แต่น้องเอ็มละก็ไม่รู้จักสร้างกระแส สร้างประเด็นให้ตัวเองบ้างเลยเื่พวกนี้ถึงจะน่าเบื่อไปบ้างแต่ก็ทำเงินให้เราได้เยอะเลยนะคะดูซิอาทิตย์ที่แล้วแค่มีคนแอบถ่ายรูปน้องเอ็มกับน้องเสือที่ลานจอดรถคอนโดได้งานอีเวนท์ก็เข้ามารัวๆเลย ล่าสุดนี่มีงานโฆษณาอายไลน์เนอร์ติดต่อมาแล้วด้วยนะคะลำพังแค่รับงานละครเมื่อไหร่น้องเอ็มจะปลดหนี้ได้ละคะ”พี่จอร์จซี่ถอนหายใจเถือกใหญ่หลังจากที่ร่ายออกมายืดยาวจบ
นางร้ายสาวได้แต่นิ่งมองตัวเองในกระจกที่ตอนนี้แม้ใบหน้าจะถูกแต่งออกมาสวยงามด้วยลุคเปรี้ยวเฉี่ยวดูมั่นใจขนาดไหนแต่ก็ไม่สามารถปิดบังความเหนื่อยล้าที่ออกมาทางแววตาได้เลย
“ว่าแต่เื่ถ่ายงานต่อนี่โกหกนักข่าวใช่ไหมคะ เท่าที่จำได้ไม่มีงานต่อจากนี้ในตารางนี่นา แถมเอมก็นัดกับเพลงไว้แล้วด้วย” เธอทำได้เพียงพยายามเปลี่ยนเื่ไปเพราะเริ่มเห็นว่าบรรยากาศจากหัวข้อเื่ที่คุยเริ่มตึงเครียดขึ้นทุกที
“ไม่มีแล้วละค่ะเดี๋ยวยังไงน้องเอ็มแยกกับพี่ได้เลย แต่พี่ขอไปเอาของพี่รถน้องเอ็มก่อนจะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปส่งพี่ด้วย”
“ได้ยังไงละคะไปเถอะค่ะเอมไปส่ง แค่นี้ไม่ได้เสียเวลามากหรอก” ขาก้าวออกจากตัวลิฟต์พร้อมสอดส่องสายตามองหากลุ่มนักข่าวที่อาจย่องมาแอบถ่ายหรือสัมภาษณ์อะไรเพิ่มเติมอีก
“ไม่ละคะพี่ว่าจะแวะเข้าช่องด้วย วันนี้มีฟิตติ้งละครของใบบัวเด็กปั้นคนใหม่ของพี่นี่ก็ไลน์มาตามพี่ยิกๆแล้ว สงสัยจะตื่นเต้นจัด ถ้าพี่ไปกับน้องเอ็มนะ ชั่วโมงก็ไม่ถึงพี่นั่ง BTS ไปสะดวกกว่ากันเยอะเลย เปิดหลังรถให้พี่หน่อยค่ะขอหยิบอุปกรณ์ทำมาหากินแป็บ” ดาราสาวเปิดรถช่วยพี่จอร์จยกกระเป๋าเดินทางล้อลากขนาด20 นิ้วลงซึ่งในนั้นก็มีทุกสิ่งอย่างที่จะพออำนวยความสะดวกดาราในสังกัดตามที่พี่จอร์จซี่จะสามารถสปอยด์ได้
“ไปค่ะรีบขึ้นรถ พี่ฝาก SayHi น้องเพลงด้วยนะคะ ขับรถดีๆค่ะน้องเอ็ม”นางร้ายสาวะโขึ้นรถตามคำสั่งของพี่จอร์จก่อนจะกดกระจกมาโบกมือลา 2 ทีแล้วค่อยออกรถไปยังที่หมายตามที่นัดไว้
‘เพลงพร’ เพื่อนรักเพื่อนซี้เพียงหนึ่งเดียว ที่สนิทกันั้แ่เธอเข้าเรียนมหาลัยที่กรุงเทพฯและยังถือว่าเป็ผู้ที่ผลักดันให้เธอเข้าสู่วงการบันเทิงคนแรกเนื่องจากเป็ลูกสาวเ้าของบริษัทอาหารกระป๋องสำเร็จรูปเ้าใหญ่ในไทยจึงชวนเธอให้ไปถ่ายโฆษณาติดหลังรถเมล์ประชาสัมพันธ์สินค้าจนทำให้เธอไปเตะตาพี่จอร์จซี่และชักจูงเธอจนเข้าสู่วงการนางร้ายในที่สุด
เอ็มมี่มาถึงร้านที่นัดไว้ เธอเข้าจอดรถในที่จอดที่ถูกลอคไว้ให้เป็ที่ประจำก่อนจะเข้าไปในร้านที่ตอนนี้ดูเหมือนคนยังคงบางตา เพราะเป็เวลาแค่หกโมงครึ่ง ลูกค้าในร้านต่างให้ความสนใจในตัวดาราสาวที่เพิ่งก้าวเข้าร้านไปเอ็มมี่มักจะอมยิ้มเล็กน้อยเสมอ เผื่อเผลอไปสบตากับใครบางคนเข้า เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกยื่นไมค์สัมภาษณ์ในงานหน้าหากจะมีใครบางคนที่อาจตั้งกระทู้ว่า ‘ดารานางร้าย เอ็มมี่ เอมปรางค์หยิ่งยโสจิกหน้าใส่แฟนคลับ’
“คุณเอ็มมี่คะคุณเพลงจองห้องไพรเวทไว้นะคะ เชิญด้านในเลยค่ะ”เด็กบริกรในร้านเดินเข้ามายิ้มต้อนรับก่อนจะนำเข้าไปในห้องไพรเวทด้านในสุดสำหรับลูกค้าที่้าความเป็ส่วนตัวอย่าง‘พวกเรา’
มือเรียวเปิดประตูเข้าไปยังด้านในของห้องก็พบกับสมาชิกที่นัดหมายไว้ที่ตอนนี้ดูเหมือนกำลังนั่งถกเถียงถึงหัวข้อบางอย่างกันอย่างออกรส
“เอม มาพอดีเลยฉันเพิ่งดูสัมภาษณ์แกเมื่อกี้เลย ดูซิมีคนแถวนี้แอบงอนแกอยู่แหนะ” เพลงพร กล่าวขึ้นทันทีที่หันมาเห็นเพื่อนสาวก้าวเข้ามาในห้อง
“โธ่น้องเอมพูดสัมภาษณ์ไปแบบนั้น พี่จะทำยังไงละครับคราวนี้พี่อุตส่าห์วางแผนจะย้ายจากคู่จิ้น ธินภา มาเป็ ธินปรางค์ สักหน่อยเป็คู่จิ้นกับน้องภาละพี่ไม่ค่อยสบายใจเลย” เธอหลุดขำออกมากับการสารภาพบาปของพี่เสือดารารุ่นพี่ที่รับบทพระเอกในละครที่รับเล่นอยู่ในขณะนี้
“เื่อะไรจะมาโบ้ยให้เอมละคะพระเอกคู่กับนางเอกก็เป็เื่ที่ถูกต้องแล้วนี่นา”
“พี่ว่าพอเถอะครับพูดถึงผู้หญิงคนนี้ขึ้นมาแล้วขนลุกทุกทีเลย”ชายหนุ่มเพียงหนึ่งเดียวในห้องหันกลับไปทำหน้าม่อยใส่แฟนสาวก่อนจะเรียกบริกรให้เข้ามารับออเดอร์เพิ่มเติม
ถ้าพูดถึงคนที่ทำชายหนุ่มขนลุกอยู่ตอนนี้ก็คงเป็ใครไปไม่ได้นอกจาก ‘รินภา วรชิรเวช’ นางเอกสาวหน้าใหม่ที่กำลังมาแรง และดูเหมือนช่องจะพยายามดันให้เป็คู่ขวัญกับเขาอยู่ขณะนี้เนื่องจากละครเื่ก่อนที่บทละครเป็แนวโรแมนติกคอมเมดี้เข้าถึงกลุ่มคนดูทุกเพศทุกวัยจนดังเปรี้ยง ส่งผลให้มีกระแสเรียกร้องให้ทั้งคู่กลับมารวมงานกันอีกครั้งซึ่งพูดกันตามตรง รินภาเองก็เรียกว่ามีฝีมือด้านการแสดงอยู่ไม่น้อยแต่ด้านนิสัยส่วนตัวนั้นผิดจากบทบาทที่ได้รับอย่างสิ้นเชิงแบบที่ว่าช่างแต่งหน้าปากกรรไกรมือหนึ่งของกองถ่าย นางก็ทำร้องไห้มาแล้ว ฉะนั้นใครๆที่รู้กิจศัพท์อันลือเลื่องนี้ก็ต่างเข้าอกเข้าใจพระเอกคู่ขวัญที่มักถูกทางช่องกดดันให้ต้องร่วมงานกันบ่อยๆเป็อย่างดี
เอ็มมี่และเสือเองก็รู้จักกันมาั้แ่เพิ่งเข้าวงการใหม่ๆด้วยอยู่ในโครงการเฟ้นหาดาราหน้าใหม่ของช่องรุ่นเดียวกันทำให้สนิทสนมกันั้แ่ตอนนั้น แต่ด้วยเธอที่เข้ามาในวงการโดยการรับบทนางร้ายต่างจากเสือที่แรกๆถึงแม้จะรับบทเพื่อนพระเอก แต่ตอนนี้ถือได้ว่าเป็พระเอกตัวหลักของช่องไปแล้วจึงทำให้ไม่แปลกที่เธอและเสือไม่ค่อยถูกจับตามองมากนักเวลาที่ทั้งสองพูดคุยเล่นกันในกองถ่ายแต่ก็เพิ่งมา่อาทิตย์ที่แล้ว ที่ดูเหมือนดาราหนุ่มเริ่มอยากเปิดตัวคนรักตัวจริงหลังจากที่โดนกระแสคู่จิ้นในละครเชียร์ให้เป็คู่จริงจนเขาอึดอัดกับกระแสที่มากไป จึงให้สัมภาษณ์กับนักข่าวในงานเปิดตัวรถที่ตัวเองเป็พรีเซนเตอร์ว่ากำลังคบหาดูใจกับใครบางคนอยู่ ทำให้กระแสการสืบหาแฟนตัวจริงของเขาเกิดขึ้น และแม้แต่นางร้ายที่เคยถูกมองข้ามมาโดยตลอดอย่างเธอก็ยังโดนสงสัยไปด้วย ว่าอาจเป็แฟนที่พระเอกหนุ่มแอบซ่อนเอาไว้จึงเป็เหตุให้นักข่าวมากมายหันมาเกาะติดเพื่อหาข่าวอย่างกระหาย
“คืนนี้เพลงต้องไปรับพี่ชายนี่นาเครื่องลงกี่โมง ให้พี่ขับรถไปให้ดีไหม” เสือเปลี่ยนหัวข้อสนทนาหลังจากพูดคุยสัพเพเหระกันระหว่างทานอาหาร
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะเครื่องลงตีสามกว่าๆ คุณแม่คงให้คนขับรถไปรับ ของน่าจะเยอะอยู่พอสมควรอีกอย่างพรุ่งนี้เพลงมีประชุมกับซัพพลายเออร์ ไม่อยากไปนั่งง่วงในห้องประชุมด้วย”
“เออเอมคืนนี้ไปนอนกับฉันนะ คุณป๊ามีเื่จะคุยด้วย” เอ็มมี่หยุดชะงักในทันที ถึงจะไม่แปลกใจที่คุณป๊าพ่อของเพื่อนสนิทจะให้ความเอ็นดู แต่อยู่ๆมีเื่จะคุยด้วยแบบนี้มันไม่แปลกไปหน่อยหรอ
“มีเื่อะไรหรอ”เธอรีบถามในทันทีที่กลืนอาหารลงคอเรียบร้อยแล้ว
“ไปถึงก็รู้เอง ไม่ต้องคิดมากหรอกดีซะอีกคืนนี้จะได้เม้าส์กันแบบยาวๆ”
เนื่องจากตกลงกันแล้วว่าคืนนี้เธอจะไปนอนค้างบ้านเพื่อนสนิทหลังจากแยกย้ายกับเสือที่ร้านอาหาร สองสาวจึงนั่งรถกลับมาด้วยกัน เมื่อสมัยเรียนเธอมักมาค้างที่บ้านเพลงพรบ่อยๆเพราะเธอก็เป็เพียงเด็กบ้านนอกตัวคนเดียวที่เข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ ถึงแม้คุณป้าที่อุปการะเลี้ยงดูจะส่งเสียเธอเป็อย่างดีแต่เธอก็มักรู้สึกเหงาและโดดเดี่ยวเมื่อต้องอยู่คนเดียวเสมอ เพลงพรรู้ข้อนั้นดีจึงชอบที่จะชักชวนเพื่อนสนิทมาเล่นที่บ้านจนคนที่บ้านรักและเอ็นดูเธอเป็ลูกสาวอีกคน
“แม่ฉันต้องทำกุ้งอบวุ้นเส้นของโปรดเผื่อเธอแน่ๆยังเหลือท้องไว้กินต่อได้ไหมเนี่ย” หลังจากได้ยินเพื่อนสนิทพูดจบ เธอทำได้เพียงรูปหน้าท้องที่ยื่นออกมานิดๆหลังจากกินมาจากร้านจนอิ่มแปล้
เพลงพรลงจากรถและเรียกในคนในบ้านมาช่วยขนกระเป๋าเสื้อผ้าใบเล็กที่เธอมักมีติดรถไว้เสมอ
“มาๆเอมทานอะไรรึยังลูก แม่ทำกุ้งอบวุ้นเส้นของโปรดหนูไว้ มาเร็ว” ทันทีที่เธอก้าวเข้าบ้านคุณนายของบ้านก็เอ่ยทักเธอด้วยความเป็กันเอง เธอเพียงหันไปสบตากับเพื่อนสนิทที่ตอนนี้ดูเหมือนจะกำลังกลั้นขำที่สามารถเดาเหตุการณ์ไว้ได้ล่วงหน้าเหมือนตาเห็น
“เอมทานมากับเพลงที่ร้านแล้วค่ะแม่แม่คงต้องเก็บไว้ให้พี่ภัทรทานแทนแล้วละค่ะ”
“แล้วนี่คุณป๊าละคะ”
“เห็นว่าจะนั่งเคลียร์เอกสารที่ห้องทำงานนะจ๊ะถ้าเด็กๆไม่ทานอะไรแล้วก็เข้าไปหาคุณป๊ากันเถอะจ๊ะ” นางร้ายสาวพินิศหน้าที่แย้มยิ้มของมารดาเพื่อนสนิทด้วยความสงสัยเพราะดูเหมือนมีอะไรบางอย่างจากรอยยิ้มนั้นที่เธอััได้
“ตกลงคุณป๊ามีอะไรกันแน่อ่ะฉันเริ่มกลัวแล้วนะ”
“เข้าไปเดี๋ยวก็รู้เองแหละน่ามาเร็ว” เพลงพรดันหลังเพื่อนเข้ามาภายในห้องประตูไม้สักหนาที่ภายในตกแต่งอย่างเรียบหรูสไตล์บ้านคนรวย แบบที่เธอมักจะได้เห็นเป็โลเคชั่นสำหรับถ่ายละคร
“นั่งสิลูกทานอะไรกันมาแล้วใช่ไหม เดี๋ยวแม่เค้าคงให้คนเอาขนมทานเล่นเข้ามาให้” ภูดินท์รัตนสกุลหรือคุณป๊า พ่อของเพื่อนสนิทรับไหว้เธอและกล่าวต้อนรับอย่างใจดีหลังจากจบคำเธอได้ยินเสียงเคาะประตูเบาๆ พร้อมกับแม่บ้านที่ยกถาดขนมเค้กน่าทานเข้ามาวางไว้ให้ภายในห้อง
“เพลงคงบอกเอมแล้วว่าป๊ามีเื่จะคุยด้วยใช่ไหม”เธอพยักหน้ารับและเอื้อมมือไปจับแขนเพื่อนสนิทที่ทำท่าจะลุกหนีออกไปจากห้องทิ้งเธอไว้กับสถานการณ์แปลกๆที่เธอก็ยังไม่รับรู้เื่ราว
“อยู่นี่แหละเพลงเผื่อช่วยป๊าพูดกับเอ็มด้วย”คุณป๊าหันไปบอกเพื่อนสนิทเธอก่อนจะหันมามองเธอด้วยแววตาจริงจัง
“ป๊ามีเื่จะขอร้อง”
“ป๊าอยากให้เอ็มคบกับไอ้ภัทร ลูกชายป๊า”
“…”