ตอนที่ 12 นายใหม่คนรับใช้เก่า (2)
ประเดี๋ยวเดียว ก็มืดค่ำเสียแล้ว
ดางอาทิตย์ลาลับ แต่เรือนทิงเสวี่ยกลับสว่างราวกับกลางวัน
ห้องของกู้เชียนเสวี่ยมีคนเดินเข้าเดินออกกันไม่น้อย บางคนก็ถือยา บางคนก็ยกน้ำ เต็มไปด้วยความเร่งรีบ
เหล่าคนรับใช้พากันกระซิบกระซาบ คนของเรือนอื่นก็ยังพากันมาถามไถ่เื่ราว หลังจากที่ได้รู้แล้ว ต่างพากันไม่เข้าใจ...เหตุใดคุณหนูใหญ่ต้องออกแรงลำบากขนาดนี้ด้วย เพื่อสาวใช้เพียงคนเดียวอย่างนั้นหรือ คุณหนูใหญ่รักษาเป็ด้วยหรือ มีตำราแพทย์ที่เป็ของตกทอดจากบรรพบุรุษด้วย ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย
คำถามมากมายที่ไม่มีผู้ใดให้คำตอบได้ แม้แต่จ้าวซื่อเองก็ปิดปากเงียบสนิท ยืนยันกับปากว่ามีตำราแพทย์จริงๆ เพียงแต่กู้เชียนเสวี่ยอ่านจบแล้วรู้สึกเบื่อก็เลยเผามันทิ้งไปแล้ว
เื่ที่เผาหนังสือทิ้ง ทุกคนล้วนเชื่อกันหมด เพราะอย่างไรเสียเมื่อก่อนคุณหนูใหญ่ก็นิสัยแย่พอที่จะทำเช่นนั้นได้ ขอแค่อารมณ์ไม่ดี สมบัติของล้ำค่าก็ถูกทำลายไปแล้วไม่รู้กี่ชิ้นต่อกี่ชิ้น
“เปลี่ยนน้ำ”
แค่กู้เชียนเสวี่ยสั่ง ก็มีสาวใช้เข้ามาทันที ยกเอาน้ำที่เริ่มเย็นออกไป แล้วเปลี่ยนเป็น้ำอุ่นเข้ามาแทน
อวี้ชุ่ยประคองถ้วยยาเข้ามา “คุณหนู ยามาแล้วเ้าค่ะ”
“ดี” เชียนเสวี่ยรับถ้วยยาไป แล้วป้อนให้กับอวี้เหลียน “เดี๋ยวเ้าเองก็ดื่มยาสักถ้วยด้วยล่ะ ป้องกันไม่ให้าแติดเชื้อเข้า”
“เ้าค่ะ คุณหนูใหญ่ บ่าวจะรีบไปรีบกลับ” อวี้ชุ่ยไม่เกรงใจอีกต่อไป รับคำสั่งแล้วหมุนตัวเดินออกไปทันที ดวงตาเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา
ต้มยา ป้อนยา เปลี่ยนน้ำ เช็ดตัว ทำความสะอาดแผลวนอยู่แบบนั้นตลอดทั้งคืน
หรือพูดได้ว่า กู้เชียนเสวี่ยไม่ได้ปิดตาเลยทั้งคืน และเพราะเ้านายไม่ได้พักผ่อน ทำให้คนในเรือนทิงเสวี่ยเองก็ไม่กล้าที่จะพักตามไปด้วย จนกระทั่งฟ้าสาง
คืนนี้เป็คืนที่สำคัญมาก ดีที่จัดการกับาแได้ดี อวี้เหลียนเองก็ยังอายุน้อยการฟื้นตัวค่อนข้างดี รอดพ้นไปได้ด้วยความโชคดี
ท้องฟ้าสว่างแล้ว เรือนของคนอื่นเขาเริ่มคึกคัก แต่เรือนทิงเสวี่ยกลับเงียบลง...ทุกคนต่างก็พากันไปนอนพักผ่อน รวมถึงกู้เชียนเสวี่ยด้วย
ในตอนที่อวี้เหลียนค่อยๆ ตื่นขึ้นมาจากการหมดสติ และได้เห็นสภาพแวดล้อมรอบๆ แล้ว ก็คิดว่าตัวเองอยู่ในความฝันเสียอีก
อวี้ชุ่ยที่นอนหมอบเฝ้าอยู่ก็ตื่นขึ้น “พี่หญิง พี่ตื่นแล้วหรือ”
อวี้เหลียนพยักหน้า แต่ยังรู้สึกอ่อนเพลียอยู่ “คุณหนูเชิญท่านหมอ...มารักษาข้าหรือ”
อวี้ชุ่ยส่ายหน้าอย่างตื่นเต้น “มิใช่หรอก เป็คุณหนูที่รักษาให้พี่หญิงด้วยตนเอง” พอคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ทั้งหมด ใบหน้าของอวี้ชุ่ยก็เต็มไปด้วยความเลื่อมใส
อวี้เหลียนไม่เข้าใจ “คุณหนูรักษาเอง...คุณหนูรู้วิชาแพทย์ด้วยหรือ ทำไมก่อนหน้านี้...ถึงไม่เคยได้ยินเลยเล่า”
อวี้ชุ่ยกะพริบตาอย่างมีชีวิตชีวา “คุณหนูเก่งมากเลย ไม่เพียงแค่รู้วิชาแพทย์เท่านั้น แต่ยังรักษาได้เป็เลิศ”
อวี้เหลียนรู้สึกสับสนมึนงงไปหมด “ต่อให้คุณหนูจะรู้วิชาแพทย์ แต่ก็ไม่เห็นจำเป็ต้องมาช่วยบ่าวที่มีความผิดอย่างข้าเลยนี่ ต่อให้เป็คนใจดี แค่เรียกท่านหมอมาก็พอ อวี้ชุ่ยเ้าฟังข้านะ เ้าไม่คิดว่าคุณหนูแปลกไปหรอกหรือ”
อวี้ชุ่ยยื่นมือไปจับอวี้เหลียน ท่าทางตื่นเต้นมาก “พี่หญิงพี่เองก็ต้องฟังที่ข้าพูดเช่นกัน ต่อให้คุณหนูจะแปลกไป หรือต่อให้คุณหนูเปลี่ยนเป็คนละคน แต่ตอนนี้คุณหนูก็ได้ช่วยชีวิตของพวกเราเอาไว้ แถมยังดีกับพวกเรา แค่นี้ก็เท่ากับว่านางเป็นายของพวกเราแล้ว พี่เข้าใจความหมายที่ข้าพูดหรือไม่”
อวี้เหลียนยกมือขึ้นวางลงบนหลังมืออวี้ชุ่ย “ได้ ข้าเข้าใจความหมายของเ้าแล้ว ขอแค่คุณหนูดีต่อพวกเรา นางก็ถือว่าเป็นายของพวกเรา”
อวี้ชุ่ยพยักหน้าราวกับตำกระเทียม “ใช่แล้วๆ หลังจากนี้พวกเราจะคอยปรนนิบัติคุณหนู คอยช่วยเหลือคุณหนู ต่อให้คุณหนู้าชีวิตข้า ข้าก็จะยกให้!”
อวี้เหลียนส่ายหน้ายิ้ม “เ้าก็เพิ่งบอกว่าคุณหนูเปลี่ยนไปแล้ว คุณหนูที่ช่วยชีวิตพวกเราเอาไว้ จะ้าเอาชีวิตของพวกเราไปทำไมกัน เ้าคิดเช่นนี้ ไม่เท่ากับว่าใส่ร้ายคุณหนูหรอกหรือ”
พูดจบ ทั้งสองก็พากันหัวเราะแล้วก็ร้องไห้ออกมา
สองพี่น้องถือว่าผ่านเคราะห์ร้ายและได้มาเจอกับเคราะห์ดี ตอนนี้รู้สึกซาบซึ้งใจ ทั้งสองคุยกัน ทั้งซาบซึ้งต่อเ้านาย ‘คนใหม่’ พลางระบายความเคียดแค้นต่อคนที่เคยรังแกพวกนาง
ทว่าในเวลานี้ กู้เชียนเสวี่ยที่อยู่ในห้องรับรองก็ไม่ได้พักผ่อนเลยแม้แต่น้อย ในมือถือหนังสือที่จ้าวซื่อส่งมาให้ หนังสือที่มีชื่อว่า ‘ตำรายาหนานเย่ว์’