ตอนที่ 34 มอบโบนัสเล็กๆน้อยๆ
คุณป้าไม่สงสัยในคำพูดของชีเยวี่ยเลยใครบ้างจะไม่ชอบซุบซิบนินทาเรื่องชาวบ้าน? ยิ่งคนแก่ที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชนเช่นเธอยิ่งชอบฟังเรื่องพวกนี้
เธอพูดสนับสนุนคำพูดของหานชีเยวี่ย“ครอบครัวนั่นคงไม่มีใครเป็นผู้บริสุทธิ์หรอก! พูดแบบนี้ก็คงไม่ถูกพวกคนที่เป็นอัมพาตนอนติดเตียงน่าจะเป็นคนบริสุทธิ์”
“ถึงจะไม่เกี่ยวแต่ก็น่าจะรู้อะไรบ้างล่ะน่า? ” แม่ลูกบ้านจวงนั่นต่อให้เป็นอัมพาตติดเตียง ก็ไม่ใช่คนดีอะไรหรอก
“หนูเอ๊ย เรื่องนี้หนูยังไม่รู้สินะชู้รักของยัยนั่นเป็นคนทรยศชาติ!” หานชีเยวี่ยราวกับถูกฟ้าผ่าเมื่อได้ยินเรื่องนี้
นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย?
หมายความว่า ผู้จัดการหลินเป็นคนทรยศชาติ?เธอแค่ฝังระเบิดไว้ที่บ้านของตู้ฉาแต่บ้านของผู้จัดการหลินเธอยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ
ทำไมถึงโยงมาถึงผู้จัดการหลินได้?หรือว่าตำรวจสมัยนี้ทำงานเก่งขนาดนี้แล้ว?
“ป้าคะ เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ?”
“ตอนที่ตำรวจไปถึงยัยผู้หญิงคนนั่นกำลังนอนกกอยู่กับไอ้หมอนั่นแหละ ฉันว่านะสองคนนี้นะทำงามหน้าจริงๆ แก่ๆ ปูนนี้แล้วใช้เวลาเกือบทั้งวันนอนขลุกอยู่ด้วยกันช่างไม่รู้จักอายเสียจริง”
จับได้คาหนังคาเขาเลยเหรอ?ดวงตาของหานชีเยวี่ยเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น
ยังมีเรื่องพิสดารมากด้วยสีสันแบบนี้อีกเหรอ?
ตู้ฉากับผู้จัดการหลินอายุรวมกันก็ปาเข้าไปแปดเก้าสิบปีแล้ว ยังทำตัวแบบนี้ได้อีก?
นึกภาพไม่ออกเลยจริงๆ
“ทำไมถึง…”
หวงพั่นหลานมองหานชีเยวี่ยราวกับเธอไม่เคยเจอเรื่องอะไรแบบนี้มาก่อน“เธอไม่เคยได้ยินคนพูดกันเหรอ? สามสิบดุจหมาป่าสี่สิบดุจเสือโคร่ง ห้าสิบทำได้แค่นั่งสูดฝุ่น? ถ้าจะให้พูดก็คือนางผู้หญิงหน้าด้านพวกนี้ไงเกือบห้าสิบแล้วยังทำตัวหน้าอายแบบนี้ได้ จากนี้ไป อนาคตลูกๆของหล่อนคงไม่กล้าสู้หน้าใครแน่! ”
“อุ๊ย ฟังจากที่ป้าพูดมาผู้หญิงคนนั้นกับผู้ชายคนนั้นคงคบกันมานานแล้วสินะ? ไม่แน่ว่าลูกๆของหล่อนจะเป็นลูกของคนทรยศชาติด้วยรึเปล่า? ”
หานชีเยวี่ยแกล้งทำเป็นพูดขึ้นอย่างไม่ได้ตั้งใจหวงพั่นหลานตบขาตัวเองแล้วพูดว่า “ว่าไปนั่น อาจจะเป็นไปได้”
หานชีเยวี่ยได้พูดในสิ่งที่ควรพูดและฟังเรื่องฉาวประเด็นร้อนจนพอใจแล้วเธอเกรงว่าถ้าพูดมากไปจะทำให้เกิดความสงสัย จึงหยุดเรื่องนี้ไว้เพียงเท่านี้
เธอนับไข่ไก่ออกมาสามสิบฟองแล้วตวงน้ำมันพืชออกมาห้ากิโลกับอีกหนึ่งเหลียง
“ป้าจ้ะ ไข่ไก่สามสิบฟองฉันเลือกแต่ฟองใหญ่ๆ ให้ทั้งนั้นเลย ส่วนน้ำมันพืชฉันตวงให้ห้ากิโลกับหนึ่งตำลึงคิดแค่ห้ากิโลดีไหมจ้ะ?” มีใครไม่ชอบของแถมบ้างหวงพั่นหลานพยักหน้าทันที ลืมเรื่องซุบซิบนินทาที่พูดกันก่อนหน้านี้จนสิ้น
“แม่สาวน้อย เธอทำมาค้าขายเก่งมากต่อไปถ้ามีของดีๆ ก็เอามาขายให้ฉันนะ ฉันรับรองว่าจะขายให้หมด โซนบ้านพักพวกเราน่ะปลอดภัยกว่าตลาดมืดเยอะ”
หานชีเยวี่ยรีบยิ้มขอบคุณ “ขอบคุณนะจ๊ะป้างั้นต่อไปถ้ามีของดีๆ ฉันจะเอามาขายให้ป้านะจ๊ะ”
“เอามาเลย คนงานโรงงานทอฝ้ายเรามีเงินกันแต่ไม่มีคูปอง”
หานชีเยวี่ยพยักหน้า
หวงพั่นหลานชวนหานชีเยวี่ยดื่มน้ำหานชีเยวี่ยก็กระหายน้ำจริงๆ พอเห็นว่าน้ำเย็นลงแล้ว จึงยกแก้วขึ้นจิบเล็กน้อย
ทันใดนั้นเสียงหน้าประตูบ้านของหวงพั่นหลานก็ดังขึ้น ปรากฏว่ามีคนมาซื้อของแล้ว
หานชีเยวี่ยขายไข่ไก่ในราคาฟองละหนึ่งเหมาห้าเฟินและน้ำมันพืชกิโลกรัมละหนึ่งหยวนห้าสิบเฟิน
แน่นอนว่ามีคนบ่นว่าราคาแพงหวงพั่นหลานก็ช่วยหานชีเยวี่ยพูดแก้ต่างช่วยลดปัญหาให้หานชีเยวี่ยไปไม่น้อยเลยทีเดียว
หานชีเยวี่ยอดไม่ได้ที่ถอนหายใจพลางคิดว่าการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีเอาไว้นั้นมีประโยชน์อย่างมากจริงๆ
หลังจากคนอื่นพากันเข้ามาก็อดไม่ได้ที่จะซุบซิบนินทากันถึงเรื่องของบ้านจวงอีกครั้งนี้หานชีเยวี่ยไม่ได้เปิดปากพูดอะไรอีก เพียงแต่ก็รับฟังทุกอย่างจากคำพูดพร่ำเพรื่อของเหล่าป้าๆ หานชีเยวี่ยก็พอจะเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดได้ต้องบอกเลยว่า ตำรวจพวกนี้ร้ายกาจจริงๆ ขุดคุ้ยได้หมด ขุดจนเจอหลักฐาน
หลักฐานของบ้านจวงเป็นฝีมือของหานชีเยวี่ยแต่ที่บ้านของผู้จัดการหลิน หรือที่ตอนนี้ไม่ควรเรียกว่าผู้จัดการหลินอีกแล้ว
ที่บ้านของหลินข่ายเหอกลับพบเบาะแสที่เกี่ยวข้องกับการติดต่อฝั่งตรงข้ามจริงๆตอนนี้กำลังตรวจสอบทั้งบ้านหลินและบ้านจวงอย่างละเอียด
เดิมที่บรรพบุรุษของบ้านจวงเคยตกเป็นเป้าหมายในการตรวจสอบมาก่อนเพราะบริจาคทรัพย์สินให้รัฐบาลจึงรอดมาได้ แต่ตอนนี้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นใครเกี่ยวข้องก็โดนจับหมด แม้แต่ลูกสาวที่แต่งออกไปแล้วของบ้านจวงก็ไม่รอด
ในช่วงเวลานี้ครอบครัวสามีพวกเธอก็กำลังร้องทุกข์ถามหาความยุติธรรมบอกว่าตัวเองโดนลากเข้าไปพัวพันด้วย จนถึงขนาดที่บางคนถึงกับบอกว่าจะให้ลูกชายหย่าขาดกับลูกสาวบ้านจวงซะ
หานชีเยวี่ยถึงกับตกตะลึงผลกระทบจากการกระพือปีกผีเสื้อตัวน้อยๆ [1]ของเธอมันส่งผลกระทบตามมามากขนาดนี้เลยเหรอ?
แต่ทว่าชาติที่แล้วเรื่องพวกนี้ไม่เห็นจะเกิดขึ้นเลย ตอนที่เธอถูกตู้ฉาทำร้ายจนตายพวกคนเหล่านี้ก็ยังอยู่ดีกัน
ผู้จัดการหลินเป็นถึงผู้จัดการโรงงานขนาดใหญ่ของรัฐในเมืองเล็กๆ แบบนี้ ถือว่าเป็นคนใหญ่คนโตมีหน้ามีตาในสังคมมากเขากุมความลับไว้ในมือมากกว่าคนอื่น
หลายปีมานี้ไม่รู้ว่าส่งข้อมูลไปให้ฝั่งตรงข้ามเท่าไหร่แล้ว การที่คนระดับนี้ถูกจับได้หานชีเยวี่ยรู้สึกว่าตัวเองได้ทำคุณูปการให้ประเทศชาติแล้ว
แน่นอนว่าความดีความชอบนี้เธอต้องเก็บไว้คนเดียว
และสิ่งที่ทำให้หานชีเยวี่ยรู้สึกดีที่สุดในตอนนี้คือการที่เกิดเรื่องราวขนาดนี้กับตระกูลจวงย่อมทำให้ชะตากรรมของเธอในชาตินี้ต้องเปลี่ยนไปแน่นอน
สำหรับหานชีเยวี่ย แค่นี้ก็เพียงพอแล้วในชาติที่แล้วนั้นจวงเหวินหลินมีชีวิตที่ราบรื่นไม่รู้ว่าเป็นพวกเดียวกันหรือเปล่า!
หนึ่งชั่วโมงต่อมาหานชีเยวี่ยเดินออกจากบ้านพักคนงานโรงงานทอฝ้ายพร้อมกับเงินก้อนโตและข่าวดี
เธอรีบตรงไปที่สถานีตำรวจ
ความสัมพันธ์ของเธอกับอู๋เจี่ยฟั่งต้องรักษาเอาไว้อย่างดีเธอต้องไปถามเรื่องของพวกค้ามนุษย์ว่าเป็นยังไงบ้างแล้วก็ดูว่าอู๋เจี่ยฟั่งรู้ตื้นลึกหนาบางแค่ไหนกับเรื่องนี้
พอไปถึงสถานีตำรวจเธอก็รู้ว่าทางเมืองได้ตั้งหน่วยเฉพาะกิจขึ้นมาอู๋เจี่ยฟั่งถูกย้ายไปทำงานที่นั่นเพื่อตรวจสอบคดีนี้โดยเฉพาะและที่อู๋เจี่ยฟั่งถูกเลือกให้เข้าไปอยู่ในหน่วยงานพิเศษนี้เพราะเขาเป็นคนแรกที่พบเบาะแส
หานชีเยวี่ยอมยิ้มอย่างมีความสุขนึกไม่ถึงเลยว่าอู๋เจี่ยฟั่งจะมีโชคแบบนี้
เรื่องนี้ถือว่าเป็นความดีความชอบครั้งใหญ่อู๋เจี่ยฟั่งต้องได้เลื่อนตำแหน่งแน่นอนเมื่อพวกเขารู้ว่าเธอเป็นคนที่เคยช่วยตอนคดีจับพวกค้ามนุษย์พวกตำรวจยศน้อยที่สถานีตำรวจก็เป็นมิตรกับเธอมาก
หานชีเยวี่ยได้ยินมาว่า ไม่ใช่แค่ทางอำเภอแต่ทางเมืองก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากตั้งใจจะใช้เรื่องนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการขุดรากถอนโคนคนพวกนี้
หานชีเยวี่ยออกจากสถานีตำรวจด้วยความอิ่มเอมใจแล้วจึงตรงไปที่ตลาดมืด ส่วนสินค้าที่จะขายวันนี้หานชีเยวี่ยตั้งใจจะขายน้ำมันพืชต่อ
น้ำมันพืชเป็นสินค้าที่ขาดตลาดและเป็นที่ต้องการอย่างมากแต่หานชีเยวี่ยก็รู้ดีว่าสินค้าที่ต้องการมากแบบนี้ ถ้าขายเยอะไปก็อันตรายวันนี้เธอตั้งเป้าไว้ที่น้ำมันพืชแปดสิบจินและเนื้อหมูหกสิบจิน
นี่คือน้ำหนักที่เธอแบกไหวถือว่าเป็นการแจกของพิเศษเล็กๆ น้อยๆ ในวันนี้ก็แล้วกัน
แต่หากหานชีเยวี่ยรู้ว่าแค่ของแค่นี้ก็ทำให้คนอื่นหมายหัวเธอได้เธอคงไม่ออกแจกของพิเศษแบบนี้หรอก
ครั้งนี้หานชีเยวี่ยปลอมตัวเป็นเด็กหนุ่มผิวกร้านคล้ำ ผอมแห้งแรงน้อย หนังติดกระดูกใส่เสื้อผ้าเก่าขาดรุ่งริ่งที่มีรอยปะชุน สวมหมวกฟางขาดๆ ดูไม่น่าสนใจเอาซะเลยแต่เขากลับแบกกระบุงใบใหญ่มันวาวที่ดูหนักอึ้ง เดินโซเซไปมา
เชิงอรรถ
[1] 小小蝴蝶的翅膀 กระพือปีกผีเสื้อตัวน้อยๆปรากฏการณ์ผีเสื้อเป็นแนวคิดที่ว่าสิ่งเล็กๆ น้อยๆ สามารถส่งผลกระทบใหญ่หลวงได้