แป้งร่ำยกจานข้าววางลงบนโต๊ะ หน้าบอกบุญไม่รับ เพื่อนสาวนั่งกันอยู่พร้อมหน้ากุ๊กกิ๊ก หมิวและกิ่งยิ้มเหมือนรู้กันว่าเพื่อนโดนอะไรมา
“เอาน่า เล่นไม่เป็ จะได้เล่นเป็ไง” คำปลอบใจของหมิวเหมือนคำพูดของนายนั่นไม่มีผิดเพี้ยน
“ใช่ ๆ เป็การพัฒนาตัวเองด้วยไง” กุ๊กกิ๊กเอ่ยขึ้นบ้าง
“แกโชคดีแค่ไหนที่ได้คู่กับพีท สาว ๆทั้งโรงเรียนอยากจะคู่กับเขาจะตาย” หมิวยังคงหาเหตุผลให้เธอรู้สึกสบายใจ แป้งร่ำมองบนเล็ก ๆ
“หล่ออะใช่ แต่เ็าแบบนั้น ไม่ไหวหรอก อยู่ด้วยแล้วเกร็งว่ะแล้วฉันก็ไม่รู้เหตุผลด้วยนะที่มันให้ฉันเป็คนเล่นเปียโนทั้ง ๆที่ตัวมันเองเล่นเก่งระดับอาจารย์แล้วด้วยซ้ำ” แป้งร่ำพูดพลางตักข้าวใส่ปาก
“มันคงอยากให้เธอฝึกเล่น จะได้เล่นเป็นั่นแหละ”
“ไม่หรอกกุ๊กกิ๊ก ฉันว่าคงไม่อยากให้ฉันเอาเปรียบมากกว่า “
“เอาน่าอย่าคิดมากเลย ถือซะว่าเป็เื่ที่ดีนะจะได้สร้างความคุ้นเคยกับหัวหน้าห้องผู้มีมนุษยสัมพันธ์ไม่ธรรมดา”
“หมิวจ๊ะ แบบนั้นไม่ได้เรียกว่าไม่ธรรมดาแต่มันคือผิดปกติต่างหากล่ะ”แป้งร่ำตักข้าวใส่ปากแบบเซ็ง ๆ
“ฉันให้แกคู่กับพีทเฉพาะงานนี้นะ งานอื่นห้ามเด็ดขาดเลย คนนั้นน่ะสามีฉันในอนาคต”
“โอ้โห!กิ่งจ๋า หญิงไทยใจกล้าเห็นตามกรี๊ดมันมาั้แ่ม.3 ไม่เห็นไอ้พีทจะสนใจซะที” หมิวปรายตามองกิ่งอย่างขำ ๆ
“ต้องมีสักวันสิ จริงมั้ย ฮะ ๆ ๆ ๆ ” ทั้งหมดหัวเราะกันครึกครื้นยกเว้นแป้งร่ำที่นึกถึงชะตากรรมที่จะต้องเจอในตอนเย็น และแล้วเธอก็มายืนอยู่หน้าห้องดนตรีพร้อมกับนายพีทหญิงสาวนึกแปลกใจไม่น้อย ปกติอาจารย์สอนดนตรีต้องใจดี อารมณ์สุนทรีย์แต่ที่นี่ดุยังกับอาจารย์สอนภาษาไทยหรือคณิตศาสตร์ซะงั้น
อาจารย์รัมภานั่งอยู่ในห้องเพียงผู้เดียวเงยหน้ามองเด็กทั้งสองที่เดินเข้ามาใหม่
“อะ เอาไปอ่าน” อาจารย์ยื่นหนังสือเล่มหนึ่งให้
“เป็เนื้อหาที่ครูอธิบายไปในคาบ อ่านเสร็จแล้วเขียนสรุปด้วยวันนี้ครูติดธุระต้องกลับก่อน เธอสองคนทำงานเสร็จแล้วก็กลับได้เลยนะ”
“ครับ/ค่ะ”
อาจารย์รัมภาเก็บของคว้ากระเป๋าได้ก็เดินออกไป พีทจัดแจงเอาหนังสือที่อาจารย์ให้มานั่งอ่านและจดอะไรขยุกขยิก มันเป็ความรู้เกี่ยวกับตัวโน้ตซึ่งเด็กสาวแทบไม่มีความรู้เลยเธอชะเง้อคอมองเหมือนจะขอลอกแต่ไม่กล้าเอ่ยปาก พีทปรายตามองเธอเล็กน้อย
“อ่านแล้วก็สรุป ไม่ใช่มาลอกแบบนี้”
“ก็ไม่เข้าใจเื่ตัวโน้ต จะให้สรุปยังไง”แป้งร่ำพูดเบา ๆ ในลำคอดูเหมือนเขาจะทำงานที่อาจารย์สั่งเสร็จแล้วในเวลาอันรวดเร็ว เขามีพื้นฐานทางด้านดนตรีเป็ทุนเดิมอยู่แล้วเพราะฉะนั้นแค่สรุปความรู้เกี่ยวกับตัวโน้ตจึงเป็ของง่าย พีททำงานของเขาเสร็จก็คว้ากระเป๋าเดินออกจากห้องโดยไม่สนใจแป้งร่ำเลยสักนิดเด็กสาวมองตามตาปริบ ๆ
นอกจากมนุษยสัมพันธ์จะผิดปกติแล้วคุณธรรมในจิตใจก็หามีไม่
“ไม่ให้ลอก แถมไม่คิดจะรอ ท่าทางจะผิดปกติจริง ๆ”เด็กสาวบ่นเบา ๆ พลางเอื้อมไปเอาใบงานที่พีทสรุปไว้มานั่งลอก
แป้งร่ำลงจากรถเมล์ได้ก็เดินเรื่อยเปื่อยทางเข้าหมู่บ้านเป็ซอยลึกมีมอเตอร์ไซด์รับจ้างให้บริการแต่อาอี๊สี่สั่งเป็มั่นเป็เหมาะว่าไม่อนุญาตให้หลานสาวใช้บริการวินมอเตอร์ไซด์รับจ้างเด็ดขาดตรรกะของอาอี๊สี่ง่าย ๆ คือ กลัวว่าจะเกิดอันตรายจากการถูกล่อลวงของคนขี่วินมอเตอร์ไซด์แต่แป้งร่ำคิดว่าถ้าภัยมันจะมา ไม่ว่าอยู่บนรถบนเรือหรือเดินเธอก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ดังที่เธอกำลังเผชิญอยู่ทุกวันเด็กสาวต้องเดินจากหน้าปากซอยเข้าหมู่บ้าน ผ่านป้อมยามที่มีพนักงานรักษาความปลอดภัยเป็ชายหนุ่มสองคน
“กลับมาแล้วเหรอจ๊ะ” ยามหนุ่มคนหนึ่งทักแป้งร่ำ
“สรุปอยู่ซอยไหนจ๊ะ พี่ไปส่งนะ”เธอไม่ตอบและไม่ใช่ครั้งนี้ครั้งแรกที่เขาเข้ามาทักและแซวเธอแบบนี้
“หยิ่งซะด้วย” พวกนั้นยังคงแซวเธออยู่ เด็กสาวเม้มปากเหลืออดกับกิริยาเช่นนี้ มันเป็แบบนี้เกือบทุกวันที่เธอเดินเข้าเดินออกในหมู่บ้านซึ่งเธอไม่กล้าบอกอาอี๊สี่เกรงว่าจะเป็เื่ขึ้นมาเพราะน้าสาวของเธอชอบเล่นใหญ่เสมอ จึงได้แต่จำทนไป
แป้งร่ำปรับตัวกับโรงเรียนใหม่ได้อย่างรวดเร็ว เข้ากับเพื่อนได้ดีแต่ปัญหาหนักอกที่ต้องเผชิญคือเื่การเรียนที่ค่อนข้างเคร่งเครียดกว่าโรงเรียนเก่า อาจเป็เพราะเธออยู่ห้องที่มีแต่คนเรียนเก่ง
“ขอยืมสมุดเลขหน่อยได้ไหมกุ๊กกิ๊ก”เหลืออยู่ไม่กี่ข้อเธอก็จะทำเสร็จแล้ว
“ หมิวยืมไปน่ะสิ”
แป้งร่ำจึงลุกไปขอยืมคนอื่น
“มีคนยืมไปแล้วจ้ะแป้งร่ำ”
“ขอโทษนะแป้ง เราก็ยังไม่เสร็จเลย”
“ฝนยืมของเราไปแล้ว”
นี่คือคำตอบที่เธอได้รับ วิชาคณิตศาสตร์อีกแล้ว เป็วิชายอดฮิตของการลอกจริงๆ แป้งร่ำเดินวนรอบห้อง ก็หยุดชะงักที่นายพีทซึ่งกำลังอ่านหนังสือการ์ตูนอยู่เงียบๆ นายนั่นคงจะมีให้เธอยืมอย่างแน่นอน เพราะเธอรู้มาว่าเขาเป็มนุษย์เพอร์เฟคเก่งทุกอย่าง เธอตัดสินเดินไปหา แต่อยู่ดี ๆ กิ่งก็มาตัดหน้าซะงั้น
“พีท... เราขอยืมสมุดเลขหน่อยสิ”
เขาเงยหน้ามองเด็กหญิงตรงหน้า
“ไม่ให้”
ปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย กิ่งทำหน้าไม่ถูกก่อนจะเดินหัวเสียกลับไปนั่งที่เดิมแป้งร่ำกลืนน้ำลายลงคอ
อย่าได้คิดจะไปขอยืมนายนั่นเด็ดขาด
ก่อนจะหันหลังกลับไปนั่งที่เดิมของตัวเองอย่างเซ็ง ๆ ทว่าเห็นสมุดเลขของใครบางคนวางอยู่
พิทยะ!!
ของนายนั่น มาวางอยู่บนโต๊ะเราได้ยังไง!!
เธอหันไปมองเขาซึ่งนั่งอ่านหนังสือการ์ตูนอย่างไม่แยแสอะไรกับโลกใบนี้หรือจะมีคนส่งต่อ ๆ กันมาเพื่อคืนเขา แล้วบังเอิญความโชคดีมาตกค้างอยู่ที่โต๊ะของเธอเด็กสาวมองซ้ายมองขวา ก่อนจะยิ้มอย่างมีเลศนัย ความคิดแว้บแรกผุดขึ้นในสมอง
ขอลอกก่อนค่อยคืนละกัน
ิญญาสิงห์มือไวเข้าสิง เธอลอกการบ้านอย่างรวดเร็วแม้ลายมือนายนั่นอาจจะทำให้เธออ่านลำบากบ้างแต่ก็พออ่านออกอยู่
ปั่น ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
เสร็จจนได้
แป้งร่ำลุกขึ้นเอาสมุดแอบไว้ด้านหลังก่อนจะทำเป็เดินโฉบไปที่โต๊ะและวางสมุดคืนเขาอย่างรวดเร็วราวกับกลัวคนเห็นพีทลดหนังสือการ์ตูนมองที่สมุดทีหนึ่งและมองแป้งร่ำทีหนึ่ง เด็กสาวหันกลับมายิ้มให้แหยๆ พร้อมชี้ให้เขาเห็นว่าเธอเขียนโน้ตติดเอาไว้
สมุดนายมาอยู่บนโต๊ะพอดี เลยขอเอาไปลอกนะ ขอบใจหลาย ๆ
เขาแกะกระดาษโน้ตนั่นออกและเอาไปใส่ในหนังสือการ์ตูนที่เขากำลังอ่าน
คาบเรียนสุดท้ายจบลงเมื่อนึกถึงว่าจะต้องเดินผ่านป้อมยามหน้าหมู่บ้านแป้งร่ำทำหน้าเซ็ง จนกุ๊กกิ๊กสังเกตเห็น
“เป็ไรไปอีกล่ะเธอ”
“เราจะทำยังไงดีกับยามหน้าหมู่บ้าน”
“เขายังแซวอยู่เหรอ”
“แซวทุกวัน ตอนนี้เริ่มรุกหนักขึ้น เมื่อวานปั่นจักรยานตามมาเลย เราต้องเดินเลยซอยไปอีกเพื่อหลอกมันน่ะ”
“ฉันว่าแกควรบอกผู้ใหญ่ให้จัดการนะ” กุ๊กกิ๊กเสนอความเห็น
“เรากลับก่อนนะเพื่อน ๆ วันนี้รีบ” กิ่งพูดขึ้นมาขัดจังหวะก่อนจะสะพายกระเป๋าวิ่งออกไป แป้งร่ำถอนหายใจพูดต่อ
“เธอรู้จักอี๊สี่ของฉันน้อยไป เื่เล็กกลายเป็เื่ใหญ่แน่นอน”
“แกก็หาใครสักคนแกล้งเป็แฟน ไปส่งที่หน้าหมู่บ้านแค่นี้เขาก็ไม่ยุ่งกับแกแล้ว” หมิวชะโงกหน้าเข้ามาเสนอความคิด
“ไอเดียดี แล้วใครจะมาเป็แฟนฉันไม่ทราบ”
แป้งร่ำกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องเรียน หาตัวช่วยที่พอจะมาเป็แฟนกำมะลอของเธอได้ในเวลานี้
นายเป้นั่นก็เตี้ยไป ดูไม่น่าเกรงขาม
นายนัทก็ผอมเกิน แรงเดินจะมีไหม
นายจอมก็อ้วนเป็หมูขนาดนั้นน่าจะวิ่งไม่ทันหากเกิดเื่
“โอ๊ย!!!แต่ละคน จะรอดมั้ย”
“ก็นั่นไง...แก!”กุ๊กกิ๊กชี้ไปหลังห้อง แป้งร่ำมองตาม ตาโตขึ้นมาเมื่อคนที่เพื่อนชี้คือ....
นายพีท!!!!!
แป้งร่ำกลืนน้ำลายลงคอ
“ไม่เอาอะ....”
“ทำไมล่ะแป้ง พีทน่ะเหมาะสุดแล้ว สูงขาวที่สำคัญหล่อ รับรองยามหน้าหมู่บ้านเธอไม่กล้ามายุ่งแน่เพราะเขาสู้ไม่ได้”
“แค่คุยธรรมดามันยังไม่คุยด้วยเลยแล้วนี่จะให้ฉันเข้าไปขอให้มันช่วยเล่นละครเป็แฟนหลอกยามหน้าหมู่บ้าน มันคงทำให้หรอก”
“ไม่ลองไม่รู้นะ” พูดจบหมิวก็ลากแป้งร่ำไปหาพีทที่กำลังเก็บของอยู่หลังห้อง
“เฮ้ย!!!!!” แป้งร่ำร้องเสียงหลงขึ้นมาสักพักก็มาอยู่ตรงหน้านายพีทเสียแล้ว
เขาทำหน้านิ่งมองเพื่อนสาวทั้งสาม แววตาแสดงความสงสัย
“พวกเรามาขอความช่วยเหลือจากนายน่ะ..ใช่ไหมแป้งร่ำ” หมิวเปิดฉากสนทนาแป้งร่ำพยักหน้าหงึก ๆ
“ช่วยอะไร”
“คือตอนนี้ไอ้แป้งถูกยามหน้าหมู่บ้านก่อกวน” หมิวจัดแจงสาธยาย
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน” น้ำเสียงของเขาห้วนมาก
“ยามนั่นน่ะค่อนข้างโรคจิตด้วยนะ” กุ๊กกิ๊กช่วยอีกแรงชายหนุ่มกอดอกนั่งฟังหน้านิ่ง
“พวกเราเป็ห่วงความปลอดภัยของแป้งเลยอยากให้นายทำทีเป็แฟนแป้งและไปส่งเธอที”
หลังจากหมิวพูดจบ หัวคิ้วของนายพีทขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
“พวกยาม แซวแป้งทุกครั้งที่เดินผ่าน ล่าสุดปั่นจักรยานตามด้วย” กุ๊กกิ๊กช่วยพูดแต่ดูท่าทางของเขายังนิ่งอยู่
“ใช่ ๆ แถมบอกที่บ้านก็ไม่ได้เพราะทุกอย่างจะกลายเป็เื่ใหญ่แล้วแป้งมันกลัวยามนั่นจะแค้นแล้วมาจัดการเธอทีหลัง”
เงียบ.....ไม่มีเสียงตอบรับจากชายหนุ่ม
แป้งร่ำสะกิดหมิวและกุ๊กกิ๊กพลางมองนายพีทอย่างเกรงใจ
“แก ฉันว่าไม่เป็ไรหรอก ไปกันเถอะ ฉันกลับได้” แป้งร่ำหันหลังเดินกลับอย่างหมดหวัง
“ ยัยเกรมลินส์!! อีกห้านาทีไปรอฉันที่หน้าโรงเรียน “
ทุกคนหันขวับกลับมามองผู้พูดอย่างคาดไม่ถึง
ใช่!! นายพีทตอบตกลง เป็การตอบตกลงอย่างง่ายดายเสียด้วย
“มีโอกาสได้ควงดาวเด่นของโรงเรียนหนึ่งวัน เก็บเกี่ยวโอกาสนี้ให้ดี ๆนะโว้ย” หมิวกระซิบและตบบ่าเพื่อนเบา ๆ
“โชคดีนะ ฉันไปล่ะ” กุ๊กกิ๊กพูดจบก็เดินกลับบ้านไปพร้อมกับหมิวส่วนแป้งร่ำก็ออกมายืนรอพีทอย่างเก้ ๆ กัง ๆ หน้าโรงเรียนนับเป็ครั้งแรกที่จะควงผู้ชายเพื่อไปประกาศก้องให้พวกยามหน้าหมู่บ้านรู้ว่าอย่ามายุ่งกับฉัน
เพราะฉันมีแฟนแล้ว และแฟนฉันก็.... หล่อซะด้วย แม้เื่ราวทุกอย่างจะเป็เพียงการอุปโลกน์ขึ้นมาก็ตาม
ในรถเมล์ ผู้คนยืนเบียดเสียดกัน เพราะแป้งร่ำตัวเตี้ยจึงยากต่อการเอื้อมมือไปจับราวเธอยืนโคลงเคลงทำท่าเหมือนจะล้ม ปรายตามองพีทคนตัวสูงทำอะไรก็ง่ายดายเสียหมด เขาดูไม่มีปัญหากับการหาที่ยึดซึ่งไม่เหมือนเธอ
เอี๊ยด!!!!!
รถเบรกกะทันหันจนหน้าของเด็กสาวปะทะกับหน้าอกของนายพีท อย่างจัง เขามองเด็กสาวร่างเตี้ยที่เอามือลูบจมูกตัวเองเธอไม่กล้าบ่นอะไรมากเพราะจะโทษใครได้นอกจากความเตี้ยที่ได้มาแต่กำเนิด ขณะนั้นรถกำลังเคลื่อนตัวจึงเกิดแรงกระชากอีกครั้งคราวนี้แป้งร่ำไม่ทันระวังตัว หลับตาปี๋เพราะร่างของเธอกำลังเซถลาไปด้านหลัง
ว้าย!!!!!
มือของพีทคว้าร่างเธอเอาไว้ได้ทันท่วงที
เด็กสาวมองตาปริบ ๆ ไม่คาดคิดว่าจะมาอยู่ในวงแขนล่ำสันของนายพีทสุดหล่อเธอเผลอยิ้มออกมาอย่างลืมตัว เขาปรายตามองคนตัวเตี้ย แป้งร่ำผละออกจากตัวเขาได้ ก็ทำตัวไม่ถูกทำเป็กระแอมไอกลบเกลื่อนอยู่ ๆ เด็กหนุ่มก็พูดขึ้นมามาดนิ่ง ๆ ตามเคย
“ เกาะแขนฉันไว้”
“หา!”
ฉันหูฝาดรึเปล่า
“บอกให้เกาะแขนไว้ไง”
เขาพูดอีกครั้ง คราวนี้เธอสลัดความอึ้งออกได้ ก็เอามือไปเกาะแขนของเขาไว้พร้อมกับก้มหน้าก้มตายิ้มกรุ้มกริ่มไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมามองอะไร เพราะกลัวใครจะเห็นใบหน้าที่แดงระเรื่อของเธอในเวลานี้
“ เตี้ยแล้วยังไม่เจียม” จู่ๆ เขาก็พูดขึ้นมาเหมือนจงใจให้เธอได้ยิน เ้าตัวสะอึกเม้มปากแน่น
หมดกันความฟินเมื่อครู่นี้
เจ็บจริงกับคำว่าเตี้ย!!!!
ทั้งสองเดินผ่านยามหน้าหมู่บ้าน ยามคนเดิมมองแป้งร่ำด้วยสายตาแทะโลม แต่ต้องผงะเมื่อพีทเดินเข้ามาบังร่างของเธอเอาไว้
“แหม!วันนี้มีเพื่อนมาด้วยเหรอ”
พีทหันไปมองผู้พูด
“เด็กมันมองว่ะ ยอมเหรอวะ” ยามอีกคนกระซิบกับเพื่อน พีทส่งแววตาแข็งกร้าวก่อนจะเดินเข้าไปในป้อมยามนั้นอย่างไม่เกรงกลัวจนแป้งร่ำใไม่คิดว่าเขาจะกล้าขนาดนี้เธอชะเง้อคออยากรู้ว่าเขาเข้าไปคุยอะไร พีทพูดคุยกับยามสองคนนั้นเสร็จ สักพักก็ออกมาเด็กสาวแทบจะกระโจนเข้าไปหาด้วยความอยากรู้
“นี่นาย..คุยอะไรกับพวกนั้นอะ”
เขาปรายตามองเธอเล็กน้อย ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นอย่างมีฟอร์ม
“กลับบ้านได้แล้ว ไป! ”
“ นายไปคุยอะไรกับพวกนั้น ”
“เธอไม่ต้องรู้หรอก กลับไปได้แล้ว!”
“อืม...แล้วนายจะกลับเลยมั้ย”
“ฉันรอเธอเข้าบ้านก่อนถึงจะกลับ”
น้ำเสียงราบเรียบของเขาทำเอาแป้งร่ำเงยหน้ามองร่างสูง
หูฝาดไหมวะ.....นายนี่เป็ห่วงเราอย่างนั้นเหรอ???
แป้งร่ำเหลียวมองพีทที่ยังยืนอยู่ข้างป้อมยามมองเธอเดินไปเด็กสาว นึกอะไรขึ้นมาได้หยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋า และวิ่งกลับไปหาเขาอีกครั้ง
“นายพีท...ฉัน..ให้..”
เธอยื่นลูกอมรสส้มที่เธอชอบกินให้เขา ปกติเขาไม่ค่อยรับของจากใครแม้จะมีคนเอาของให้เขามากมาย ชายหนุ่มมองลูกอมในมือนั้นก่อนจะยื่นมือไปรับมันมาแบบเก้ ๆ กัง ๆ หญิงสาวยิ้มให้อย่างร่าเริง
“ขอบใจนะ ที่มาช่วย”
แป้งร่ำวิ่งออกไปแล้ว พีทยังยืนอึ้งจนร่างบางวิ่งหายไปลับตา
เขาขมวดคิ้วเข้าหากัน ครุ่นคิดกับความรู้สึกบางอย่างที่มันกำลังเกิดขึ้นอย่างน่าประหลาดยามทั้งสองคนที่นั่งอยู่ในป้อมชะโงกหน้ามองไอ้หนุ่มหน้าหล่อที่เดินกลับไป
ยามคนหนึ่งตบหัวยามอีกคนหนึ่ง
ผัวะ!
“กูบอกมึงแล้ว เวลาแซวใครให้ดูด้วยเด็กผู้หญิงคนนั้นเป็แฟนของลูกนายตำรวจใหญ่ เกือบซวยล่ะมึง”
“โอ๊ย!! แล้วมึงจะตบกบาลกูทำไมเล่า กูไม่กล้าแล้วโว้ย! ”