หลังจากขึ้นรถม้า บรรยากาศภายในกลับเงียบงันจนได้ยินเพียงเสียงล้อไม้ที่บดกับพื้นดิน เสียงม้าที่เดินเป็จังหวะ และลมที่พัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง หยางลี่เจินนั่งนิ่งตรงข้ามกับเหวินเจาเหยียน เธอพยายามไม่สบตาเขา และหันหน้าออกไปมองวิวด้านนอก
ความเงียบนี้ไม่ได้ช่วยให้เธอสงบใจ กลับกัน มันทำให้เธอยิ่งรู้สึกอึดอัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อความทรงจำบนรถม้าก่อนหน้านี้ผุดขึ้นมาในหัว
เหวินเจาเหยียนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม มองเธอด้วยสายตาเรียบนิ่ง แต่ลึกๆ แล้วเขากำลังพิจารณาท่าทีของเธอ
“เ้าดูเหมือนมีเื่ในใจ” เขาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ
หยางลี่เจินสะดุ้งเล็กน้อย หันกลับมามองเขา “เปล่าค่ะ ฉันไม่ได้คิดอะไร”
“จริงหรือ?” เขายกคิ้วเล็กน้อย “เ้าเงียบเกินไป ดูไม่เหมือนตัวเ้าเอง”
เธอหลบสายตา พยายามเปลี่ยนเื่ “แล้วคุณล่ะคะ าแเป็ยังไงบ้าง?”
“ไม่ต้องเปลี่ยนเื่” เขาตอบทันที น้ำเสียงเรียบนิ่ง “ข้าถามเ้าก่อน”
หยางลี่เจินกัดริมฝีปากแน่น เธอพยายามหาคำตอบที่ไม่ทำให้ตัวเองดูแปลกไป “ฉันก็แค่… คิดถึงเื่การเดินทางค่ะ”
เขามองเธอด้วยสายตาที่เหมือนจะอ่านทะลุความคิดของเธอได้ แต่ก็ไม่ได้ซักไซ้อะไรเพิ่มเติม
“ดี ถ้าเ้ากังวลเื่การเดินทาง ข้ารับรองว่าข้าจะไม่ปล่อยให้เ้าต้องเจออันตราย” เขากล่าวเรียบๆ
คำพูดนั้นทำให้หยางลี่เจินชะงัก เธอไม่คาดคิดว่าเขาจะพูดอะไรแบบนี้ เธอมองเขา แต่เขากลับหลบสายตาเหมือนไม่อยากให้เธอเห็นแววบางอย่างในดวงตาของเขา
ความเงียบเข้ามาปกคลุมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ได้อึดอัดเหมือนก่อนหน้า หยางลี่เจินรู้สึกว่าแม้เขาจะพูดน้อย แต่คำพูดของเขากลับทำให้เธอรู้สึกอุ่นใจ
เธอพิงพนักเก้าอี้ หันหน้าออกไปมองนอกหน้าต่างอีกครั้ง แต่ในใจกลับเริ่มสงสัยในความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อเขา
“บางทีเขาอาจจะไม่ได้เ็าอย่างที่ฉันคิด…” เธอพึมพำเบาๆ กับตัวเอง ขณะที่เสียงล้อรถม้ากลายเป็จังหวะที่ผ่อนคลายลง
ระหว่างการเดินทางในรถม้า หยางลี่เจินที่นั่งมองเหวินเจาเหยียนอยู่เงียบๆ มาสักพัก อดไม่ได้ที่จะยิ้มเล็กๆ ออกมาเมื่อคิดถึงท่าทางของเขา แม้จะดูเ็าและนิ่งเงียบ แต่เขากลับแสดงความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างที่เธอไม่เคยคาดคิด
“คุณรู้ไหมคะ” เธอพูดขึ้นทำลายความเงียบ
เขาเลิกคิ้วเล็กน้อย หันมามองเธอ “อะไร?”
“แม้คุณจะดูเ็า แต่สำหรับโลกของฉัน คุณถือว่าเป็คนที่โรแมนติกมากเลยล่ะค่ะ”
คำพูดนั้นทำให้เขาขมวดคิ้วอย่างเห็นได้ชัด “โรแมนติก? เ้าหมายถึงอะไร?”
หยางลี่เจินหัวเราะเบาๆ “ฉันลืมไปว่าคำนี้อาจไม่คุ้นหูในยุคนี้” เธอยิ้มก่อนจะอธิบาย “โรแมนติก… หมายถึงการที่ใครสักคนทำสิ่งที่ใส่ใจ อ่อนโยน หรือทำให้คนอื่นรู้สึกพิเศษในแบบที่ไม่เหมือนใครค่ะ” เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ดวงตาที่เยือกเย็นดูเหมือนจะครุ่นคิด
“ข้าทำสิ่งนั้น? เมื่อไหร่?”
“ตลอดเวลาที่เราร่วมเดินทางกันนั่นแหละค่ะ” เธอตอบพร้อมรอยยิ้ม “อย่างตอนที่คุณช่วยฉันจากพวกโจร หรือตอนที่คุณยอมให้ฉันพิงไหล่ตอนหลับ ทั้งๆ ที่คุณไม่ต้องทำก็ได้”
เขาหันไปมองนอกหน้าต่าง ราวกับ้าเลี่ยงสายตาของเธอ “ข้าทำเพราะมันสมควรทำ ไม่ใช่เพื่ออะไรอื่น”
“แต่มันมีผลนะคะ” เธอพูดต่อ น้ำเสียงนุ่มนวล “มันทำให้ฉันรู้สึกปลอดภัย และ… รู้สึกว่าคุณไม่ได้เ็าอย่างที่แสดงออก”
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ “ในโลกของเ้าสิ่งนี้ถือเป็เื่สำคัญมากหรือ?”
“มากค่ะ” เธอตอบทันที “เพราะมันหมายถึงความใส่ใจและความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งระหว่างคนสองคน”
เขาพยักหน้าเบาๆ แม้จะยังดูเหมือนเข้าใจไม่หมด
“ข้าไม่รู้ว่าข้าจะเป็อย่างที่เ้าพูดหรือไม่… แต่ถ้าเ้ารู้สึกเช่นนั้น ข้าก็ไม่ปฏิเสธ”
คำพูดตรงไปตรงมาของเขาทำให้หยางลี่เจินหลุดยิ้ม เธอพยายามกลั้นหัวเราะ “คุณนี่เป็คนพูดอะไรที่ไม่ค่อยเข้ากับคำว่าโรแมนติก แต่กลับทำให้มันดู… โรแมนติกกว่าเดิมอีก”
“ข้าไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็แบบนั้น” เขาพูดเสียงเรียบ แต่ในดวงตาแฝงรอยยิ้มเล็กๆ ที่เธอไม่ทันสังเกต
รถม้ายังคงเคลื่อนตัวไปข้างหน้า ท่ามกลางเสียงลมและบรรยากาศที่เงียบสงบ แต่ในหัวใจของหยางลี่เจิน เธอรู้สึกว่าเขาไม่ได้เ็าอย่างที่โลกนี้อาจมองเขาอีกต่อไป
ระหว่างการเดินทางในรถม้า หยางลี่เจินที่นั่งมองวิวอยู่นาน จู่ๆ ก็หันมามองเหวินเจาเหยียนที่นั่งพิงพนักรถม้าอยู่ สีหน้าเรียบนิ่งของเขาดูเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
“คุณเคยอยากเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ไหมคะ?” เธอถามขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัว
เขาเลิกคิ้วเล็กน้อย หันมามองเธอ “ข้าเรียนรู้มามากพอแล้ว เ้ายังอยากให้ข้าเรียนรู้อะไรอีก?”
เธอยิ้ม “ไม่ใช่เื่ยากหรอกค่ะ ฉันแค่อยากสอนคำพูดคำหนึ่งให้คุณ มันเป็ข้อความลับของเราสองคน”
เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย “ข้อความลับ?”
“ใช่ค่ะ” เธอพูดพร้อมรอยยิ้มเ้าเล่ห์ “คำนี้สำคัญมากในโลกของฉัน แต่ฉันจะไม่บอกความหมาย คุณแค่ต้องจำไว้ว่ามันเป็ข้อความระหว่างเราเท่านั้น”
เหวินเจาเหยียนมองเธอด้วยสายตาสงสัย “ข้าจะพูดคำนี้ไปทำไม ถ้าข้าไม่รู้ว่ามันหมายถึงอะไร?”
“เพราะมันพิเศษยังไงล่ะคะ” เธอตอบพลางยิ้มกว้าง
“แค่พูดตามฉันก็พอ”
เขาถอนหายใจเล็กน้อย “ถ้าเ้าดื้อดึงนัก… ก็ได้ ข้าจะฟัง” หยางลี่เจินยิ้มอย่างมีความสุข ก่อนจะพูดช้าๆ
“I… love… you” เขาขมวดคิ้วอีกครั้ง แต่ก็พยายามพูดตาม “I… love… you”
น้ำเสียงของเขาเน้นไปทีละคำ ทำให้เธออดหัวเราะไม่ได้
“ดีมากค่ะ คุณพูดได้แล้ว!” “แล้วมันหมายความว่าอะไร?” เขาถามทันที สีหน้าดูไม่ค่อยพอใจที่เธอหลุดหัวเราะ
เธอส่ายหน้า “ไม่ได้ค่ะ ฉันบอกไม่ได้ มันเป็ข้อความลับของเราสองคน ถ้าคุณรู้ความหมาย มันก็ไม่ลับแล้วสิ”
เขามองเธออย่างครุ่นคิด “เ้ามักจะมีอะไรแปลกๆ มาให้ข้าทำเสมอ”
“แปลกแต่สนุกใช่ไหมล่ะคะ?” เธอยิ้มกว้าง
เขาไม่ได้ตอบ เพียงแต่หันกลับไปมองนอกหน้าต่าง
“ถ้ามันสำคัญนัก ข้าก็จะจำมันไว้… แต่เ้าต้องรับผิดชอบหากข้าพูดมันผิดที่ผิดเวลา”
หยางลี่เจินหัวเราะเบาๆ “รับรองว่าถ้าคุณพูด มันไม่มีทางผิดที่ผิดเวลาหรอกค่ะ”
เขาหันกลับมามองเธออย่างไม่เชื่อถือ ก่อนจะเอนตัวพิงพนักรถม้าอีกครั้ง ปล่อยให้คำว่า I love you ที่เขาเพิ่งพูดออกมา เป็ข้อความลับที่เขาเริ่มสงสัยขึ้นเรื่อยๆ ว่ามันมีความหมายอะไรกันแน่