เหมือนมีคนเอาน้ำเย็นมาสาดใส่หน้าหน้าฉันชาไปหมด มืนงง และช็อคไปในจังหวะหนึ่ง ฉันรู้สึกตัวขึ้นก็รีบเดินอยากจะกลับบ้านทันที
นี่มันเื่บ้าอะไรกันเนี่ยฉักอกหักงั้นหรอ ผู้ชายที่ฉันรักนักรักหนา และคิดว่าเขารักฉันเช่นกัน มาทำฉันแบบนี้เนี่ยนะฮือๆ ฉันมันแย่ขนาดไหนกันนะถึงทำกันแบบนี้
เธอนั่งเมอลอยอยู่นานจนตอนนี้เดินมาถึงหน้าบ้านของตนแล้ว
ตัดมาที่พ่อกับแม่ของเธอมาเห็นลูกสาวดินสออันเป็แก้วตาดวงใจของพวกเขา
“พ่อ ลูกเราเป็อะไร ทำไมเดินเหมือนร่างกายไร้ิญญาแบบนั้นล่ะ”
พูดจบ แม่ของดินสอก็รีบเดินเข้าหาลูกสาวทันที
“ดินสอ เป็อะไรหรือเปล่าลูก”
“แม่ ฮือๆ”
ฉันปล่อยโฮออกมาทันที กอดแม่อยู่นาน พ่อมาจับไหล่เธอ
“พ่อ แม่ ฮือๆ”
“เป็อะไรหรือเปล่าลูก วันนี้ไปหาดนันธ์มาไม่ใช่หรอ”
“มันรังแกลูกหรอ”
พ่อของเธอพูดน้ำเสียงโมโหเป็อย่างมาก
“พ่อ ช่างเขาเถอะ”
“บอกมาสิ มันทำอะไรลูก”
“ฮือๆ มันๆ มันทิ้งหนูไปแล้วพ่อ ฮือๆ”
พ่อของฉันปล่อยมือที่จับไหล่ฉันอยู่ เอาแล้ว พ่อฉัน
“ไอ้ดนันธ์ มันทิ้งหนู ฮ่าๆ ดีๆ ปล่อยมัน ลูกโชคดีแล้วเวลายังเหลืออีกเยอะลูกไปทำอะไรที่มีประโยชน์กว่านี้ดีกว่า”
“พ่อ ฮือๆ”
พ่อฉัน ผู้ไม่สนับสนุนเื่การมีแฟนั้แ่ต้นที่ผ่านมามีเพียงแม่ที่เข้าใจ แล้วคอยบอกเหตุผลกับพ่อมาตลอด จนพ่อต้องยอม มาวันนี้มันทำให้พ่อฉันยิ้มได้ทันที หลังจากไม่ได้ยิ้มมาหลายปีแล้ว
“ดินสอ ลูก แม่ว่าพ่อเขาพูดถูกนะ”
“แม่”
ฉันพูดเสร็จ ก็ปล่อยออกจากอ้อมกอดของแม่ไปแล้ววิ่งขึ้นบรรไดไปห้องนอนของตน ไม่สนใจเสียงรอบข้างอีก ใช่ ที่ผ่านฉันผิดเองพ่อแม่ฉันพูดถูกทุกอย่าง แต่เวลานี้ฉันไม่้า ให้ใครมาตอกย้ำความผิดพลาดของฉัน
เวลาผ่านไป 1 อาทิตย์
“ดินสอ ลูก แม่ว่าออกมาจากห้องได้แล้วนะ นี่มันก็อาทิตย์นึงแล้วนะ”
เสียงของแม่ผู้อ่อนหวานมันทำให้ฉันที่นอนจมอยู่ในที่นอนที่ใช้ผ้าห่มมาห่มั้แ่หัวจรดเท้า ใช่ฉันกำลังคลุมโปรงนั่นเอง ผ้าห่มยังห่อตัวอยู่แล้วฉันค่อยๆดึงตัวเองลุกขึ้นมานั่ง สบัดผมที่ปกคลุมใบหน้าออก
หืม อาทิตย์นึงแล้วหรอนี่ฉันนอนเป็ปลาเน่านานขนาดนี้เลยหรอ
“ลูก เพื่อนลูกมาหาน่ะ”
“ใครคะแม่”
ฉันเอามือเกาหัวหยิ๊กๆ
“เพรฟเองจ้า”
ฮะ นี่เสียงยัยเพรฟ ตายแล้ว ฉันลุกขึ้นจากที่นอนทันทีและรีบเปิดประตูให้
“เฮ่”
ฉันดึงแขนยัยเพรฟให้รีบเข้ามา
“ขอโทษค่ะ หนูขอเวลาแป๊บ”
แม่ฉันพยักหน้าอย่างอ่อนใจ
“นี่เป็ไง นอนตื่นสายจังนะ เงียบไปเลยนะหลังจากไปหาหวานใจเนี่ย”
ยัยเพรฟพูดไปก็มองหน้าเธอไป เหมือนว่าเริ่มจับสังเกตได้
“ทำไมตาบวม”
พูดเสร็จก็มองมาที่จมูกเธอ
“ทำไมจมูกแดงเป็ลูกตำลึง”
หันมามองทุกส่วนในร่างกาย
“ทำไมผอมลง”
ฉันทำหน้าตะลึง ตอนนี้ฉันคงมีสภาพที่แย่มากเลยสินะ
“ตอบ”
ยัยเพรฟคาดคั้นอย่างใจร้อนเต็มที เอาแล้วไงจะบอกยังไงดีล่ะพูดไม่ออกเลยแฮะ เอาเป็ว่าบอกไปแบบนี้ละกัน
“ฉันเลิกกับดนันธ์แล้ว”
สีหน้าของฉันตอนนี้เริ่มเปลี่ยนมาสู่โหมดดราม่าแล้วน้ำตาเริ่มซึมออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
“เธอหรือมัน”
“มันมีคนใหม่แล้ว แล้วมันก็ฮือๆ”
ฉันพูดด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น มันไม่ไหวแล้ว น้ำตาไหลพราก
“ใจเย็นๆ ค่อยๆตั้งสติ”
“แฟนมัน บังเอิญมาเจอฉันกินข้าวกับมัน แล้วบอกให้มันบอกเลิกฉันแล้วมันก็บอกเลิกฉันทันที โดยไม่มีเยื่อใยเลย ฮือๆ”
“ไอ้ ดนันธ์แม่ง”
ยัยเพรฟสบถคำ เธอเข้ามากอดฉัน มันทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาทันทีตอนนี้ก็มีพ่อแม่ และเพื่อนรักนี่แหละที่อยู่ข้างๆ
“ไม่เป็ไรนะ แกอย่าคิดมากนะ”
เราสองคนกอดกันอยู่นานจนฉันเผลอหลับไปอีก โดยไม่รู้ตัว
เมื่อตื่นขึ้นมาก็เห็นยัยเพรฟอยู่ข้างๆนั่งคุยกับแม่ของฉัน อย่างที่คิดพวกเขาคุยเื่ฉันอยู่ ฉันมองอยู่นานจนพวกเขารู้สึกตัวว่าฉันมองอยู่
“เป็ยังไงบ้าง”
“เดี๋ยวแม่ไปเอานมมาให้นะลูก”
แม่พูดจบก็ลุกไปเอานมจากในครัวมาให้ ปล่อยให้ฉันอยู่กับเพื่อนตามลำพังแม่ฉันน่ารักที่สุดไปเลย
“ดี ฉันดีขึ้น บ้างแล้ว”
ฉันพูดแล้วลุกขึ้นนั่ง
“ดีแล้ว วันนี้พักผ่อนเยอะๆ พรุ่งนี้ฉันจะนัดไปเที่ยวแล้วเจอกันพรุ่งนี้สิบโมงเช้า”
พูดจบยัยเพรฟก็เดินจากฉันไปเลย ก่อนจะเจอแม่ฉันหน้าประตูกล่าวสวัสดีแล้วจากไปทันทีเพรฟคือเพื่อนรักของฉันั้แ่สมัยอนุบาลเป็เพื่อนคนเดียวที่ฉันสนิทที่สุดเมื่อก่อนฉันมีเพื่อนเยอะ จนได้รู้จักและคบกับดนันธ์ ฉันก็เริ่มห่างเพื่อนๆแต่คนเดียวที่เข้าใจและไม่ทิ้งฉันคือยัยเพรฟ
ตอนนี้แม่ได้ออกจากห้องไปแล้ว เหลือฉันอยู่ในห้องแต่เพียงผู้เดียวจิตใจของฉันก็เริ่มฟุ้งซ่านขึ้นมาอีกครั้ง หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดเฟชบุ๊คเพื่อดูเขาเช่นเดิม แต่วันนี้ต่างกันออกไปคือ ดนันท์ถ่ายรูปคู่กับแฟนนางภาพที่เห็นช่างบาดตาบาดใจนัก เปิดตัวแล้วสินะ แอบกินกันมานาน อีคู่ผีเน่ากับโลงผุโมโห น้ำตาฉันไหลออกมาอีกแล้ว
ฉันเอื้อมมือไปจับมือถืออีกครั้งเสียบหูฟังตอนนี้ใจฉันอยากเปิดเพลงโมสาร์ตให้เสียงดนตรีขัดเกลาจิตใจที่เศร้าหมองลงพ่อกับแม่แนะนำให้เปิดมากกว่าต้องมาฟังนักร้อง ยิ่งเพลงอกหักไม่ให้ฟังใหญ่ พวกเขาบอกมันจะยิ่งเศร้า
ฉันนั่งเงียบๆเอามือกอดเข่าอยู่ๆก็รู้สึกกับตัวเองว่า เราจะทุกข์ไปทำไมกับคนที่ไม่ได้รักและเห็นคุณค่าของเรา
พ่อแม่ เพื่อนต่างหากที่ไม่ทิ้งเราไปไหน ยิ่งเวลาที่ผ่านมาพ่อกับแม่เป็ห่วงเธอมากที่สุดคอยถามคอยปลอบเอาใจสารพัดทำทุกอย่างให้เธอกลับมามีความสุขอีกครั้ง
ตอนนี้ฉันว่างเปล่า ไม่มีอะไรทำดูเป็คนไม่มีค่า แต่ตอนนี้สิ่งที่ฉันอยากทำมากที่สุดคือการทำให้พ่อแม่ภูมิใจในตัวฉันที่สุด ที่ผ่านมาฉันทำทุกอย่าง เพื่อคนที่ฉันรักซึ่งเป็ใครก็ไม่รู้ไปรัก สุดท้ายก็ได้ความเ็ปกลับมา
หลายๆวันที่ผ่านมาฉันทั้งคิดและทบทวนตัวเองแล้วว่าฉันจะทำทุกอย่างเพื่อตัวเองพัฒนาตนเองให้มีค่ามากขึ้น ลงทุนกับคนอื่นไม่ได้อะไรแต่การลงทุนกับตัวเองนั้นดีที่สุดแล้ว
การจะทำสิ่งดีๆเป็อันดับแรกคือการไปหาพ่อแม่เมื่อคิดได้ฉันจึงเดินไปหาพวกท่านทันที ฉันเคาะประตูห้องเรียกพวกเขา แล้วสวมกอดพ่อกับแม่อย่างอบอุ่นพวกเขาไม่พูดอะไร กอดฉันกลับอย่างปลอบโยน
“หนูจะเป็เด็กดีและทำให้พ่อแม่ความสุขที่สุดค่ะ”
“ขอบคุณนะลูก พ่อกับแม่ไม่ขออะไรมากขอแค่ลูกต้องมีความสุขด้วยเช่นกันจ๊ะ” แม่เธอกล่าว
“พ่อแม่รักหนูนะ” พ่อเธอกล่าวบ้าง
“ค่ะ”
ฉันเอาหน้าซุกอ้อมอกแม่อย่างอบอุ่นการกอดกันจากความรักที่บริสุทธิ์มันช่างอบอุ่นหัวใจจริงๆนะ ฉันหลับตาพริ้มเมื่อเรากอดกันสักพัก ฉันบอกลาพ่อกับแม่ เพื่อไปนอนห้องของตนเอง
การนอนของฉันคืนนี้นอนไม่หลับ พลิกไปพลิกมาเสียงในหัวมันยุกยิก มันร่ำร้องให้ฉันทำอะไรสักอย่างที่ต้องทำ อืมคนจะสำเร็จและเพอร์เฟคมากๆต้องเริ่มจากอะไรก่อนน๊ะ เื่เรียน ที่ผ่านมาฉันเรียนไม่ค่อยเก่งเอาซะเลย การบ้านบอกตรงๆ ลอกดนันธ์ตลอด น่าอายจริงๆ เฮ้อไม่น่าเขาถึงมีใหม่ เอาละ ฉันจะต้องเรียนให้ได้เกรด 4.00 ให้ได้ เปิดเทอมนี้เจอกัน
แล้วก็ความเอ๋อของฉันคุยเื่อะไรไม่ค่อยจะรู้เื่ หาอะไรมาเติมดีนะ อืม หนังสือฉันจะอ่านหนังสืออาทิตย์ละ 1เล่ม
ทักษะการรู้ใจคน เื่นี้ฉันขาดถึงตามดนันธ์ไม่ทันไง เพื่อนๆเคยคุยกันว่า การไปทำงานนอกจากจะได้เงินแล้วยังได้ทักษะชีวิตที่ดีมากๆเลยนา น่าสน ไปทำงานกับเพื่อนๆ่ปิดเทอมดีกว่า
นึกๆมีอะไรอีกนะ อ้อ หน้าตา บ้าชะมัดแฟนผีเน่าแม่งสวยชะมัด เอาล่ะ ฉันต้องสวยที่สุด สวยที่สุดไปเลยจ้า เอาเงินที่ได้จากการทำงานไปสวยที่คลินิกฟิตเนสไปเลย
คิดได้เท่านี้ทำเท่านี้ไปก่อนละกันถ้ามีอะไรคืบหน้าค่อยว่ากันใหม่ ฉันหันไปมองนาฬิกาที่ฝาผนังบ้าน แม่เ้าเที่ยงคืนแล้ว ฉันปิดไฟ แล้วนอนหลับอย่างสุขใจได้อีกครั้ง ลาก่อน 3 ปีที่ผ่านมา