โคลัมบัส แคลนนี้มีเฮ

    ตอนที่ 13 พ่อครัวหัวเห็ด 2

            พ่อครัวหัวเห็ดกลับมาสู่เป้าหมายของตัวเอง เขาคิดว่าจะทำน้ำมันตุนไว้เยอะ ๆ กลับไปจะได้ทำอาหารได้โดยไม่ขาดตอน ทว่าเขาก็ต้องพบอุปสรรคสำคัญ ครกไม้ของเขาพังเร็วมาก เขาจึงต้องตัดไม้มาสกัดเป็๲ครกอยู่เรื่อย ๆ ในขณะที่ขวานหยาบตัดไม้ของเขาก็พังเร็วเช่นกัน ยังไม่นับรวมพลังงานที่ต้องใช้ในการตำอีก

            ชายหนุ่มจึงตัดสินใจสร้างเต็นท์ใบไม้ง่าย ๆ ซึ่งเป็๞ทักษะติดตัวทุกคน อยู่ตรงนั้นเอง แถมระหว่างนั่งพักในเต็นท์ เขายังต้องหอบครกเข้ามาตำด้วย เพื่อประหยัดเวลา

            หากความเหงาเข้ามาเยี่ยมเยียนเมื่อใด เขาก็จะเปิดช่องแชทดูคนอื่นคุยกัน

     

     

    >>>>>>>

            Desolate//แชทโลก

            ซาตาน : ยู้ฮู มีคนไทยเยอะมั้ย

            มารโลกีย์ : เยอะ ทำไม

            ซาตาน : ถามไปงั้น

            ชิมิเคน : มีใครรู้ตำแหน่งดงต้นเผือกมั้ยคะ

            มารโลกีย์ : กวนตีนเหรอ ซาตาน

            ซาตาน : ก็มาดิค้าบ

            ชิมิเคน : มีใครรู้ตำแหน่งดงต้นเผือกมั้ยคะ

            …………………...

    <<<<<<<

     

     

    >>>>>>>

            Desolate//แชทแคลนโคลัมบัส

            มารโลกีย์ : แม่ง ดูมันดิ

            เจไดมวยใหญ่ : จัดมันสักดอกมั้ยพี่

            พ่อครัวหัวเห็ด : ช่างมันเถอะน่า ไปช่วยกันหาไขมันมาให้พี่ดีกว่า

            มิยาบิ : ภูผา เวลทำอาวุธเท่าไหร่ละ

            มารโลกีย์ : 15 ละ เออทำไงให้เวลไว ๆ วะวิน

            มิยาบิ : ทำมีดหินใส่กล่องแคลนไว้ 100 เล่ม

            มารโลกีย์ : บร๊ะ!

            เจไดมวยใหญ่ : 555+

            เจไดมวยใหญ่ : พี่ผาอยู่ไหน มาช่วยจับปลาหน่อยดิ อีกแป๊บมันจะเกิดละ เดี๋ยวไม่ทัน พวกจะมาแย่ง

            < เจไดมวยใหญ่ปักหมุดตำแหน่ง *เกาะนิปโป X1007 , Y2433 >

            มารโลกีย์ : ได้ ๆ ว่าแต่นักล่าของเราไปไหนฟร๊ะ

            มิยาบิ : สงสัยเมียห้ามเล่นเกม

            มิยาบิ : เออ ว่าแต่เชฟจะเอาไขมันไปทำไรนะ

            ………………………………………..

    <<<<<<<

     

     

            แครก แครก แครก

            พ่อครัวหัวเห็ดถึงกับสะดุ้ง ละสายตาจากหน้าปัดแชททันที เพราะเสียงประหลาดนั้นดังอยู่หน้าเต็นท์ใบไม้ของเขานี่เอง

            “ใคร !” พ่อครัวหัวเห็ดแหวกเต็นท์ แล้วพุ่งตัวออกมาทันที

            “ว๊าย ! พี่แทน” ชายร่างใหญ่ร้องวี้ดว๊าย สะดุ้งถอยหลังจนก้นตกกระแทกพื้น ช่างเป็๲ภาพที่ขัดตาปนฮาเหลือเกิน

            “วาววาเองเหรอ” พ่อครัวหัวเห็ดกล่าวอย่างงุนงง

            “ค่ะ” ตัวละครชิมิเคนหน้าเสียไปเล็กน้อย ตอนแรกเขานึกว่านี่คือเต็นท์ร้าง จึงคิดจะเข้ามาโกยกองเฮเซลนัทที่อยู่หน้าเต็นท์ไปกิน

            “มาทำไรแถวนี้เหรอ วาววา”

            “เอ่อ คือว่า...วาววาจะมากวาดเอาของกินไปค่ะ นึกว่าไม่มีเ๽้าของ”

            ชิมิเคนพูดแล้วหลับตาปี๋ แทนไทจะคิดว่าเขาเป็๞จอมขโมยรึเปล่านะ ทว่าเ๹ื่๪๫กลับผิดคาด เพราะแทนไทถึงกับหัวเราะลั่น

            “ฮ่า ๆ ๆ ของพี่เอง ถ้าหิวก็เอาไปกินได้ เออ วาววาทำอาชีพอะไรนะ”

            “ชาวไร่ค่ะ”

            “อ้อ ดี ๆ ปลูกข้าวบาร์เลย์ให้พี่หน่อยสิ พี่จะเอาไปลองทำเป็๲แป้งนึ่ง”

            ชิมิเคนทำหน้าครุ่นคิด ใบหน้าคมสันของเขาดูหล่อเหลาจนพ่อครัวนึกอิจฉา จากนั้นชิมิเคนก็ก้มลงเช็กรายการทักษะของเขา

            “งืม ตอนนี้เวลชาวไร่เวล 10 สามารถปลูกผลไม้พุ่มเล็ก พืชหัว ทำแปลงปลูกขนาดเล็ก และทำปุ๋ยหมักอย่างง่าย อืม ยังปลูกข้าวไม่ได้ค่ะ”

            “อ้าวเหรอ”

            “แต่วาววาเริ่มปลูกแครอทกับเผือกแล้วนะคะ อยู่ที่โดเมน ถ้าพี่แทนจะใช้ก็ไปเก็บได้เลย วาววาตั้งค่าให้เพื่อนเก็บได้”

            ชิมิเคนพูดจบก็ยิ้มสดใส เขาชอบการแบ่งปันและการแบ่งหน้าที่แบบนี้ ทุกคนได้ทำในสิ่งที่ชอบ ส่วนด้านอื่น ๆ ก็มีเพื่อนช่วยทำให้

            “ขอบคุณครับ”

            “แล้วพี่แทนมาทำอะไรที่นี่คะ”

            “อ่อ”

            เมื่อถูกถาม พ่อครัวก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเขายังทิ้งน้ำมันไว้คาครก เขาจึงเดินเข้าในเต็นท์แล้วหอบน้ำมันออกมาหลายขวด

            “นี่ไง พี่กำลังทำน้ำมัน ช่วยขนกลับแคลนด้วยสิ”

            “ได้ค่ะ”

            จากนั้นหนึ่งหนุ่มร่างใหญ่ กล้ามโต กับอีกหนึ่งหนุ่มที่มีร่างเพรียวและผมสีแดงสด ก็พากันหอบขวดน้ำมันจำนวน 20 ขวดกลับแคลนด้วยความทุลักทุเล

     

     

            เมื่อกลับมาถึงแคลน ชิมิเคนก็แยกตัวออกไปรดน้ำผัก พร้อมกับเสบียงอาหารอันได้แก่ผลเฮเซลนัทอีก 10 ลูก โดยปล่อยให้พ่อครัวหัวเห็ดทำอาหารอยู่ตามลำพังอีกครั้ง

            พ่อครัวไม่พูดพร่ำทำเพลง เขารีบลงมือทดลองทำอาหารทันที ในใจทั้งตื่นเต้นและลุ้นระทึก เขาเสียเวลาไปเกือบทั้งวันในการทำน้ำมันล็อตนี้ เขาจึงคาดหวังว่าจะได้เมนูสุดพิเศษ ที่ให้พลังงงานสูงกว่าที่เคยทำมา

     

     

            { เนื้อทอดกรอบ - เนื้อ 1 ชิ้น , น้ำมัน 1 ขวด , เกลือ }

            { ผักทอดกรอบ - ผัก 2 ชิ้น , น้ำมัน 1 ขวด , เกลือ }

     

     

            { สำเร็จ! คุณได้รับ ใบไม้ทอดกรอบ 2 จาน }

            { เสียใจด้วย กิ่งไม้ทอดกรอบ ไม่สำเร็จ }

            { สำเร็จ! คุณได้รับ เฮเซลนัททอดกรอบ 2 จาน }

            { สำเร็จ! คุณได้รับ หนังสัตว์ทอดกรอบ 2 จาน }

            { สำเร็จ! คุณได้รับ เปลือกหอยทอดกรอบ 2 จาน }

            { สำเร็จ! คุณได้รับ โคลนทอดกรอบ 2 จาน }

            { เสียใจด้วย หินเล็กทอดกรอบ ไม่สำเร็จ }

     

     

            ในขณะที่พ่อครัวกำลังเมามันอยู่กับการทดลอง เขาก็พบว่าเกลือหมดแล้ว เขาจึงต้องพักการทำอาหาร เพื่อวิ่งไปตักเกลือมาต้ม ซึ่งกว่าจะได้เกลือก็ต้องรอต้มอีก 15 นาที

            “เชฟ! เชฟ! เชฟโว๊ยยย! ”

            ม่อนหรือเทพบุตรหื่นกาม ช่างตัดเสื้อประจำแคลน วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในส่วนครัว

            “อะไร มีอะไร”

            พ่อครัวเดินเข้ามาใกล้จะถึงส่วนครัวแล้ว เขาต้องขนน้ำทะเลมาอย่างทุลักทุเล แล้วยังต้องรีบวิ่งมาหาม่อนอีก

            “อาหารอยู่ไหนอ่ะ หาในกล่องอาหารไม่เจอ”

            เทพบุตรหื่นกามดูร้อนรนกระสับกระส่าย ราวกับว่าเขากำลังจะตายในเวลาอันใกล้ ถ้าไม่ได้กินอาหาร

            “อ้อ ยังไม่ทันได้เอาไปใส่กล่อง นู่นไงวางอยู่บนโต๊ะ”

            “ขอบคุณครับเชฟ”

            เทพบุตรหื่นกามตรงดิ่งเข้าไปที่โต๊ะอาหาร เขาคว้าเฮเซลนัททอดกรอบขึ้นมากินหนึ่งจาน จากนั้นก็กวาดอาหารทั้งหมดใส่กระเป๋าของเขา

            “อ่ะ เดี๋...”

            พ่อครัวยังไม่ทันได้พูดอะไร เทพบุตรหื่นกามก็วาร์ปหายไปจากตรงนั้นแล้ว

            ใจหนึ่งพ่อครัวก็๻๠ใ๽มาก ที่อาหารทั้งหมดหายวับไปในพริบตา แต่อีกใจหนึ่งก็รู้สึกเป็๲สุขและอบอุ่นหัวใจ ที่เขาคือเชฟ ผู้ผลิตอาหารป้อนให้ทุกคนในแคลนสามารถขับเคลื่อนต่อไป เขารู้สึกได้ว่าหน้าที่ของเขาสำคัญยิ่ง

            ตอนนี้อาหารก็เข้าสู่สถานะขาดแคลนอีกครั้ง และเขาก็ต้องเร่งทำอาหารล็อตใหม่ให้เพียงพอต่อคนในแคลนทั้งแปดคน

    พ่อครัวหัวเห็ดยิ้มเล็ก ๆ ให้ตัวเอง ก่อนจะทอดร่างนอนบนเสื่อกกสานที่ปูอยู่ใต้โต๊ะทำอาหาร ตอนนี้ขีดพลังชีวิตของเขาใกล้หมดแล้ว เพราะเขาฝืนนำมาใช้แทนพลังงานที่หมดไปก่อนนานแล้วเช่นกัน

            “เห้อ กินจุกันจริง ๆ”