ตอนที่ 54
เริ่มตั้งตัว (20)
วันถัดมาเป็นวันที่ต้องไปส่งขายสมุนไพรให้กับร้านสมุนไพรของท่านปู่จ้าวพอดิบพอดี เมื่อเดินทางไปถึงก็ทำทุกอย่างตามปกติเช่นทุกวัน วันนี้เมื่อซื้อขายสมุนไพรจนเสร็จเรียบร้อยแล้วเดินย้อนกลับมาบริเวณด้านหน้าตลาดรอพบเจอกับท่านแม่และสัญญาของนางที่ยังคงขะมักเขม้นอยู่กับการขายผัก
แม้ว่าร้านขายผักนั้นจะวุ่นวายแต่ว่าก็ยังมีลูกมือสองคนที่คอยช่วยเหลือ มันเลยไม่น่าเป็นห่วงเท่าไหร่จูเฟยและอวี้หลินเลยได้เดินตรงไปที่ร้านขายเมล็ดของเถ้าแก่หวง
เมื่อเดินมาซื้อเมล็ดจนเสร็จเรียบร้อยก็แบ่งหน้าที่ออกไปเหมือนเช่นทุกวัน หลังจากทำกิจกรรมภายในเมืองเสร็จจูเฟยจะมอบเมล็ดสมุนไพรให้กับอวี้หลินเพื่อกลับไปหว่านเมล็ด
ตอนนี้พวกนางนั้นมีกำลังพลมากขึ้นเมล็ดที่ซื้อมาก็มีจำนวนต้องมากขึ้นเช่นกัน การทำการเพาะปลูกพืชสมุนไพรอยู่ประมาณ 3 แปลง แน่นอนว่าด้วยขนาดแปลงที่มันมีความใหญ่มากอวี้หลินไม่สามารถกระทำคนเดียวเสร็จได้โดยใช้เวลาเพียงแค่ครึ่งวันอย่างแน่นอน
เพราะเช่นนั้นในวันต่อไปก็จะไปช่วยกันหว่านเมล็ดใหม่อีก แต่ในวันนี้นางจะต้องเดินทางไปหาท่านอาจารย์ของนางก่อนเพื่อที่จะไถ่ถามและขอคำปรึกษาบางอย่าง
เมื่อวานจูเฟยปรากฏความคิดในการทำกำไรในช่วงฤดูเหมันต์ได้แล้ว แต่ทว่า...ตัวของนางจำเป็นต้องไปถามเรื่องนี้กับท่านอาจารย์ก่อนว่ามันสามารถกระทำได้หรือไม่ เพราะว่าการทำกำไรที่ส่งมาผิดๆมันต้องใช้พลังของค่ายกล
จูเฟยมุมตรงผ่านสะพานข้ามแม่น้ำขนาดใหญ่หลังจากที่ออกมาจากเมืองแล้วก็เข้าไปภายในป่าที่เป็นสถานที่นัดหมายของศิษย์อาจารย์คู่นี้ทุกครั้ง
วิ่งตรงเข้าไปจูเฟยพบเห็นท่านอาจารย์ของนางนั่งอยู่สุดสายตาก็ส่งเสียงร้องเรียกอย่างรวดเร็ว “ ท่านอาจารย์เจ้าคะ!!!! ”
เสียงเล็กๆที่ดังขึ้นทำให้ชายชราชุดสีดำที่นั่งอยู่ถึงกับสะดุ้งตื่นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เขามาสายตากลับไปมองที่ต้นเสียงที่ดังขึ้นมาในทันที ร่างของศิษย์ตัวน้อยวิ่งมาแต่ไกลพร้อมกับทำท่าทางโบกไม้โบกมือให้กับตัวของเขา
“ อันใดกันยัยหนูจู!!! ” หยางซานที่กำลังนั่งอยู่ถามขึ้นมาอย่างตื่นตระหนกเมื่อศิษย์ตัวน้อยนั้นวิ่งเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้า
“ คือว่านะเจ้าคะท่านอาจารย์!! ” ดวงตาของศิษย์ตัวน้อยที่กำลังจะพูดบางอย่างนั้นเปล่งประกายราวกับดวงดาว สัญชาตญาณของผู้เป็นอาจารย์ก็รู้ได้ทันทีเลยว่ะศิษย์ตัวน้อยที่แสนหมื่นความคิดของนางนั้นแตกต่างกับผู้อื่นต้องมีความคิดบางอย่างปรากฏขึ้นอีกอย่างแน่นอน
เมื่อมองศิษย์ตัวน้อยตรงหน้าก็แอบจะวิตกเบาๆภายในจิตใจไม่ได้
“ มีอันใดยัยหนูจู.. ” หยางซานตอบรับกลับไปอย่างไม่เต็มเสียงนัก
“ คือว่านะเจ้าคะท่านอาจารย์~ คิดอยากจะรู้อันใดบางอย่าง ”
“ เรื่องอันใดอีกล่ะ?? ”
“ คือว่าข้ามีความคิดว่าอยากจะทำกิจการบางอย่างในช่วงฤดูเหมันต์ แล้วก็อยากมาถามท่านอาจารย์ว่ามันสามารถเป็นไปได้หรือไม่ ”
“ อันใดล่ะ? ”
“ คือว่านะเจ้าคะในช่วงฤดูเหมันต์ปกติแล้วเครื่องสวมใส่ของพวกเรามันจะไม่สามารถป้องกันความหนาวเย็นในฤดูเหมันต์ได้ใช่หรือไม่เจ้าค่ะ~ ”
หยางซานที่นั่งอยู่ด้านหน้าก็พยักหน้าตอบรับกลับไป
“ ถ้าเช่นนั้นมันพอจะมีค่ายกลอันใดที่สามารถทำให้เสื้อผ้าอาภรณ์ที่เราสวมใส่นั้นให้ความรู้สึกอบอุ่นได้หรือไม่เจ้าคะ ”
“ ความรู้สึกอบอุ่นงั้นรึ? ”
“ ใช่แล้วเจ้าค่ะไม่ใช่เพียงแค่ป้องกันความหนาวเย็นได้นะเจ้าคะแต่ยังทำให้รู้สึกอบอุ่น ถ้าลองคิดดูแล้วมันน่าจะใช้ค่ายกลที่มีส่วนผสมของธาตุไฟเพื่อมาประสมหลอมรวมเข้ากับค่ายกลบางชนิดแล้วทำให้มันสำแดงพลังได้ ”
“ โดยปกติแล้วท่านอาจารย์เคยสอนข้าว่า คุณสมบัติธาตุไฟมันจะก่อกำเนิดเป็นความร้อน ข้าคิดว่าถ้าใช้ค่ายกลแล้วลองประทับลงไปบนเสื้อผ้ามันน่าจะสามารถกระทำได้ ” นางยังจดจำบทเรียนที่ท่านอาจารย์ของนางสอนได้เป็นอย่างดีเกี่ยวกับคุณสมบัติต่างๆ
จริงอยู่ที่วรยุทธ์ที่เป็นสายวิชาอีกแขนงหนึ่งของพลังวิญญาณมันจะใช้หลักการหยินหยางขับเคลื่อนเป็นพลัง แต่สำหรับค่ายกลแล้วมันปฏิเสธไม่ได้เลยที่จะต้องใช้หลักการธาตุทั้ง 5 นั้นมาช่วย
หยางซานคิดตามไปด้วยขนาดศิษย์ตัวน้อยของตัวเองกำลังแหละอธิบาย ภายในใจนั้นก็แอบปลื้มปิติอยู่ไม่น้อยที่ศิษย์ตัวน้อยของเขาสามารถจดจำบทเรียนที่สอนไปเรื่องธาตุและเรื่องต่างๆได้เป็นอย่างดี
“ ท่านอาจารย์เห็นควรว่าอย่างไรเจ้าคะ คิดว่ามันจะสามารถกระทำได้หรือไม่ ”
“ ทำได้!! ”
สายตาที่กำลังจ้องมองท่านอาจารย์ของตนเองด้วยความคาดหวังเมื่อได้ยินว่าท่านอาจารย์ของนางนั้นตอบกลับมาว่ามันสามารถเป็นไปได้ มันก็เหมือนกับการที่นางนั้นเรียนมหาวิทยาลัยแล้วได้รับอนุญาตให้ทำงานวิจัยเรื่องนี้ได้
ดวงตาทั้งสองข้างเปล่งประกายขึ้นมาในทันทีปากน้อยๆนั้นเริ่มเปิดออกแล้วพูดต่อ “ ได้งั้นหรือเจ้าคะถ้าเช่นนั้นต้องทำเช่นไร! ”
“ ข้าขอถามเจ้าก่อนยัยหนูจู เจ้าจะนำเสื้อผ้าเหล่านั้นไปขายอย่างงั้นเลยรึ ความหมายในการกระทำของเจ้าที่จะกระทำหมายถึงว่าจะนำค่ายกลสลักลงบนเสื้อทำให้มันมีความร้อนอบอุ่นร่างกายแล้วนำไปขายอย่างนั้นรึ? ”
“ ถ้าเจ้าอยากจะสลักค่ายกลลงบนเสื้อแล้วนำไปขายข้าบอกเลยว่าทำไม่ได้!! ”
“ เอ๊ะ!!! เหตุใดล่ะเจ้าคะ?? ” จูเฟยทำหน้าตาประหลาดใจขึ้นมาทันทีเมื่อท่านอาจารย์นางบอกว่าไม่สามารถทำได้
“ มันเป็นเพราะว่าความสามารถของเจ้าในตอนนี้ ไม่สามารถร่ำเรียนวิธีการสลักค่ายกลลงไปภายในสิ่งของได้น่ะสิ ”
ได้ยินคำอธิบายเช่นนั้นไหล่ทั้งสองข้างตกลงและใบหน้าเองก็บูดเบี้ยวไปในทันที นางเองก็ลืมประเมินความสามารถของตนเองไปเลยว่าตอนนี้ความสามารถของนางยังไม่สามารถเรียนวิธีการผสมค่ายกลหรือว่าการสลักค่ายกลลงไปในวัตถุได้
“ แต่ว่าถ้าทำเป็นการชั่วคราวมันก็ยังพอจะทำได้อยู่ ”
เมื่อได้ยินเสียงของท่านอาจารย์มันเหมือนกับเสียงสวรรค์ที่ส่องแว่วมาเข้าหูของนาง เด็กน้อยที่กำลังทำท่าทางผิดหวังกระโดดร่างกายของตนเองขึ้นมาทันที ร่างน้อยๆตื่นตัวดวงตาทั้งสองข้างที่กลมโตนั้นกลับมามีความหวังอีกครั้ง
“ อย่างไรหรือเจ้าคะ!!! ” นางนั้นอยากจะรู้ขึ้นมาทันทีเมื่อพูดถึงวิธีการทำให้ค่ายกลมีผลเพียงครู่นึง
“ เจ้าสามารถใช้สิ่งนี้กระทำเช่นนั้นได้ ” ผู้เป็นอาจารย์ที่นั่งอยู่ด้านหน้าได้นำมือของตัวเองล้วงเข้าไปภายในอาภรณ์แล้วได้นำพู่กันด้ามหนึ่งออกมา
มันเป็นพู่กันที่ไม่ได้มีรูปร่างแตกต่างจากพู่กันธรรมดาทั่วไปสักเท่าไหร่แต่ภายในดวงตากลมโตนั้นสามารถมองเห็นได้ว่ามีพลังวิญญาณแฝงเร้นอยู่
“ มันคืออันใดกันงั้นหรือเจ้าคะท่านอาจารย์?? ” เด็กน้อยที่นั่งอยู่ด้านหน้าทำหน้าตาประหลาดใจออกมาในทันทีเมื่อเห็นพู่กันที่มีพลังวิญญาณแฝงเร้นอยู่ อาจารย์ของนางบอกว่าถ้าของที่มีพลังวิญญาณแฝงเร้นอยู่มันจะถูกเรียกว่าวัตถุวิญญาณ
เพราะฉะนั้นพู่กันที่อยู่ภายในมือของท่านอาจารย์ของนางก็ยอมเป็นวัตถุวิญญาณเช่นกัน
“ เจ้านี่เรียกว่าพู่กันสลักค่ายกล มันเป็นของที่สามารถใช้ในการสมัครค่ายกลเข้าไปในวัตถุได้ แต่ว่ามันเองก็มีขีดจำกัดตรงที่จะสามารถคงอยู่ได้เพียงแค่ประมาณ 3 วันเท่านั้น แล้วของชิ้นนั้นก็จะกลับมาเป็นของธรรมดา ”
“ มันแสดงว่าข้าสามารถใช้เจ้านี่ไปสลักค่ายกลได้ใช่หรือไม่เจ้าคะ!!! ” นี่มันเป็นเรื่องที่น่ายินดีน่ายินดียิ่งกว่าตัวของนางนั้นทำการสลักค่ายกลชนิดนั้นลงไปภายในเครื่องสวมใส่แล้วขายไปอีก
มันเป็นเพราะว่าถ้านางสลักค่ายกลลงบนอาภรณ์สวมใส่ก็คงจะต้องนำไปขายด้วยราคาที่สูง และนางยังต้องมีเงินลงทุนในการซื้ออาภรณ์สวมใส่มาในการสลักอีก ภายในเมืองอู่หนานเป็นเมืองชนบทแม้ว่าจะเป็นเมืองที่ค้าขายทางน้ำแต่ว่ามันก็มีเศรษฐีที่มั่งมีพอจะซื้อของเช่นนั้นไปได้ไม่มากนักหรอก
และของชิ้นนี้มันจะทำให้ตัวของนางนั้นสามารถแก้ไขปัญหาในส่วนนั้นได้ ก็แค่เปิดร้านหนึ่งขึ้นมาเพื่อรับจ้างในการสลับค่ายกลเพื่อบรรเทาความหนาว โดยเก็บค่าเงินให้อยู่ในระดับที่ทุกคนสามารถใช้บริการได้ โดยระยะเวลามันก็จะมีอยู่แค่ 3 วัน หลังจาก 3 วันนั้นพวกเขาก็ต้องกลับมาใช้บริการอีก พอดีมันอาจจะเป็นการทำกำไรระยะยาวเลยก็ได้ในระยะเวลา 3 เดือน อาจจะสามารถทำเงินได้ก้อนโตจากธุรกิจในการสลักค่ายกลลงบนเสื้อเพื่อทำให้ร่างกายอบอุ่นในฤดูเหมันต์เช่นนี้
ก็เหล่าชาวเมืองจำนวนมากพอสมควรที่จะเดินทางขึ้นไปหาของป่าด้านบนภูเขาที่ตั้งอยู่ห่างออกไปทางทิศเหนือ เพราะฉะนั้นถ้าทำธุรกิจพวกนี้อาจจะเป็นประโยชน์กับพวกเขาก็ได้
ดวงตาของจูเฟยจ้องมองที่พู่กันภายในมือของท่านอาจารย์ของนางอย่างมีความหวัง นี่มันอาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้นางสามารถหาเงินได้เป็นจำนวนมากและมีเงินมากพอจะเปิดร้านในเดือนหนึ่ง
“ ถ้าเช่นนั้นข้าขอยืมสิ่งนั้นได้หรือไม่เจ้าคะ ในช่วงฤดูเหมันต์ก็ได้ ”
“ ไหนเจ้าลองบอกอาจารย์มาซิว่าเจ้าจะทำกิจการเช่นใด แล้วค่ายกลชนิดนั้นมันก็ยังไม่เคยมีผู้ใดสร้างขึ้นมาได้จะเจ้าเองก็ต้องใช้ความคิดของเจ้าในการสร้างมันขึ้นมาเองนะ ”
“ ได้เจ้าค่ะเรื่องค่ายกลข้าเองก็มั่นใจว่าสามารถทำได้!! ” จูเฟยพูดออกมาพร้อมกับยึดอกตัวของนางนั้นมั่นใจในความรู้ของตนเองมากพอสมควรว่าจะสามารถกระทำเรื่องนี้ได้
“ เรื่องกิจการนั้นจะรับสละค่ายกลลงบนอาภรณ์ของเหล่าชาวเมือง โดยเก็บเงินเป็นค่ารอบแต่ละรอบที่มาใช้บริการ อาจจะซักประมาณ 100 อีแปะ ถึงอย่างไรพวกมันก็ไม่ได้มีผลอยู่ตลอดไป มีอายุเพียงแค่ 3 วันเท่านั้น ”
หยางซานพยักหน้าขึ้นลงพร้อมกับทำความเข้าใจในความคิดของศิษย์ตัวน้อย “ อาจารย์เข้าใจแล้ว~ อาจารย์จะให้เจ้ายืมผู้การเล่มนี้ก็แล้วกัน ”
“ ที่อาจารย์ให้เจ้ายืมมันเป็นเพราะว่าอาจารย์อยากให้เจ้าฝึกวาดค่ายกลเยอะๆ การใช้พลังวิญญาณบ่อยครั้งยิ่งขึ้นมาทำให้พลังวิญญาณของเจ้าจะสามารถรุกหน้าได้รวดเร็วมากขึ้น ”
“ แต่ว่าถ้าเจ้าสามารถคิดค้นค่ายกลได้สำเร็จแล้ว ในการสลักต่อวันเจ้าต้องระวังด้วยล่ะเพราะว่าถ้าใช้พลังวิญญาณมากเกินไปร่างกายจะอ่อนล้าและสามารถล้มป่วยได้ ” หยางซานผู้ที่เป็นอาจารย์เอ่ยตักเตือนศิษย์ตัวน้อยของตนเองในทันที
แน่นอนว่าการใช้พลังวิญญาณบ่อยๆนั้นจะทำให้พลังวิญญาณรุกหน้าและพัฒนาตัวของมันเอง ถ้าใช้มากเกินไปมันก็จะส่งผลเสียให้กับร่างกายนั้นอ่อนล้าและอาจจะล้มป่วยได้ในทันที
“ เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ!!! ” จูเฟยขานรับพร้อมกับส่งรอยยิ้มแป้นไปให้กับท่านอาจารย์ของนางที่อยู่ด้านหน้า
เมื่อได้รับพู่กันนั้นจากมือของท่านอาจารย์ก็รีบเก็บมันเข้าไปภายในแหวนห้วงมิติอย่างรวดเร็วเพราะเกรงกลัวว่ามันจะหาย
จบตอน