วิกฤตรัก

    25.

    คีตะขับรถพาฟ้าใสมาที่บ้านเชิงเขา ฟ้าใสยังคงนั่งนิ่ง ตลอดทางไม่ว่าเขาจะถามอะไร เธอก็ไม่พูดไม่จาอะไรกับเขาเลย


    คีตะจอดรถและเดินอ้อมมาเปิดประตูข้างฟ้าใส 


    “ลงมา” 

    ฟ้าใสยังนิ่งไม่มีทีท่าขยับเขยื้อน


     “ได้”คีตะพูดแค่นั้น ก็ก้มลงทำท่าจะอุ้มฟ้าใส 


    “อย่าน่ะ ฉันลงเองได้” ฟ้าใสขยับหนี คีตะยืดตัวตรง ขยับถอยห่างออกมาเพื่อให้เธอก้าวลง ฟ้าใสก้าวลงมาจากรถ มองไปรอบๆที่ๆคุ้นเคยนี้


     “มีอะไรก็ว่ามา จะได้พาฉันกลับ” เธอมองหน้าชายหนุ่มตรงหน้าอย่างเอาเรื่อง


    “เข้าบ้าน”เขาพูดแค่นั้นก็ทำท่าเดินเข้าไปในบ้าน


     “ไม่ คุยตรงนี้” ฟ้าใสแห้วใส่

    คีตะหันหน้าเดินกลับมา ก่อนก้มลงอุ้มฟ้าใสโดยที่เธอไม่ทันตั้งหลัก 


    “นี้ ปล่อยน่ะ ปล่อยฉัน นี่!!!!!!!!!!”


    คีตะอุ้มฟ้าใสเดินผ่านระเบียงบ้าน เข้าไปในตัวบ้าน และกำลังเดินผ่านตัวบ้านเข้าไปยังห้องๆนึง ที่ฟ้าใสคุ้นเคยดี เมื่อเห็นดังนั้นฟ้าใสรีบดีดตัวแรงขึ้นเพื่อให้หลุดจากตัวชายหนุ่ม


     “จะทำอะไรนะ ปล่อยน่ะ ปล่อยยยย”


     “อยู่นิ่งๆ ก่อนพี่จะหมดความอดทนน่ะฟ้า” ฟ้าใสมองหน้าเขานิ่ง เขาแทนตัวเองว่าพี่และเรียกเธอว่าฟ้า


    ฟ้าใสหยุดดิ้น แล้วเขาก็วางเธอลงให้นั่งบนเตียง ก่อนที่ตัวเองจะถอยหลังไปพิงโต๊ะหนังสือ ยืนกอดอกมองเธอ 


    ตอนนี้ต่างคนต่างเงียบ คีตะไม่รู้ว่าตัวเองจะเริ่มต้นจากตรงไหน มีคำถามมากมายที่เขาอยากรู้ แต่ก็มีหลายคำตอบที่เขากลัวที่จะได้ยินเหมือนกัน


     เขาคงไม่ต้องสืบอะไรแล้ว ข่าวทุกสำนักกำลังสนใจในตัวเธอ ประวัติของเธอตั้งแต่เรียนจนจบกลับมา ถูกเผยแพร่จนครบ เขาพึ่งรู้เองว่าเธอไปเรียนต่อที่อังกฤษไม่ใช่ฝรั่งเศส ถึงว่าเขาแทบพลิกแผ่นดินหาเธอก็ไม่พบ เพราะอย่างนี้นิเอง 


    คีตะค่อยๆเดินก้าวเข้ามาหาฟ้าใส จนเขามายืนอยู่ตรงหน้าเธอ ฟ้าใสเบนหน้าหนีออกไปที่ระเบียง เขานั่งยองๆลง มือข้างนึงจับที่ใบหน้าเธอให้หันมาเผชิญหน้ากับตนเอง ทั้งคู่มองสบตากัน 


    ตาของคีตะแดงขึ้นก่อนที่จะมีน้ำใสใสไหลออกมา ฟ้าใสมองสิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้าอย่างตกใจ 


    นิเขา นิเขาร้องไห้หรอ? 


    คีตะ ลดมือที่จับใบหน้าฟ้าใสลงไปจัับที่มือเรียวแทน สองมือของกุมมือหญิงสาวไว้แน่น ก่อนยกมือเรียวขึ้นจูบ และแนบลงที่ใบหน้าของตนเอง น้ำตาของชายหนุ่มไหลลงมือของฟ้าใสไม่ขาดสาย ตัวของเขาสะอื้นจนตัวสั่น 


    ฟ้าใสยังนิ่งงันกับเหตุการณ์ที่อยู่เบื้องหน้าเธอ 


    คีตะโผเข้าสวมกอดฟ้าใสเข้าที่เอวเล็ก ใบหน้าเขาแนบลงที่ท้องน้อยของเธอ 


    “ขอโทษ”อยู่ๆเข้าก็กล่าวคำนี้ออกมา


     “ฟ้ายกโทษให้คนเลวๆคนนี้ได้ไหม”


    ฟ้าใสยังคงนิ่งฟัง 


    “พี่รู้ว่าพี่ทำผิด แต่ที่พี่ทำไปทั้งหมดเพราะพี่รักฟ้าน่ะ ได้ยินไหม !! ”


    ฟ้าใสยังคงนิ่ง เธอรู้สึกว่าหัวใจของตนเองบีบตัวแน่น เมื่อได้ยินเขา สารภาพรัก


     “เรื่องมันผ่านไปนานแล้ว ลืมมันไปเถอะค่ะ”


    คีตะเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของเธอ ฟ้าใสมีสีหน้านิ่งๆ มองลงมาที่ชายหนุ่ม 


    “ต่อจากนี้ เราทั้งสองถือว่าฝันไปละกันค่ะ” 


    คีตะน้ำตาไหลออกมาเมื่อได้ยินคำพูดจากผู้หญิงที่เขาเฝ้ารอเธอมาตลอด4ปี 


    ฟ้าใสขยับตัวเพื่อเตือนให้คีตะปล่อยเธอ แต่ก็ไม่เป็นอย่างที่คิด คีตะลุกขึ้นและผลักฟ้าใสให้ลงไปนอน แล้วเขาก็ทาบทับลงไปที่ร่างของเธอ 

    ก่อนที่ฟ้าใสจะตั้งตัว เขาก็จูบไปที่ปากอวบอิ่ม คีตะจูบเลีย ก่อนจะเม้มปากให้ปากฟ้าใสเผยอขึ้น ตอนนี้หัวสมองฟ้าใสรู้สึก งง งวย ไปหมด เธอไม่รู้ต้องทำยังไง คีตะเอาลิ้นชอนไชเข้าไปในปากหญิงสาว จูบที่วาบหวาม ค่อยๆเติมช่วงเวลาที่ห่างหายไป 4ปี คีตะถอนจูบออก ขยับใบหน้าขึ้นมองหน้าเธอ ฟ้าใสหลับตาพริ้ม 


    “พี่คิดถึงฟ้าน่ะ คิดถึงจนแทนจะบ้า ฟ้ารู้บ้างไหม” คีตะพร่ำบอกฟ้าใสออกไป ก่อนที่จะก้มหน้าลงซุกไซร้ไปที่ซอกคอเรียว เขาจูบ สูดดมความหอมจากซอกคอฟ้าใส ก่อนจะค่อยๆต่ำลงมาที่หน้าอกของเธอ เขาจับชายเสื้อถลกขึ้นจนเห็น เอวเล็ก และเสื้อในสีเนื้อทรงโต


    คีตะเอามือลูกที่เสื้อในด้วยมือที่สั่นๆ ก่อนจะปลดมันออก อวดให้เห็นสองเต้างามตรงหน้า ฟ้าใสดูสวยเต็มวัยกว่าเมื่อตอนอายุ 18ปีเยอะ เมื่อก่อนว่าใหญ่แล้ว  ตอนนี้หน้าอกหน้าใจเธอโตมากกว่าก่อน ทำให้คีตะถึงกลับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก 


    คีตะก้มลงไปดูด ดึง ยอดดอกบัวของเธอ ลิ้นของเขาไล่เลียชิ้มความหวาน มือข้างนึงบีบคลึง ไล่เขี่ยเต้างานอีกข้าง 


    “อืมมมม อย่าค่ะ” ฟ้าใส ขยับตัวเล็กน้อยตามแรงปรารถนาของร่างกาย ปากก็พูดว่าอย่า แต่ร่างกายนั้นกลับตอบสนองตรงข้ามกัน เธอเอามือกำที่เส้นผมของชายหนุ่มด้วยความหวาดเสียว


     “เป็นของพี่น่ะ ที่รัก”

    คีตะพูดแค่นั้นก่อนยันตัวขึ้นถอดเสื้อของตนเองและฟ้าใสออก ตอนนี้ครึ่งบนของทั้งคู่เปล่าเปลือย 


    คีตะไล่จูบทุกส่วนที่อยู่ช่วงบนอย่างหนำใจ ปากหนายังคงวนดูดดม วนอยู่ที่หน้าอกใหญ่ของเธอแต่มือใหญ่ก็เลื่อนลงมาปลดกระดุมกางเกงยีนของฟ้าใสและตัวด้วย จนตอนนี้ทั้งคู่มีสภาพไม่ต่างกัน ไร้สิ่งปกปิดร่างกาย