พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    เล่ม 5 บทที่ 144 สุดยอดคุณชายหลี่โย่วโม่

            หลังจากโม่เสวี่ยถงไปรับประทานอาหารกลางวันที่จวนฝู่กั๋วกงแล้วก็กลับมาที่จวนโม่ ฮูหยินเซียนหยางโหวเป็นลูกผู้น้องของลั่วเสียมารดานาง ทั้งสองเกิดเร็วช้าต่างกันไม่กี่วันแต่ก็เติบโตมาด้วยกัน ฮูหยินเซียนหยางโหวแต่งงานกับท่านโหวก่อน ต่อมาลั่วเสียก็แต่งให้โม่ฮว่าเหวิน ทั้งสองต่างติดตามสามีของตนเอง และไม่ได้พบกันอีกจนกระทั่งลั่วเสียสิ้นใจ

            ครานี้ฮูหยินเซียนหยางโหวถือโอกาสที่สามีกลับเมืองหลวงมาคารวะเหล่าไท่จวิน จึงทราบว่าโม่เสวี่ยถงก็เข้าเมืองหลวงมาแล้วเช่นกัน ดังนั้นเหล่าไท่จวินจึงส่งคนมาเชิญโม่เสวี่ยถงให้ไปหาเพื่อทำความรู้จักในฐานะญาติมิตร ผู้ที่มาแจ้งข่าวบอกเพียงว่าเหล่าไท่จวินอยากพบคุณหนู นอกจากนี้ฮูหยินเซียนหยางโหวก็อยากพบหน้าหลาน มิได้เอ่ยวาจาวางก้ามใหญ่โตเช่นที่โม่เยี่ยกล่าวขณะอยู่หน้าห้อง

            “คุณหนู สตรีที่ชื่อหลันซินหยูจะมาอยู่ในจวนเราจริงๆ หรือเจ้าคะ” โม่หลันซึ่งอยู่ด้านหลังโม่เสวี่ยถงคิ้วขมวด เอ่ยถามด้วยสีหน้าไม่สบายใจนัก นางติดตามโม่เสวี่ยถงมาโดยตลอด ย่อมทราบดีว่าตอนที่ฮูหยินยังมีชีวิตอยู่ หลันซินหยูผู้นี้แม้ต่อหน้าจะเอาอกเอาใจฮูหยินและคุณหนู แต่ลับหลังกลับทำมารยาเสแสร้งหมายให้ท่านายท่าน

            มีครั้งหนึ่งสตรีผู้นั้นแกล้งหกล้มต่อหน้านายท่าน แต่คิดไม่ถึงว่าเขาจะไม่มีความรู้สึกอ่อนไหวใดๆ ทั้งสิ้น ปล่อยให้นางล้มอยู่ตรงนั้น ไม่เข้าไปช่วยหรือไถ่ถาม แม้แต่หางตาก็ไม่เหลือบแล ต่อมาฮูหยินป่วยหนัก หลันซินหยูเข้ามาอยู่จวนโม่โดยอ้างว่ามาช่วยดูแลอาการเจ็บป่วย แต่กลับแต่งตัวฉูดฉาดปานบุปผาอวดความงามมาเฝ้าข้างเตียงทุกวัน สาวใช้ประจำตัวของฮูหยินเห็นแล้วก็โมโหจนพูดไม่ออก

            ยามนั้นฮูหยินกำลังทรุดหนัก ไม่มีอารมณ์สนใจเรื่องเหล่านี้ เหล่าไท่ไท่ส่งนางเข้าจวนโม่โดยอ้างเรื่องเจ็บป่วย ดีที่นายท่านรักฮูหยินอย่างลึกซึ้ง มิได้สนใจนางตั้งแต่ต้น หลังจากหักหน้านางต่อหน้าบ่าวไพร่อยู่สองสามครั้ง ในที่สุดสตรีผู้นั้นก็ทนอยู่ต่อไปไม่ไหวได้แต่ซมซานกลับไป แต่คิดไม่ถึงว่ายังจะกล้าตามนายท่านมาอีก

            “เหล่าไท่ไท่คิดเรื่องนี้มานานแล้ว จะไม่มาได้อย่างไรเล่า อีกประเดี๋ยวเจ้าไปหาท่านป้าหมิงแจ้งให้ทราบว่าคุณหนูหลันซินหยูจะมาอยู่เป็นเพื่อนเหล่าไท่ไท่ เรือนที่อยู่ฝั่งตะวันออกของจวนทั้งใหม่และสง่างาม ทิวทัศน์ก็ไม่เลว ให้นางหารือกับอี๋เหนียงทั้งสอง แล้วให้คนไปทำความสะอาดให้เรียบร้อย เพราะคนจะมาอยู่สองสามวันนี้แล้ว”

            ยามที่โม่เสวี่ยถงเดินผ่านโค้งประตูวงเดือนเข้ามาถึงเขตเรือนตนดูเหมือนสีหน้าจะยังยิ้มแย้มอยู่ แต่เมื่อโม่เยี่ยพิจารณาอย่างละเอียด กลับไม่ใช่

            นับตั้งแต่ติดตามคุณหนูสามสกุลโม่เป็นต้นมา โม่เยี่ยซึ่งไม่เคยนับถือใครเป็นพิเศษ กลับรู้สึกชื่นชมโม่เสวี่ยถงด้วยใจจริง ยังอายุน้อยเพียงเท่านี้ แต่กลับมีปฏิภาณไหวพริบเยี่ยมยอด ความคิดล้ำลึกโดยแท้ ดูจากที่โม่หลันกระซิบบอกนางเป็นการส่วนตัวถึงความมักใหญ่ใฝ่สูงของคุณหนูหลันผู้นั้น หากนางบอกเรื่องนี้กับอี๋เหนียงทั้งสองว่ามีสตรีหมายมาแย่งชิงสามีของพวกนางเพิ่มอีกคนหนึ่ง ไหนเลยจะวางใจลงได้

            เรือนฝั่งตะวันออกดังกล่าวโม่เยี่ยเคยไปมาแล้ว ไม่นับว่าไกลมาก ทิวทัศน์ก็สวยงาม แต่สิ่งเหล่านี้ล้วนไม่สำคัญ จุดที่เป็นหัวใจหลักคือสถานที่แห่งนั้นอยู่ติดกับประตูกลาง เพียงเดินผ่านประตูออกไปก็พ้นเขตเรือนชั้นใน จึงไม่ค่อยเหมาะสมสำหรับใช้เป็นที่พักของสตรีในห้องหอเท่าใดนัก

            ยิ่งอยู่ติดกับคฤหาสน์ด้านนอก หากไม่ระวังอาจพบปะกับบุรุษจากภายนอกได้โดยง่าย หากคุณหนูท่านนี้มีพฤติกรรมไม่สำรวม เรื่องไม่งามย่อมเกิดขึ้นได้ง่าย แน่นอนว่าอี๋เหนียงทั้งสองย่อมปรารถนาให้เรื่องนี้เกิดขึ้น หากหลันซินหยูมีปัญหาใดที่เกี่ยวข้องกับชายอื่นในจวน ย่อมไม่มีสิทธิเป็นภรรยาเอกของโม่ฮว่าเหวินได้อีก ดังนั้นคุณหนูแค่ชี้แนะแนวทางเล็กน้อย พวกนางย่อมกระจ่างใจ ช่วยเปิดทางอำนวยความสะดวกให้สตรีผู้นี้เป็นพิเศษ

            คุณหนูของตนช่างใจดำยิ่ง แค่คำพูดสองประโยคก็สามารถผลักคุณหนูหลันไปอยู่ในอุ้งมือของอี๋เหนียงทั้งสองได้แล้ว

            แต่โม่เยี่ยย่อมกระจ่างใจยิ่ง ว่าความใจดำของคุณหนูยังเทียบไม่ได้กับเจ้านายเดิมของตน ที่ชอบสวมชุดสุกรกินเนื้อพยัคฆ์ คอยช้อนผลประโยชน์โดยไม่ต้องลงแรงอยู่เป็นประจำ ติดตามเจ้านายแบบนี้มีดีที่ไม่ถูกใครเอาเปรียบ โม่เยี่ยจึงพึงพอใจในจุดนี้เป็นอย่างยิ่ง

            “เจ้าค่ะ เดี๋ยวบ่าวจะไปหาฉิงอี๋เหนียงและบอกนางว่าคุณหนูหลันประสงค์จะมาปรนนิบัติเหล่าไท่ไท่ จึงขอมาอาศัยอยู่กับพวกเราเพื่อฉลองเทศกาลปีใหม่โดยเฉพาะ” โม่หลันเป็นสาวใช้ที่ฉลาดเฉลียว ตรองเพียงเล็กน้อยหัวคิ้วที่มุ่นขมวดก็ผ่อนคลาย ดวงตากะพริบพราว สีหน้าเบาใจลง

            โม่เสวี่ยถงได้ฟังคำเหน็บแนมของโม่หลันแล้วก็หลุดหัวเราะคิก

            หากบอกกับอี๋เหนียงทั้งสองว่าหลันซินหยูเข้าจวนมาเพื่อปรนนิบัติเอาอกเอาใจเหล่าไท่ไท่ ซึ่งเป็นบุคคลที่โม่ฮว่าเหวินเคารพยิ่ง แม้จะมิได้พูดตรงๆ ว่ามีแผนการอันใด แต่บางเรื่องก็เป็นที่รู้กันว่าเหล่าไท่ไท่สามารถออกหน้าจัดการได้ เมื่อก่อนฮูหยินยังอยู่เหล่าไท่ไท่ได้แต่เก็บงำไว้ แต่ยามนี้ในจวนไม่มีแม้กระทั่งนายหญิง การมาของหลันซินหยูย่อมมีวัตถุประสงค์อื่นแน่นอน

            ยิ่งรู้ว่าเหล่าไท่ไท่มีความประสงค์อยากให้หลันซินหยูแต่งเข้ามาเป็นภรรยาเอกของจวนโม่ อี๋เหนียงทั้งสองย่อมหาวิธีกลั่นแกล้งนางเป็นแน่ ในชาติก่อนเนื่องจากอี๋เหนียงทั้งสองไม่มีบุตรชายจึงไม่อาจช่วงชิงความโปรดปรานมาจากฟางอี๋เหนียง ท้ายที่สุดจึงต้องยอมสละตำแหน่งนายหญิงให้แก่อีกฝ่าย แต่แม้จะเป็นเช่นนั้นฟางอี๋เหนียงก็ยังไม่อาจปล่อยพวกนางให้เป็นเสี้ยนหนามตำใจ เห็นได้ว่าอี๋เหนียงสองคนก็มิใช่พวกถือศีลกินเจเช่นกัน

            มีพวกนางสองคนเป็นทัพหน้า หลันซินหยูคิดเข้าหาท่านพ่อย่อมมิใช่เรื่องง่าย ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยนิสัยของบิดาไม่มีทางชอบสตรีใจง่ายที่มักยั่วยวนให้ท่าผู้ชายเช่นหลันซินหยู มิเช่นนั้นก็คงไม่กล้าตอกหน้าเหล่าไท่ไท่ ทำให้นางตกอยู่ในสถานการณ์กระอักกระอ่วนจนไม่อาจบากหน้าอยู่ต่อ ต้องซมซานกลับบ้านไปในตอนนั้น

            ขณะที่นายบ่าวกำลังสนทนากันอย่างเริงรื่น ก็มีเสียงคนผู้หนึ่งแทรกขึ้นมา

            “ขอเรียนถามคุณหนูสาม เห็นว่ามาจากเรือนของคุณหนูใหญ่ มิทราบว่านางเป็นอย่างไรบ้าง” น้ำเสียงเย็นชาแต่ดูมีมารยาทลอยมาข้างหู โม่เสวี่ยถงชะงักฝีเท้าหันไปมองทางเดินด้านซ้าย ซึ่งเป็นทางผ่านไปยังห้องหนังสือของบิดา เห็นบ่าวชายนำอยู่หน้าบุรุษสองคนยืนอยู่ตรงปากทาง

            โหยวเยวี่ยเฉิงสวมอาภรณ์สีงาช้าง สายคาดเอวปักดิ้นทองแขวนพู่หยกประดับเนื้องามชิ้นหนึ่ง ภาพลักษณ์ดูสุขุมนุ่มลึก ศีรษะสวมรัดเกล้าทองคำ ใบหน้าหล่อเหลานิ่งเฉยดูหยิ่งยโส แม้คำถามจะฟังดูมีมารยาทยิ่ง แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ทำให้คนรู้สึกคล้ายวางอำนาจอยู่กลายๆ

            ข้างกายเขายังมีบุรุษยืนอยู่อีกคนหนึ่ง ซึ่งมีบุคลิกตรงข้ามกับเขาโดยสิ้นเชิง แม้จะสวมอาภรณ์ไหมปักดิ้นทอง เอวคาดหยกล้ำค่าสี่ห้าชิ้นดูงดงามหรูหรา แต่เมื่อทุกอย่างมารวมอยู่บนตัวเขากลับมองแล้วประหลาดนัก รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าคมคายมีกลิ่นอายเจ้าชู้เสเพลแผ่กำจายออกมาชัดเจน ขนาดยังมิได้เอ่ยวาจา เพียงถูกสายตาพิจารณาตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างจาบจ้วง ก็ทำให้โม่เสวี่ยถงรู้สึกอึดอัดมากแล้ว โม่เยี่ยรีบออกมายืนขวางด้านหน้า เพื่อบังสายตาไร้มารยาทของอีกฝ่าย

            เมื่อเห็นว่าเป็นโหยวเยวี่ยเฉิง รอยยิ้มเยาะหยันพลันทอวาบจากก้นบึ้งดวงตา

            ช่างเป็นบุรุษจอมปลอมนัก เห็นชัดอยู่ว่าไม่ชอบหน้านาง แต่กลับแสร้งสวมหน้ากากทำเป็นใจกว้างวางมาดสุขุม เมื่อคืนยังวางแผนกับโม่เสวี่ยหมิ่นเล่นงานตนเองอยู่เลย รู้อยู่แก่ใจว่าความสัมพันธ์ระหว่างพวกนางไม่ดีมาแต่ไหนแต่ไร โม่เสวี่ยหมิ่นจ้องแต่จะเอาชีวิตตนเอง แล้วตนจะต้องไปใส่ใจอีกฝ่ายด้วยหรือ พูดง่ายๆ โหยวเยวี่ยเฉิงคิดฉวยโอกาสนี้ทำให้คนเข้าใจผิดแล้วเล่าลือต่อกันไปว่านางไม่เคารพพี่สาว ทุ่มหินลงบ่อในขณะที่อีกฝ่ายอยู่ในสถานการณ์ลำบาก

            ในขณะที่หัวใจนึกเยาะหยัน แต่ใบหน้าที่แสดงออกกลับใสซื่อบริสุทธิ์ยิ่ง น้ำเสียงที่เอื้อนเอ่ยก็นุ่มนวลอ่อนโยน นางเดินออกมาจากด้านหลังของโม่เยี่ย ย่อกายคำนับอย่างงดงามมีมารยาท “คารวะโหยวซื่อจื่อ” หลังจากหยัดกายตรงก็ตอบคำถามของเขาด้วยรอยยิ้ม “ข้าเพิ่งกลับมาจากจวนฝู่กั๋วกง ไม่ทราบว่าพี่หญิงใหญ่มีเรื่องอันใดหรือ แม้แต่ซื่อจื่อยังถามไถ่ถึงเช่นนี้ เอ๊ะ... หรือว่าพี่หญิงจะเกิดเรื่อง?”

            ดวงตาสุกใสมองโหยวเยวี่ยเฉิงอย่างนึกฉงน นางไม่เชื่อว่าเขาจะประกาศเรื่องน่าอับอายของโม่เสวี่ยหมิ่นต่อหน้าคนมากมายเช่นนี้

            โหยวเยวี่ยเฉิงไม่คิดว่าโม่เสวี่ยถงจะเป็นคนหนึ่งถามสามไม่รู้ ดั่งกำหมัดต่อยใครสักคน แล้วคนผู้นั้นกลับกลายเป็นผ้านวมนุ่มๆ ไม่มีแรงต้านแม้แต่น้อย วันนี้เขามาจวนโม่เป็นเพื่อนหลี่โย่วโม่ เพิ่งเดินออกมาจากห้องหนังสือของโม่ฮว่าเหวิน ก็มาเจอโม่เสวี่ยถงกำลังหัวเราะหน้าชื่นตาบานอยู่กับสาวใช้ พลันรู้สึกว่ารอยยิ้มแบบนั้นดูขวางหูขวางตายิ่งนัก

            เมื่อนึกถึงคำพูดของโม่เสวี่ยหมิ่นก็เหมือนมีผีดลใจให้อยากแกล้งนางขึ้นมา จึงจงใจถามด้วยวาจาแบบนั้น คิดจะทำให้อับอายด้วยการเสียดสีว่านางเป็นคนแล้งน้ำใจ พี่สาวมีเรื่อง ผู้เป็นน้องสาวไม่เพียงแต่ไม่ปลอบใจ กลับมายิ้มยั่วหัวเราะกับสาวใช้ คิดไม่ถึงว่านางจะทำเป็นไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น

            ทำให้วาจาประชดประชันที่เตรียมมาเต็มท้องไม่อาจกล่าวออกมาได้ จุกแน่นอยู่เต็มอกจนแทบระเบิด

            ขณะที่เขากำลังพูดไม่ออก หลี่โย่วโม่ที่อยู่ด้านข้างกลับเอ่ยด้วยวาจาไหลลื่น “นี่คงเป็นน้องภรรยาสามใช่หรือไม่ ข้าเป็นพี่เขยใหญ่ของเจ้าเอง วันนี้มาเพื่อคุยธุระเรื่องพี่หญิงของเจ้า ไม่ทราบว่านางอยู่ที่เรือนหรือเปล่า ไม่ได้เจอนานแล้ว รู้สึกคิดถึงยิ่งนัก กำลังจะไปหาที่เรือนอยู่พอดี เยวี่ยเฉิง... ไปด้วยกันสิ ถึงอย่างไรอีกไม่นานคุณหนูใหญ่ก็ต้องแต่งให้ข้าแล้ว เจ้าก็มิใช่คนนอก ข้าไม่ถือสาหรอก”

            คำพูดของคนผู้นี้ช่างน่าสะพรึงยิ่ง ขนาดโม่เสวี่ยถงตายแล้วเกิดใหม่มาชาติหนึ่ง เข้าใจอะไรได้ดียิ่ง ยังแทบสำลักเป็นโลหิตเพราะวาจาโอหังของเขา โหยวเยวี่ยเฉิงที่ชูคอวางท่าหยิ่งยโสอยู่ด้านข้างยังสีหน้าแข็งค้าง โม่หลันและโม่เยี่ยตัวกลายเป็นหินไปแล้ว เกิดมาไม่เคยเจอใครหน้าหนาเช่นนี้มาก่อน ไม่ทันแลกดวงชะตาแปดอักษรกันด้วยซ้ำ แต่เรียกนางว่าน้องภรรยาแล้ว มิหนำซ้ำยังเรียกตนเองว่าพี่เขยอีก

            ทั้งสองเพิ่งมีเรื่องกันเมื่อวาน ตอนนี้กลับกลายเป็นนานแล้วมิได้เจอกัน อยู่ในจวนโม่แท้ๆ แต่กลับทำตัวเหมือนอยู่บ้านตนเอง ไม่มีความเกรงใจแม้แต่น้อย ซ้ำร้ายยังเชิญบุรุษไปยังเรือนของสตรี ด้วยท่าทางวางโตไม่สนใจสิ่งใด ไม่รู้สึกกระอักกระอ่วนใจ เอ่ยเหตุผลที่ฟังดูเป็นธรรมชาติอย่างไม่น่าเชื่อ

            สุดยอด! บุรุษผู้นี้ช่างเหนือชั้นยิ่งนัก โม่เสวี่ยถงต้องระบายลมหายใจเฮือกใหญ่ จึงระงับเสียงหัวเราะที่ระเบิดอยู่ในหัวใจลงได้

            ต้องเก่งกาจระดับนี้จึงจะสมน้ำสมเนื้อกับโม่เสวี่ยหมิ่น ไม่เลวเลยจริงๆ!

            หญิงร้ายก็ต้องคู่กับชายโฉด หากนางมีแผนการร้ายกาจอะไรอีกก็เหมือนกับบัณฑิตเจอนักสู้ พูดเหตุผลเท่าไรย่อมไม่เข้าหู

            “เจ้าสวะต่ำช้า พูดจาเหลวไหล” โม่เสวี่ยหมิ่นมาพร้อมกับโม่ซิ่ว ยืนอยู่หน้าสวนดอกไม้ โกรธจนหน้าถอดสี ประเดี๋ยวซีดประเดี๋ยวคล้ำ เนื้อตัวสั่นเทิ้มอย่างไม่อาจควบคุม

            เมื่อเห็นโม่เสวี่ยหมิ่นปรากฏตัว ความสนใจของหลี่โย่วโม่ก็พุ่งปราดไปที่นางทันที “โอ้... ที่แท้คุณหนูใหญ่ก็มาแล้ว ใจเราช่างตรงกันยิ่งนัก คุณหนูใหญ่ก็คิดเช่นเดียวกับข้าใช่หรือไม่ วันเดียวไม่พบเยาวมาลย์ เนิ่นนานดั่งสามสารทฤดู สามวันไม่เห็นยอดพธู เก้าสารทฤดูผ่านไปราญใจร้าว คุณหนูใหญ่ดั่งรู้ใจข้า มิสู้พวกเราเข้าไปคุยกับท่านพ่อตาด้วยกัน พรุ่งนี้ก็เป็นวันฤกษ์ดี จะได้รีบแต่งคุณหนูใหญ่เข้าจวนเสียเลย หากช้าไปสักวันสองวัน เกรงว่าพวกเราสองคนจะทนคิดถึงกันไม่ไหว พานพาหัวใจขาดวิ่นไปเสียก่อน”

            ความจริงก็นับว่าเป็นคุณชายรูปงามคนหนึ่งแท้ๆ แต่ไฉนกิริยาวาจาจึงคล้ายคนเสเพลเจ้าชู้ประตูดินเช่นนี้ ยิ่งยามที่ย่างก้าวไปไหนต่อไหน เห็นแล้วก็ชวนวิตกว่าเครื่องประดับที่สวมใส่มาเต็มตัวจะหล่นลงพื้นสักชิ้นสองชิ้นหรือไม่

            โม่เสวี่ยหมิ่นจอมเสแสร้งปะทะกับจอมอันธพาลหลี่โย่วโม่ ไม่รู้ว่าฝ่ายไหนจะได้ชัยชนะ โม่เสวี่ยถงนึกอยากรู้เป็นอย่างยิ่ง นางเดินอ้อมไปยืนข้างโม่เสวี่ยหมิ่นด้วยท่าทางห่วงใย แต่แท้จริงแล้วนางอยากเห็นเหตุการณ์ให้ชัดเจนต่างหากเล่า

            โหยวเยวี่ยเฉิงตะลึงพรึงเพริด ไม่ทราบแน่ชัดว่าตนเองรู้สึกอย่างไร ดวงตาที่เต็มไปด้วยความทะนงมองไปที่โม่เสวี่ยถงแล้วเดินตามไป

    คล้ายกับเรื่องพลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730