มู่หลงชิงหลังจากสร้างปัญหาแล้วเขาก็ไม่ได้รีบกลับเข้าตะกลูทันที แต่รอจนมืดค่ำก่อนแล้วค่อยเข้าไป เขาแอบย่องเข้าไปทางประตูที่อยู่ทางด้านข้างของตะกลู ซึ่งเป็ประตูที่บ่าวรับใช้ภายในบ้านใช้เข้าออก
นายน้อยท่านกลับมาแล้ว ..... เสียงของบ่าวรับใช้ดังขึ้นมา ทำให้มู่หลงชิงสะดุ้งใทันที ..
อ่าใช่....ข้ากลับมาแล้ว มู่หลงชิงทำตัวไม่ถูกจึงได้ตอบออกไปอย่างง่ายๆ
ท่านผู้นำนี้พูดถูกจริงๆว่านายน้อยจะต้องเข้ามาทางประตูนี้อย่างแน่นอน จึงให้ข้ามาดักรอนายน้อยไว้ก่อน และบอกให้นายน้อยไปที่ห้องโถงของตะกลูด้วย ตอนนี้ท่านผู้นำและผู้าุโรอท่านอยู่ก่อนแล้ว
ออ... เข้าใจแล้วข้าจะไปเดียวนี้ละ .... มู่หลงชิงเดินไปทางห้องโถงของตะกลู อย่างช้าๆไม่รีบร้อน เพราะเขายังคิดหาคำแก้ตัวเกี่ยวกับเื่ที่เกิดขึ้นในวันนี้อยู่ มาถึงหน้าห้องโถงเขาก็ยืนนิ่งสักพักก่อนจะก้าวเข้าไป
หลงชิงคารวะท่านปู่ และผู้าุโ ในห้องโถงในตอนนี้มีคนอยู่ทั้งหมด 5 คนคือมู่หลงเปียว มู่หลงเปา มู่ต้าถง ผู้าุโสามมู่หลงเยี่ยน และผู้าุโสี่มู่หลงหาน ทั้ง 5 คนคือแกนหลักของตะกลูมู่ในปัจจุบัน
ได้เห็นมู่หลงชิงเข้ามาแล้วมู่หลงเปียวก็ได้มองไปที่เขาอย่างพอใจในตัวหลานชายของเขาก่อนจะหัวเราะออกมาดังๆ
ฮาๆๆ ... หลงชิงหลานรักเ้ารู้ไหมว่าวันนี้เ้าทำใหปู่คนนี้มีความสุขมากแค่ไหน เ้าทำให้ปู่แปลกใจจริงๆการที่เ้าบ่มเพาะขึ้นมาในเขตแดนเปลี่ยนกระดูกระดับกลางในเวลาไม่ถึงเดือน พร์ในการบ่มเพาะที่รวดเร็วเช่นนี้เห็นทีจะมีเพียงแต่อัจฉริยะใรรอบ 1000 ปีแล้วละ และการที่เ้าได้ตบหน้าตะกลูจ้าวต่อหน้าผู้คนนั้นก็ทำให้ชื่อเสียงของตะกลูเราดังขึ้นมาได้อีก เ้าทำให้ข้ามีความสุขยิ่งนัก ฮาๆๆๆ
ท่านผู้นำการที่หลงชิงได้ก่อเื่ขึ้นมานี้อาจทำให้ตะกลูเรามีปัญหาขึ้นมาในภายหลังได้ ตะกลูจ้าวคงไม่ยอมลามือไปง่ายๆแน่ ข้าว่าควรให้หลงชิงได้รับการลงโทษของตะกลู เพื่อไม่ให้ผู้อื่นเอาเป็เยี่ยงอย่าง ผู้ที่พูดขึ้นมาก็คือผู้าุโสามมู่หลงเยี่ยน เขาและมู่หลงชิงนั้นไม่ค่อยถูกกันมากนัก ผู้าุโสามและพ่อของเขามู่หลงเปาเป็คนในรุ่นเดียวกัน แต่พร์ในการบ่มเพาะและการปรุงยาของพ่อเขากลับโดดเด่นมากกว่าจึงทำให้เขารู้สึกไม่พอใจที่มู่หลงชิงมีความแข็งแกร่งขึ้นมา และยังกลัวว่าจะแซงหน้าลูกชายของเขามู่ซื่อเยี่ยน ซึ่งเป็อัจฉริยะอันดับหนึ่งของตะกลูมู่นั้นเอง
มู่หลงชิงจ้องมองที่ผู้าุโสามมู่หลงเยี่ยนอย่างเ็า เขารู้ว่าผู้าุโสามนั้นเกลียดเขาและพ่อของเขามากแค่ไหน เขา้าพลักดันให้ลูกชายของเขาขึ้นมาเป็นายน้อยตะกลูมู่แทนที่ของมู่หลงชิง และกลายเป็ผู้สืบทอดอันดับ 1 ของตะกลู
ข้าว่าเื่ที่เกิดขึ้นมาในวันนี้ไม่ได้มีปัญหาอะไรใหญ่โตถึงขนาดต้องลงโทษหลงชิง และเขาก็ไม่ได้เป็คนก่อเหตุขึ้นมา แต่กลับเป็เขาเองที่เขาไปช่วยเหลือผู่อื่นที่โดนกลั่นแกล้งจากตะกลูจ้าว เพราะอย่างนี้ถึงทำให้ชื่อเสียงของตะกลูเราดีขึ้นมาอีก ที่สำคัญตะกลูจ้าวคงไม่เคลื่อนไหวอะไรในตอนนี้อย่างแน่นอน ตาแก่ตะกลูจ้าวไม่ใช่คนโง่เขลาถึงขนาดจะทำให้ตะกลูตัวเองเสียเปรียบเราอย่างแน่นอน
ได้ยินมู่หลงเปียวพูดออกมาแบบนี้ผู้าุโสามก็ไม่กล้าที่จะแย้งขึ้นมาอีก ทำได้เพียงกลืนคำพูดที่จะพูดออกมาไว้ก่อน
เื่นี้ให้จบลงเพียงเท่านี้ละ เรามาพูดถึงการทดสอบของตะกลูที่จะถึงอีก 7 วันข้างหน้านี้ดีกว่า ผู้าุโสี่มู่หลงหานได้พูดเปลี่ยนเื่ขึ้นมาเพื่อลดความอึดอัดที่เกิดขึ้นมาในตอนนี้
อืมใช่ ... ผู้าุโสามตอนนี้ลูกชายเ้ามู่ซื่อเยี่ยนบ่มเพาะมาถึงระดับใดแล้วละ
เรียนท่านหัวหน้า ลูกชายข้าตอนนี้ได้ทะลวงไปในเขตแดนเปลี่ยนกระดูกระดับสูงสุดแล้ว แต่ก็ยังเก็บตัวฝึกยุทธอยู่เขาไม่ได้้าแค่เป็อันดับหนึ่งในการทดสอบของตะกลูเท่านั้น แต่เขา้าผ่านการทดสอบของสำนักสายหมอกในอีกสามเดือนข้างหน้านี้อีกด้วย เพราะเหตุนี้เขาจึงไม่ได้ออกไปก่อปัญหาที่ไหนเลย พูดเสร็จผู้าุโสามก็ได้หันมามองมู่หลงชิง และยิ้มขึ้นมาอย่างพอใจที่ลูกชายของเขาอยู่เหนือกว่า
มู่หลงชิงเห็นผู้าุโสามมองมาที่เขาด้วยสีหน้าเย้ยหยัน เขาก็ไม่ได้แสดงท่าทางอะไรออกมามีเพียงสายตาที่เรียบเชยเท่านั้น เพราะว่าเขาในตอนนี้สามารถที่จะเอาชนะมู่ซื่อเยี่ยนได้อย่างแน่นอน
อืมเช่นนั้นก็ดี การทดสอบของตะกลูไม่ใช่แค่การทดสอบของรุ่เยาว์ของตะกลูเท่านั้น แต่ยัง้าหาผู้ที่มีพร์และอัจฉริยะไปเป็ตัวแทนของตะกลูในการทดสอบของสำนักสายหมอกในอีก 3 เดือนข้างอีกด้วย การที่หลงเยี่ยนบ่มเพาะได้ถึงเขตแดนเปลี่ยนกระดูกระดับสูงสุดแล้วก็เป็เื่ที่น่ายินดีของตะกลูเรา ทำให้พอมีหวังที่จะทดสอบผ่านของสำนักสายหมอกได้ พูดจบมู่หลงเปียวก็หันไปมองมู่หลงชิงก่อนจะยิ้มขึ้นมา
หลงชิงเ้าก็เป็อีกหนึ่งคนที่จะเป็ตัวแทนของตะกลูของเราอย่างแน่นอน แต่เ้าต้องทำผลงานที่ดีในการทดสอบของตะกลูซะก่อน เพื่อไม่ให้ผู้อื่นสามารถพูดได้ว่าเ้าใช้เส้นสายในการเข้าไปทดสอบของสำนักสายหมอกได้ และระหว่างนี้ข้าอยากให้เ้าฝึกฝนพลังยุทธไปก่อนไม่ต้องออกไปที่ไหนอีกจนกว่าจะจบการทดสอบของตะกลูเรา
ได้ครับท่านปู่ หลงชิงจะทำตามที่ท่านปู่สั่ง เขามองปู่ของเขาแล้วก็อมยิ้มออกมา ในอดีตนั้นเขาไม่ได้มีความแข็งแกร่งมากนักและก็เป็เพราะปู่ของเขาที่ยอมใช้สมบัติมากมายของตะกลูติดสินบนผู้คุมสอบของสำนักสายหมอก ทำให้เขาได้เข้าไปศึกษาในสำนักสายหมอก จึงเป็เหตุให้ผู้คนต่างๆในตะกลูไม่พอใจเป็จำนวนมากและแยกออกเป็สองฝ่าย จนทำให้ตะกลูเกือบแตกแยก แต่เพราะเขาได้รับการสั่งสอนที่ดีของสำนักสายหมอกจึงทำให้เขาเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น เขามีความแข็งแกร่งมากขึ้นในสำนักสายหมอกจึงทำให้ผู้คนในตะกลูไม่กล้าที่จะพูดเื่ของเขาอีก
แต่ครั้งนี้จะต่างออกไป เขาจะผ่านการทดสอบด้วยความสามารถของเขาเอง และทำให้ครอบครัวของเขาภูมิใจในตัวของเขา มู่หลงชิงขอตัวจากไปก่อน เพื่อจะได้มีเวลาในการปรับสมดุลของพลังของเขาและฝึกฝนวิชากระบี่เพิ่มก่อนที่การทดสอบของตะกลูจะเริ่ม เพราะเขาไม่อยากเปิดเผยถึงเคล็ดวิชาเทพอสูรให้ผู้อื่นรู้ในตอนนี้ เขาจึงจำเป็ต้องฝึกวิชาอื่นเพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัยของเขาเอง
มู่หลงชิงกลับมาถึงที่พักของเขา เขาก็ไม่รีบที่จะฝึกเพลงยุทธก่อนแต่เลือกที่จะไปอาบน้ำชำระร่างกายเสียก่อน หลังจากชำระร่างกายและเปลี่ยนชุดเสร็จแล้วเขาก็นั่งลงทำสมาธิให้จิตใจปลอดโปร่งและปรับสมดุลของพลังให้เข้าที่เสียก่อน ผ่านไป 1 ชั่วยาม สภาพร่างกายเขาก็กลับมาเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง เขารู้สึกว่าการต่อสู้เป็ตายกับสัตว์อสูรที่ผ่านมาทำให้ตอนนี้ เคล็ดวิชาฝ่ามือสยบนภาของเขาใกล้จะถึงขั้นกลางแล้ว
ถ้าข้าฝึกพลังฝ่ามือเพิ่มอีกสักหน่อยก็คงจะเลื่อนไปถึงขั้นกลางได้อย่างแน่นอน แต่ตอนนี้ข้าคงต้องฝึกวิชากระบี่ก่อนเป็อันดับแรก เขานั่งคิดว่าวิชากระบี่อะไรบ้างที่เขาสามารถใช้ได้ในตอนนี้ เขานั่งคิดอยู่อย่างนี้สักพักก็นึกได้ถึงวิชากระบี่ขั้นเซียนวิชานึง คือวิชากระบี่ตัดสรรพสิ่ง วิชากระบี่ตัดสรรพสิ่งนี้เป็วิชากระบี่ขั้นเซียนระดับกลาง มีด้วยกันทั้งหมด 9 กระบวนท่า ตอนนี้เขาสามารถฝึกได้เพียงกระบวนท่าแรกเท่านั้น แค่กระบวนท่าแรกก็ทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นอย่างมากแล้ว กระบวนท่าแรกมีชื่อว่าตัดศิลา กระบวนท่านี้จะทำให้ผู้ใช้กระบี่ตัดของทุกอย่างได้อย่างง่ายดายเหมือนตัดเต้าหู้เลย เมื่อเรียกใช้จะมีปราณกระบี่กระจายออกมาจากอาวุธและสามารถตัดผ่านได้แม้แต่ศิลาขนาดใหญ่ ถ้าเขาฝึกฝนถึงกระบวนท่าที่ 9 ชื่อกระบวนท่าตัดสรรพสิ่ง เขาสามารถที่จะตัดผ่าโลกขนาดเล็กได้เพียงสะบัดกระบี่ครั้งเดียวเท่านั้น ไม่มีอะไรที่ตัดผ่านไม่ได้สมกับชื่อกระบวนท่าตัดสรรพสิ่ง
เขาดึงกระบี่ออกมาจากแหวนมิติ กระบี่เล่มนี่เป็เพียงกระบี่ระดับปราณฟ้าระดับต่ำเท่านั้น เขาคิดว่าเขาคงต้องหากระบี่ที่ดีกว่านี้มาใช้เสียแล้วละ เพราะไม่อย่างงั้นกระบี่นี้คงใช้ฝึกกระบวนท่าตัดศิลาได้ไม่กี่ครั้งก็คงพังเสียหายอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้เขาคงต้องใช้ไปก่อน กระบวนท่าแรกที่เขาต้องฝึกนั้นเขาจะต้องสร้างปราณกระบี่ออกมาให้ได้ก่อนถึงจะสามารถใช้กระบวนท่าผ่าศิลาออกมาได้
เขาลองรวบรวมพลังและส่งเข้าไปที่กระบี่ ทำให้กระบี่มีแสงสีขาวออกมาจางๆรอบๆกระบี่เป็เหมือนคลื่นสีขาวที่ไม่ใหญ่มาก และสั่นไหวอยู่รอบๆกระบี่ ปราณกระบี่ที่เขาสร้างออกมานั้นยังไม่เสถียนมากพอจึงทำให้ปราณกระบี่สั่นไหวแบบนี้ และเหมือนจะจางหายไปได้ทุดเมื่อ กระบวนท่าตัดศิลาที่สมบูรณ์นั้นจะมีปราณกระบี่สีขาวห่อหุ้มตัวกระบี่ไว้และมีความคมอย่างมากจะไม่มีการสั่นไหวของปราณกระบี่เลยแม้แต่น้อย แต่ปราณกระบี่ของเขาในตอนนี้กลับเป็เหมือนคลื่นที่สั่นไหวไม่หยุด
ข้ายังไม่สามารถควบคลุมการถ่ายเทพลังของข้าให้สามารถสร้างปราณกระบี่ได้อย่างสมดุล ข้าจะต้องปรับพลังและถ่ายเทพลังไปที่กระบี่อย่างพอเหมาะและสม่ำเสมอเสียก่อนไม่เช่นนั้นข้าคงไม่สามารถสร้างปราณกระบี่แรกได้แน่นอน เขาค่อยๆฝึกควบคลุมพลังของเขาในการสร้างปราณกระบี่ไปเรื่อยๆแบบนี้ยังดีที่เขามีความทรงจำจากอดีตมาก่อนแล้วจึงทำให้เขาใช้เวลาไม่นานในการสร้างสมดุลของปราณกระบี่ เขาใช่เวลาเพียง 1 วัน 1 คืนก็สามารถสร้างปราณกระบี่ที่มีความสมดุลขึ้นมาได้ เพียงแต่ปราณกระบี่ที่สร้างขึ้นมานั้น ยังมีขนาดที่เล็กมากแต่มันก็เป็ขั้นแรกในการฝึกกระบวนท่าผ่าศิลา
เขาฝึกเพลงกระบี่ไปด้วยในขณะที่ควบคลุมให้ปราณกระบี่ยังคงอยู่รอบกระบี่ต่อไป เขาฝึกแบบนี้จนพลังหมด เขาก็กินยาเพิ่มพลังที่เสียไปและนั่งพักเพื่อให้สมดุลของพลังกลับมาจนเต็มแล้วก็ฝึกเหมือนเดิมอีกครั้ง เขาทำแบบนี้ไปเรื่อยๆจนผ่านไป 3 วัน ทำให้ปราณกระบี่ของเขาตอนนี้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้นมาและมีความเสถียนมากยิ่งขึ้น เขาลองฟันไปที่หินใหญ่ก้อนนึงที่อยู่ในลานที่พักของเขา
ฉับ.....เสียงประบี่ฟันลงไปที่หินก้อนนั้น ทำให้หินก้อนนั้นถูกผ่าออกมาเป็ 2 ซีกทันที หินถูกผ่าออกมาได้อย่างง่ายได้เหมือนกับตัดเต้าหู้เลย เขามองดูผลงานของเขาและรู้สึกพึงพอใจอย่างมาก
ถ้าข้าใช้พลังทั้งหมดคงสามารถผ่านักสู้ในระดับเดียวกันขาดออกเป็ 2 ท่อนได้ในกระบวนท่าเดียวอย่างแน่นอน แค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ข้าได้ขึ้นเป็อัจฉริยะอันดับหนึ่งของตะกลูอย่างแน่นอน ถ้าเขาใช้ร่วมกับเคล็ดบ่มเพาะเทพอสูรในเขตแดนเดียวกันคงไม่มีคัยสามารถต่อกรกับข้าได้ มีเพียงเขตแดนผลัดเปลี่ยนกายเนี้อขึ้นไปเท่านั้นที่จะทำอันตรายข้าได้
หลังจากสำเร็จกระบวนท่าแรกผ่าศิลาแล้ว มู่หลงชิงก็หันมาฝึกพลังฝ่ามือต่อ เพราะเคล็ดวิชาฝ่ามือสยบนภาของเขาใกล้จะเลื่อนขึ้นไปถึงระดับกลางแล้ว เขาฝึกวิชาฝ่ามืออีก 2 วันจนในที่สุดเคล็ดวิชาฝ่ามือสยบนภาก็เลื่อนไปถึงระดับกลางแล้วในตอนนี้ ความสามารถในการต่อสู้ของเขาในเขตแดนเดียวกันคงไม่มีคัยต่อกรกับเขาได้อีกแล้วแม้แต่อัจฉริยะรุ่นเยาร์อันดับ 1 ของเมืองเยี่ยก็คงไม่สามารถต่อกรกับเขาได้
พรุ่งนี้แล้วสินะที่การทดสอบของตะกลูจะเริ่มขึ้น ั้แ่พรุ่งนี้ทุกสิ่งทุกอย่างจะเปลี่ยนไป ข้าจะทำให้ตะกลูมู่ยิ่งใหญ่ขึ้นด้วยมือของขาเอง ......