รองประธานของฉันเป็นสายลับ

    บทที่ 68

    รถยนต์ยี่ห้อดังสีดำสองคันแล่นออกจากบริเวณนั้นไปยังบนท้องถนนใหญ่ ระหว่างทางก็มีการหยอกล้อกันเล็กน้อย พวกเขากำลังมุ่งตรงไปยังร้านอาหารแห่งนี้ที่อยู่นอกเมือง มันเป็นร้านอาหารไทยธรรมดาๆไม่ได้มีอะไรโดดเด่น บรรยากาศของร้านเป็นชายทุ่งนาธรรมชาติ กลิ่นของดินลอยเต็มท้องที่ อากาศเองก็บริสุทธิ์เป็นอย่างมาก กว่าจะเดินทางมาถึงก็ใช้เวลาไม่น้อยเช่นกัน “ทำไมนายมาช้ากันจังล่ะ ปล่อยให้พวกเรารอเป็นครึ่งชั่วโมงแล้วเนี้ย..” เมื่อพวกเขาลงจากรถมาได้ อาร์ทก็โดนบ่นออกมาจากปากของริสาที่นั่งอยู่บริเวณหน้าร้านรออยู่แล้ว อาร์ทที่ได้ยินอย่างนั้นก็เกาหัวเล็กๆก่อนจะกล่าวกับริสาเหมือนกับเพื่อนที่สนิทกันมานาน“ก็ใครใช้ให้เธอมาด้วยเล่า ฉันก็แค่เชิญกฤษณ์เขามาทานอาหาร เพราะมีงานให้ทำหรอก..” อาร์ทกล่าวบ่น เขาเรียกให้กฤษณ์มาด้วย เพราะว่าเขาจะต้องได้เงินเดือนของกลุ่มกับงานที่เขาจะต้องทำในอนาคต นอกจากนี้ยังมีเรื่องงานที่สั่งให้จัดการไม่รู้ว่าไปถึงไหนแล้ว จึงจะให้มารายงาน“นี่ก็อีกเรื่องหนึ่ง ฉันยังไม่ได้เคลียร์กับนายเลยนะอาร์ท ใช้งานแฟนฉันหนักไม่พอยังไม่ชวนฉันมากินข้าวอีก .. ช่างเถอะ วันนี้ฉันจะถล่มเงินในกระเป๋าตังค์นายให้หมดเลยคอยดู..” ริสากล่าวออกมาอย่างงอนๆ แต่เธอก็ไม่ได้คิดอะไรอยู่แล้ว มันเหมือนเป็นการแซวกันมากกว่า ซึ่งอาร์ทก็รู้ดีจึงใช้มือปัดๆไปให้มันจบๆ จากนั้นพวกเขาก็เดินเข้าไปยังร้านอาหารแห่งนี้ พนักงานต้อนรับก็ต้อนรับพวกเขาอย่างสุภาพ ก่อนจะพาเดินไปยังห้องที่พวกเขาได้โทรจ้องเอาไว้ “ห้อง VIP หมายเลข 1 ครับเชิญทางนี้เลย...” พนักงานคนนั้นกล่าวเพื่อนำทางเข้าห้อง ภายในนั้นเหมือนกับห้องอาหารทั่วๆไป เป็นโต๊ะสี่เหลี่ยมยาวหลายที่นั่ง อาร์ทไม่พูดมากทำเพลงอะไร เดินไปที่หัวโต๊ะทันที เพราะยังไงวันนี้เขาก็ต้องจ่ายเงินอยู่ดี คนที่เหลือก็ต่างพากันนั่งตามที่อยากจะนั่ง ด้านขวาของอาร์ทเป็นแอม ริสา กฤษณ์ และก็บัสโก้ ส่วนด้านซ้ายที่ติดกับอาร์ทเป็นปาร์ค น้ำทิพย์ เอมี่ และก็มิเกลตามลำดับ “พนักงานคะ ขออย่างที่แพงที่สุดสามอย่างๆละ 2 ชุดค่ะ..” ริสาเริ่มสั่งอย่างไม่เกรงใจก่อนเลย อาร์ทก็ไม่ได้ว่าอะไร จากนั้นทุกคนก็เริ่มสั่งกันตามอัธยาศัยอีกคนละสองสามอย่าง แน่นอนว่าเอมี่สั่งของหวานมาอย่างแรกเลย ส่วนเจ้ามิเกล และบัสโก้ก็ไม่ต้องพูดอะไรกัน เบียร์แน่นอนอยู่แล้ว หลังจากพนักงานรับเมนูอาหารออกไปแล้ว อาร์ทก็เริ่มเข้าประเด็นเลยทันที“กฤษณ์งานที่ให้ทำเป็นอย่างไรบ้าง.. รายงานมา” กฤษณ์ที่ได้ยินอย่างนั้นก็สะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองทางริสาแฟนสาว เพราะเขาไปไหนทำอะไรนั้นมันควรจะเป็นความลับ บางครั้งเขาก็ไม่ได้บอกริสาว่าทำอะไรไปบ้าง บอกแค่ว่าทำงานเท่านั้น“เออ.. กล่าวตรงนี้เลยเหรอครับ.. ผมว่าผมกลัวจะกลับจากร้านนี้ไม่ครบสามสิบสองนะครับ..” กฤษณ์กลืนน้ำลายของตัวเองเล็กน้อย แน่นอนว่าตอนนี้ริสามองตาขวางมาทางเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว “เอาน่ามันก็แค่งานไม่ใช่หรือไง .. ทำงานนะ อีกอย่างเราบอกเพราะว่าเราจริงใจ ถ้ายัยริสาจะโวยวายก็คงเป็นผู้หญิงที่งี่เง่าเกินไปแล้ว..” ริสาที่ได้ยินก็หันกลับมามองขวางที่อาร์ท ก่อนจะหันกลับไปที่แฟนหนุ่มเพื่อกดดันอีกครั้ง“มีเรื่องอะไรที่ฉันไม่รู้อย่างนั้นเหรอ...หือ” ริสากดตาต่ำลง และยื่นหน้าเข้าไปใกล้กับกฤษณ์เรื่อยๆ“เออ.. งานที่ให้ไปทำเรียบร้อยดีครับ ห้องผ่าตัดก็เสร็จตามกำหนดการ เพราะได้ความช่วยเหลือจากคุณชาลอน ..แล้วก็เรื่องวัคซีนแบบหมู่นั้นได้กระจายออกไปตามอากาศตั้งแต่สัปดาห์ก่อนแล้วครับ ที่เหลือก็ไม่น่าจะมีอะไรแล้ว..” กฤษณ์กล่าวออกมาไร้พิรุธใดๆเลย แต่มันไม่ใช่สำหรับคนในหน่วยที่รู้กันดี“โอ้.. นายรอดจากยัยชาลอนมาได้อย่างไรเนี้ย สุดยอดมากเลยเพื่อน..ฮ่าๆ” บัสโก้ที่นั่งอยู่ข้างๆตบเข้าไปที่หลังของกฤษณ์สองที และนั่นมันทำให้กฤษณ์ถึงกับสำลักออกมาเลยทีเดียว ปาร์คที่ได้ยินอย่างนั้นก็เอ่ยขึ้นมาทันที “บัสโก้ มันสมควรพูดไหมเล่าตอนนี้น่ะ..” ก่อนจะส่งสัญญาณบอกประมาณว่าแฟนของเขาอยู่ด้วยอะไรประมาณนั้น ริสาที่ไม่ได้โง่ก็หันไปมองราวกับว่าอยากรู้รายละเอียดอะไรประมาณนั้น แต่เหมือนกับว่าทุกคนที่รู้จะหันหน้าหนีไปคนละทาง ยกเว้นอาร์ทที่ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก ยกน้ำดื่มอย่างสบายๆ“นี่มันเรื่องอะไรกันเหรอคะอาร์ท แอมไม่เข้าใจเลย..” แอมที่อยากรู้เหมือนกันจึงกล่าวถาม เธอเองก็เชื่อว่าน้ำทิพย์ก็กำลังคันปากคันหูอยากรู้เหมือนกัน อาร์ทที่ได้ยินคำถามนั้นก็คิดหนักเหมือนกันว่าควรจะบอกดีหรือไม่ เพราะเรื่องนี้น้อยคนเท่านั้นที่จะรู้เรื่องของมัน แต่เขาก็ตัดสินใจบอกกับทั้งสามสาวหน้าใหม่ “จริงๆมันเป็นความลับระดับโลกเลยก็ว่าได้ จะว่าอย่างไรดีล่ะ ..อื้ม.. เริ่มจากพื้นฐานก่อนก็แล้วกัน โลกนี้จริงๆแล้วมีมนุษย์ที่ไม่ธรรมดาอยู่นะ พวกเรามีกันอยู่ในจำนวนที่น้อยมาก .. ส่วนใหญ่มันจะแบ่งออกมาสามสายพลังหลัก ลมปราณ เวทมนตร์ และก็พลังจิต..” อาร์ททำท่านึกเหมือนว่าจะบอกดีหรือไม่ แต่สุดท้ายเขาก็เล่าให้ฟังจนได้ แต่ในขณะที่เขายังพูดไม่จบ ริสาก็เอ่ยขึ้นมาขัดเสียก่อน“เวทมนตร์..ฮ่าๆ.. ลมปราณ.. นายดูการ์ตูนเยอะไปแล้วนะอาร์ท ขอความ...จริง....ได้...ไหม..” ริสากล่าวเหมือนมันเป็นเรื่องตลก เธอหลับตาแล้วก็หัวเราะไป แต่เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกที ภาพที่เธอไม่คิดว่าจะได้เห็น และหัวเราะไปเมื่อกี้กลับปรากฏอยู่ตรงหน้าเธอ มันเป็นภาพของช้อนที่ลอยอยู่กลางอากาศ นอกจากนี้ยังมีลูกไฟกลมๆอีก 6 ลูกที่สีไม่เหมือนกันลอยอยู่ใกล้กับช้อนนั้นอีกด้วย“ก็อย่างที่เห็น สิ่งที่คิดว่ามันไม่มีอาจจะมีก็ได้.. ใช่แล้วพวกเราเป็นหนึ่งในนั้น หนึ่งในสิ่งที่เรียกตัวเองว่า ‘ผู้มีพลังพิเศษ’ พวกเราอยู่กันอย่างปิดบังตัวตนของตัวเองมาตลอด เหตุผลที่เราต้องทำงานให้กับสหประชาชาติเรื่องนี้ก็ส่วนหนึ่ง....” จากนั้นอาร์ทก็สลายพลังของตัวเองออก ทุกอย่างกลับมาเป็นแบบเดิม“ใช่แล้วล่ะครับ.. แล้วคนที่คุณได้ยินมานั้น เธอชื่อว่าชาลอน เป็นผู้ใช้พลังปราณครับ.. เออ..พลังปราณของเธอค่อยข้างแปลกประหลาดนิดหน่อยน่ะครับ.. ว่ากันว่าเธอจะชอบมีอะไรกับเด็กใหม่ที่ยังไม่เคยฝึกพลังอะไร เพราะว่าเธอเชื่อว่าจะได้รับพลังบริสุทธิ์น่ะครับ.. เออ จะว่าอย่างไรดี แต่ผมคิดว่าคุณกฤษณ์เองก็น่าจะโดนไปแล้วเหมือนกัน..” ปาร์คกล่าวออกมาอย่างหนักใจ เขาจำได้ไม่เคยลืมเลยด้วยซ้ำในวันนั้น“ใช่ๆ ปาร์คมันรอดคนเดียว เอมี่ บัสโก้ มิเกลเสร็จนางหมด.. แค่คิดก็ขนลุกแล้ว.. รู้ไหมว่าอายุจริงๆของยัยป้านั่นเท่าไรแล้ว ...100 ปี ร้อยปีเชียวล่ะ.” อาร์ทกล่าวพร้อมกับลูบแขนของตัวเอง เอมี่รู้สึกเฉยๆ บัสโก้หัวเราะลั่น ส่วนมิเกลก็เอาแต่ยิ้มอย่างเขินๆ

    คล้ายกับเรื่องรองประธานของฉันเป็นสายลับ ที่คุณอ่าน