‘คุณวิเนตย์ฉันบอกว่าเจ็บหยุดก่อนได้ไหม’
‘มันหยุดได้ที่ไหนล่ะคุณวาท...’
‘เจ็บ…พอก่อน พอ!’
‘โอ๊ย!’ แค่นั้นแหละวิเนตย์ก็ผงะเพราะถูกภรรยาที่กำลังร่วมรักกันอยู่ถีบเข้าตรงหน้าท้องอย่างจังอารมณ์สวาทพลันหายหดลงไปนอนขดตัวงออยู่ด้านข้างตัวเธอแทนวธุกาเองก็ใไม่น้อยไปกว่าเขารีบเอาผ้าห่มมาห่อตัวแล้วมองเขาคล้ายคนอยากขอโทษ
‘เมียบ้า!’ แต่เขาก็พูดแค่นี้ก่อนจะซวนเซเข้าห้องน้ำไปกลับออกมาอีกทีเธอก็เผลอหลับไปเสียแล้วแต่ก็ช่างเถอะเพราะนั่นมันก็ใกล้จะตีสองเข้าไปแล้วต่อให้มาสะกิดแรงแค่ไหนก็ไม่คิดจะตื่นเด็ดขาด
“ยิ้มเขินๆ แบบนี้แสดงว่านึกออกแล้วใช่ไหมตัวก็เล็กๆ ทำไมถีบทีนี่เล่นเอาผมจุกไปหมดเลย”คนพูดเอามือลูบท้องน้อยไปด้วยราวกับความเจ็บยังไม่หายไปจากหน้าท้อง
“ก็คุณไม่ยอมฟังที่ฉันบอกทำไมล่ะ”อีกคนแย้งเบาๆ กางมือจะว่ายน้ำหนี
“เดี๋ยวก่อนคุณวาท”วิเนตย์รีบดึงตัวภรรยาเข้ามาหาแล้วกอดเอวของหญิงสาวเอาไว้หลวมๆใช้นิ้วเกี่ยวเส้นผมเปียกชื้นที่ยาวปิดปลายคางออกให้สองฝ่ามือประคองดวงหน้าสวยเอาไว้มั่น
“มีอะไรหรือเปล่าคะอย่ามองแบบนี้ฉันใจคอไม่ดี”
“หึ ใจคอไม่ดีอะไรคิดไปถึงไหนคุณวาทผมแค่อยากถามว่าเมื่อคืนนี้เจ็บจริงหรือเจ็บหลอก” ชายหนุ่มถามเพราะอยากจะประเมินตัวเองไปด้วย
“เจ็บจริงน่ะสิคุณไม่ลองมาเป็ฉันบ้างล่ะจะได้รู้”
“ผมฝีมือตกเหรอเนี่ย” เขาพึมพำเบาๆกับตัวเอง
“แต่ไม่เป็ไรเดี๋ยวสองคืนนี้จะแก้ตัวให้ฉ่ำปอดไปเลย”เอ่ยเสร็จก็จ้วงว่ายกลับไปยังห้องพักก้าวขึ้นไปบนบันได
“ฉ่ำปอด...คุณวิเนตย์หมายความว่าไง”คนเพิ่งนึกได้รีบร้องถามเขาตามหลัง
“อีกสิบนาทีก็ได้เวลาขึ้นแล้วนะคุณวาทผมจะเข้าไปเปิดน้ำอุ่นรอนะ” เขาะโกลับมาบอกคนละเื่กับที่ถามไป
วธุกาว่ายน้ำไม่สนุกอีกต่อไปแล้วเพราะในหัวมัวแต่คิดไปถึงคำว่า ฉ่ำปอด ของเขานั่นเองว่ายน้ำตามเขาขึ้นไปบนห้องโดยที่ไม่ต้องรอให้ถึงสิบนาทีด้วยซ้ำไปเข้าไปภายในห้องย่องไปตรงประตูห้องน้ำซึ่งเป็กระจกฝ้าสามารถมองเห็นคนที่กำลังนอนอยู่ในอ่างอาบน้ำได้รางๆ
ครืด!
“เข้ามาไม่ต้องแอบดูหรอกผมรู้ว่าคุณขึ้นมาแล้ว” วิเนตย์เลื่อนหน้าต่างบานที่อยู่ข้างอ่างอาบน้ำแล้วะโบอกคนด้านนอก
“ชิ”วธุกาหน้าม่อยแต่ก็เข้าไปในห้องน้ำตามคำเรียกของสามี
“ถอดชุดว่ายน้ำออกแล้วมาแช่น้ำอุ่นกับผมเร็วเข้าสบายมากเลยคุณวาท” เขาชวนเหมือนเด็กชวนเพื่อนเล่นขายของแต่คนที่ถูกบอกให้ถอดชุดเริ่มกระอักกระอ่วนใจหมายจะยื่นมือออกไปคว้าผ้าขนหนูที่อยู่บนราว
“อย่าทำให้ยุ่งยากคุณวาทลงมาในอ่างเดี๋ยวนี้ผมถอดให้เอง”
“แต่ว่า”
“ลงมา!”
“ก็ได้ๆ” หญิงสาวสะบัดหน้างอนๆก้าวเท้าลงไปในอ่างอาบน้ำ แล้วหันด้านหลังให้เขาไม่ช้าสายบิกินีก็ถูกกระตุกออกทั้งบนและล่างวธุการีบพาตัวเองไปอยู่อีกฝั่งของอ่างอาบน้ำ แต่นั่นก็เท่ากับว่าได้เผยส่วนเย้ายวนตาให้สามีได้ชื่นชมอย่างถนัดถนี่เพราะเขาไม่ได้เทสบู่เหลวลงในอ่างมีเพียงน้ำอุ่นๆ ให้แช่ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
“มานี่เลย ไปนั่งซะห่างไกลกันเชียว”ไม่ทันจะได้ถึงห้านาทีวิเนตย์ก็ดึงหญิงสาวเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดแผ่นหลังเนียนแนบกับลำตัวของเขาตลอดแนว วธุกาสะดุ้งนิดๆเมื่อต้องแนบชิดลึกซึ้งถึงเพียงนี้ แต่พอฝ่ามือใหญ่ดันศีรษะของเธอให้พิงไหล่เขาก็หลับตาลงพริ้มผ่อนคลายอย่างง่ายดาย
“อยู่แบบนี้สักชั่วโมงนะคุณวาท”
“เดี๋ยวก็เปื่อยกันพอดี”
“งั้นเมื่อยเมื่อไหร่ค่อยขึ้นก็แล้วกัน”
“แบบนั้นก็ได้ค่ะ” หญิงสาวหลับตาลงใหม่อีกรอบคราวนี้สามีเธอไม่ได้กวนใจเหมือนทุกครั้งเขาพิงศีรษะลงบนที่พักโดยที่เธอก็พิงไหล่ของเขาอีกทีสุขใดจะเท่ากับการพักสายตาแล้วถูกโอบล้อมด้วยสายน้ำอุ่นกับอ้อมกอดของสามี
‘ใช่ ถ้าเป็แบบนี้จริงๆ ก็ดี’หญิงสาวแทบไม่อยากคิดถึงวันที่จะต้องกลับไปใช้ชีวิตในความเป็จริง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะต้องดำเนินต่อไปในเส้นทางไหนดี
ใช้เวลาในห้องน้ำเพียงหนึ่งชั่วโมงทั้งคู่ก็ออกมานอนเล่นอยู่บนเตียง เปิดโทรทัศน์ดูหนังเื่โปรดของวิเนตย์กว่าหนังจะจบก็ได้เวลาอาหารค่ำพอดี เป็น้ำเพลินที่เข็นรถเข็นนำอาหารมาจัดเตรียมให้บนโต๊ะอย่างสวยงามมีเทียนไขแล้วก็ดอกกุหลาบสีแดงใส่ในขวดแก้วมาด้วย วธุกาหันมองสามีในทันทีแต่พอเห็นสีหน้าประหลาดใจไม่ต่างกับเธอก็รู้ว่าคงไม่ใช่ความคิดของเขาอย่างแน่นอน
“ใครทำเพลิน” วิเนตย์ถามเสียงดุ
“เอ่อ คุณวัสค่ะแกบอกว่ามื้อพิเศษเลยต้องจัดให้พิเศษหน่อย อ้อ มีไวน์ด้วยนะคะ”น้ำเพลินเดินออกไปนอกห้อง เปิดลิ้นชักรถเข็นแล้วหยิบขวดไวน์กับแก้วออกมาสองใบ
“ฝากขอบคุณคุณวัสด้วยแล้วกัน”
“ได้ค่ะ เพลินจะบอกให้นะคะ”น้ำเพลินยิ้มแฉ่งเพราะคิดว่าจะถูกตำหนิเพราะทำเกินหน้าที่
“ไปได้แล้ว”
“ค่ะ”
“โรแมนติกมากแต่ผมไม่จุดเทียนนะคุณวาทมองไม่เห็นกับข้าวเดี๋ยวก้างปลาติดคอ”วธุกามองค้อนสามีที่หยิบเทียนไขออกไปวางอีกทางหนึ่งเดินไปหย่อนตัวฝั่งด้านข้างกับสามีมองดูอาหารมื้อพิเศษแล้วก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ ดอกกุหลาบกับไวน์นานเท่าไหร่แล้วที่ไม่เคยได้ัักับของสองสิ่งนี้
“นี่ของคุณ ชนแก้วกันหน่อยคุณวาท”วิเนตย์รินไวน์ใส่แก้วแล้วยื่นให้ภรรยา จากนั้นทั้งคู่ก็ยกแก้วขึ้นชนกันเบาๆต่างคนต่างจิบด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า
“กินข้าวเถอะค่ะ”
“อืม”
เป็มื้อที่อร่อยที่สุดเท่าที่เคยรับประทานอาหารกับเขามาวธุการู้สึกสดชื่นกว่าวันไหนๆ ที่ผ่านมาในชีวิต มีสามีมีอาหารมื้อค่ำแสนโรแมนติก ‘เอาวะ ความสุขหลอกๆ ก็ยังดี’
มื้อค่ำจบลงก็เป็เวลาของการว่ายน้ำรอบดึกคราวนี้แหละที่วธุกาเพิ่งเข้าใจความหมายของคำว่า ‘…คุณจะว่ายจนเช้าเลยผมก็จะไม่ว่าสักคำ’ก็เพราะไม่ได้ว่ายน้ำอย่างเดียว วิเนตย์อาศัยความมืดที่มีเพียงแสงไฟจากใต้น้ำกระทำชำเราเธอในสระอย่างอุกอาจวธุกาอยากจะกรีดร้องให้ลั่นรีสอร์ตแต่เขาก็ปิดริมฝีปากเธอเอาไว้ด้วยจุมพิตแสนดูดดื่มฝ่ามือก็ลูบโลมทั่วเนื้อตัวใต้น้ำอยู่ตลอดเวลา
‘โอยๆ หมดกันจะมีใครมาเห็นไหมเนี่ย’ รีบหยุดมือที่กำลังจะปล้ำถอดบิกินีของตัวเองออก แล้วดันตัวเขาออกห่าง
“ก็ไหนคุณว่าจะว่ายถึงเช้ายังไงล่ะ”อีกคนทำหน้าล้อเลียนยิ้มเล็กยิ้มน้อยอย่างสุขใจ
“ฉันไม่เคยบอกว่าจะว่ายถึงเช้าสักหน่อยคุณนั่นแหละพูดเองเออเอง ฉันจะขึ้นแล้ว”พูดจบก็จ้วงว่ายไปยังบันไดทางขึ้นสระว่ายน้ำ
“ผมรอฟังคำนี้มานานแล้ว” คนเ้าเล่ห์ว่ายน้ำตามภรรยาไปติดๆเขารู้ว่าวธุกาคงไม่ยอมให้เขารักในน้ำกลางสายตาธรรมชาติอย่างแน่นอนและแล้วค่ำคืนนี้ก็จบลงที่เตียงนอนแสนนุ่มเหมือนเช่นเคย
สองวันบนห้องพักพูลแอคเซสวธุกาก็เข้าใจถึงคำว่า ฉ่ำปอด ของเขาอย่างถ่องแท้กว่าจะจบวันฮันนีมูนลงได้เธอก็แทบจะคลานลงจากเตียงไม่ว่าจะเป็บนบกหรือบนแพความหื่นของสามีก็ไม่แตกต่างกันเลยแล้วชีวิตนับจากวันนี้ล่ะจะเป็ยังไงต่อ เฮ้อ! มือเก็บข้าวของใส่กระเป๋าเพราะเสื้อผ้าส่วนใหญ่น้ำเพลินมาเก็บไปซักั้แ่เมื่อวานแล้วเหลือเพียงบางส่วนเล็กน้อยเท่านั้น
“ความสุขมันสั้นเนอะคุณวาทพรุ่งนี้ผมก็ต้องทำงานแล้ว”
“ค่า ความสุขมันสั้นพรุ่งนี้คุณได้ทำงานแต่ฉันก็ต้องนั่งเบื่อๆ เซ็งๆ ไปทั้งวัน”สีหน้าของวธุกาออกอาการเบื่อหน่ายทั้งที่ยังไม่ได้ออกจากห้องพักด้วยซ้ำผู้เป็สามีเห็นแล้วก็ต้องคิดหนักในเื่นี้
“คุณวาท”
“คะ” หญิงสาวขานรับทั้งที่ไม่ได้เงยหน้าจากกระเป๋าเสื้อผ้าของตัวเองวิเนตย์เห็นท่าทางเหงาหงอยของหญิงสาวแล้วก็อดรู้สึกผิดขึ้นมาไม่ได้
“ผมให้คุณทำงานก็ได้”ในที่สุดก็ต้องเอ่ยคำนี้ออกมา
“ทำงาน! จริงเหรอคะ แล้วให้ฉันทำตำแหน่งอะไรคะ” วธุกาเงยหน้าในทันทีแววตาเต้นวิบๆอย่างลิงโลด คนเคยทำงานมาตลอดชีวิตให้มานั่งๆ นอนๆ อยู่ได้ยังไง
“ก็เป็...ช่วยผมดูแลลูกค้าไง”
“ดูแลลูกค้า ได้ค่ะฉันทำได้”
“ไม่มีอะไรมากหรอกแค่คอยคุยกับลูกค้าต่างชาติบ้าง ที่นี่มีแค่ผม ศิรดา คุณวัสเท่านั้นที่พูดภาษาอังกฤษได้ คุณพอพูดได้บ้างไหม”
“ได้ค่ะ ฉันพอพูดได้บ้างไม่คล่องเท่าไหร่หรอกแต่ก็ใช้งานได้ดีพอสมควรเลยล่ะที่รีสอร์ตยายนวลน้อยก็มีแต่ฉันคนเดียวนี่แหละที่สื่อสารกับชาวต่างชาติได้”
“ดีเลยงั้นผมให้คุณคอยดูแลลูกค้าชาวต่างชาตินะ ช่วยคุณวัสอีกแรง”
“ตกลงเลยค่ะ แล้วเอ่อมีเงินเดือนให้ไหมต้องมีเวลาเข้าออกเหมือนพนักงานทั่วไปหรือเปล่า”หญิงสาวออกอาการกระดากอายเล็กน้อยที่ต้องเอ่ยเื่เงินๆ ทองๆ กับเขาสามีของเธอมีแววตานิ่งมากยามเอ่ยถึงเื่นี้ รู้สึกหวั่นๆ เกรงว่าเขาจะเปลี่ยนใจ
“คุณอย่าพูดเหมือนตัวเองไม่ใช่เมียผมสิคุณวาท”คนที่นั่งอยู่บนเตียงพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ จนเธอต้องรู้สึกอึดอัดใจขึ้นมา
“...ค่ะ ฉันไม่เอาเงินเดือนแล้วก็ได้”
“ผมไม่ได้หมายถึงเื่เงิน”พูดเสร็จก็ถอนหายใจแรงๆ วธุกายิ่งใจเสียหนักไปกว่าเดิมไม่ใช่เื่เงินแล้วเขาจะมาทำหน้าเครียดใส่กันแบบนี้ทำไม
“คุณวาท มาหาผมหน่อย” วธุกาเงยหน้ามองเขาแบบหวั่นๆจะมาไม้ไหนนี่ แต่ก็ยอมที่จะรูดซิปปิดกระเป๋า แล้วเดินไปหาเขาตามคำสั่ง
“มีอะไรคะ”วิเนตย์ไม่ตอบกลับรั้งเธอเข้าไปนั่งบนตักของเขา หอมแก้มนุ่มเบาๆทั้งสองข้างอย่างอ่อนโยน สองมือก็โอบกอดแบบหลวมๆ อย่างอบอุ่น
“คุณไม่ต้องทำงานเหมือนพนักงานหรอกคุณวาทคุณแค่ช่วยนิดๆ หน่อยๆ ก็พอ ไม่ต้องตอกบัตรรู้ไหมส่วนเงินเดือนผมเตรียมไว้ให้คุณทุกเดือนอยู่แล้ว”
“แสดงว่าคุณให้เงินเดือนฉันเหมือนพนักงานใช่ไหมคะ”
“ไม่ใช่!”
“ทำไมต้องเสียงดังด้วยฉันพูดอะไรผิดเอะอะก็ตวาดเอะอะก็ทำหน้านิ่งๆ ใส่ ฉันทำตัวไม่ถูกแล้วนะคุณวิเนตย์”วธุกาดึงมือเขาออกแล้วลงไปนั่งอยู่ข้างเตียงแทน
“ผมขอโทษผมชินกับการตวาดลูกน้องมากไปหน่อย”
“ฉันเป็เมียนะถึงจะแค่...ก็เถอะ”
“ผมรู้ผมให้เงินคุณในฐานะผัวให้เงินเมียใช้คุณช่วยเข้าใจผมหน่อยนะคุณวาทไม่ใช่ผมให้เงินเดือนคุณเพราะคุณช่วยทำงาน”
“ฉันอยากได้เงินเพราะอย่างหลังมากกว่า”
“คุณวาท แบบนั้นจะเรียกว่าผมให้...”เขายังเอ่ยไม่หมดหญิงสาวก็ชิงพูดขึ้นเสียก่อน
“ฉันไม่อยากได้เงินคุณเพราะเื่นั้นแต่ฉันอยากได้เงินเดือนจากการทำงานให้คุณฉันไม่บอกใครหรอกรับรองได้ว่าจะไม่มีใครรู้ คุณก็บอกคนอื่นเขาไปสิว่าให้เงินฉันใช้แต่ว่าเรารู้กันแค่สองคนว่าฉันทำงานให้คุณ”ขอเธอมีศักดิ์ศรีหลงเหลืออยู่บ้างเถอะสักเล็กน้อยก็ยังดี
“นี่คุณจะไม่ยอมรับจริงๆ ใช่ไหมคุณวาท”
“ฉัน...ไม่รู้สิคะ เฮ้อเอาเป็ว่าจะให้ด้วยอะไรก็ตามแต่ ฉันก็จะทำงานชดใช้ให้นะคะ”หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น วิเนตย์เหมือนจะรู้สึกไม่พอใจนิดๆแต่เขาก็ยอมที่จะพยักหน้ารับฟัง
“ถ้าคุณ้าแบบนั้นก็ตามใจ”
“ขอบคุณค่ะ แล้วก็ฉันเก็บของเสร็จแล้ว”
“ดี งั้นก็กลับ”
วธุกาเป่าลมออกปากเมื่อสามีเดินไปหิ้วกระเป๋าทั้งสองใบออกจากห้องไปเธอเดินตามเขาออกไปติดๆ ก็เห็นว่ามีรถกอล์ฟมาจอดรออยู่แล้ววิเนตย์โยนกระเป๋าทั้งสองใบขึ้นด้านหลังแล้วเข้าประจำตำแหน่งคนขับส่วนเธอก็ขึ้นไปนั่งด้านข้างของเขารถแล่นไปเพียงไม่กี่นาทีก็มาจอดอยู่หน้าบ้านหลังใหญ่จบแล้วฮันนีมูนแสนเร้าใจต่อไปก็คือชีวิตจริงที่เธอจะต้องอยู่เคียงคู่กับเขาไปตลอดระยะเวลาหนึ่งปี