ทำไมถึงได้... หล่อขนาดนี้! นี่คือใบหน้าของคนจริงเหรอ?
ถ้าบอกว่าคนตรงหน้าคือประติมากรรมที่นักจิตรกรรังสรรค์ขึ้นมาอย่างประณีตละก็...ฉันก็เชื่อนะ
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงได้เป็ที่สนใจ
ทั้ง ๆ ที่ผมทรง Two Block เป็ทรงที่ผู้ชายนิยมไว้กันเยอะมาก เพราะมันฮิตมาจากฝั่งเกาหลี แต่ดูเหมือนคนคนนี้จะดูแตกต่าง และโดดเด่นจากคนทั่วไประดับมากถึงมากที่สุดเสียแทน
สีผมดำประกายน้ำตาลแบบธรรมชาติ ั์ตาสีน้ำตาลแดง ผิวขาวผ่อง ขาก็ดูยาวท่าทางน่าจะสูงถึง 185 ซม. และถ้าวัดจากเมื่อกี้ที่ฉันจับหลัง เขาคงจะเข้าฟิตเนตเป็ประจำ...
เดี๋ยวนะ!
นี่ฉันกำลังคิดบ้าอะไรอยู่เนี่ย โอ๊ย!
“ได้ยินที่อาจารย์พูดไหมคะ ตอนนี้มันหมดคาบเรียนแล้วรบกวนช่วยรีบออกจากห้องไปได้แล้วค่ะ ไม่ใช่มานอนอยู่แบบนี้”
“แต่ถ้ามันง่วงมากนักก็ไปนอนที่อื่นเถอะค่ะ เพราะที่นี่ยังมีนักศึกษาอีกหลายคนที่เขาตั้งใจเรียนจำเป็ต้องใช้โต๊ะพวกนี้อยู่นะคะ” ฉันไล่ยาวความในใจออกไปใส่อีกฝ่ายโดยไม่สนใจว่าจะมีแฟนคลับของเขาคนไหนมาได้ยิน หรือเกลียดฉันหรือเปล่า
“…” สีหน้าที่เคยหงุดหงิดดูเหมือนจะค่อย ๆ เปลี่ยนไปในแบบที่ฉันเองก็เริ่มไม่เข้าใจ ทำไมคนคนนี้ถึงต้องยิ้มมุมปากด้วย หรือจะไม่รู้ตัวกันนะว่า ทุกคำพูดที่เขาพึ่งได้ยินมันคือประโยคต่อว่า ไม่ใช่ประโยคชื่นชมเสียหน่อย
ท่าทางจะไม่ไหวจริงคนแบบนี้ คงจะดูแค่หน้าและชื่นชมไม่ได้สินะ
“ด่าอีกสิครับผมชอบ”
“…” ฉันมองผู้ชายตรงหน้าพร้อมขมวดคิ้วกับท่าทางที่อีกฝ่ายกำลังทำ เขาค่อย ๆ ใช้ข้อศอกวางลงบนโต๊ะพร้อมกับหลังมือที่รองรับปลายคางคม ก่อนที่สายตาน่าหลงใหลจะจ้องมองมาที่ฉันคล้ายกับกำลังชื่นชมอะไรสักอย่าง
“นักศึกษาคะ กรุณาช่วยออกไปด้วยค่ะ” ฉันย้ำกับเขาอีกครั้ง แน่นอนว่าตอนนี้ั์ตาของฉันคงแสดงออกอย่างชัดเจนมากแน่ว่าฉันไม่ชอบเขาแค่ไหน
ไอ้ท่าทางกวนบาทานี้มันยังไง เห็นแล้วรู้สึกหมั่นไส้เหลือเกิน ถ้าไม่ติดว่าต้องรีบไล่ให้ออกไป ฉันคงได้ยืนด่ายาว ๆ ต่อไปแน่
“ว่าแต่ทำไม...” เขาเหมือนพึมพำอะไรสักอย่างแถมยังยิ้มกว้างมากกว่าเดิมอีก
“อาจารย์ถึงสวยจังเลยครับ”
“ฮะ?” สิ้นคำพูดของเขาฉันก็เดธแอร์ไปหลายนาที
เมื่อกี้เขาพูดว่าไงนะ ฉะ...ฉันสวยงั้นเหรอ?!
“ผมพูดว่า” จู่ ๆ เขาก็ลุกพรวดขึ้นมาจนใบหน้าของเราสองคนอยู่ใกล้กันอย่างช่วยไม่ได้
“อาจารย์สวยจังเลยครับ” และเมื่อเขาพูดประโยคต่อมาจบก็คลี่ยิ้มกว้าง จนฉันได้ยินเสียงกรี๊ดกร๊าดของเหล่านักศึกษาหน้าห้องกลบเสียงเต้นของหัวใจฉันไปอย่างมิดชิด
“…” ฉันเงียบไปเพราะใทั้งเื่ที่ใบหน้าของเราใกล้กัน และการที่ได้ยินคำพูดบ้าบอนั่นก็ด้วย เลยทำให้ฉันเห็นแต่สีหน้ายิ้มแย้มของเขากับเสียงโหวกเหวกของนักศึกษาหญิงแทน
“เสียดายจัง ถ้ารู้ว่าอาจารย์ที่สอนจะสวยขนาดนี้ผมคงไม่นอนแล้วมานั่งมองอาจารย์แทนคงจะดีกว่านี้” เขาหยุดยิ้มแล้วทำหน้าเหมือนกำลังเสียดายออกมาอย่างเห็นได้ชัด
“อาจารย์คงจะโกรธผมมากเลยสินะ ผมขอโทษนะครับที่ไม่ตั้งใจเรียน”
“เอ่อ...มะ ไม่เป็ไรค่ะ นักศึกษาช่วยถอยออกไปก่อนเถอะนะคะ” ถึงแม้อีกฝ่ายจะทำหน้ารู้สึกผิดมากแค่ไหน แต่การที่เขาเอาแต่ขยับเข้ามาใกล้มากขึ้น มันเริ่มทำให้ฉันรู้สึกไม่ดี
“พอเห็นอาจารย์ทำหน้าโมโหแล้ว ใจของผมมันก็รู้สึกไม่ดีเลย อย่าพึ่งผิดหวังในตัวผมเลยนะครับ”
“นักศึกษาคะ” ฉันเน้นเสียงเข้มเรียกอีกฝ่าย
“คาบเรียนจบลงแล้วช่วยออกไปด้วยค่ะ” และก่อนที่เขาจะขยับเข้ามาใกล้มากกว่านี้ ฉันเลยเป็ฝ่ายถอยออก และมองเขาด้วยใบหน้าฝืนยิ้มแทน
“กรี๊ด ~” เสียงกรีดร้องดังขึ้นกว่าเดิมเมื่อคนตรงหน้าหันไปยิ้มให้กับเหล่านักศึกษาสาวหน้าห้องแทนที่จะรีบเก็บของแล้วออกไปตามที่ฉันพูด
“พี่โทนหล่อมากเลยค่ะ”
“พี่โทนมองมาทางนี้ทีค่ะ”
“…” ฉันยืนกุมขมับมองภาพตรงหน้า นี่เขาคิดว่าตัวเองจัดแฟนมีตติ้งอยู่หรือไง
และถ้ามองให้ดี เขากำลังกวนประสาทฉันอยู่ไม่ใช่เหรอ
เพราะมัวแต่ไปหลงคำชมบ้าบอ จนไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังถูกอีกฝ่ายปั่นหัวเล่น นอกจากเขาจะไม่ยอมออกแล้ว ยังมีหน้ามายืนถ่ายรูปกับเหล่าสาวน้อยในห้องอีก
ถ้าจะให้ฉันเดินไปไล่ตอนนี้ มีหวังถูกอาฆาตแน่ ดีนะที่ยังไม่ถึงเวลาเรียนคาบต่อไป เอาเถอะอย่างน้อยก็ขอให้มันจบลงไว ๆ ก็ดี
“เดี๋ยวสิครับ” ข้อมือของฉันถูกเขาจับไว้แน่นระหว่างที่กำลังหมุนตัวกลับไปที่โต๊ะของตัวเอง
“ช่วยปล่อยด้วยค่ะ ฉันไม่อยากมีปัญหา”
“…” เขายอมปล่อยแต่โดยดี และทำท่าทางเหมือนกำลังจะเตรียมตัวออกไปแล้ว
“ผมแค่จะบอกว่า ครั้งหน้าผมจะตั้งใจเรียนนะครับอาจารย์หลิน” เขายิ้มให้ฉันพร้อมสะพายกระเป๋าออกไป
ดูจากการที่รู้ชื่อของฉันแสดงว่า่แรกคงจะได้ยินที่ฉันแนะนำตัวอยู่สินะ
“อาจารย์!” พอตัวปัญหาเดินออกไปเหล่าเด็ก ๆ ก็ปรี่เข้ามาหาฉันทันที
“อาจารย์รู้จักกับพี่โทนเหรอคะ”
“สนิทกันมากไหมคะอาจารย์”
“หนูอิจฉาอาจารย์จัง”
“โธ่ ๆ รู้จักกันก็ไม่บอก หนูเสียใจนะเนี่ย” เสียงของเด็กสาวต่างพากันเอ่ยถามฉันแบบไม่พัก จนฉันไม่รู้แล้วว่าควรจะตอบใครก่อนดี
“อาจารย์ไม่รู้จักแล้วก็กลับไปเรียนกันได้แล้ว”
“ยังเหลือเวลาอีกตั้งเยอะ อาจารย์จะมาเนียนไล่กันแบบนี้ไม่ได้นะคะ ถ้าอาจารย์บอกว่าไม่รู้จัก ทำไมถึงได้ดูสนิทกันจังเลยค่ะ เมื่อกี้หนูเห็นนะ”
“นั่นสิ ๆ” เสียงของเด็กตรงหน้าตอบรับกันเหมือนกับนัดมาอย่างไรอย่างนั้น
“อาจารย์ไม่รู้จักจริง ๆ เพราะงั้นหยุดถามกันได้แล้วน่า”
“หนูอยากสิงร่างอาจารย์จัง เมื่อกี้ได้มองพี่โทนใกล้ ๆ ด้วย อาจารย์ยืนอยู่ได้ยังไงคะ ถ้าเป็หนูคงเป็ลมล้มพับไปแล้ว” เฮ้อ ~ เด็กพวกนี้นี่นะ
“จะว่าไปถ้าอาจารย์แต่งหน้ามากกว่านี้คงจะสวยมากแน่ หรือที่พี่โทนเขาจ้องอาจารย์นาน ๆ เป็เพราะชอบการแต่งหน้าสไตล์นี้!”
“เอาละเด็ก ๆ หยุดคิดฟุ้งซ่านกันก่อน”
“ฉันคงต้องเปลี่ยนการแต่งหน้าใหม่แล้ว แกคิดว่าไง เปลี่ยนทรงผมด้วยเลยดีไหม”
“เมื่อกี้ได้ยินว่าพี่โทนชมว่าอาจารย์สวยด้วย”
“พวกเราต้องเอาอาจารย์เป็ต้นแบบ”
“เดี๋ยวสิ” ตอนนี้เหมือนฉันกำลังพูดคนเดียว เพราะไม่ว่าจะเปล่งเสียงออกไปเท่าไร ท่าทางก็คงไม่ได้เข้าหูเด็กน้อยพวกนี้เลย พวกเธอเอาแต่จ้องมองฉัน และพากันพูดในสิ่งที่ฉันไม่ได้หวัง
โอ๊ย! ดูท่าแล้วฉันคงต้องอยู่ให้ห่างจากผู้ชายคนนั้นแล้ว
เพราะแค่ไม่กี่นาทีที่เขามาคุยด้วย แต่กลับทำเอาชีวิตของฉันวุ่นวายมากทีเดียว
นี่สินะที่เรียกว่าอิทธิพลของดาราดัง
เหนื่อยใจจริง ๆ
“กลับไปเรียนได้แล้วเด็ก ๆ ถ้ายังอยู่กันต่อแบบนี้งั้นเดี๋ยวอาจารย์คงต้องสอนให้เป็กรณีพิเศษแล้วสินะ”
“ที่จริงหนูก็อยากเรียนกับอาจารย์นะคะ แต่ว่าตอนนี้สมองหนูรับไม่ไหวแล้ว”
“หนูก็ด้วย แค่เห็นหน้าพี่โทนก็ทำเอาไม่อยากเรียนแล้ว”
“ไปกันเถอะพวกเรา!”
“ให้ตายสิ” ฉันได้แต่ส่ายหน้าไปมา เมื่อเด็กพวกนั้นนัดกันไปตามหาผู้ชายที่ชื่อโทนต่อ หลังได้ยินว่าฉันจะจับพวกเธอมานั่งเรียน ก็นะถึงพวกเธออยากจะเรียน แต่การที่พึ่งเห็นดาราใกล้ ๆ อย่างเมื่อกี้ แล้วไม่ไล่ตามไปก็คงน่าแปลกอยู่เหมือนกัน
————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————
ฝากกดติดตามกันด้วยน้า : เพจ Sunisayok - นักเขียนนิยาย
(https://www.facebook.com/SunisayokWriter)
—————— ༻・ॐ・༺ ——————