บทที่ 37 ขอโทษนะ แต่ข้าคือยอดผู้ฝึกกระบี่!1
หลังจากเด็กสาวจากไปแล้ว เย่ฉวนก็ได้สติกลับคืนมาในอีกครู่ใหญ่!
ชายหนุ่มกลับไปที่โรงเตี๊ยมพร้อมกับเย่หลิง ภายในห้อง เย่หลิงมองหยกเพลิงสวรรค์ในมือและเอ่ยอย่างประหลาดใจ “พี่ชาย หินนี้อุ่นมากเลย ข้าลองถือดูแล้วร่างกายของข้ารู้สึกอุ่นขึ้นมาเลยเจ้าค่ะ!”
เย่ฉวนยิ้มพลางเอ่ย “ดีแล้วที่เจ้าอุ่นขึ้น!”
เย่หลิงยิ้มพลางพยักหน้า นางกำชิ้นหยกเพลิงสวรรค์นั้นไว้แน่น!
เย่ฉวนนั่งลงตรงมุมหนึ่งและค่อย ๆ หลับตาลง
“ผู้อาวุโส? คนที่ข้าเพิ่งเจอเป็นใครหรือ?” เย่ฉวนถาม
สตรีลึกลับเอ่ย “เจ้าไม่ได้อยู่ระดับเดียวกับนาง ยังไร้ประโยชน์ที่จะถาม!”
เย่ฉวน “...”
สตรีลึกลับเอ่ยอีกครั้ง “หยิบแหวนที่ข้าบอกให้เจ้าซื้อออกมาสิ!”
เย่ฉวนหยิบแหวนสีม่วงออกมา แหวนนั้นดูเก่าเล็กน้อย บางชิ้นส่วนของมันก็กะเทาะหายไป มันจึงดูไม่พิเศษอะไรนัก
“เจ้ารู้หรือไม่ว่ามันคืออะไร?” สตรีลึกลับถาม
เย่ฉวนส่ายหน้า
สตรีลึกลับเอ่ย “นี่คือแหวนค่ายกล ภายในนั้นซ่อนค่ายกลขนาดเล็กไว้ แม้ค่ายกลของมันจะอยู่ในระดับต่ำ แต่มันก็ถูกออกแบบมาอย่างประณีตและมีคุณค่าเชิงวิจัยอยู่บ้าง นั่นต้องเป็นเหตุผลที่ทำไมแม่นางน้อยคนนั้นถึงต้องการมัน สำหรับเจ้าแล้ว เจ้าก็สามารถใช้ค่ายกลนี้ป้องกันตัวได้”
เย่ฉวนประหลาดใจเล็กน้อย “แหวนเล็ก ๆ นี่นะจะซ่อนค่ายกลขนาดเล็กไว้ได้?”
สตรีลึกลับกระซิบ “เจ้าควรออกท่องโลกกว้างในภายภาคหน้านะ โลกนี้กว้างใหญ่และมหัศจรรย์ยิ่งกว่าที่เจ้าคิดเสียอีก”
เย่ฉวนพยักหน้า “หลังจากที่ข้าควบคุมกระบี่ได้แล้ว วันนั้นเป็นวันที่ข้าจะออกท่องยุทธภพ!”
กล่าวดังนี้แล้วสายตาของเขาก็หยุดอยู่ที่แหวนในมือ “ผู้อาวุโส ข้าควรจะใช้ค่ายกลนี้อย่างไรดี?”
สตรีลึกลับเอ่ย “หยดเลือดของเจ้าหยดหนึ่งลง แล้วควบคุมแหวนในวิธีที่ข้าได้สอนเจ้าไปแล้ว”
ได้ยินดังนี้ เย่ฉวนก็รีบทำตามอย่างที่นางบอก จากนั้นไม่นานเลือดของเขาก็หยดลงบนแหวน ชายหนุ่มพลันได้รับปฏิกิริยาตอบสนองแปลกประหลาดจากแหวนวงนี้ และในใจของเขา ค่ายกลค่ายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในห้วงว่างเปล่า!
ค่ายกลห้ารัศมี!
ค่ายกลในแหวนนี้มีชื่อว่าค่ายกลห้ารัศมี เมื่อใดที่ค่ายกลถูกใช้งาน คน ๆ ผู้นั้นจะสามารถสร้างทัณฑ์สายฟ้าโจมตีศัตรูได้!
ทัณฑ์สายฟ้า!
เย่ฉวนรู้สึกตกใจไม่น้อย “ผู้อาวุโส ค่ายกลนี้สามารถเรียกทัณฑ์สายฟ้าได้ด้วยหรือ?”
สตรีลึกลับเอ่ย “แน่นอนว่ามันเรียกไม่ได้ ทัณฑ์สายฟ้าเป็นพลังของฟ้าดิน ไม่อาจถูกดึงดูดได้ด้วยค่ายกลขนาดเล็กจ้อยเช่นนี้ สิ่งที่เรียกว่าทัณฑ์สายฟ้าในแหวนนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยวิธีการบางอย่างจากคนที่สร้างค่ายกลนี้ขึ้นมา แม้พลังของมันจะห่างไกลจากทัณฑ์สายฟ้าของจริงอยู่หลายขุม แต่มันก็เป็นประโยชน์ใหญ่หลวงสำหรับเจ้าในตอนนี้ เมื่อใดที่เจ้าเรียกใช้ค่ายกลนี้ แม้แต่จอมยุทธ์พลังฝีมือแข็งแกร่งในขั้นทะยานสวรรค์ก็ยังไม่อาจต้านทานพลังของมันได้ แต่แหวนนี้ได้รับความเสียหายมาก่อน เจ้าจะสามารถเรียกใช้มันได้เพียงห้าครั้งเท่านั้น”
ได้ยินนางกล่าวเช่นนี้ เย่ฉวนก็พลันปิติลิงโลด ด้วยพลังของชายหนุ่มในตอนนี้แล้ว เขาย่อมสามารถสู้กับศัตรูที่มีพลังขั้นทะยานสวรรค์ได้หากเขาใช้กระบวนท่า ‘หนึ่งกระบี่ชี้ชะตา’ แต่ราคาที่ต้องชดใช้ของมันสูงเกินไปสำหรับชายหนุ่ม! เพราะมันจะนำความเสียหายใหญ่หลวงมาให้ไม่เพียงแค่ศัตรูของเขาเท่านั้นแต่ยังรวมถึงตัวเขาด้วย!
การมีแหวนนี้ มันก็เท่ากับว่าเขามีไพ่ลับในมือเพิ่มอีกใบหนึ่ง!
แต่หลังจากนั้นสายตาของเย่ฉวนก็ดูขมขื่น เพราะเขารู้ว่าการจะเรียกใช้ค่ายกลห้ารัศมีได้นั้นจะต้องใช้หินเสริมปราณที่ไม่ใช่ระดับธรรมดาแต่เป็นระดับสูง และมันต้องใช้หินเสริมปราณระดับสูงอย่างน้อยห้าก้อนในการเรียกใช้ค่ายกลในแต่ละครั้ง!
ตอนนี้ทั้งเนื้อตัวของเขามีหินเสริมปราณระดับสูงเพียงสิบหกก้อนเท่านั้น!
ชั่วพริบตาชายหนุ่มก็รู้สึกว่าตัวเองยากจนข้นแค้นขึ้นมา!
เหมือนคิดอะไรบางอย่างได้ ดวงตาของเย่ฉวนก็พลันเป็นประกาย “ผู้อาวุโส ท่านช่างมีสายตากว้างไกลยิ่งนัก เรามุ่งมั่นออกล่าสมบัติหลังจากนี้ดีไหม? ด้วยการตัดสินของท่านแล้ว เราจะทำเงินได้มหาศาลอย่างแน่นอน ข้าจะ…”
“เจ้ากำลังฝันอะไรอยู่ตอนกลางวันแสก ๆ กัน?”
สตรีลึกลับพลันเอ่ยขัดคำพูดของเย่ฉวน “ร่วมออกล่าสมบัติกับเจ้างั้นหรือ? เจ้าช่างมีสมองน้อยนิดเสียจริง!”
หลังได้ยินดังนี้ เย่ฉวนก็ยิ้มแหยและไม่เอ่ยอะไรออกมา
แต่เสียงของสตรีลึกลับก็เย็นลง “เจ้าอย่าได้เอาแต่เชื่อโชคลางหากคิดจะทำอะไรสักอย่าง โชคดีของเจ้าทำให้เจ้าได้ประโยชน์ใหญ่หลวงในวันนี้ ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่เจ้าสมควรได้รับ แต่ถ้าเจ้าคิดจะโกยกำไรตลอดเวลาละก็ ตัวตนของเจ้าอาจถูกทำลายลงได้ อย่าคิดว่าข้าพูดเกินจริงเพื่อขู่เจ้าเลย เจ้าควรจำใส่ใจไว้ว่าสำหรับผู้ที่ฝึกกระบี่แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดก็คือนิสัยของพวกเขา”
เย่ฉวนพยักหน้าและเอ่ยเสียงขรึม “ผู้อาวุโส อย่าถือโทษโกรธเคืองข้าเลย ตอนนี้ข้าเข้าใจแล้ว”
สตรีลึกลับหยุดเอ่ยไป
เห็นดังนี้แล้วเย่ฉวนพลันระบายลมหายใจอย่างโล่งอก เขาไม่ได้กลัวนางหรอก แต่เขาแค่เคารพนาง!
หนึ่งชั่วยามต่อมา หลังจากเย่หลิงหลับไปแล้ว ชายหนุ่มก็เข้าสู่หอคอยโลกเรือนจำ
ฝึกฝนวิชา!
แม้เขาจะยังไม่บรรลุถึงขั้นหลอมรวมลมปราณในตอนนี้ แต่ชายหนุ่มก็สามารถฝึกเพลงกระบี่ของตัวเองได้อีกหนึ่งเพลง ความจริงแล้วเขาไม่มีเพลงกระบี่ใด ๆ เลย การฝึกกับเงาทำให้เขาต้องใช้เพียงปฏิกิริยาตอบสนองชั่วคราวเท่านั้น!
เพลงกระบี่ของชายหนุ่มช่างแข็งแกร่ง!
สิ่งที่เขาฝึกกับเงาคือความแข็งแกร่ง ความเร็ว และความสามารถในการตอบสนอง!
แม้ตอนนี้เขาจะยังไม่บรรลุถึงระดับหลอมรวมลมปราณ หากทว่าชายหนุ่มก็สามารถฝึกปรือจนกระทั่งถึงจุดสูงสุดของขั้นผสานลมปราณได้แล้ว แท้แล้วผู้ที่อยู่ในขุมพลังระดับเดียวกันนั้นยังสามารถแบ่งออกได้เป็นผู้ที่แข็งแกร่งและผู้ที่อ่อนแอได้อีก และแน่นอน เย่ฉวนย่อมอยู่ในระดับผู้เข้มแข็ง!
บนชั้นแรกของหอคอยโลกเรือนจำ เสียงโลหะกระทบกันดังก้องในสนาม และยังคงมีเพียงเสียงโลหะกระทบกันเท่านั้นที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง...
เมื่อเหลือเวลาอีกหนึ่งชั่วยามจะถึงรุ่งสาง เย่ฉวนจึงได้นอนหลับ
หลังจากนั้นหนึ่งชั่วยาม เย่ฉวนก็ตื่นตรงตามเวลา
หลังออกจากโรงเตี๊ยมแล้ว เขาก็ขายรถม้าให้กับโรงเตี๊ยมในราคาต่ำ จากนั้นก็จากโรงเตี๊ยมไปพร้อมกับน้องสาวเพื่อไปที่แม่น้ำนาวาของเมืองพันภูผา
เมื่อพี่ชายกับน้องสาวมาถึงแม่น้ำนาวา พวกเขาก็ต้องตกใจไปกับภาพตรงหน้า แม่น้ำตรงหน้าพวกเขากว้างเกือบสามพันเมตร บนแม่น้ำมีเรือใหญ่มหึมาหลายลำที่มีความกว้างลำเรืออย่างน้อยสามสิบเมตร!
พี่น้องคู่นี้ไม่เคยเห็นเรือลำใหญ่ขนาดนี้มาก่อน!
เย่หลิงที่อยู่ข้างกายเย่ฉวนเอ่ยด้วยความตื่นเต้นเล็กน้อย “พี่ชาย เรือลำนี้ลำใหญ่มากเลย! เราจะได้ขึ้นเรือหลังจากนี้ไหมเจ้าคะ?”
เย่ฉวนพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “หลังจากนี้เราจะไปที่เมืองหลวงด้วยเรือลำนี้ล่ะ!”
เย่หลิงเอียงคอมองเย่ฉวน นางเอ่ยถามอย่างใคร่รู้ “พี่ชาย เมืองหลวงใหญ่กว่าเมืองพันภูผาอีกหรือเจ้าคะ?”
เย่ฉวนลูบศีรษะเล็กของเย่หลิงเบา ๆ “มันต้องใหญ่กว่าเมืองพันภูผาสิ! เมื่อเราไปถึงเมืองหลวง ข้าจะพาเจ้าไปดูความยิ่งใหญ่รุ่งเรืองของเมืองหลวงและพาเจ้าชมไปรอบ ๆ ดีไหม?”
ได้ยินสิ่งที่เขาพูด ดวงตาของเย่หลิงก็เป็นประกายเจิดจ้า “พี่ชายดีที่สุดเลย!”
กล่าวดังนี้แล้วนางก็ยืนเขย่งปลายเท้าหอมแก้มเย่ฉวนเบา ๆ!
เย่ฉวนหัวเราะเสียงดัง จากนั้นก็พาเย่หลิงเดินออกไปไกล
เย่ฉวนถามเกี่ยวกับขั้นตอนการโดยสารเรือเหาะมาตั้งแต่เมื่อคืนที่แล้ว ดังนั้นในเวลาไม่นานนัก สองพี่น้องจึงได้ซื้อตั๋วและขึ้นไปบนเรือเหาะ!
เย่ฉวนรู้สึกปวดใจไม่น้อยเพราะมันใช้เงินถึงสี่สิบเหรียญทองในการซื้อตั๋วเรือเหาะสองใบไปเมืองหลวง!
ตอนนี้เขาได้กลายเป็นชายยากจนอีกครั้งแล้ว ตอนนี้ทั้งเนื้อทั้งตัวของชายหนุ่มเหลือเงินน้อยกว่าสิบเหรียญทองเท่านั้น!
ในตอนนี้เขาก็เริ่มมีความคิดหนึ่งที่อยากปล้นสะดมขึ้นมา!
บนเรือเหาะมีห้องใหญ่น้อยนับร้อยถูกแบ่งออกเป็นระดับหลากหลาย เย่ฉวนถามคนรอบด้านจึงได้รู้ว่าห้องชั้นหนึ่งมีค่าเท่ากับหนึ่งร้อยห้าสิบเหรียญทองต่อคืน ส่วนห้องชั้นสองมีค่าหนึ่งร้อยเหรียญทอง แต่พวกมันหาใช่ห้องที่แพงที่สุดไม่ เพราะห้องที่แพงจนน่ากลัวมากที่สุดคือห้องระดับหรูที่มีราคาสามร้อยเหรียญทองต่อคืน!
เงินสามร้อยเหรียญทองนี้ บางตระกูลธรรมดาในเมืองชิงก็ยังไม่อาจมีรายได้มากถึงขนาดนั้นในชั่วชีวิตของพวกเขาเลย!
แต่ที่นี่ เงินสามร้อยเหรียญทองทำได้เพียงซื้อตั๋วใบเดียวเท่านั้น
ในตอนนั้นเย่ฉวนก็พบว่าความยากจนได้ขัดขวางจินตนาการของเขาไว้อย่างแท้จริง!