ตอนที่ 1 อกสั่นขวัญแขวน ปล้นฆ่าในคืนหิมะตก
ในคืนที่หิมะโปรยปราย สายลมพัดพายุหิมะอันหวีดหวิว
กลุ่มนักฆ่าสวมชุดดำและผ้าปิดหน้าสีดำ พวกเขาต่อสู้กับคนในขบวนรถ เสียงกรีดร้องถูกเสียงลมหิมะกลบจนหมดสิ้น
ท่ามกลางวงสังหารนี้มีรถม้าคันงามอยู่ ภายในรถม้าเว่ยเย่ว์อู่และสาวใช้ต่างตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน
ทั้งสองมองออกไปนอกหน้าต่างรถ เห็นคนผู้หนึ่งจากระยะไกล เขาผู้นั้นอยู่นอกวงสังหาร นั่งอยู่บนหลังม้าและจ้องมองอย่างเ็าต่อทุกสิ่งอย่างที่อยู่เบื้องหน้า เสื้อคลุมสีดำโบกสะบัดอยู่ท่ามกลางหิมะโปรยปราย ความโเี้ในแววตาของเขา ทำให้เว่ยเย่ว์อู่ไม่ลืมไปอีกนาน...
สายลมพัดผ่าน ผ้าคลุมหน้าพลันร่นตกตกลง เผยให้เห็นใบหน้างาม!
“คุณหนู นั่นคือ...นั่นคือ...” ฉินรั่วอุทานเสียงเบา!
“เป็ใคร! เ้ารู้จักเขาหรือ” จู่ๆ หัวใจของเว่ยเย่ว์อู่ก็หนาวเหน็บขึ้นมา
“คุณหนู นั่นคือจิ้งหย่วนโหว[1] คู่หมั้นของท่านอย่างไรเล่า!” ฉินรั่วกล่าวออกมาด้วยเสียงสะอื้น “ไม่กี่ปีก่อนคุณหนูป่วยหนัก เมื่อฮูหยินผู้เฒ่าส่งข้าไปเชิญหมอที่เมืองหลวง ตอนข้ากลับไปที่จวนเพื่อบอกลานายท่านยังเคยเห็นจิ้งหย่วนโหวท่านนี้! พวกพี่สาวในจวนยังพูดกับข้าอีกว่า พูด...พูด...พูดว่านี่คือคู่หมั้นของคุณหนูเ้าค่ะ!”
คู่หมั้น...ของข้า...งั้นหรือ
การต่อสู้ภายนอกรถม้ากำลังจะสิ้นสุดลง ในชั่วพริบตาไม่มีวี่แววของคนที่ยังมีชีวิตอยู่...
ม้าสองตัวที่กำลังตื่นใพลันลากรถม้าผุพังและชุ่มไปด้วยเืออกไปด้วยความรวดเร็ว ไม่มีใครกล้าหยุดมัน ม้าตื่นหายไปพร้อมกับรถม้าอย่างรวดเร็วท่ามกลางพายุหิมะ
“ฆ่า!”
ด้วยเสียงคำสั่ง คนชุดดำไล่ตามทิศทางลมของรถม้าไปอย่างรวดเร็ว!
เว่ยเย่ว์อู่กำปิ่นเงินเอาไว้แน่น บนปลายปิ่นเงินยังมีเืติดอยู่ นั่นคือเืจากตอนที่นางใช้มันแทงม้าเมื่อครู่นี้
“คุณหนู พวกเราจะทำอย่างไรดีเ้าคะ!” สาวใช้ฉินรั่วถามเสียงสะอื้น
“ร้องไห้ทำไม! พวกเรายังไม่ตายเสียหน่อย”
เบื้องลึกในแววตาอันเคร่งขรึมของเว่ยเย่ว์อู่มีร่องรอยของความโศกเศร้าวาบผ่านไป
เหตุใด...จึงได้พบเจอการปล้นฆ่าเล่า
ครั้งนี้เดิมทีได้รับจดหมายของท่านย่าจากเมืองหลวง บุตรสาวหฺวาหยางโหวผู้ที่ั้แ่เด็กเติบโตในจวนของท่านตา จึงได้เก็บข้าวของและเร่งรีบกลับเมืองหลวงที่ห่างหายไปนานหลายปี
แต่เมื่อผ่านป่าูเาแห่งนี้ โชคไม่ดีกลับพบเจอกลุ่มโจร ผู้คุ้มกันที่นำทางส่งนางเข้าเมืองหลวงก็ถูกฆ่าตัดหัวจนหมด หากนางไม่ใช้ปิ่นเงินของตนแทงม้าเพื่อให้สลัดหลุดจากวงล้อม เกรงว่าตอนนี้ตัวนางคงกลายเป็ิญญาภายใต้คมดาบไปแล้ว
ด้วยความเร็วที่มากเกินไปของรถม้า เว่ยเย่ว์อู่มองออกไปจากภายในรถที่โคลงเคลงไปมา นอกจากพายุหิมะก็มีแต่ป่าไม้ ไม่มีสิ่งใดอีก
“เร็วเข้า พวกเรารีบะโลงจากรถม้า”
ครั้นตัดสินใจได้แล้วก็ออกคำสั่งสาวใช้เสียงหนักแน่น ขณะถอดเสื้อคลุมออกอย่างรวดเร็ว พายุหิมะข้างนอกโหมกระหน่ำ เดิมทีควรสวมใส่อาภรณ์ให้อบอุ่นกว่านี้ แต่ถึงอย่างไรเสื้อคลุมนี่ก็เกะกะเกินไป รังแต่จะขัดขวางการหลบหนีของพวกนาง
เมื่อเห็นว่าเว่ยเย่ว์อู่มีท่าทางสงบเยือกเย็น สาวใช้ฉินรั่วก็เริ่มสงบลงเช่นกัน
อีกด้านหนึ่ง เว่ยเย่ว์อู่ถอดเสื้อคลุมที่ขวางทางออกแล้วผลักประตูรถออกไป พายุหิมะพลันโหมพัดกระหน่ำเข้าใส่พวกนางจนแทบลืมตาไม่ขึ้น!
เว่ยเย่ว์อู่หันกลับไปหมายจะเรียกให้ฉินรั่วะโลงจากรถด้วยกัน แต่กลับเห็นฉินรั่วถือเสื้อคลุมที่นางถอดออกเมื่อครู่ งุนงงไปชั่วขณะ
“ฉินรั่ว! เ้าจะทำอะไร! รีบะโ...”
นางเอื้อมมือออกไปหมายจะคว้าตัวฉินรั่ว แต่กลับถูกผลักออก!
“คุณหนู! คนที่พวกคนชุดดำ้าฆ่าคือท่าน! หากพวกเขาจับท่านไม่ได้จะต้องไม่ยอมแพ้แน่นอน” ฉินรั่วร้องไห้คุกเข่าอยู่ในรถม้าพลางคำนับให้เว่ยเย่ว์อู่ “ฉินรั่วรับใช้คุณหนูมาั้แ่เด็ก ต่อไปไม่สามารถอยู่ดูแลข้างกายคุณหนูได้อีกแล้ว คุณหนูโปรดรักษาตัวด้วย!”
สิ้นเสียง นางพลันผลักเว่ยเย่ว์อู่ลงจากรถม้า!
เชิงอรรถ
^ หนึ่งในบรรดาศักดิ์ของขุนนางจีน เรียงลำดับจากสูงไปต่ำคือ กง โหว ป๋อ จื่อ หนาน