“เมิ่งแป๊บ ฉันรักเธอจังเลย” จ้าวต้าหู่ยกนิ้วให้
“ดูทำเข้าซินั่น รีบๆ ไปจัดการทำความสะอาดให้เสร็จๆ ” เหลียงเมิ่งฉี มองค้อน
“ได๋ค่ะ” ต้าหู่ตะเบ๊ะ
“ตอแหลได้อีก” หยูชิงชิงหลอกด่า
“ชิงชิง พวกเราเข้าไปดูในครัวของเถ้าแก่กันหน่อยดีกว่า เขาเคยบอกว่าอีกหน่อยไม่ได้มีแค่ข้าวผัดไข่ ยังจะมีของอร่อยๆ อีกเยอะ เดี๋ยวพวกเราไปห้างกัน นอกจากหม้อหุงข้าว เครื่องครัวอย่างอื่นก็เปลี่ยนให้ใหญ่ขึ้นอีก” เหลียงเมิ่งฉี ดึงชิงชิง เข้าไปในครัว
“ใช่ๆ ๆ ไปดูกัน”
“กระทะเล็กไปหน่อย”
“ใช่ เล็กไปไม่พอ ที่นี่ไม่ใช่ว่ามีสองเตาหรือไง? กระทะนี่เดี๋ยวเอาไปทิ้ง ซื้อกระทะเบอร์ใหญ่สองใบเลย”
“ยังมีหม้อหุงข้าว”
“ใช่ หม้อหุงข้าวสำคัญสุด”
“หม้อนึ่งด้วยหม้อนึ่ง เล็กแบบนี้จะนึ่งได้ซักกี่อย่าง? ไม่ผ่านๆ ต้องเปลี่ยน”
“ไมโครเวฟด้วย”
“พวกเราซื้อถ้วยชามมาไว้ใช้เองด้วยดีมั้ย? ใช้กระดาษกับพลาสติก รู้สึกยังไงก็ไม่รู้”
“เธอพูดถูก ซื้อมันอย่างล่ะชุดไปเลย เต็มที่พวกเรากินเสร็จก็จัดการเก็บกวาดกันเอาเองก็ได้”
“......”
จ้าวต้าหู่เดินมาเห็นเครื่องครัวตั้งกองอยู่ นึกสงสัยเลยถามขึ้น “พวกเธอจะทำอะไรกับของพวกนี้เหรอ?”
“ทิ้ง”
ฟังเสร็จจ้าวต้าหู่ก็เข้าร่วมวง ทั้งสามคนจัดการเอาเครื่องครัวใหม่ๆ ไปทิ้งซะงั้น คนเก็บขยะก็สบายตัวไป
......
ขณะเดียวกัน ที่บ้านของเซียวเชียน
“ไอ้หยา ทำไมไม่ตอบมาสักทีนะ?”
หลี่ฟานคอยกดปุ่มรีเฟรชเพื่อดูอีเมลอยู่เรื่อยๆ แทบจะทุกสิบวินาทีก็ว่าได้
“อย่าร้อนใจไป ตอนกลางวันไม่ค่อยมีคนเช็คเมล์กันหรอก ค่อยรอดูทีเดียวตอนค่ำก็ได้” เซียวเชียนส่ายหัว
“คุณยังมีอะไรทำ ผมนี่สิว่างจนเซ็งจะแย่ อยากจะตกลงเรื่องเพลงให้เสร็จไวๆ ” หลี่ฟานบ่นพลางกดปุ่มรีเฟรชอีกครั้ง
แต่ก็ไม่มีจดหมายตอบส่งมา เพราะจางฮ่านไม่ค่อยได้เช็คเมล์
......
สองชั่วโมงต่อมา จางฮ่านก็อุ้มเหมิงเหมิงลงมา
พอจางฮ่านเห็นสภาพครัวที่เปลี่ยนไปก็ตะลึงเล็กน้อย
“พวกเธอ ไปชอปปิ้งกันมาหรือไง?” จางฮ่านหัวเราะลั่น
“ของมันแน่อยู่แล้ว เถ้าแก่ให้โอกาสมาทั้งที ไม่คว้าไว้ก็แย่น่ะสิ หุๆ ” เหลียงเมิ่งฉี พูด “เถ้าแก่ ฉันเห็นว่าตู้เก็บถ้วยชามยังมีที่ว่างเหลืออยู่ เลยไปซื้อจานชามมาใส่ไว้ ใช้เสร็จเดี๋ยวพวกเราล้างเอง”
“อือ” จางฮ่านพยักหน้า
“เหมิงเหมิง. . . เหมิงเหมิงก็อยากล้างจานเองบ้าง” เหมิงเหมิงพูดขึ้น
“เหมิงเหมิงเป็นเจ้าหญิงน้อย” จางฮ่านท้วงขึ้น “เรื่องพวกนี้ไม่จำเป็นต้องทำหรอก อยู่เป็นเพื่อนป๊ะป๋าก็พอแล้ว”
“อ๋อ...งั้นก็ได้” เหมิงเหมิง เชื่อฟัง
“เอ๋? เถ้าแก่ นั่นคุณจะไปไหน?” เหลียงเมิ่งฉี เห็นจางฮ่านกำลังจะเดินออกจากร้าน ก็ถามขึ้นด้วยความสงสัย
“ไปข้างนอกแป๊บหนึ่ง สองสามชั่วโมงก็กลับมา” จางฮ่านหันไปบอก
เหลียงเมิ่งฉี นั่งดูอะไรในโทรศัพท์เรื่อยเปื่อย ส่วนอีกสองคนนั่งเล่นเกมกันอยู่ ดูเหมือนพวกเธอจะอยู่ที่ร้านไปตลอดช่วงบ่าย
“พาฉันไปด้วยได้มั้ย? ฉันอยู่ที่นี่ก็เป็นก้างขวางคอเปล่าๆ ” เหลียงเมิ่งฉี ส่งสายตาออดอ้อน
“เชอะ ก้างขวางคอที่ไหนกันฮะ?” หยูชิงชิงกลอกตาใส่ “ฉันว่าที่เธออยากจะไปด้วย คงจะมีเป้าหมายอะไรแฝงอยู่มากกว่า”
“เพื่อนทรยศ” เหลียงเมิ่งฉี ยังคงรอคำตอบจากจางฮ่าน
“ไปก็ไป” จางฮ่านพยักหน้า
เขาตั้งใจจะไปเก็บข้าวสาลีที่เขาจันทรา แล้วก็ผักบางอย่างกลับมาทำกับข้าวให้เหมิงเหมิง
“พวกเราจะไปที่ไหนกัน?” เหลียงเมิ่งฉี ถามขึ้นมาจากเบาะหลัง เธอนั่งเป็นเพื่อนเหมิงเหมิง
“เขาจันทรา” จางฮ่านตอบ
“อ่อ” เหลียงเมิ่งฉีพยักหน้า
เธอไม่ถามอะไรต่อ แต่เหมิงเหมิงก็อยากอวด
“พี่สาวๆ ที่นั่นป๊ะป๋าสร้างดินแดนในฝันไว้ให้เหมิงเหมิงแหละ”
“จริงเหรอ?” เหลียงเมิ่งฉี หัวเราะเผยให้เห็นรอยลักยิ้มที่แก้มของเธอ ทำให้เธอดูเป็นสาวหวานเข้าไปอีก “ถ้างั้นที่นั่นต้องสวยมากเลยใช่มั้ย?”
“สวยสิ สวยมากเลยด้วย ที่นั่นนะมี...มะหมาเต็มไปหมดเลย แล้วก็มีต้นไม้ต้นเบ้อเริ่มเลยด้วย มีสนามหญ้า มีบ่อน้ำ มี...บลาๆ ๆ ๆ ” เหมิงเหมิง คุยโว
“ว้าว ที่นั่นคงต้องเป็นแดนในฝันอย่างที่เหมิงเหมิงว่าแน่เลย” เหลียงเมิ่งฉี ฟังที่เหมิงเหมิงโม้ก็รู้สึกว่ามันยิ่งใหญ่
“สวยมากๆ เลยแหละ” เหมิงเหมิงพูดอย่างภูมิใจ
พอเหลียงเมิ่งฉีไปถึงเขาจันทราก็ตาค้าง
“นี่มัน....”
“นี่มัน...แดนในฝันจริงๆ ด้วย”
“เถ้าแก่ คุณสร้างที่นี่ขึ้นมายังไง? จะสวยเกินไปมั้ง?”
“อากาศก็สดชื่น เหลือเชื่อจริงๆ ”
“นั่น...ดอกกุหลาบใช่มั้ยนั่น? นี่....”
จางฮ่านกะอยู่แล้วว่าพอเหลียงเมิ่งฉี มาเห็นที่นี่จะต้องพูดไม่หยุด
เหมิงเหมิงยืดน่าดู ที่นี่ป๊ะป๊าตั้งใจสร้างให้เธอโดยเฉพาะ
“มีหมาเยอะขนาดนี้เลย?” เหลียงเมิ่งฉี เห็นสุนัขหลายสิบตัววิ่งเล่นอยู่บนสนามก็ตาลาย
หลายๆ คนชอบสัตว์ขนปุย อย่างหมาแมว แต่ที่พวกเขาไม่เลี้ยงก็เพราะขนมันร่วง แถมยังขับถ่ายเรี่ยราดอีก ถึงจะจัดการเรื่องพวกนี้ได้ แต่ก็ยังมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่คอยตามรบกวนอีก
เจ้าดำพอเห็นจางฮ่านก็รีบวิ่งเข้ามาหา พอเห็นคนนอกก็ทำท่าจะโชว์กร่าง
“บ๋าว...”
มันนึกจะขู่ให้กลัวเล่นๆ แต่พอเห็นเป็นผู้หญิง ก็เลยรีบเก็บอาการ มองไปที่จางฮ่านที เหลียงเมิ่งฉีที ไม่รู้เรื่องราวเป็นมายังไง
หรือสาวสวยที่มาครั้งก่อนไม่ใช่นายหญิง?
ทำไมเพียงแค่ไม่กี่วันก็มีสาวสวยอีกคนโผล่มา งงไปหมดแล้วเนี่ย
“หมาอะไรเนี่ย ทำไมสวยจังเลย” เหลียงเมิ่งฉี ชม
“มันชื่อเจ้าดำ” เหมิงเหมิงบอก
“อ่อ ไงเจ้าดำ” เหลียงเมิ่งฉี ทักทาย
“หงิงๆ ๆ ๆ .....” เจ้าดำครางตอบ
“พวกเธอเล่นอยู่ที่นี่กันไปก่อน ฉันจะทำงานสักหน่อย” จางฮ่านถือเคียวเดินไปที่ทุ่งข้าวสาลี
เหลียงเมิ่งฉีเล่นกับเหมิงเหมิงอยู่ เผลอหันไปเห็นเขี้ยวโง้งของเจ้าดำเข้า เธอก็อดตกใจไม่ได้ คิดไม่ถึงว่ามันจะเชื่องกับเหมิงเหมิงได้ขนาดนี้ แต่พอเห็นเหมิงเหมิงเล่นกับเจ้าดำอย่างใกล้ชิดก็นึกแปลกใจ
จางฮ่านเก็บข้าวสาลีไปได้กว่าครึ่ง เหลียงเมิ่งฉีก็เดินเข้ามาหา
“เถ้าแก่ เหมิงเหมิงไม่ใกล้ชิดกับหมามากไปหน่อยเหรอ เธอยังเล็กยังไม่ค่อยมีภูมิคุ้มกันเท่าไหร่ ไม่ควร....”
เหลียงเมิ่งฉีพูดยังไม่ทันจบ จางฮ่านก็ตัดบท “ไม่เป็นไรหรอก สัตว์เลี้ยงที่นี่ไม่มีเชื้อโรค”
“หือ....” เหลียงเมิ่งฉี งง เธอไม่เชื่อแต่ก็ไม่พูดอะไรต่อ มองไปที่ผลิตผลที่อยู่รอบๆ
“คุณปลูกมากมายขนาดนี้ด้วยตัวเองจริงเหรอ เหมิงเหมิง นี่โชคดีจริงๆ ”
“ปลูกเองถึงจะกินอร่อย” จางฮ่านมัดข้าวสาลีรวมกัน เดินไปเก็บผัก ขุดมันต่อ
“ว้าว งั้นคืนนี้พวกเราจะกินของอร่อยใช่มั้ย?” เหลียงเมิ่งฉี ถามขึ้นมา พอเธอนึกถึงข้าวผัดไข่ก็น้ำลายสอ
“ของฉันกับเหมิงเหมิงน่ะ” จางฮ่านตอบ
“หา?” เหลียงเมิ่งฉี งอนไปเลย
พอกลับลงมาที่ชายเขา เหลียงเมิ่งฉีก็นั่งรอที่รถกับเหมิงเหมิง จางฮ่านยังคงกลับขึ้นไปขนข้าวสาลีอีกหลายรอบ ขนเสร็จรถบรรทุกก็มาถึงพอดี หลังจากจัดการกับข้าวสาลีพวกนั้นเรียบร้อย ก็พากันกลับไปที่ร้านอาหาร
“เหมิงเหมิง น่าอิจฉาเธอจังเลยมีพ่อเก่งๆ แบบนี้” ก่อนเดินเข้าร้านเหลียงเมิ่งฉีก็อดชมขึ้นมาอีกรอบไม่ได้
จบตอน