หลังจากทำงานได้เกือบปีพราวฟ้าก็ตัดสินใจซื้อรถยนต์คันแรก ตอนนี้เธอใช้หนี้ธนาคารให้พ่อหมดแล้วจึงไม่มีภาระอะไรเลยตัดสินใจซื้อรถคันแรกให้กับตัวเองเวลาเดินทางไปไหนมาไหนจะได้สะดวกขึ้น เธอเลือกรถคันเล็กที่ราคาไม่แพงเพราะเธอคิดว่าแค่ใช้สำหรับเดินทางไปไหนมาไหนได้ก็พอแล้วไม่จำเป็ต้องขับรถหรูเพื่ออวดใคร
่นี้เป็วันหยุดยาวพราวฟ้าจึงถือโอกาสกลับไปเยี่ยมพี่เมย์และเลยไปหาลุงศักดิ์กับป้าดาที่บ้านด้วย
“มาแล้วหรอ ป้ากำลังทำกับข้าวรออยู่เลย”ป้าดาออกมาต้อนรับหญิงสาวที่พึ่งขับรถมาถึง
“คุณป้าสวัสดีค่ะ คิดถึงจังเลยไม่ได้เจอกันตั้งนาน”พราวฟ้าลงจากรถมาพร้อมกับของฝากเต็มไม้เต็มมือ
“ตาแก่อยู่ไหน มารับหลานหน่อยเร็วหนูฟ้ามาถึงแล้ว แล้วนี่ซื้ออะไรมาเยอะแยะคราวหลังไม่ต้องเอามานะมาแต่ตัวก็พอ”
“ของฝากนิดๆหน่อยๆเองค่ะคุณป้าไม่ลำบากเลยค่ะฟ้าตั้งใจเอามาฝากคุณลุงคุณป้าเลยนะคะ”พราวฟ้าพูดและยิ้มให้ป้าดา
“ไปเข้าบ้านไปดื่มน้ำดื่มท่าก่อน ป้ากำลังทำกับข้าวอยู่พอดี เสร็จแล้วจะได้ทานข้าวกัน”
“ดีเลยค่ะคิดถึงฝีมือคุณป้าที่สุด งั้นวันนี้ฟ้าขอเป็ลูกมือนะคะ”
“เอาอย่างนั้นเหรอ ถ้าไม่เหนื่อยก็ตามใจ”
ขณะที่พราวฟ้าและป้าดากำลังง่วนกับการทำอาหารอยู่ในครัวกันอยู่นั้นก็มีเสียงรถแล่นเข้ามาจอดในบ้านอีกคัน
“สงสัยจะมาถึงแล้ว”ป้าดาพูด
“ใครมาหรอคะ ลูกคุณป้ามาหรอคะ”พราวฟ้าถามด้วยความสงสัย
“ไม่ใช่หรอก พ่อวินน่ะเค้าโทรมาั้แ่วันก่อนแล้วว่าวันหยุดยาวจะมาเที่ยว เราสองคนนี่ใจตรงกันจังเลยนะ”
“คุณวิน”พราวฟ้าทวนคำพูดป้าดา ตอนนี้ใจเธอเต้นแรงไม่เป็จังหวะ ทั้งสับสน ทั้งตื่นเต้น ทั้งประหม่า ไม่รู้ว่าจะต้องทำตัวยังไง เขาคนนั้นคนที่อยากจะลืมแต่กลับคิดถึงอยู่ทุกวัน วันนี้เธอและเขากำลังจะได้พบกันในรอบเกือบปี
“คุณลุงสวัสดีครับ นี่รถของ….”ภวินทร์ที่มองเห็นป้ายทะเบียนรถก็รู้ได้ทันทีว่าเป็รถของพราวฟ้า
“หนูฟ้าไง พึ่งมาถึงก่อนเราได้ไม่นานนี่เอง ตอนนี้ช่วยป้าทำกับข้าวอยู่ในครัว ไปเข้าบ้านก่อนอีกแป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว จะได้กินข้าวเย็นพร้อมหน้าพร้อมตากัน”
สักพักพราวฟ้าก็ยกสำรับออกมาจากในครัวพร้อมกับป้าดา ภวินทร์ที่นั่งเล่นอยู่กับลุงศักดิ์เมื่อเห็นหญิงสาวเดินเข้ามาหัวใจก็เต้นแรงไม่เป็จังหวะ สายตาจับจ้องไปที่เธออย่างไม่วางตา ความรู้สึกคิดถึง โหยหามันเอ่อล้นเต็มอกจนอยากจะวิ่งเข้าไปกอดและจูบเธอให้คลายความคิดถึง แต่ก็ทำได้เพียงนั่งนิ่งมองเธออยู่อย่างนั้น
“คุณวินสวัสดีค่ะ”พราวฟ้าเป็ฝ่ายทักทายเขาก่อนพยายามข่มอาการประหม่าไว้ไม่ให้เขาเห็น
“สวัสดีไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”ภวินทร์เองก็พยายามทำเสียงให้เรียบที่สุดเช่นกัน
“คุณป้าสวัสดีครับ อาหารฝีมือคุณป้ายังน่าทานเหมือนเดิมเลยนะครับ หอมมากด้วย”ภวินทร์รีบเปลี่ยนเื่คุยหันไปพูดกับป้าดาแทน
“หนุ่มๆสมัยนี้ปากหวานจริงๆนะ น่ากินก็กินเยอะๆนะ นานๆจะแวะมาเยี่ยมลุงกับป้าที กินให้ หายอยากไปเลย”ป้าดาวแซวทั้งสองคน
“หนูฟ้านั่งลงข้างพี่เขาสิลูก”ป้าดาหันไปบอกพราวฟ้าที่ยืนตัวเกร็งเก็บทรงอยู่
“เอ่อ ค่ะคุณป้า”พราวฟ้าเองแม้จะลำบากใจที่ต้องนั่งข้างภวินทร์แต่ก็ไม่อยากขัดผู้ใหญ่จึงนั่งลงข้างเขาแต่โดยดี
ระหว่างทานข้าวไม่ว่าทั้งสองคนจะหยิบหรือจับอะไรก็เหมือนจะใจตรงกันไปหมด ทำให้มือของทั้งคู่ัักันหลายครั้ง เหมือนมีแรงดึงดูดซึ่งกันและกัน ทุกครั้งที่มือัักันสายตาแห่งความโหยหาและคิดถึงก็เผลอมองกันตลอด ต่างคนต่างคิดถึงแต่เพราะความปากแข็งและไม่ยอมรับหัวใจตัวเองจึงทำได้เพียงนั่งเงียบกันทั้งคู่
ป้าดาที่เห็นทั้งคู่ดูเกร็งกันมากจึงบอกให้พราวฟ้าห่อเมี่ยงคำข้าวตังที่ป้าดาและพราวฟ้าช่วยกันทำ่บ่ายให้ภวินทร์ลองชิม เพื่อให้ทั้งสองคนมีปฏิสัมพันธ์กันบ้าง
“หนูฟ้าห่อเมี่ยงคำข้าวตังให้พี่เขาลองชิมดูสิลูก”
“ไม่เป็ไรครับคุณป้าเดี๋ยวผมทำเอง”
“ไม่ได้ๆเดี๋ยวใส่ของมั่วซั่วไม่ครบสูตรจะไม่อร่อย”ป้าดาตอบ
พราวฟ้าไม่พูดอะไรได้แต่นั่งห่อเมี่ยงคำให้ชายหนุ่มเงียบๆด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“เสร็จแล้วค่ะลองทานดูค่ะ”พราวฟ้ายื่นเมี่ยงคำให้ชายหนุ่ม ส่วนภวินทร์เมื่อรับอาหารมาแล้วก็ไม่ทันระวังขณะเอาเข้าปากทำให้หกเลอะเต็มมือ พราวฟ้าก็ลืมตัวรีบคว้ามือเขามาเช็ดให้ทันที ทำให้ ภวินทร์เผลอยิ้มให้กับความใส่ใจของเธอ
“ขอบคุณนะ”ภวินทร์ขอบคุณหญิงสาวที่เช็ดมือให้ตัวเอง พราวฟ้าจึงนึกขึ้นได้ว่าไม่ควรทำแบบนี้รีบปล่อยมือเขาทันที
“ไม่เป็ไรค่ะ เอ่อ เดี๋ยวฟ้าไปเอาแตงโมมาให้นะคะแช่ไว้สักพักแล้วน่าจะเย็นแล้วค่ะ”พูดจบพราวฟ้าก็รีบเดินหายเข้าไปในครัวทันที
“ยัยฟ้านะยัยฟ้าทำอะไรของแก จะไปเป็ห่วงเค้าทำไม”พราวฟ้าบ่นให้ตัวเองที่คอยแต่จะเป็ห่วงเขาอยู่เรื่อย
คืนนั้นพราวฟ้านอนไม่หลับออกมานั่งชมจันทร์อยู่ข้างนอก ภวินทร์เองก็เช่นกันเมื่อเขาเดินออกมาแล้วเห็นหญิงสาวนั่งอยู่เขาจึงยืนกอดอกพิงเสาจ้องมองพราวฟ้าแบบไม่ละสายตา
"เกือบปีแล้วนะฟ้า คุณคิดถึงผมบ้างมั้ย"ภวินทร์พึมพำเบาๆก่อนจะเดินไปนั่งลงข้างๆเธอ
"คุณวิน"พราวฟ้าทำสีหน้าใเมื่อเห็นหน้าเขา
"ขอนั่งด้วยคนได้มั้ย"
"เอ่อ...ค่ะ"
ทั้งคู่นั่งเงียบอยู่นานก่อนที่ภวินทร์จะเป็ฝ่ายทำลายความเงียบลง
"คืนนี้ดาวสวยดีนะ"
"ค่ะ สวยมาก"
"เป็ยังไงบ้างสบายดีมั้ย งานหนักหรือเปล่า"
"สบายกว่าแต่ก่อนเยอะเลยค่ะ ไม่ต้องดิ้นรนปากกัดตีนถีบเหมือนเมื่อก่อนแล้ว"
"ยินดีด้วยนะ"
"เื่อะไรคะ"
"ทุกเื่"ภวินทร์หันมองหน้าหญิงสาวด้วยแววตาลึกซึ้งเพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาดีใจกับเธอจากใจจริงที่ชีวิตของเธอตอนนี้ดีขึ้นในทุกด้าน
"ขอบคุณค่ะ"
"เกือบปีแล้วนะที่ไม่ได้คุยกันเลย"
"คะ"พราวฟ้าหันไปถามเขาด้วยความใที่อยู่ๆเขาก็พูดคำนี้
"ขอบคุณนะที่วันนี้ไม่หนีกลับบ้าน"
"ฟ้าไม่ใช่เด็กแล้วนะคะ อีกอย่างฟ้าตั้งใจมาเยี่ยมคุณลุงคุณป้าไม่จำเป็ต้องหนีใครนี่คะ"
"หึ"ภวินทร์แค่นหัวเราะเบาๆพลางยิ้มอ่อน เขาคิดว่าสำหรับเธอเขาคงไม่มีความหมายพอที่จะให้รู้สึกอะไร ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีเขาอยู่ก็คงไม่มีความหมายสำหรับเธอ ยิ่งคิดหัวใจของเขาก็ยิ่งรู้สึกเจ็บ แต่ก็คงทำอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้
"ดึกแล้วฟ้าขอตัวไปนอนก่อนนะคะ"พูดจบเธอก็ลุกขึ้นเดินกลับเข้าห้องทันที ทันทีที่เข้ามาในห้องนอนน้ำตาของเธอก็ไหลพรากลงมาอาบสองแก้ม ภายในใจตอนนี้สับสนไปหมด คำพูด สีหน้า แววตาของเขาที่มองเธอทำให้พราวฟ้าคิดถึง่เวลาที่ทั้งสองคนเคยใกล้ชิดกัน ความรู้สึกอบอุ่นที่เคยมีเขาอยู่ข้างกายหวนกลับมาอีกครั้ง
"จะมีวันที่เราได้กลับมาคุยกันอีกครั้งมั้ยฟ้า" ภวินทร์นั่งถอนหายใจยาวอย่างคิดไม่ตก