สวัสดีครับเรียนผู้อ่านที่รักทุกท่าน
วันนี้มีกิจกรรมเล็กน้อยมาให้ร่วมสนุกกันนะครับเนื่องจากเื่ดำเนินมาสักพักแล้ว มีตัวละครมากมายที่ปรากฏตัวขึ้น เพื่อให้เข้ากับเทศกาลเลือกตั้ง (จริงๆไม่เกี่ยวนะ 555) ผมจึงอยากจะเปิดโหวตตัวละครยอดนิยมครั้งที่1
โดยกติกาคือท่านคอมเมนต์โหวตเป็ตามอันดับความชอบ3 อันดับ
ผมจะนับคะแนนอันดับ1 จะได้ 3 คะแนน อันดับ 2 จะได้ 2 คะแนน และอันดับ 3ได้ 1 คะแนน แล้วจะนำมารวมกันนะครับ (หากให้เหตุผลว่าชอบเพราะอะไรด้วยจะดีมาก) ทั้งหมดนี้เพื่อปรับปรุงการแต่งนิยายในลำดับถัดไปนะครับ
ขอบคุณครับ
ปลตัวละครไม่มีชื่อก็สามารถโหวตได้นะครับ อาจจะเขียนบอกสั้นว่าลักษณะไหน มาตอนไหน
ปล2 จะประกาศผลในอีกเดือนถัดไปแต่ท่านที่มาอ่านต่อจากนี้ก็ยังสามารถคอมเมนต์โหวตเพิ่มมาได้ตลอดกาลนะครับ ยังไงก็เป็ประโยชน์ต่อการแต่งนิยายต่อๆไปแน่นอนครับ
ปล.3ส่วนเื่ถอดใจนั้นเหมือนจะมาจากจิตใจอันอ่อนแอในฐานะนักเขียนมือใหม่ของผมเองนะครับขอบคุณที่เคารพการตัดสินใจนะครับ แต่ตอนนี้ยังเขียนอยู่ครับ ติดตามกันต่อไปยาวๆนะครับผม เขียนมาถึงตอนนี้มันรู้สึกเสียดายน่ะครับ ถ้าจะหาทางตัดจบไปดื้อๆ ^^
ตอนที่ 11 เชิงปืนในเชิงป่านิลไพร
แพนเค้กวิปครีมสตรอเบอรี่คืออาหารที่จาราสเลือกทำเพื่อสอนฟาคาร์ให้ใช้เครื่องทำอาหาร
วัตถุดิบถูกจัดใส่จาน กดปุ่มง่ายดาย แพนเค้กแผ่นนุ่มวางอุ่นใต้วิปคริปสีขาวเนียนโปรยประดับปรังรสลงด้วยด้วยซอสและผลสตรอเบอรี่
แววตาลุกวาวของเด็กน้อยเมื่อเห็นแพนเค้กออกจากเครื่องไม่ต่างจากเอลฟ์เฒ่าจะต่างก็เพียงจาราชกลื่นน้ำลายเสียอึกดัง จนฟาคาร์แอบได้ยิน
เด็กน้อยรู้ได้ในทันทีว่านี่คือจานโปรดของพ่อ
“พ่อชอบกินแพนเค้กสตรอเบอรี่เหรอครับ?”
“บ้าน่า ชอบมาก เอ้ย ไม่ชอบเลยสักนิด อายุปูนนี้ ฉันไม่ทานอะไรแบบนี้หรอกลูกต่างหากชอบใช่มั้ยละ?” จาราชตีหน้าเข้มตอบกลับ
ฟาคาร์อ่านสีหน้าอีกฝ่ายออก คิ้วกระตุกโกหกกันชัดๆ รู้แบบนั้นเขาจึงรับกลับ“ชอบครับ อยากทานกับคุณพ่อทุกวันเลย”
“อา เข้าทางละ เอ้ย ดีละๆ งั้นจะทำให้ทานบ่อยๆ นะ แต่ก็อย่าทานบ่อยละมันไม่ดี” จาราชยิ้มรับพร้อมปราม
“ครับ” ฟาคาร์ยิ้มพยักหน้าตักแพนเค้กเข้าปาก “อร่อยๆ เครื่องใช้ง่ายแบบนี้ผมทำให้พ่อทานก็ได้นะ” ว่าแล้วเด็กน้อยก็ตักทานต่อ
“ขอบคุณนะ เก่งจริงๆ” จาราชว่าพลางลูบหัวลูกแล้วบรรจงตักของโปรดเข้าปากตามก่อนตักทานอีกหลายคำ
“พ่อวิปครีมเปื้อนจมูกแล้ว” เด็กน้อยชี้พลางหัวเราะยกใหญ่ผู้เป็พ่อรีบเช็ดออก ทั้งะเิขำเสียงดัง
เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น จาราชปลีกตัวให้ฟาคาร์ทานจนหมดส่วนตนรีบลี่ไปเปิดประตู ผู้เข้ามาคือหญิงสาวสวมแว่น อกโตเด่นเป็เอกลักษณ์ใต้เสื้อคลุกขาวที่คลุกเพียงเพื่อให้อกเด่นขึ้น
“ได้มามั้ย? ชิออน” จาราชรีบกระซิบถาม
ชิออนยิ้มเ้าเล่ห์ “สอนวิชาสุดท้ายให้หนูก่อนสิคะ”
“ฉันสอนเธอไปหมด ยัยอัจฉริยะ” จาราชรีบโต้กลับ “ส่งมาเร็วเข้าเดี๋ยวฟาคาร์มาเห็น”
ชิออนยิ้มหัวเราะพลางส่งกล่องในกระเป๋าให้ ข้อความพาดหัวที่กล่องคือ “ราเคียร์แอนด์ เฟรน ชุดพิเศษ”
“อาว นี่น่ะเหรอ เ้าหนุ่มฟาคาร์ สวัสดีจ๊ะ”ชิออนหันไปทักทายเด็กน้อยที่แวบมาหา
“ครับ” ฟาคาร์รับทว่าตาสะดุดกับอกใหญ่เด่นจนเด็กน้อยรู้สึกเขินหน้าแดง ด้วยเหตุนี้เองที่เด็กน้อยจำหน้าอีกฝ่ายไม่ได้แม้แต่น้อยแล้วเด็กน้อยก็รีบหันเดินกลับห้องไป
ชิออนโบกมือส่งขยับแว่น สีหน้าจริงจังขึ้นก่อนหันกลับมาหาจาราชที่ทำท่าทีลนลานเก็บซ้อนของอยู่
“อาจารย์ หนูจะเข้าร่วมกลุ่มต่อต้านนะ”
“กลุ่มต่อต้านสหพันธ์ฮีโร่น่ะเหรอ”
หญิงสาวพยักหน้ายืนยัน สีหน้าแว่วแน่ จาราชผงกหัวรับ นิ่งงันไป
“อันตรายนะ ดูแลตัวเองด้วยละ เอาสิ่งที่ฉันสอนไปใช้ตามแต่เธอ้าได้เลยนะมันเป็ของเธอทั้งหมดแล้ว”
ชิออนรับคำ เดินจากมา เธอไม่เคยย้อนกลับไปที่ห้องนั้นอีกเลย
“ตุ๊บ”รถเหอะเสียหลักกลางแล่นเฉียดผิวน้ำเข้าฝั่ง กระแทงกระดอนก่อนไถลไปบนผืนดินมุ่งเข้าฝั่งมาทางชายป่าก่อนนิ่งดับลงควันลอยจากเครื่องยนต์ด้านหน้า
“นึกว่าจะตายแล้วนะเนี่ย” เผ่าอันเดธผู้ไม่ตายเอ่ยเสียงหอบ“อาว อันเดธมันตายไม่ได้นี่หว่า ฮาฮา”
“ลุง ตลกอะไรกัน นี่เราอยู่ไหนกันเนี่ย” ฟาคาร์ทักท้วง
“น่าจะเข้าป่านิลไพรแล้วนะ” ฟิมออกมาเกาะข้างกระจก
ดงไม้สีดำสลับเทาทึบทั่วลึกเร้นชวนหวาดหวั่น แดดทอรอดไม่ถึงพื้น ดงไม้หนาทึมทะมึนดูละไม้คล้ายเมฆแห่งรางร้าย
“ฝีมือใครกัน?” ฟิมถามขึ้น
ฟาคาร์คว้าเจเอฟ80 มาสวมใส่มองไปภายนอก สแกนไม่ไกลพอให้เห็นอะไรจับสิ่งมีชีวิตในป่าได้บางตาแต่ไกลริบลึกในป่ามืด
“อย่าพึ่งถามว่าใคร? อะไรต่างหาก?” ลุงเนียร์น้ำเสียงหวาดระแวง
“คิดว่าฝีมือพวกสัตว์ป่าเหรอ?” ฟิมถาม
“คิดว่าฝืนเร่งเครื่องนานไปหน่อยจนความร้อนเกินน่ะ ฮาๆ” ลุงเนียร์ชี้กราฟแสงวัดความร้อนที่พุ่งสูงค้างที่สีแดง เขากดปุ่ม หมุนคันโยกกระโปร่งหน้ารถเปิดก็ควันขาวโขยมโพยพุ่งออกมา
“ตาลุงเฉื่อยเอ้ย”
“แหมๆ เ้าหนุ่ม ฉันเห็นหน้าถอดสีตอนเครื่องเสียหลักอยู่นะชีวิตแอนตี้ฮีโร่มันก็เสี่ยงภัยกันบ้าง มันก็แบบนี้แหละ”
ว่าแล้วอันเดธก็เปิดประตูรถเหาะพุ่งตัวไปยังหน้ารถ คว้าเอาด้ามซ่อมยนตร์ออกมา มันคือแท่งด้ามยาวจับมีปุ่มที่กดแล้วสามารถกลายเป็อุปกรณ์ซ่อมยานได้หลายรูปแบบเขาเริ่มต้นใช้มันเป็ไฟฉายสำรวจส่องตรวจตรา จากนั้นดึงส่วนไฟฉายแยกมาหนีบกับส่วนกระโปร่งหน้าให้ไฟยิงมายังจุดเสียหาย
“ไหนบอกแบตเตอรี่แท้ พวกออร์คนี่ไว้ใจไม่ได้เล้ย” เนียร์บ่นอุบ
ฟาคาร์ขมวดคิ้วโกรธโต้ขึ้น“อันเดธก็ไว้ใจไม่ได้เหมือนกันแหละ ที่บอกงานง่ายมันจะไม่ง่ายละมั้งลุง”
“หึหึ แกลูกครึ่งไม่ใช่เหรอไง ใจเย็นๆอีกอย่างฉันซื้อของพวกออร์คก็เพราะไว้ใจหรอกนะ แล้วดูดิเจออะไรฉันเป็ผู้เสียหายนะเฟ่ย”
“ลุงไม่ถนอมแบตเองนี่นา ก็บอกเองว่าฝืนเร่งเกินไป”
“นี่ๆ ฉันจะสอนอะไรดีๆ ให้นะ ลูกผู้ชายแอนตี้ฮีโร่น่ะ ถ้าเกิดอะไรแย่ๆ ขึ้นแล้วเื่แย่ๆ นั้นมันมีส่วนที่คนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย อาจจะเรา 80 เปอร์เซ็นต์ คนอื่น 20 เปอร์เซ็นต์เราต้องโทษคนอื่นเข้าไว้ โอเคมั้ย”
“เลว” ฟาคาร์สวนทันควัน
“เลว”ฟิมร้องตามเห็นด้วยพลางยิ้มหัวเราะ
“ก็ฉันไม่ใช่ฮีโร่นี่นา” อันเดธแสยะยิ้มเย้ยหยัน
“ฉันก็ไม่ใช่ฮีโร่เว่ย”ฟาคาร์ร้องเสียงดัง “และไม่ใช่ฮีโร่ก็ทำดีได้มั้ยละ?”
“หึหึก็ดีคนละแบบของฮีโร่นี่แหละ” เนียร์เอ่ยตอบ “เหมือนว่าเราต้องรอให้อุณหภูมิลดลงก่อนละ”
ฟาคาร์รับคำหันไปตรวจดูรอบยานเจเอฟ 80 เจอจุดเสียหายด้านท้ายของยาน เป็รอยถากข้อความสแกนรายงานกระแทกระดับปานกลาง มีรอยไหม้เล็กน้อย
“นี่มันรอยอะไรครับ?”
“ไหน?” ทันทีที่เห็นอันเดธดันลูกครึ่งออร์คมายังอีกฝากของรถเพื่อพิงหลบ
“หลบอะไรน่ะ”
บรรยากาศกดดันด้วยรังสีสังหารแพร่มาจากแนวป่าสีนิลด้านตรงข้าม
“พวกฮันเตอร์น่ะ” เนียร์เอ่ยตอบพร้อมอธิบายอย่างชำนาญ“รอยเมื่อกี้คือะุลูกโป่งเอาไว้ยิงส่งเสียงขับไล่พวกสัตว์ใหญ่แต่บางทีก็เอามาใช้ยิงเตือนคนที่เข้ามาใกล้เขตที่ทำการไล่ล่าด้วย”
ลุงเนียร์หยิบเอาไฟฉายกลับมาจากกระโปร่งหน้ายานแรงกดดันทำเอาฟาคาร์ทำอะไรไม่ถูก ทำได้เพียงพิงหลบใช้รถแทนกำบังฟังแอนตี้ฮีโร่รุ่นลุงอธิบายอย่างใจเย็น
“พวกนั้นน่าจะอยู่ฝั่งโน่น” เนียร์ว่าพลางบิดปรับไฟฉายให้แรงขึ้ยแล้ววางไว้บนรถบิน“พวกฮันเตอร์มาทำงานล่าสัตว์ก็คล้ายๆ กับเราแหละไม่ได้มาล่าพวกเรา” ว่าแล้วเขาก็กดเปิดๆ ปิดๆไฟฉายเป็จังหวะสั้นสลับยาวเป็ชุดๆ ทำซ้ำในจังหวะเดิมติดต่อกันหลานหน
ไม่นานนักอีกฝั่งในชายป่ามืดมิดมีไฟแสงเป็จังหวะตอบกลับ
“ปลอดภัยละ” เนียร์เอ่ยพลางลุกขึ้น
“รหัสมอส” ฟาคาร์เอ่ยคำ ตื่นตะลึง
“ใช่” เนียร์ส่งรหัสผ่านไฟฉายต่อไม่นานไฟฉายจากอีกฝั่งก็ตอบกลับมา จากนั้นอันเดธกดแทคแพดเปิดแสดงตัวตนและค้นหาแอคเคาท์ใกล้เคียงกดเพิ่มแอคเคาร์อีกฝ่ายเข้ารายชื่อติดต่อและกดติดต่ออีกฝ่ายเขาโบกมือให้ฟาคาร์มาใกล้ๆ พร้อมเปิดลำโพงให้ได้ยินด้วยกัน “สวัสดีครับ ผมชื่อเนียร์เป็อันเดธแอนตี้ฮีโร่จากเขต 7 ตอนนี้สังกัดไพด์ ไพเพอร์แล้ว ยินดีที่รู้จัก”
“ครับผม – คาบิราฟ เป็เอลฟ์แอนตี้ฮีโร่จากเขต 6 สังกัดไพด์ ไพเพอร์เหมือนกันครับยินดีที่รู้จักครับ เอ...ปกติเขต 7 ต้องสังกัดเก๊กโค่หรือเปล่าครับ”
“เก็กโค่ถูกกวาดล้างไปเมื่อสองวันก่อนเองครับ”
“หาบ้านา พวกสหพันธ์มันบ้าไปแล้วเหรอ? เสียใจด้วยนะครับ”
“ขอบคุณครับ”
“ออขอแจ้งก่อนนะครับพอดีทีมฮันเตอร์ของผมทำงานกับนักวิจัยกำลังเก็บข้อมูลม้านิลเขาแสงอยู่นะครับเขตของพวกมันจะอยู่แถวที่ผมอยู่ตรงนี้ไปถึงบริเวณที่รถเหาะคุณตกอยู่นะครับถ้าเป็ไปได้รบกวนเดินทางออกจากบริเวณนี้ด้วยนะหรือถ้าจะผ่านก็ขอความกรุณางบใช้เสียงด้วยครับ” เสียงจากแทคแพดตอบกลับยาว
“รับทราบครับทีมผมก็มาวิจัยเกี่ยวกับหมีวาฬแบร์เวลสีดำ” เขาเอ่ยถึงสัตว์มายาอาศัยเป็กลุ่มแถบน้ัน “เดี๋ยวระบุตำแหน่งได้ทีมสมทบจะเดินทางมาเสริมน่ะครับยังไงก็ขอความกรุณาด้วยนะครับ” ฟาคาร์สีหน้าแปลกใจเพราะสิ่งที่อันเดธพูดคือน้ำที่ปั่นเป็ตัวขึ้นมาทั้งนั้น
“ออโอเคครับ” ปลายทางตอบรับ “รับทราบครับ มีอะไรให้ทางทีมผมช่วยเหลือแจ้งมาได้นะครับ”
“เช่นกันครับ”
จบการติดต่ออันเดธหันมองสีหน้าผู้ช่วยลูกครึ่งออร์คที่ยังคงท่าทีแปลกใจก่อนถามขึ้น
“ทำไมโกหกไปละครับ?”
“นามาลเผือกมันเป็สัตว์สุดหายากเลยนะ ราคาแพงระยับเชียวอีกฝ่ายเกิดรู้เข้างานเราจะยิ่งลำบากนะ ต่อรองกันนิดหน่อยหมอนั่นเป็ใครก็ไม่รู้อย่าพึ่งไว้ใจ อาจจะเป็อีกคนหรืออีกทีมที่มาตามหาเ้านามาลเหมือนเราก็ได้”
เนียร์หันมองเครื่องยนต์คิดประเมินสถานการณ์ มองดูตำแหน่งเป้าหมายที่แทคแพดก่อนเอ่ยขึ้น
“อุณหภูมิไม่ลดลงเลยแฮะ ฟิม เธอเฝ้ารถไว้นะ มีอะไรก็ใช้แพดรถนี้ติดต่อมา”เนียร์ชี้ที่แผงคอนโซลรถ มีปุ่มไว้ติดต่อสื่อสาร “ไปกันเถอะฟาคาร์ภารกิจนี้เราต้องแข่งกับเวลานะ”
“ครับ” ฟาคาร์แปลกใจเล็กน้อยลุงจอมเฉื่อยตรงหน้าผู้ไม่ยอมรับภารกิจระดับสูงกลับดูเร่งร้อน คล้องแคล้วอย่างประหลาด
ใบไม้สีดำไหวสั่นเสียงฝีเท้าเบาถี่เร็วมุ่งลึกเข้าทิวป่าหนา ทันใดก็หยุดชะงัก นามาล - หมาป่ามายาหันลีหันขวางขนหนานุ่มสีขาวบนแผงคอดูสง่าลุกชันขึ้น แล้วร่างใหญ่ยักทะมึนก็ก้าวอาดๆ เข้าหา
“บรากกกกกก” นามาลคำรามขู่
ร่างใหญ่สีดำทะมึนคือหมีวาฬแบร์เวลนั่นเองมันยืนคุมเชิงจดจ้องกลับ
ทันร่างทะมึนเล็กกว่าก็เข้าจู่โจมนามาลราวกับเป็แผนที่สัตว์ร่างใหญ่จะดึงความสนใจไล่ต้อนให้ชะงักก่อนให้สัตว์ร่างเล็กจัดการ
เนียร์ฟาคาร์วิ่งเข้าแนวป่าลึกตรงไปยังเป้าหมาย
ฟาคาร์ไล่หลังแทบไม่ทันพอมองผ่านเจเอฟ80 ก็พบว่าอันเดธมีพลังต่อสู้รวมเพิ่มขึ้นทุกทีจาก 68 ในทีแรกพุ่งขึ้นไปยัง 79 ขณะที่เขาอยู่ที่57 เท่าเดิม
ถึงตอนนี้พอพลังคงที่คงเดิมรวมกับเขามองไม่เห็นกระแสธารแห่งชีวิตอีกแล้วก็พลันนึกว่าสิ่งที่เกิดในห้องทดลองลับเป็เพียงความฝันพันธุกรรมัเป็เื่ไม่จริง ไม่มีตัวตน และทุกอย่างในห้องทดลองก็พังทลายกลายเป็เพียงซากปรักหมดแล้ว
ลุงเนียร์หยุดเท้ากะทันหันฟาคาร์ผละชนจนล้มระเนระนาทกลิ้งกันไปทั้งคู่ อันเดธผุดลุกดึงอีกฝ่ายเข้าพงไม้
“นั่นนามาล”ลุงเนียร์เอ่ยพลางมองไปยังหมาป่ามายาสีขาวสว่างหลบหลอกล่อหมีวาฬแบรเวลโดยมีหมีวาฬตัวใหญ่ยักยืมคุมเชิง“หมีวาฬแบรเวลแม่กำลังสอนลูกของมันให้ล่าเหยื่อ”
นามาลโดดหลบหลีกได้อย่างคล้องแคล้วทว่ากลับสลัดหลุดจากอีกฝ่ายไม่หลบเพราะทันทีที่เหมือนจะวิ่งหลบหลุดพ้นจะพูดตะปุบกลับปรามโดยหมีวาฬที่ตัวใหญ่คุมเชิงคอยคุมต้อนจากพื้นที่รอบมันทำเพียงต้อนให้หนีไม่พ้นแต่ก็ไม่ยื่นมือเข้าช่วยปล่อยให้หมีวาฬตัวเล็กต่อสู้ปะทะ มันถูกตะปบเล็กสะกิดน้อยตามตัวแต่ยังเป็เพียงแผลเล็กของประสบการณ์ที่ค่อยๆ สั่งสม
“ทำยังไงฟาคาร์?”ลุงเนียร์เป็ฝ่ายเอ่ยถามเสียงสงบนิ่งเยือกเย็น
เจเอฟ80 มองพลังต่อสู้รวม นามาล 118 หมีวาฬตัวลูก 110 หมีวาฬตัวแม่ 217 เสียงจาราชดังแนะนำ“หลบซ้อนตัว หรือหลบหนี อย่าปะทะ” ฟาคาร์ส่ายหน้าจนปัญญาเห็นพ้อง
“ลองคิดดูดีๆก่อนเ้าหนุ่ม สัตว์น่ะ มันไม่มีอาวุธ ความคิดของมันมีแบบแผนชัดเจน พยายามหน่อย มองดูภายนอกพละกำลังเราจะอาจเป็รองแต่ก็สามารถเอาชนะได้นะ”
ฟาคาร์คิดมองสิ่งที่เกิดขึ้น สัตว์ร่างใหญ่คุมเชิงอยู่นอกวงต่อสู้ เวลายิ่งผ่านดูเหมือนนามาลยิ่งเป็รองเจเอฟ 80 ประมวลข้อมูลความเร็วนามาล 128 พลังกายภาพ 72 ขณะที่หมีวาฬตัวลูกความเร็ว 62พลังกายภาพ 128 ด้านหมีวาฬตัวแม่ความเร็ว 107พลังกายภาพ 139
“ะุยาสลบปริมาณแค่สำหรับจัดการเ้านามาลเท่านั้นนะ เร็วหน่อยเ้าหนุ่ม”
ฟาคาร์พยักหน้ารับกระซิบบอกแผนของตนเอง
“ไม่เลวๆ งั้นเริ่มเลย!”
กัลเรียฉายแสงวาบสะท้อนออกจากซองเก็บสองมือจับมั่น เล็งเป้า เปลี่ยนเป็โหมดะเิ
“ตูม”
สัตว์ทั้งสามชะงักหันมองมายังต้นเสียง
“ตู๊ม ตู๊ม ตู๊ม” กัลเรียคำรามะุต่อเนื่อง
“บรา” นามาลขู่แผงขนลุกชัน
“อากกก” หมีวาฬทั้งสองร้องดุดันกว่า
“แกร๊กๆๆ” เสียงไม้ลั่นดังปนมากับเสียงะเิ เสี่ยวชะงักงันของเหล่าสัตว์ทั้งสามนั่นเองเนียร์ฉวยโอกาสยิงยาสลบใส่นามาลก่อนที่ต้นไม้ใหญ่จะล้มกั้นหมีวาฬแม่จากลูกและนามาล
หมีวาฬลูกร้องระงมหาแม่ขณะนามาลวิ่งหนีไปอีกทาง ฟาคาร์กับเนียร์รุดไล่ตาม
“เยี่ยม”เนียร์เอ่ยชม ฟาคาร์พยักหน้ารับ ทั้งสองเร่งฝีเท้าเร็วลี่ตามติดเป้าหมาย
แต่แล้วหมีวาฬขนาดมหึมาก็ปรากฏตัวขึ้นขวางคำรามแรงกดดันมหาศาลจู่โจม หมีวาฬแบรเวลตัวนี้สูงใหญ่กว่าอีกตัวที่ถูกไม้ล้มขวางเสียอีก
“ตัวพ่อแหงเลย”เนียร์ร้องเสียอารมณ์หันบอกหนุ่ยน้อย “ใจเย็นไว้ ตั้งสติ”
ปืนไวปิศาจฟาคาร์ชักปืนยิงหัวหมายจัดการ ทว่ากลับเสียหายเพียงสกิดเบา
“ให้ตายเถอะอีเธอร์”ลุงเนียร์อุทานเสียงหลง หมีวาฬมหึมาหันมาทางฟาคาร์ คำรามแรงคุกคาม “ฉันบอกให้ตั้งสติเฟ่ยหนีเร็ว ตามมา”
หมีวาฬมหึมากระทืบพื้นวิ่งไล่ลาจนผืนดินะเืสั่นเนียร์ออกวิ่งนำสุดฝีเท้า ฟาคาร์เร่งรุดตามแทบไม่ห่างนี่คงเป็การวิ่งที่เร็วที่สุดในชีวิตของเขาแล้ว หากจะกล่าวให้เต็มความหมาย นี่คงจะเป็วิ่งแบบไม่คิดชีวิตอย่างไม่ต้องสงสัย